หลายตรั้งเห็นกระแสเกลียดเกาหลีในไทยแรงมาก โดยเฉพาะประเด็นเรื่องวัฒนธรรมที่มักจะถูกแปะป้ายว่า "เกาหลีขี้เคลม" ชอบขโมยวัฒนธรรมจีนมาเป็นของตัวเอง
ผมเองก็ไม่ได้จะมาอวยเกาหลี (ยอมรับว่าชาตินี้ขี้โม้และชาตินิยมจัดจริง) แต่สิ่งที่ผมทนไม่ได้คือ "ตรรกะวิบัติ" และ "Fake News" ที่ถูกส่งต่อกันมาจนคนไทยหลายคนเข้าใจผิด
วันนี้ผมขอเอาหลักฐานมากาง "แหก" ทีละประเด็นครับ ว่าอันไหนเคลมจริง หรืออันไหนแค่โดนใส่ร้าย
1. ดราม่า "ฮันบก" vs "ฮั่นฝู่": เทียบกับ "เพื่อนบ้านเรา" แล้วจะเก็ท!
คนจีน (และคนไทยบางกลุ่ม) ชอบด่าว่าเกาหลีเคลมชุดจีน โดยบอกว่า "ฮันบก" ก๊อปมาจาก "ชุดราชวงศ์หมิง"
ความจริงคือ: ใช่ครับ เกาหลีรับอิทธิพลจีนมา (เหมือนที่ทั้งเอเชียรับมา) แต่เกาหลีเขาพัฒนาต่อจนเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองในยุคโชซอน (เอวสูง, กระโปรงสุ่ม, การผูกปม)
ถามว่าเกาหลีเคลมไหม?
ถ้าเกาหลีเคลมจริง: เกาหลีต้องชี้ไปที่ชุดจีนโบราณ (ฮั่นฝู่) แล้วตะโกนว่า "นี่คือชุดเกาหลี! จีนก๊อปไป!"
แต่สิ่งที่เกาหลีทำ: เขาชี้มาที่ "ฮันบก" แล้วบอกว่า "นี่คือชุดประจำชาติฉัน"
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ:
ลองนึกถึงดราม่า "ไทย vs เพื่อนบ้าน" ดูนะครับ
ถ้าเพื่อนบ้านชี้มาที่ "ชุดไทยศิวาลัย" หรือ "มวยไทย" แล้วบอกว่า "นี่คือของเขานะ ไทยก๊อปไป" <-- อันนี้เรียกเคลม (เพราะชี้ของคนอื่นแล้วตู่ว่าเป็นของตัว)
แต่กรณีเกาหลี... ถ้าเราด่าเกาหลีว่าก๊อปจีน มันจะเหมือนกับเราไปด่าคนไทยว่า "เฮ้ย! ชุดไทยก๊อปเขมรมานิ มวยไทยก็ก๊อปโบกาตอร์มานิ"... ซึ่งเราคงเถียงขาดใจใช่มั้ยครับว่า "เฮ้ย รากฐานร่วมกันมีจริง แต่ฉันเอามาพัฒนาจนเป็นแบบไทยแล้วโว้ย ไม่ได้ก๊อป!"
เกาหลีก็เหมือนกันครับ เขาไม่ได้เคลม "ฮั่นฝู่" แต่เขาปกป้อง "ฮันบก" ที่เป็นเวอร์ชันของเขาครับ
2. ดราม่า "กิมจิ": หลักฐานมัดตัว จีนยอมรับเองแต่ทำเนียน!
เรื่องนี้จีนพยายามบอกว่า กิมจิ = เป่าไช่ (ผักดองจีน) ดังนั้นกิมจิคือของจีน แต่หลักฐานมันมัดตัวแน่นหนามากครับ
หลักฐานชิ้นที่ 1: ภาษาจีนมันฟ้อง
คนจีนเรียกกิมจิว่า "หานซื่อ เป่าไช่" (韩式泡菜)
หาน (韩) = เกาหลี
ซื่อ (式) = สไตล์
แปลว่า "ผักดองสไตล์เกาหลี"
ถามคำเดียว: ถ้ามันเป็นของจีน 100% จะเติมคำว่า "เกาหลี" ไปทำไม? การเรียกแบบนี้คือการยอมรับโดยดุษฎีแล้วว่า มันมีเอกลักษณ์ต่างจากของจีน
หลักฐานชิ้นที่ 2: ใบรับรอง ISO (ใบเสร็จความโป๊ะ)
ตอนที่จีนไปยื่นขอมาตรฐาน ISO ให้กับ "เป่าไช่" สื่อจีนประโคมข่าวใหญ่โตว่า "จีนเป็นผู้นำมาตรฐานกิมจิโลก" กะจะตบหน้าเกาหลี
แต่ความจริงในเอกสาร: ในใบรับรอง ISO ฉบับนั้น (ISO 24220) ระบุในหมายเหตุชัดเจนว่า...
