เมื่อ อาจารย์อ๊อด โดนผีหลอก

* กระทู้นี้สามารถใช้งานได้เฉพาะผู้ที่มี Link นี้เท่านั้นค่ะ
เมื่อนักวิทยาศาสตร์อันดับต้นของประเทศไทย โดนผีหลอก เจอเหตุการณ์เช่นนี้เขาจะมีความคิดเห็นเช่นไร ฟังได้ในคลิปนี้ได้เลย
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
**** ในมุมมองส่วนตัวของผม
- ข่าวนี้ได้เผยแพร่เมื่อ2-3วันก่อน ผมสนใจแล้วฟังอย่างละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบ มีหลายสิ่งที่ตรงกับประสบการณ์ตรงของผม ซึ่งผมเองก็ทำงานทางด้านเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ ยังไม่สามารถฟันธงว่าความจริงเป็นเช่นไรในเรื่องที่ยังพิสูจน์ชัดไม่ได้
- การมองเห็นภาพที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ จำพวกผี ผมเชื่อในสาเหตุส่วนหนึ่งที่มาจากความอ่อนเพลีย พักผ่อนไม่เพียงพอ แต่มันเป็นไปยากที่มีคนจำนวนมากพบเจอในสถานที่เดียวกัน ทั้งๆที่หลากหลายสถานที่ไม่เคยมีใครเจอ

- ผมเคยเจอประสบการณ์เห็นผีมาหลายครั้ง เรียกว่าวิญญาณจะเหมาะสมกว่า พยายามคิดไปว่าเราน่าจะพักผ่อนไม่เพียงพอ เพราะไม่เคยอยู่ในอาการเมา ไม่ติดยาเสพติดใดๆ ตอนที่เจอก็มีดื่มเบียร์นานๆครั้ง ไม่มีปัญญาทางด้านการนอนหลับหรือทางจิตประสาทใด

- จากประสบการณ์ ผมเชื่อว่าบรรยากาศมันจะเป็นตัวส่งเสริมให้มองเห็นอะไรเช่นนี้ รวมไปถึงจิตที่อยู่ในสภาวะอ่อนแอ ผมเคยเดินทางไกลไปทำงานที่จีนตอนใต้(กวางตุ้ง) เครื่องถึงล่าช้ากว่าเที่ยงคืน ต้องนั่งรถต่อผ่านสถานที่เต็มไปด้วยป่ายางเต็มไปด้วยหมอกและอากาศที่เย็นยะเยือก สักเกือบ2ชมไปถึงที่พัก ในสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อน คนขับรถพาผมไปส่งที่พักที่เป็นบ้านเดี่ยวกึ่งเทาว์เฮ้าหลังหนึ่งซึ่งเหมาะสำหรับพักเป็นครอบครัว เขาให้กุญแจไขเข้าไป ขณะนั้นเป็นเวลาสักตีสอง สิ่งแรกที่ผมคิดในใจ อยากถามใครสักคนว่าประเทศนี้มันมีผีหรือเปล่า ผมเปิดประตูเข้าไปโดยไม่รู้อะไรเลยว่ามีอะไรอยู่ในนั้น คนขับรถก็หมดหน้านี้กลับไปเรียบร้อยแล้ว สิ่งต่อมาที่ผมคิดในใจว่าให้มาพักบ้านใหญ่โตคนเดียวขนาดนี้มันหวังดีหรือว่าแกล้งกัน รวมไปถึงอากาศที่มันเย็นยะเยือกไปกว่าเดิม น่าจะประมาณ10องศา เปิดไฟที่ประตูมองเห็นบันใดขึ้นไปชั้น2 ชั้นล่างไว้นั่งเล่น ขึ้นไปถึงชั้น2มองเห็นเตียงนอนได้2คนทันที มีห้องนอนห้องเล็กอยู่ในนั้น และมีบันใดเดินต่อขึ้นไปดาดฟ้าที่ไม่มีประตูกั้นได้ทันที มีหลายสิ่งที่น่าหวาดระแวงในความคิด คือ ถ้าอยู่ดีๆห้องเล็กประตูเปิดออกมานี่สามารถช็อคตายได้เลย หรือไม่อยู่ดีๆมีอะไรเดินลงมาจากชั้นดาดฟ้าก็อาจตกใจตายได้เหมือนกัน เพราะทั้ง2อย่างมันถึงตัวเราได้ทันที ถ้ายังไม่ดึกผมต้องติดต่อใครสั่งคนให้ช่วยพาผมไปพักในห้องนอนเดี่ยวเล็กๆได้ไหม เท่ารูหนูใช้ห้องน้ำรวมก็ไม่ว่าอะไรแล้ว ไม่เอาบ้านเดี่ยวเช่นนี้ กว่าจะหลับลงก็ปาเข้าไปเกือบเช้า วันต่อมาเริ่มรู้สึกชิน เมื่อรู้ว่าข้างๆก็มีคนพักอยู่เหมือนเรา หลายวันจนกระทั่งกลับบ้านก็ไม่ได้เจออะไรที่ไม่อยากเจอ

