อยากระบายความในใจและขอความคิดเห็นจากพี่ ๆ ชาวกระทู้พันทิปหน่อยค่ะ ไม่รู้จะคุยกับใครจริง ๆ
โดยปกติเรามักจะบ่นแฟนเป็นประจำเรื่องความไม่มีเรียบร้อย ต้องคอยบ่นคอยพูดเค้าก็ดีขึ้นหน่อย คือเรื่องมันเริ่มต้นตั้งแต่เราท้อง แม่แฟนและสามีใหม่ของเค้า(ยังไม่ได้แต่งงานกันนะคะ) ย้ายมาอยู่บ้านที่เรากับแฟนออกเงินช่วยกันสร้างคนละครึ่ง ย้ายมาแรก ๆ เราก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะค่ะเห็นว่าแม่แกก็ไม่มีบ้านอยู่ (มีแต่เป็นกระต๊อบเล็ก ๆ) คือก่อนที่เราจะมาสร้างบ้านที่ตจว. ก็ทำงานอยู่กรุงเทพกับแฟน พอเก็บเงินได้ก็ตกลงกันมาสร้างบ้านที่นี่เพราะเป็นที่ที่ปู่กับย่าแฟนท่านแบ่งให้ สร้างเสร็จเราสองคนและแมวอีก 7 ตัว เข้าอยู่ได้ประมาณ 5-6 เดือน แม่แฟนก็ย้ายมาอยู่ด้วย ตอนสร้างบ้านแม่แฟนกับแฟนใหม่ของเค้าก็มาช่วยนะคะ แต่เราไม่ได้ให้ช่วยฟรี ๆ เราให้เดือนละหมื่นกินฟรีอยู่ฟรี (หมายถึงไปมาไหนเรากับแฟนเป็นคนออกตลอดเพราะเห็นว่าไม่มีเงิน) แต่พอมาอยู่ด้วยกันจริง ๆ แฟนคือเรียกร้องทุกอย่าง แม้แต่หนี้ที่เค้าสร้างขึ้นมาเองก็ต้องมาเดือดร้อนเงินเรากับแฟน อันนี้เรารู้สึกว่ามันมากเกินไป ครั้งแรกเราจ่ายให้ 3 เจ้าเกือบ 4 หมื่น เพราะสงสาร แต่ครั้งนี้รู้สึกว่าจะได้ใจเกินไป แบบไม่เกรงใจเราเลย เค้ามักจะไปพูดระบายกับอดีตแม่สามีเก่าเค้า ว่าเครียดอย่างนั้นอย่างนี้อยากตายบ้างละ พูดกับเราก็พูดแต่เราแค่รับฟัง ซึ่งเค้าก็ไปบ่นกับลูกชายเค้าต่อ แต่แฟนเราเป็นคนไม่ค่อยพูด เค้ารับฟังนะแต่จะไม่ออกความคิดเห็นใด ๆ ณ ตอนนั้นเราท้องได้ 4 เดือน เริ่มเครียดเพราะทำงานออนไลน์รายได้ไม่เหมือนเดิม จากที่มีรายได้ 80k-100k ก็ลดลงมาเรื่อย ๆ เหลือเดือนละ 30k-50k ซึ่งถ้าหักลบกับค่าใช้จ่ายในบ้านมันไม่พอใช้จริง ๆ ค่ะ อันนี้ไม่อวด เดิมทีทำงานประจำได้เงินเดือนละ 15k-17k ก็อยู่ตัวเพราะไม่มีหนี้ พอมีบ้านก็เป็นหนี้ก้อนโต
เอาตรง ๆ นะคะ เรื่องที่แม่แฟนไม่ได้ทำงานเราโอเคมากค่ะ แต่เรื่องที่เค้ามาอยู่ด้วยแล้วไม่ช่วยดูแลบ้าน ไม่เคยกวาดบ้าน ถูบ้าน ต่อให้พื้นจะซาแค่ไหนก็เดินย้ำไปมา ห้องน้ำไม่เคยขัด และเรื่องหนี้ของเค้าที่คอยพูดกดดันให้เรารู้สึกแย่ ส่วนกับข้าวทำบ้างไม่ทำบ้างแล้วแต่อารมณ์เค้า แต่ส่วนใหญ่แฟนเราจะเป็นคนทำกับข้าว งานประจำของแม่แฟนคือเล่นหวย