"This document does not apply to kimchi." (เอกสารฉบับนี้ ไม่ครอบคลุมถึง กิมจิ)
สรุป: แม้แต่องค์กรระดับโลก หรือตัวคนยื่นเอกสารเอง ก็รู้อยู่เต็มอกว่า กิมจิ กับ เป่าไช่ มันคนละอย่างกัน! แล้วจะมาเนียนเคลมเพื่อ?
3. ดราม่า "ขงจื๊อ & พระพุทธเจ้า": เฟคนิวส์ระดับชาติ!
อันนี้คือสิ่งที่คนไทยโดนปั่นหัวเยอะที่สุด ข่าวลือประเภทว่า "เกาหลีบอกว่าขงจื๊อเป็นคนเกาหลี" หรือ "เกาหลีบอกว่าพระพุทธเจ้าเป็นคนเกาหลี"
ความจริง:
ไม่มีตำราเรียนเล่มไหนในเกาหลีสอนแบบนั้น
ไม่มีนักวิชาการเกาหลีคนไหนพูดแบบนั้น
แล้วข่าวมาจากไหน?
ส่วนใหญ่มาจาก "สื่อชาตินิยมจีน" หรือ "ชาวเน็ตจีน" ที่ปั่นข่าวปลอมขึ้นมาเพื่อปลุกระดมให้คนเกลียดเกาหลีครับ (อารมณ์เหมือนเพจเสี้ยมในอาเซียนที่ชอบปั่น ทั้งที่ต้นทางไม่มีอะไรเลย)
แต่คนไทยเราไปเสพสื่อจีน หรือฟังเขาเล่าต่อๆ กันมา ก็เลยเชื่อเป็นตุเป็นตะว่าเกาหลีมันบ้าขนาดนั้น
4. มหากาพย์ "เทศกาลเรือมังกร" (ตวนอู่) vs "คังนึงดาโนเจ": คนละเรื่องเดียวกัน!
เรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่ตอนปี 2005 ที่เกาหลียื่นจดทะเบียน "เทศกาลคังนึงดาโนเจ" เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม กับ UNESCO แล้วคนจีนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ หาว่าเกาหลีขโมย "เทศกาลตวนอู่" ของจีนไป
ความจริงที่ชาวเน็ตจีนเงิบ:
ใช่ครับ ชื่อ "ดาโน" รากศัพท์มาจาก "ตวนอู่" และจัดในวันที่ 5 เดือน 5 เหมือนกัน (เพราะรับอิทธิพลปฏิทินจันทรคติมา) "แต่ไส้ในกิจกรรมมันคนละเรื่องเลยครับ!"
จีน (ตวนอู่): แข่งเรือมังกร, กินบ๊ะจ่าง, รำลึกกวีชวีหยวน
เกาหลี (คังนึงดาโนเจ):
ไม่มี แข่งเรือมังกร
ไม่มี กินบ๊ะจ่าง
ไม่มี ชวีหยวน
แต่มี: การทำพิธีกรรมทรงเจ้าเข้าผี, การรำหน้ากาก, การเล่นชิงช้า และ "การสระผมด้วยน้ำดอกไอริส "
ตรรกะพังๆ ของคนเคลม:
การที่จีนด่าเกาหลีเรื่องนี้ มันตลกเหมือนกับ...
"คนอินเดียมาชี้หน้าด่าคนไทยว่าขโมย 'สงกรานต์' ไปจดมรดกโลก โดยอ้างว่าคำว่า 'สงกรานต์' มาจากภาษาสันสกฤตของอินเดีย และรับวัฒนธรรมสาดน้ำไปจากอินเดีย"
คุณคิดว่าคนไทยจะยอมไหมครับ? เราก็ต้องเถียงสิว่า "เฮ้ย! รากศัพท์อาจจะใช่ แต่สงกรานต์ไทย มีรดน้ำดำหัว มีก่อเจดีย์ทราย มีนางสงกรานต์ มันวิวัฒนาการจนเป็นของไทยแล้ว ไม่ใช่อินเดีย!"