- หลังจากผ่านประสบการณ์สยองพองขน แม้ไม่ได้จ๊ะเอ๋อะไร มันกลายเป็นหลังจากนั้นผมก็ไม่กลัวผีใดๆ ไม่ว่าจะไปพักโรงแรมไหนๆคนเดียว ช่วงโควิดเคยไปพักสถานที่ที่มีแค่ผมไปพักคนเดียว ห้องเดียวก็ไม่เคยกลัวอะไร

- ด้วยความเป็นคนไม่กลัวผี ถึงขนาดเข้าห้องน้ำไม่ต้องเปิดไฟ อาศัยไฟที่ลอดผ่านช่องระบายอากาศเข้ามาก็คิดว่าสว่างพอ ปรากฏว่าเจอแบบแทบจะเรียกได้ว่าจะๆ อาศัยมองผ่านหัวฝักบัวอันวาวแวว เป็นชายชราหน้าตาไร้อารมณ์ ผมพยายามเพ่งมองให้ชัดว่านี่มันตัวเราเองหรือเปล่า ปรากฏว่าไม่มีอะไรใกล้เคียงเลย โดยเฉพาะเสื้อผ้าดูแนวย้อนยุค ผมไม่กล้าหันไปมองด้านข้างกลัวเขาจะรู้ตัวว่าเราเห็น ทำได้แค่ทำภารกิจให้เสร็จสิ้นไวๆแล้วรีบเปิดประตูเดินออกมา หลังจากนั้นผมก็ไม่คิดจะปิดไฟเข้าห้องน้ำอีกเลย เหตุการณ์นี้ผมคิดว่าอาจจะเป็นสิ่งที่คนเขาเรียกว่าสัมพเวสี ผมไม่อยากจะรับรู้ว่าสิ่งที่เป็นความขัดแย้งกับความเชื่อมันมีอยู่จริง เคยไปปรึกษากับหมอในสิ่งผมกำลังจะเล่าต่อไปผ่านช่องทางแชต(ดร.ธานี อยู่อเมริกา) ท่านตอบมาว่าผมมีอาการของโรคชนิดหนึ่งมีชื่ออังกฤษที่จำไม่ได้ ผมก็เลยต้องขอเชื่อในสิ่งที่คุณหมอบอกไว้ไปก่อน

