พิจารณาให้เห็นกายในกาย

พิจารณาให้เห็นกายในกาย

พระพุทธเจ้าตรัสว่า การที่ภิกษุจะ “พิจารณากายในกาย” หมายความว่าอย่างไร ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เมื่อไปอยู่ในที่สงบ เช่น ป่า ใต้ต้นไม้ หรือเรือนว่าง ก็จะนั่งขัดสมาธิ ตั้งกายให้ตรง และตั้งสติไว้ที่ปัจจุบันขณะ รู้ตัวทุกครั้งที่หายใจเข้า และรู้ตัวทุกครั้งที่หายใจออก หากหายใจออกยาว ก็รู้ชัดว่ากำลังหายใจออกยาว หากหายใจเข้ายาว ก็รู้ว่ากำลังหายใจเข้ายาว หากหายใจออกสั้น ก็รู้ว่าหายใจออกสั้น หากหายใจเข้าสั้น ก็รู้ว่าหายใจเข้าสั้น

จากนั้นตั้งใจว่า เราจะรู้ลมหายใจทั้งหมด ไม่ใช่แค่ตอนต้นหรือปลาย แต่รู้ลมทั้งกองตลอดลมหายใจเข้าและออก และตั้งใจว่า เราจะทำให้กายสงบลงด้วยลมหายใจนี้ ทั้งตอนหายใจเข้าและหายใจออก

พระพุทธเจ้าตรัสเปรียบเทียบว่า เหมือนช่างกลึงหรือศิษย์ของช่างกลึงที่มีความชำนาญ เวลาชักเชือกกลึงยาว ก็รู้ชัดว่ากำลังชักยาว เวลาชักเชือกสั้น ก็รู้ชัดว่ากำลังชักสั้น ผู้ปฏิบัติอานาปานสติก็เช่นเดียวกัน หายใจออกยาวก็รู้ หายใจเข้ายาวก็รู้ หายใจออกสั้นก็รู้ หายใจเข้าสั้นก็รู้ ตั้งใจว่าจะรู้ลมหายใจทั้งหมดทั้งเข้าและออก และตั้งใจว่าจะทำให้กายสงบด้วยการตามรู้ลมหายใจนี้ทั้งเข้าและออก

เมื่อปฏิบัติอย่างนี้ ผู้ปฏิบัติจะเห็นร่างกายตามความเป็นจริง บางเวลาเห็น “กายในกายภายใน” คือความรู้สึกในกายของตนเอง บางเวลาก็เห็น “กายในกายภายนอก” คือการสังเกตความเคลื่อนไหวของกายคนอื่น บางเวลาก็เห็นทั้งสองอย่างพร้อมกัน

เธอยังเห็นธรรมชาติของกายตามจริง เห็นความเกิดขึ้นของกาย เห็นความเสื่อมของกาย หรือเห็นทั้งความเกิดขึ้นและเสื่อมลงของกายในเวลาเดียวกัน

สติที่ตั้งมั่นในกายนี้ จะเป็นเพียงความรู้ เพียงการระลึกได้เท่านั้น ไม่ใช่ความยึดถือ ไม่ใช่เชื่อว่ากายนี้เป็นตัวตนที่แท้จริง เมื่อตั้งสติรู้กายโดยไม่ยึดมั่นเช่นนี้ ตัณหาและความเห็นผิดก็หมดอำนาจลง เธอไม่เกาะเกี่ยวสิ่งใดในโลกอีกต่อไป

พระพุทธเจ้าตรัสสรุปว่า การปฏิบัติแบบนี้เรียกว่า “พิจารณาให้เห็นกายในกาย”
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่