ไม่มีเงินก็ยืมคนอื่น พอได้เงินจากเราก็ค่อยเอาไปจ่ายทีหลัง (อันนี้คือเราเพิ่งรู้) จากแฟน เพราะเค้ารู้ว่าเราเป็นปากร้ายใจดีขี้สงสารคน ส่วนเรื่องหนี้ของเค้าไม่จบไม่สิ้นพูดแล้วพูดอีกจนเราเครียด อยากเอาดินเข้าธนาคารเพื่อเอามาปลดหนี้นอกระบบ เราต้องมาทะเลาะกับแฟนเพราะเค้าไม่พูดอะไรเลย แต่ให้เรากับแฟนจ่ายงวดให้ ไหนจะต้องมาเห็นบ้านไม่เรียบร้อยอีก สามีใหม่แม่แฟนคือกินข้าวเสร็จเศษอาหารในจานไม่ทิ้งลงถังขยะแต่กลับเอาไปแช่ไว้ในอ่าง ทำแบบนี้ประจำ กินข้าวไม่พร้อมคนอื่นดึก ๆ ค่อยเข้ามากินข้าว กินเหล้าค่อยมากินข้าวทีหลัง (ติดเกล้าขาวมาก) ซึ่งเราระแวงและไม่ค่อยมีความเป็นส่วนตัว แฟนเราไม่เรียบร้อยยังพอบ่นได้ ซึ่งเราก็ไม่โอเคทั้งการกระทำของแฟนนั่นแหละค่ะแต่ดีที่เรายังบ่นได้พูดได้เต็มปาก แต่นี่เป็นพ่อเป็นแม่คนมาก่อนแล้วอะ ทำไมไม่คิดบ้าง พอเราบ่นแฟนก็บอกให้เราอดทนเพราะอยู่กันหลายคน คือในความคิดของเรา ถ้าหากเราพูดบ่นแบบนี้ไปแล้ว แฟนก็คงไปบอกแม่เค้าเรื่องความเรียบร้อยบ้าง แต่เหมือนเดิม ไม่พูดอะไร
ไหนจะพากันกินข้าวไม่เคยเก็บ แบบกินกันหลาย ๆ คนอะค่ะแล้วนั่งนินทาคนอื่นตามแบบฉบับของคนตจว.เราก็คนตจว.ค่ะแต่ไม่เคยไปนั่งกินแบบนั้น กินเสร็จคือลุกเลย และไม่เคยไปกินรวมกันแบบนั้นด้วย เป็นคนที่ไม่ค่อยชอบคนเยอะ ๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่ตอนเช้าตื่นขึ้นมาต้องมาเห็นแมลงวันตอมเศษอาหารเป็นฟูงไม่ใช่น้อย ๆ นะคะ เราปรี้ดแตกใส่แฟนเป็นคนแรก เพราะนั่นแม่เค้าและเค้าไม่เคยจัดการอะไรเลย ส่วนคนที่เครียดคือเรา เพราะต้องมาตามเก็บตามเช็ด ทำงานก็เหนื่อยแล้ว ยังต้องมาเหนื่อยใจกับคนที่ไม่มีความรับผิดชอบอะไรเลย
แม่แฟน ถุงผ้าอนามัยใช้หมดแล้วแทนที่จะทิ้งลงถังขยะ แต่กลับทิ้งเรี่ยราดในบ้านซึ่งคนเป็นแม่ไม่ควรทำ อายุจะ 50 แล้วด้วย คือทุกอย่างที่เค้าใช้จะทิ้งตรงไหนก็ทิ้ง ใช้มีด ใช้หม้อไม่เคยเก็บไว้กับที่ ใช้เสร็จอยากวางไว้ตรงไหนก็วาง พอของหายเราบ่นใส่แฟนก็หาว่าเราบ่น ซึ่งจริง ๆ เราไม่ได้บ่นแฟนนะคะ บ่นคนเป็นแม่นั่นแหละแต่จะให้เราพูดตรง ๆ ก็ไม่ได้ บ่นเพราะอยากให้แฟนช่วยพูดกับแม่เค้าหน่อย แต่แฟนไม่พูดอะไร เลยต้องโดนหนัก โดนเราบ่นเช้าเย็น ในระหว่างท้องอ่อนจนถึง 9 เดือน เราแทบเป็นโรคประสาท