-หลายสิ่งที่โลกนี้ถ้าหากไม่เจอกับตัว มันก็อาจจะบอกยากว่ามันมีอยู่หรือเปล่า ตลอดชีวิตผมไม่เคยเชื่อว่าจิตหรือวิญญาณจะมีอยู่จริง จนกระทั่งผ่านประสบการณ์จิตหลุดล่องลอยถึง2ครั้ง ครั้งแรกตอนเดินทางไกลทางรถไฟข้ามคืน นั่งรถนั่งชั้น2นอนแบบเอนๆ พอนอนท้ายทอยคงถูกกดทับจนสมองขาดเลือด เลยขยับตัวไม่ได้ อาการที่ใครๆอาจจะเรียกว่าผีอำ ตาเปิดได้ มองเห็นคนเดินผ่านไปมา แม้แต่ป้ายโฆษณาทิฟฟี่ แต่ไม่สามารถขยับตัวได้ ด้วยความพยายามขยับตัวสุดแรงเกิด ปรากฏว่าวิญญาณน่าจะหลุดออกจากร่าง ผมลุกขึ้นมายืนจับขาเก้าอี้ได้ แต่ยังมองเห็นตัวเองยังนอนอยู่ที่เดิม สัญญาตญาณของคนที่เคยดูหนังผีมาก่อน จะรู้ว่าเราน่าจะวิญญาณหลุด ก็เลยพยายามไปนอนทับร่างตัวเอง หลังจากนั้นความรู้สึกใดๆก็หายไปจากโลกเหมือนจะชั่วนิรันดร์ ผมรู้สึกได้ทันทีว่าความตายเป็นเช่นไร มันไม่ได้เหมือนการนอนหลับแต่อย่างใด คือมันหายไปจากความรู้สึกใดๆโดยสิ้นเชิง ผมรู้สึกเหมือนหายไปจากโลกนี้จนนับช่วงเวลาไม่ได้ เพราะมันเหมือนหลุดพ้นไปจากกาลเวลา แล้วก็เริ่มรู้สึกตัว ขยับตัวได้บ้าง กว่าจะกลับมาสภาพปรกติก็กว่าชม.

-ผมเป็นคนหนึ่งที่เป็นแฟนคลับของอ.อ๊อด ผมยังเป็นสาวกของพระพุทธเจ้าตัวยง ผมศึกษาคำสั่งสอนที่เป็นแก่นแท้ของพระองค์จนหมดตั้งแต่ยังไม่เรียนจบ.ป.ตรี อ่านตำราคำสอนพุทธรวมๆหลายพันหน้า สิ่งหนึ่งที่ผมไม่เคยเชื่อคือเรื่องการไปเกิดใหม่หลังจากเราตาย เพราะพระพุทธเจ้าเองสอนไว้ว่าอย่าให้เชื่อสิ่งใดๆถ้าหากไม่ได้คิดไตร่ตรองอย่างถ่องแท้ แม้แต่คำสอนของพระพุทธเจ้าเอง ผมเป็นคนที่ถือศีล แต่จะมีหลุดก็แค่กินเบียร์ ไม่พูดโกหก ไม่ผิดลูกเมียใคร มีวันหนึ่งหลังจากเล่นกีฬาหลายชม. ดื่มเบียร์(พอประมาณ)ก่อนนอน ปรากฏว่าคืนนั้นอยู่ในอาการหลับลึกระดับดำดิ่ง รู้สึกเหมือนเราเป็นอณูเล็กๆเท่าปลายเข็ม เคลื่อนไหวผ่านอะตอมนับล้านๆ เข้าไปในอุโมงอันมืดมิดที่เต็มไปด้วยอณูเล็กๆเหมือนกับเรา มีรูเล็กๆที่ปลายอุโมงเหมือนเป็นช่องอากาศที่ดูเหมือนใหญ่ แต่มันเล็กมากเหมือนกัน เป็นช่องทางเดียวที่จะออกไปข้างนอกได้ ผมตื่นขึ้นมาด้วยความเต็มไปด้วยความรู้สึกเหมือนคนกำลังกลับมาจากสถานที่สำหรับสิ่งที่กำลังจะไปกำเนิดใหม่

-พระพุทธเจ้าในมุมมองส่วนตัวของผม ไม่ได้เป็นเทพเจ้า หรือบุคคลผู้มีอิทธิฤทธิ์ แต่เป็นนักคิดนักวิทยาศาสตร์ ผู้คิดพบความทุกข์และการดับทุกข์ การค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการค้นพบการเวียนว่ายตายเกิด และวิธีการยุติวนจรนี้ วิธีการดับจิตที่เรียกว่าปรินิพาน ไม่ต้องมีการเกิดดับอีกต่อไป
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่