UNESCO เขาไม่ได้โง่ครับ: ที่เขาให้เกาหลีผ่าน เพราะเขาจดทะเบียนเฉพาะ "เทศกาลดาโนเจ ที่เมืองคังนึง" (ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นสูงมาก) เขาไม่ได้จดทะเบียนเหมาเข่งว่า "วันวันที่ 5 เดือน 5 เป็นของเกาหลี" สักหน่อย
ดังนั้นใครบอกเกาหลีขโมยเทศกาลเรือมังกร คือมั่วครับ เพราะที่เกาหลีเขา "ไม่ได้พายเรือครับพี่!
เราต้องแยกให้ออกระหว่าง "ขี้โม้" กับ "ขี้ขโมย"
เกาหลี นิสัยคือ "ขี้โม้ + ภูมิใจเวอร์ " อะไรนิดอะไรหน่อยก็ K-Culture, K-Style พยายามสร้างแบรนด์ตัวเองให้ดูยิ่งใหญ่ (ซึ่งบางทีก็น่าหมั่นไส้จริง)
การเคลม คือการชี้ไปที่ของคนอื่นแล้วบอกว่าเป็นของฉัน (เหมือนเคสเพื่อนบ้านเรา)
อยากให้คนไทยมองเกาหลีแบบแฟร์ๆ ครับ เรื่องไหนที่เขามีรากวัฒนธรรมร่วมกัน แต่เขาเอาไปต่อยอดจนเป็น Soft Power ของเขา (เช่น ฮันบก, กิมจิ, เทศกาลดาโนเจ) <-- อันนี้เราควรดูเป็นเยี่ยงอย่างครับว่าทำไมเขาถึงสร้างมูลค่าได้ขนาดนั้น แทนที่จะไปร่วมวงด่าตามกระแสจีน การที่จีนพยายามไล่เคลมทุกอย่างที่มีรากจากจีน ว่าเป็น "ของจีนทั้งหมด" มันคือนโยบายการเมืองครับ ถ้าเราไปบ้าจี้ตามจีน วันดีคืนดีจีนอาจจะหันมาเคลม "ก๋วยเตี๋ยว" หรือ "ขนมเข่ง" ในไทยบ้างก็ได้ ใครจะไปรู้?
เลิกด่าผิดประเด็น! เอาหลักฐานมากาง... จริงๆ แล้ว "เกาหลีขี้เคลม" หรือ "จีนปั่นเฟคนิวส์"?
ผมเองก็ไม่ได้จะมาอวยเกาหลี (ยอมรับว่าชาตินี้ขี้โม้และชาตินิยมจัดจริง) แต่สิ่งที่ผมทนไม่ได้คือ "ตรรกะวิบัติ" และ "Fake News" ที่ถูกส่งต่อกันมาจนคนไทยหลายคนเข้าใจผิด
วันนี้ผมขอเอาหลักฐานมากาง "แหก" ทีละประเด็นครับ ว่าอันไหนเคลมจริง หรืออันไหนแค่โดนใส่ร้าย
1. ดราม่า "ฮันบก" vs "ฮั่นฝู่": เทียบกับ "เพื่อนบ้านเรา" แล้วจะเก็ท!
คนจีน (และคนไทยบางกลุ่ม) ชอบด่าว่าเกาหลีเคลมชุดจีน โดยบอกว่า "ฮันบก" ก๊อปมาจาก "ชุดราชวงศ์หมิง"
ความจริงคือ: ใช่ครับ เกาหลีรับอิทธิพลจีนมา (เหมือนที่ทั้งเอเชียรับมา) แต่เกาหลีเขาพัฒนาต่อจนเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองในยุคโชซอน (เอวสูง, กระโปรงสุ่ม, การผูกปม)
ถามว่าเกาหลีเคลมไหม?
ถ้าเกาหลีเคลมจริง: เกาหลีต้องชี้ไปที่ชุดจีนโบราณ (ฮั่นฝู่) แล้วตะโกนว่า "นี่คือชุดเกาหลี! จีนก๊อปไป!"