แล้วแม่แฟนเป็นคนที่ชอบเที่ยวมากรู้ว่าตัวเองไม่มีเงินยังจะอยากเที่ยวอะไรหนักหนา แฟนเราดูตามใจมากเรื่องนี้ แต่เราไม่ห็นด้วยและคอยพูดขัดตลอด มีวันหนึ่งทะเลาะกันหนักมาก เพราะแฟนจะพาแม่เค้าไปเที่ยวแต่เราไม่ยอม ถึงขั้นจะเลิกกัน ซึ่งเราคิดว่าโดยปกติแล้วคนเป็นแม่เห็นลูกทะเลาะกันบ่อยและหนักขึ้นเรื่อย ๆ ก็น่าจะเข้าใจและคิดได้ แต่ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน เหลือจะเชื่อมากค่ะ เราถามแฟนเลยค่ะว่าเรากับแม่เค้า เค้าจะเลือกใคร แต่เค้าไม่ได้ตอบ คือเราไม่ได้เกลียดแม่แฟนนะคะ แต่แค่โกรธและไม่ชอบที่เค้าไม่มีความเกรงอกเกรงใจเราเลย
แบบว่าเห็นเราใจดีเค้าก็ยิ่งได้ใจประมาณนั้น แล้วก็มีปัญหาเข้ามาเพิ่มอีกค่ะ คือลูกชายคนโตของเขามาอยู่ด้วย การงานไม่ทำ ตื่นมากินแล้วก็นอน ส่วนเราเช้าถึงเย็นก็เห็นแต่บ้านรก ทิ้งขยะเรี่ยราด คราวนี้ทิ้งลงถังแต่ไม่ทิ้งใส่ถุงขยะที่สวมไว้ กินข้าวไม่เก็บจานที่ตัวเองกิน กินเสร็จคือลุกหนี จานไม่เอาไปแช่ทั้งที่ไม่ได้ล้างเองก็ควรเอาไปแช่ไว้ แต่มีแม่ถือหาง เลยไม่เกรงใจเรา และอะไร ๆ ก็คอยใช้แต่ลูกคนเล็กนั่นคือแฟนเรา ที่ทั้งทำงานด้วย เลี้ยงลูกให้เราก็เลี้ยงอย่างเดียวจริง ๆ แพมเพิสไม่ค่อยเปลี่ยนจนล้น รู้อยู่ว่าเด็กแรกเกิดฉี่บ่อย ขวดนมหลานไม่เคยล้าง ตอนเราชงนมให้ลูกก็ตำหนิว่าเราตีนมไม่แตก เม็ดเล็๊กเล็กขาว ๆ น่ะค่ะ ไม่ใช่เป็นก้อน ๆ นะคะ พอเค้าชงเองกลับพูดว่านมยี่ห้อนี้ชงยากตีไม่ค่อยแตกเลยเนอะ ทั้งที่มันก็เป็นเม็ดขาว ๆ เหมือนกัน ไอ้เราก็แบบคิดในใจไหงงั้นอะแม่ แล้วเค้าก็รู้ว่าทำงาน แต่เราต้องลุกมาล้างขวดนมลูก ชงนมลูก เก็บแพมเพิสลูก อาบน้ำให้ลูกเอง จะช่วยแต่ช่วยไม่สุดแบบนี้เรียกช่วยไหมคะ เราให้เดือนละเป็นหมื่น แทบไม่ต้องควักเงินของตัวเองซื้ออะไรเลย
ท้ายที่สุดความอดทนของเรามันขาดสะบั้น เราทะเลาะกับแฟนหนักกว่าทุกครั้ง เพราะเรื่องแม่เค้าและเรื่องพี่ชายของเค้า ในวันนั้นแม่แฟนเค้าก็คงรู้ตัวจริง ๆ และคงรู้ว่าไม่เอาอะไรแล้ว เพราะเราไม่ทะเลาะกับแฟนไม่ยอมลง ซึ่งแม่เค้าพูดแทรกขึ้นมาว่า "พอได้แล้ว มันเกินไปแล้วนะ รู้จักอดทนบ้าง" เราเลยสวนกลับไปว่า "ทำไมมาบอกหนูคนที่คอยตามเก็บตามเช็ดว่าให้อดทน? ทั้งที่รู้สาเหตุว่ามันมันเกิดจากอะไร กินกันเลยเก็บไหม" เราสวนกลับแค่นั้น เหมือนจี้ใจดำเค้า เค้าและสามีให้เก็บเสื้อใส่รถกระบะกลับไปอยู่บ้านเค้า ในระหว่างนั้นเราพูดกับแฟนว่า "จะกลับไปแม่ก็ไปซะ เพราะไม่เคยปกป้องกู ไม่เคยพูดอะไรเลย เค้าเป็นแม่ก็จริงแต่เลือกที่จะไม่พูดไม่เตือนอะไรเลย ผลลัพธ์มันถึงออกมาเป็นแบบนี้" แฟนเราเงียบค่ะ ไม่ตอบ เค้านิ่ง ก็คงจะโกรธแหละที่เราสวนแม่เค้าไปแบบนั้น
ทุกวันนี้ผลัดกันเลี้ยงลูกเองค่ะ แฟนขายน้ำปั่นที่โรงเรียนเช้า-เที่ยงก็กลับบ้านมาเปลี่ยนเราเลี้ยงลูก เย็นเราทำงานจนถึงตี 2-3 เราทำงานเกี่ยวกับวรรณคดีไทยค่ะ จึงค่อนข้างใช้สมอง เลี้ยงลูกเองเหนื่อยหน่อยแต่สบายใจ เพราะไม่มีคนคอยมาตินั่นนี่ที่เราทำ ส่วนแม่แฟนเค้าก็ไม่ค่อยได้โทรมาหาหลานหรือแทบจะไม่ได้โทรเลยก็ว่าได้ เราไม่ได้กีดกันย่าหลานนะคะมีแต่บอกให้แฟนโทรไปหาเค้า ส่วนความสัมพันธ์ของเรากับแฟนก็เหมือนเดิม ดีบ้างทะเลาะกันบ้าง แต่ไม่นานก็ปรับความเข้าใจกัน สิ่งหนึ่งที่เราพูดกับแฟน เราบอกเค้าว่า "ที่เค้าพูดกับแม่เธอวันนั้นเค้าไม่ไดรู้สึกผิดนะ เพราะเค้าไม่ได้ผิด แต่เธอและแม่ของเธอที่เป็นคนบีบเค้าเอง"
วีรกรรมของแม่แฟน
ไม่ทิ้งถุงผ้าอนามัย-ทิ้งเรี่ยราด ปล่อยผมเลี้ยงหลาน บ้านไม่กวาด พื้นไม่ถู ห้องน้ำไม่ขัด ไม่เรียบร้อย มีดในครัวหายหมด ใช้อะไรไม่เคยมาเก็บที่เดิม กับข้าวไม่ค่อยทำ ไม่ได้ทำงาน เล่นหวย
วีรกรรมสามีใหม่แม่แฟน
ติดเหล้าขาว กินแล้วเอาขวดแก้ววางกอง ๆ ไว้หน้าบ้าน แล้วบอกไม่ได้เดือดร้อนใครทั้งที่เราเป็นคนเก็บ กินข้าวดึก ไม่ทิ้งเศษอาหารในจานแต่เอาไปแช่อ่างเลย
วีรกรรมพี่แฟน
ขี้เกียจ กินข้าวไม่เก็บจาน ไม่เคยช่วยงานน้อง ไม่ช่วยงานบ้าน น้องพูดอะไรไม่ได้ เถียงน้องไม่ยอมลง ทั้งที่กับข้าวน้องเป็นคนซื้อ
วีรกรรมแฟน
รับรู้แต่ไม่รับเรื่อง รู้แต่ไม่กล้าบอกแม่ ไม่กล้าพูดกับแม่ พี่ก็บอกไม่ได้พูดไม่ได้ แต่เค้าเป็นคนใจเย็น
เราผู้รับชะตากรรม
กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน เก็บขยะ คอยดูแลความเรียบร้อยภายในบ้าน ทำงาน เลี้ยงลูก แบกรับความกดดันจากแม่ย่าทุกเรื่องที่แฟนไม่ค่อยรู้ซะส่วนใหญ่ หลัก ๆ เรื่องหนี้ที่เค้าเอาดินเข้าธนาคารแล้วไม่บอก อันนี้ทุกคนรู้ แฟนรู้ แต่เรารู้คนสุดท้ายและจ่ายหนี้ให้
ณ ตรงนี้ก็เลยอยากฟังมุมมองของคนอื่นบ้างค่ะ เราว่าพูดแรงไปไหมคะ และต่อจากนี้เราควรจะรับยังไงดี...