แต่สิ่งที่เกาหลีทำ: เขาชี้มาที่ "ฮันบก" แล้วบอกว่า "นี่คือชุดประจำชาติฉัน"
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ:
ลองนึกถึงดราม่า "ไทย vs เพื่อนบ้าน" ดูนะครับ
ถ้าเพื่อนบ้านชี้มาที่ "ชุดไทยศิวาลัย" หรือ "มวยไทย" แล้วบอกว่า "นี่คือของเขานะ ไทยก๊อปไป" <-- อันนี้เรียกเคลม (เพราะชี้ของคนอื่นแล้วตู่ว่าเป็นของตัว)
แต่กรณีเกาหลี... ถ้าเราด่าเกาหลีว่าก๊อปจีน มันจะเหมือนกับเราไปด่าคนไทยว่า "เฮ้ย! ชุดไทยก๊อปเขมรมานิ มวยไทยก็ก๊อปโบกาตอร์มานิ"... ซึ่งเราคงเถียงขาดใจใช่มั้ยครับว่า "เฮ้ย รากฐานร่วมกันมีจริง แต่ฉันเอามาพัฒนาจนเป็นแบบไทยแล้วโว้ย ไม่ได้ก๊อป!"
เกาหลีก็เหมือนกันครับ เขาไม่ได้เคลม "ฮั่นฝู่" แต่เขาปกป้อง "ฮันบก" ที่เป็นเวอร์ชันของเขาครับ
2. ดราม่า "กิมจิ": หลักฐานมัดตัว จีนยอมรับเองแต่ทำเนียน!
เรื่องนี้จีนพยายามบอกว่า กิมจิ = เป่าไช่ (ผักดองจีน) ดังนั้นกิมจิคือของจีน แต่หลักฐานมันมัดตัวแน่นหนามากครับ
หลักฐานชิ้นที่ 1: ภาษาจีนมันฟ้อง
คนจีนเรียกกิมจิว่า "หานซื่อ เป่าไช่" (韩式泡菜)
หาน (韩) = เกาหลี
ซื่อ (式) = สไตล์
แปลว่า "ผักดองสไตล์เกาหลี"
ถามคำเดียว: ถ้ามันเป็นของจีน 100% จะเติมคำว่า "เกาหลี" ไปทำไม? การเรียกแบบนี้คือการยอมรับโดยดุษฎีแล้วว่า มันมีเอกลักษณ์ต่างจากของจีน
หลักฐานชิ้นที่ 2: ใบรับรอง ISO (ใบเสร็จความโป๊ะ)
ตอนที่จีนไปยื่นขอมาตรฐาน ISO ให้กับ "เป่าไช่" สื่อจีนประโคมข่าวใหญ่โตว่า "จีนเป็นผู้นำมาตรฐานกิมจิโลก" กะจะตบหน้าเกาหลี
แต่ความจริงในเอกสาร: ในใบรับรอง ISO ฉบับนั้น (ISO 24220) ระบุในหมายเหตุชัดเจนว่า...
"This document does not apply to kimchi." (เอกสารฉบับนี้ ไม่ครอบคลุมถึง กิมจิ)
สรุป: แม้แต่องค์กรระดับโลก หรือตัวคนยื่นเอกสารเอง ก็รู้อยู่เต็มอกว่า กิมจิ กับ เป่าไช่ มันคนละอย่างกัน! แล้วจะมาเนียนเคลมเพื่อ?
3. ดราม่า "ขงจื๊อ & พระพุทธเจ้า": เฟคนิวส์ระดับชาติ!
อันนี้คือสิ่งที่คนไทยโดนปั่นหัวเยอะที่สุด ข่าวลือประเภทว่า "เกาหลีบอกว่าขงจื๊อเป็นคนเกาหลี" หรือ "เกาหลีบอกว่าพระพุทธเจ้าเป็นคนเกาหลี"
ความจริง:
ไม่มีตำราเรียนเล่มไหนในเกาหลีสอนแบบนั้น
ไม่มีนักวิชาการเกาหลีคนไหนพูดแบบนั้น
แล้วข่าวมาจากไหน?
ส่วนใหญ่มาจาก "สื่อชาตินิยมจีน" หรือ "ชาวเน็ตจีน" ที่ปั่นข่าวปลอมขึ้นมาเพื่อปลุกระดมให้คนเกลียดเกาหลีครับ (อารมณ์เหมือนเพจเสี้ยมในอาเซียนที่ชอบปั่น ทั้งที่ต้นทางไม่มีอะไรเลย)
แต่คนไทยเราไปเสพสื่อจีน หรือฟังเขาเล่าต่อๆ กันมา ก็เลยเชื่อเป็นตุเป็นตะว่าเกาหลีมันบ้าขนาดนั้น
4. มหากาพย์ "เทศกาลเรือมังกร" (ตวนอู่) vs "คังนึงดาโนเจ": คนละเรื่องเดียวกัน!
เรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่ตอนปี 2005 ที่เกาหลียื่นจดทะเบียน "เทศกาลคังนึงดาโนเจ" เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม กับ UNESCO แล้วคนจีนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ หาว่าเกาหลีขโมย "เทศกาลตวนอู่" ของจีนไป
ความจริงที่ชาวเน็ตจีนเงิบ:
ใช่ครับ ชื่อ "ดาโน" รากศัพท์มาจาก "ตวนอู่" และจัดในวันที่ 5 เดือน 5 เหมือนกัน (เพราะรับอิทธิพลปฏิทินจันทรคติมา) "แต่ไส้ในกิจกรรมมันคนละเรื่องเลยครับ!"
จีน (ตวนอู่): แข่งเรือมังกร, กินบ๊ะจ่าง, รำลึกกวีชวีหยวน
เกาหลี (คังนึงดาโนเจ):
ไม่มี แข่งเรือมังกร
ไม่มี กินบ๊ะจ่าง
ไม่มี ชวีหยวน
แต่มี: การทำพิธีกรรมทรงเจ้าเข้าผี, การรำหน้ากาก, การเล่นชิงช้า และ "การสระผมด้วยน้ำดอกไอริส "
ตรรกะพังๆ ของคนเคลม:
การที่จีนด่าเกาหลีเรื่องนี้ มันตลกเหมือนกับ...
"คนอินเดียมาชี้หน้าด่าคนไทยว่าขโมย 'สงกรานต์' ไปจดมรดกโลก โดยอ้างว่าคำว่า 'สงกรานต์' มาจากภาษาสันสกฤตของอินเดีย และรับวัฒนธรรมสาดน้ำไปจากอินเดีย"
คุณคิดว่าคนไทยจะยอมไหมครับ? เราก็ต้องเถียงสิว่า "เฮ้ย! รากศัพท์อาจจะใช่ แต่สงกรานต์ไทย มีรดน้ำดำหัว มีก่อเจดีย์ทราย มีนางสงกรานต์ มันวิวัฒนาการจนเป็นของไทยแล้ว ไม่ใช่อินเดีย!"
UNESCO เขาไม่ได้โง่ครับ: ที่เขาให้เกาหลีผ่าน เพราะเขาจดทะเบียนเฉพาะ "เทศกาลดาโนเจ ที่เมืองคังนึง" (ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นสูงมาก) เขาไม่ได้จดทะเบียนเหมาเข่งว่า "วันวันที่ 5 เดือน 5 เป็นของเกาหลี" สักหน่อย
ดังนั้นใครบอกเกาหลีขโมยเทศกาลเรือมังกร คือมั่วครับ เพราะที่เกาหลีเขา "ไม่ได้พายเรือครับพี่!
เราต้องแยกให้ออกระหว่าง "ขี้โม้" กับ "ขี้ขโมย"
เกาหลี นิสัยคือ "ขี้โม้ + ภูมิใจเวอร์ " อะไรนิดอะไรหน่อยก็ K-Culture, K-Style พยายามสร้างแบรนด์ตัวเองให้ดูยิ่งใหญ่ (ซึ่งบางทีก็น่าหมั่นไส้จริง)
การเคลม คือการชี้ไปที่ของคนอื่นแล้วบอกว่าเป็นของฉัน (เหมือนเคสเพื่อนบ้านเรา)
อยากให้คนไทยมองเกาหลีแบบแฟร์ๆ ครับ เรื่องไหนที่เขามีรากวัฒนธรรมร่วมกัน แต่เขาเอาไปต่อยอดจนเป็น Soft Power ของเขา (เช่น ฮันบก, กิมจิ, เทศกาลดาโนเจ) <-- อันนี้เราควรดูเป็นเยี่ยงอย่างครับว่าทำไมเขาถึงสร้างมูลค่าได้ขนาดนั้น แทนที่จะไปร่วมวงด่าตามกระแสจีน การที่จีนพยายามไล่เคลมทุกอย่างที่มีรากจากจีน ว่าเป็น "ของจีนทั้งหมด" มันคือนโยบายการเมืองครับ ถ้าเราไปบ้าจี้ตามจีน วันดีคืนดีจีนอาจจะหันมาเคลม "ก๋วยเตี๋ยว" หรือ "ขนมเข่ง" ในไทยบ้างก็ได้ ใครจะไปรู้?