ปล.เรากับแฟนคบกันมา 7 ปี ปีที่ 7 มีลูกด้วยกัน 1 คน
อยากระบายความในใจและขอความคิดเห็นจากพี่ ๆ ชาวกระทู้พันทิปหน่อยค่ะ ไม่รู้จะคุยกับใครจริง ๆ
โดยปกติเรามักจะบ่นแฟนเป็นประจำเรื่องความไม่มีเรียบร้อย ต้องคอยบ่นคอยพูดเค้าก็ดีขึ้นหน่อย คือเรื่องมันเริ่มต้นตั้งแต่เราท้อง แม่แฟนและสามีใหม่ของเค้า(ยังไม่ได้แต่งงานกันนะคะ) ย้ายมาอยู่บ้านที่เรากับแฟนออกเงินช่วยกันสร้างคนละครึ่ง ย้ายมาแรก ๆ เราก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะค่ะเห็นว่าแม่แกก็ไม่มีบ้านอยู่ (มีแต่เป็นกระต๊อบเล็ก ๆ) คือก่อนที่เราจะมาสร้างบ้านที่ตจว. ก็ทำงานอยู่กรุงเทพกับแฟน พอเก็บเงินได้ก็ตกลงกันมาสร้างบ้านที่นี่เพราะเป็นที่ที่ปู่กับย่าแฟนท่านแบ่งให้ สร้างเสร็จเราสองคนและแมวอีก 7 ตัว เข้าอยู่ได้ประมาณ 5-6 เดือน แม่แฟนก็ย้ายมาอยู่ด้วย ตอนสร้างบ้านแม่แฟนกับแฟนใหม่ของเค้าก็มาช่วยนะคะ แต่เราไม่ได้ให้ช่วยฟรี ๆ เราให้เดือนละหมื่นกินฟรีอยู่ฟรี (หมายถึงไปมาไหนเรากับแฟนเป็นคนออกตลอดเพราะเห็นว่าไม่มีเงิน) แต่พอมาอยู่ด้วยกันจริง ๆ แฟนคือเรียกร้องทุกอย่าง แม้แต่หนี้ที่เค้าสร้างขึ้นมาเองก็ต้องมาเดือดร้อนเงินเรากับแฟน อันนี้เรารู้สึกว่ามันมากเกินไป ครั้งแรกเราจ่ายให้ 3 เจ้าเกือบ 4 หมื่น เพราะสงสาร แต่ครั้งนี้รู้สึกว่าจะได้ใจเกินไป แบบไม่เกรงใจเราเลย เค้ามักจะไปพูดระบายกับอดีตแม่สามีเก่าเค้า ว่าเครียดอย่างนั้นอย่างนี้อยากตายบ้างละ พูดกับเราก็พูดแต่เราแค่รับฟัง ซึ่งเค้าก็ไปบ่นกับลูกชายเค้าต่อ แต่แฟนเราเป็นคนไม่ค่อยพูด เค้ารับฟังนะแต่จะไม่ออกความคิดเห็นใด ๆ ณ ตอนนั้นเราท้องได้ 4 เดือน เริ่มเครียดเพราะทำงานออนไลน์รายได้ไม่เหมือนเดิม จากที่มีรายได้ 80k-100k ก็ลดลงมาเรื่อย ๆ เหลือเดือนละ 30k-50k ซึ่งถ้าหักลบกับค่าใช้จ่ายในบ้านมันไม่พอใช้จริง ๆ ค่ะ อันนี้ไม่อวด เดิมทีทำงานประจำได้เงินเดือนละ 15k-17k ก็อยู่ตัวเพราะไม่มีหนี้ พอมีบ้านก็เป็นหนี้ก้อนโต
เอาตรง ๆ นะคะ เรื่องที่แม่แฟนไม่ได้ทำงานเราโอเคมากค่ะ แต่เรื่องที่เค้ามาอยู่ด้วยแล้วไม่ช่วยดูแลบ้าน ไม่เคยกวาดบ้าน ถูบ้าน ต่อให้พื้นจะซาแค่ไหนก็เดินย้ำไปมา ห้องน้ำไม่เคยขัด และเรื่องหนี้ของเค้าที่คอยพูดกดดันให้เรารู้สึกแย่ ส่วนกับข้าวทำบ้างไม่ทำบ้างแล้วแต่อารมณ์เค้า แต่ส่วนใหญ่แฟนเราจะเป็นคนทำกับข้าว งานประจำของแม่แฟนคือเล่นหวย ไม่มีเงินก็ยืมคนอื่น พอได้เงินจากเราก็ค่อยเอาไปจ่ายทีหลัง (อันนี้คือเราเพิ่งรู้) จากแฟน เพราะเค้ารู้ว่าเราเป็นปากร้ายใจดีขี้สงสารคน ส่วนเรื่องหนี้ของเค้าไม่จบไม่สิ้นพูดแล้วพูดอีกจนเราเครียด อยากเอาดินเข้าธนาคารเพื่อเอามาปลดหนี้นอกระบบ เราต้องมาทะเลาะกับแฟนเพราะเค้าไม่พูดอะไรเลย แต่ให้เรากับแฟนจ่ายงวดให้ ไหนจะต้องมาเห็นบ้านไม่เรียบร้อยอีก สามีใหม่แม่แฟนคือกินข้าวเสร็จเศษอาหารในจานไม่ทิ้งลงถังขยะแต่กลับเอาไปแช่ไว้ในอ่าง ทำแบบนี้ประจำ กินข้าวไม่พร้อมคนอื่นดึก ๆ ค่อยเข้ามากินข้าว กินเหล้าค่อยมากินข้าวทีหลัง (ติดเกล้าขาวมาก) ซึ่งเราระแวงและไม่ค่อยมีความเป็นส่วนตัว แฟนเราไม่เรียบร้อยยังพอบ่นได้ ซึ่งเราก็ไม่โอเคทั้งการกระทำของแฟนนั่นแหละค่ะแต่ดีที่เรายังบ่นได้พูดได้เต็มปาก แต่นี่เป็นพ่อเป็นแม่คนมาก่อนแล้วอะ ทำไมไม่คิดบ้าง พอเราบ่นแฟนก็บอกให้เราอดทนเพราะอยู่กันหลายคน คือในความคิดของเรา ถ้าหากเราพูดบ่นแบบนี้ไปแล้ว แฟนก็คงไปบอกแม่เค้าเรื่องความเรียบร้อยบ้าง แต่เหมือนเดิม ไม่พูดอะไร
ไหนจะพากันกินข้าวไม่เคยเก็บ แบบกินกันหลาย ๆ คนอะค่ะแล้วนั่งนินทาคนอื่นตามแบบฉบับของคนตจว.เราก็คนตจว.ค่ะแต่ไม่เคยไปนั่งกินแบบนั้น กินเสร็จคือลุกเลย และไม่เคยไปกินรวมกันแบบนั้นด้วย เป็นคนที่ไม่ค่อยชอบคนเยอะ ๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่ตอนเช้าตื่นขึ้นมาต้องมาเห็นแมลงวันตอมเศษอาหารเป็นฟูงไม่ใช่น้อย ๆ นะคะ เราปรี้ดแตกใส่แฟนเป็นคนแรก เพราะนั่นแม่เค้าและเค้าไม่เคยจัดการอะไรเลย ส่วนคนที่เครียดคือเรา เพราะต้องมาตามเก็บตามเช็ด ทำงานก็เหนื่อยแล้ว ยังต้องมาเหนื่อยใจกับคนที่ไม่มีความรับผิดชอบอะไรเลย
แม่แฟน ถุงผ้าอนามัยใช้หมดแล้วแทนที่จะทิ้งลงถังขยะ แต่กลับทิ้งเรี่ยราดในบ้านซึ่งคนเป็นแม่ไม่ควรทำ อายุจะ 50 แล้วด้วย คือทุกอย่างที่เค้าใช้จะทิ้งตรงไหนก็ทิ้ง ใช้มีด ใช้หม้อไม่เคยเก็บไว้กับที่ ใช้เสร็จอยากวางไว้ตรงไหนก็วาง พอของหายเราบ่นใส่แฟนก็หาว่าเราบ่น ซึ่งจริง ๆ เราไม่ได้บ่นแฟนนะคะ บ่นคนเป็นแม่นั่นแหละแต่จะให้เราพูดตรง ๆ ก็ไม่ได้ บ่นเพราะอยากให้แฟนช่วยพูดกับแม่เค้าหน่อย แต่แฟนไม่พูดอะไร เลยต้องโดนหนัก โดนเราบ่นเช้าเย็น ในระหว่างท้องอ่อนจนถึง 9 เดือน เราแทบเป็นโรคประสาท แล้วแม่แฟนเป็นคนที่ชอบเที่ยวมากรู้ว่าตัวเองไม่มีเงินยังจะอยากเที่ยวอะไรหนักหนา แฟนเราดูตามใจมากเรื่องนี้ แต่เราไม่ห็นด้วยและคอยพูดขัดตลอด มีวันหนึ่งทะเลาะกันหนักมาก เพราะแฟนจะพาแม่เค้าไปเที่ยวแต่เราไม่ยอม ถึงขั้นจะเลิกกัน ซึ่งเราคิดว่าโดยปกติแล้วคนเป็นแม่เห็นลูกทะเลาะกันบ่อยและหนักขึ้นเรื่อย ๆ ก็น่าจะเข้าใจและคิดได้ แต่ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน เหลือจะเชื่อมากค่ะ เราถามแฟนเลยค่ะว่าเรากับแม่เค้า เค้าจะเลือกใคร แต่เค้าไม่ได้ตอบ คือเราไม่ได้เกลียดแม่แฟนนะคะ แต่แค่โกรธและไม่ชอบที่เค้าไม่มีความเกรงอกเกรงใจเราเลย
แบบว่าเห็นเราใจดีเค้าก็ยิ่งได้ใจประมาณนั้น แล้วก็มีปัญหาเข้ามาเพิ่มอีกค่ะ คือลูกชายคนโตของเขามาอยู่ด้วย การงานไม่ทำ ตื่นมากินแล้วก็นอน ส่วนเราเช้าถึงเย็นก็เห็นแต่บ้านรก ทิ้งขยะเรี่ยราด คราวนี้ทิ้งลงถังแต่ไม่ทิ้งใส่ถุงขยะที่สวมไว้ กินข้าวไม่เก็บจานที่ตัวเองกิน กินเสร็จคือลุกหนี จานไม่เอาไปแช่ทั้งที่ไม่ได้ล้างเองก็ควรเอาไปแช่ไว้ แต่มีแม่ถือหาง เลยไม่เกรงใจเรา และอะไร ๆ ก็คอยใช้แต่ลูกคนเล็กนั่นคือแฟนเรา ที่ทั้งทำงานด้วย เลี้ยงลูกให้เราก็เลี้ยงอย่างเดียวจริง ๆ แพมเพิสไม่ค่อยเปลี่ยนจนล้น รู้อยู่ว่าเด็กแรกเกิดฉี่บ่อย ขวดนมหลานไม่เคยล้าง ตอนเราชงนมให้ลูกก็ตำหนิว่าเราตีนมไม่แตก เม็ดเล็๊กเล็กขาว ๆ น่ะค่ะ ไม่ใช่เป็นก้อน ๆ นะคะ พอเค้าชงเองกลับพูดว่านมยี่ห้อนี้ชงยากตีไม่ค่อยแตกเลยเนอะ ทั้งที่มันก็เป็นเม็ดขาว ๆ เหมือนกัน ไอ้เราก็แบบคิดในใจไหงงั้นอะแม่ แล้วเค้าก็รู้ว่าทำงาน แต่เราต้องลุกมาล้างขวดนมลูก ชงนมลูก เก็บแพมเพิสลูก อาบน้ำให้ลูกเอง จะช่วยแต่ช่วยไม่สุดแบบนี้เรียกช่วยไหมคะ เราให้เดือนละเป็นหมื่น แทบไม่ต้องควักเงินของตัวเองซื้ออะไรเลย
ท้ายที่สุดความอดทนของเรามันขาดสะบั้น เราทะเลาะกับแฟนหนักกว่าทุกครั้ง เพราะเรื่องแม่เค้าและเรื่องพี่ชายของเค้า ในวันนั้นแม่แฟนเค้าก็คงรู้ตัวจริง ๆ และคงรู้ว่าไม่เอาอะไรแล้ว เพราะเราไม่ทะเลาะกับแฟนไม่ยอมลง ซึ่งแม่เค้าพูดแทรกขึ้นมาว่า "พอได้แล้ว มันเกินไปแล้วนะ รู้จักอดทนบ้าง" เราเลยสวนกลับไปว่า "ทำไมมาบอกหนูคนที่คอยตามเก็บตามเช็ดว่าให้อดทน? ทั้งที่รู้สาเหตุว่ามันมันเกิดจากอะไร กินกันเลยเก็บไหม" เราสวนกลับแค่นั้น เหมือนจี้ใจดำเค้า เค้าและสามีให้เก็บเสื้อใส่รถกระบะกลับไปอยู่บ้านเค้า ในระหว่างนั้นเราพูดกับแฟนว่า "จะกลับไปแม่ก็ไปซะ เพราะไม่เคยปกป้องกู ไม่เคยพูดอะไรเลย เค้าเป็นแม่ก็จริงแต่เลือกที่จะไม่พูดไม่เตือนอะไรเลย ผลลัพธ์มันถึงออกมาเป็นแบบนี้" แฟนเราเงียบค่ะ ไม่ตอบ เค้านิ่ง ก็คงจะโกรธแหละที่เราสวนแม่เค้าไปแบบนั้น
ทุกวันนี้ผลัดกันเลี้ยงลูกเองค่ะ แฟนขายน้ำปั่นที่โรงเรียนเช้า-เที่ยงก็กลับบ้านมาเปลี่ยนเราเลี้ยงลูก เย็นเราทำงานจนถึงตี 2-3 เราทำงานเกี่ยวกับวรรณคดีไทยค่ะ จึงค่อนข้างใช้สมอง เลี้ยงลูกเองเหนื่อยหน่อยแต่สบายใจ เพราะไม่มีคนคอยมาตินั่นนี่ที่เราทำ ส่วนแม่แฟนเค้าก็ไม่ค่อยได้โทรมาหาหลานหรือแทบจะไม่ได้โทรเลยก็ว่าได้ เราไม่ได้กีดกันย่าหลานนะคะมีแต่บอกให้แฟนโทรไปหาเค้า ส่วนความสัมพันธ์ของเรากับแฟนก็เหมือนเดิม ดีบ้างทะเลาะกันบ้าง แต่ไม่นานก็ปรับความเข้าใจกัน สิ่งหนึ่งที่เราพูดกับแฟน เราบอกเค้าว่า "ที่เค้าพูดกับแม่เธอวันนั้นเค้าไม่ไดรู้สึกผิดนะ เพราะเค้าไม่ได้ผิด แต่เธอและแม่ของเธอที่เป็นคนบีบเค้าเอง"
วีรกรรมของแม่แฟน
ไม่ทิ้งถุงผ้าอนามัย-ทิ้งเรี่ยราด ปล่อยผมเลี้ยงหลาน บ้านไม่กวาด พื้นไม่ถู ห้องน้ำไม่ขัด ไม่เรียบร้อย มีดในครัวหายหมด ใช้อะไรไม่เคยมาเก็บที่เดิม กับข้าวไม่ค่อยทำ ไม่ได้ทำงาน เล่นหวย
วีรกรรมสามีใหม่แม่แฟน
ติดเหล้าขาว กินแล้วเอาขวดแก้ววางกอง ๆ ไว้หน้าบ้าน แล้วบอกไม่ได้เดือดร้อนใครทั้งที่เราเป็นคนเก็บ กินข้าวดึก ไม่ทิ้งเศษอาหารในจานแต่เอาไปแช่อ่างเลย
วีรกรรมพี่แฟน
ขี้เกียจ กินข้าวไม่เก็บจาน ไม่เคยช่วยงานน้อง ไม่ช่วยงานบ้าน น้องพูดอะไรไม่ได้ เถียงน้องไม่ยอมลง ทั้งที่กับข้าวน้องเป็นคนซื้อ
วีรกรรมแฟน
รับรู้แต่ไม่รับเรื่อง รู้แต่ไม่กล้าบอกแม่ ไม่กล้าพูดกับแม่ พี่ก็บอกไม่ได้พูดไม่ได้ แต่เค้าเป็นคนใจเย็น
เราผู้รับชะตากรรม
กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน เก็บขยะ คอยดูแลความเรียบร้อยภายในบ้าน ทำงาน เลี้ยงลูก แบกรับความกดดันจากแม่ย่าทุกเรื่องที่แฟนไม่ค่อยรู้ซะส่วนใหญ่ หลัก ๆ เรื่องหนี้ที่เค้าเอาดินเข้าธนาคารแล้วไม่บอก อันนี้ทุกคนรู้ แฟนรู้ แต่เรารู้คนสุดท้ายและจ่ายหนี้ให้
ณ ตรงนี้ก็เลยอยากฟังมุมมองของคนอื่นบ้างค่ะ เราว่าพูดแรงไปไหมคะ และต่อจากนี้เราควรจะรับยังไงดี...
ปล.เรากับแฟนคบกันมา 7 ปี ปีที่ 7 มีลูกด้วยกัน 1 คน