ว่าด้วยการเวียนว่ายในวัฏสงสาร นรก เปรต เดรัจฉา มนุษย์ เทวดา พรหม
-นรก คือผู้สร้างกรรมอันเกี้ยวกราด
-เปรต คือผู้ไม่ละอายแก่บาปที่มักมากได้
-เดรัจฉาน คือผู้ที่ไม่สามารถรู้จักแยกแยะกรรม
-มนุษย์ คือผู้แสวงหาที่มักมากและฟุ้งซ่าน
-เทวดา คือผู้ละอายแก่บาปที่มัวเมาและหมกมุ่น
-พรหม คือผู้ที่เดินเข้าใกล้ แต่ยังไปไม่ถึง
#ส่วน นิพพาน คือ คือผู้ที่ทำเรื่องง่ายๆเป็นเรื่องยาก และก็ทำเรื่องยากๆ เป็นเรื่องง่าย
เกิดคำถามมาว่าถ้า จิตของเราคือเวียนว่ายสลับเปลี่ยนไปตามเหตุปัจจัยวิบากกรรมของตัวเอง จิตเป็นเพียงผู้เช่าขันธ์ชั่วคราวในทุกภพภูมิ
### ถามว่า จิตเรานี้ดึงดูดขันธ์ หรือ ขันธ์ที่ดึงดูดจิต เช่น ผู้มักมากในกามคุณ เกิดเป็นหนู เพราะแพร่พันธุ์ได้เรื่อยๆ เป็นการพาจิตไปในขันธ์ที่หยาบและทรามลง กว่าต้นทางเดิม
-หรือทั้งจิตทั้งขันธ์ มันก็ต่างดึงดูดกันเอง
-แล้วเป็นเพราะสภาพวะขันธ์ หรือ สภาวะจิต ที่ทำให้จิตดวงหนึ่ง ขัดเกลาตัวมันเองได้ จนสะอาดและขึ้นมาจากสภาวะขันธ์วิบากที่เสื่อมทราม
### สรุปเป็นเพราะมีเรื่องบังเอิญก็เลยเป็นการบังเอิญ หรือเพราะมีการบังเอิญ ก็เลยมีเรื่องบังเอิญ (เราฝึกจิตเกลาใจเพราะเราอยากจะทำด้วยตนเอง หรือ เพราะวิบากเก่าของเราที่ทำมา)
-เป็นเรื่องที่เหนือจิตนาการมาก ที่มีคนบอกว่าสามารถลบจิตที่เต็มไปด้วยสามาน เจตจำนงเสรี ที่มันนึกคิดด้วยตัวมันเองได้นี้ ให้ ลด ละ ทิ้ง ด้วย ปัญญา เจริญภาวนา สมาธิ
-ปิดหู ปิดตา ปิดปาก ปิดสัมผัสที่จะไปเชื่อมกับขันธ์ ให้ได้มากที่สุด (เป็นการใช้จิตขัดเกลาจิตตัวมันเองให้ละเอียดไม่ไปยึดกับขันธ์ที่หยาบกะด้าง ฝึกจนจนมันเข้าไปทุกอณูวิญญาณสามานฝั่งในกมลสันดานของจิตจนเป็นสัญชาตญาณ แล้วก็............เลือนลางงง...และดับไป....เช่นการถอดปลั๊กไฟเครื่องคอมฉันใด...ถอดปลั๊กใจจากตนตัวก็ฉันนั้น.....
ยูเรก้า...แท๊ะว๊าาา
ปิดเทอมเล็ก ของ ด.ช วัย 30
-นรก คือผู้สร้างกรรมอันเกี้ยวกราด
-เปรต คือผู้ไม่ละอายแก่บาปที่มักมากได้
-เดรัจฉาน คือผู้ที่ไม่สามารถรู้จักแยกแยะกรรม
-มนุษย์ คือผู้แสวงหาที่มักมากและฟุ้งซ่าน
-เทวดา คือผู้ละอายแก่บาปที่มัวเมาและหมกมุ่น
-พรหม คือผู้ที่เดินเข้าใกล้ แต่ยังไปไม่ถึง
#ส่วน นิพพาน คือ คือผู้ที่ทำเรื่องง่ายๆเป็นเรื่องยาก และก็ทำเรื่องยากๆ เป็นเรื่องง่าย
เกิดคำถามมาว่าถ้า จิตของเราคือเวียนว่ายสลับเปลี่ยนไปตามเหตุปัจจัยวิบากกรรมของตัวเอง จิตเป็นเพียงผู้เช่าขันธ์ชั่วคราวในทุกภพภูมิ
### ถามว่า จิตเรานี้ดึงดูดขันธ์ หรือ ขันธ์ที่ดึงดูดจิต เช่น ผู้มักมากในกามคุณ เกิดเป็นหนู เพราะแพร่พันธุ์ได้เรื่อยๆ เป็นการพาจิตไปในขันธ์ที่หยาบและทรามลง กว่าต้นทางเดิม
-หรือทั้งจิตทั้งขันธ์ มันก็ต่างดึงดูดกันเอง
-แล้วเป็นเพราะสภาพวะขันธ์ หรือ สภาวะจิต ที่ทำให้จิตดวงหนึ่ง ขัดเกลาตัวมันเองได้ จนสะอาดและขึ้นมาจากสภาวะขันธ์วิบากที่เสื่อมทราม
### สรุปเป็นเพราะมีเรื่องบังเอิญก็เลยเป็นการบังเอิญ หรือเพราะมีการบังเอิญ ก็เลยมีเรื่องบังเอิญ (เราฝึกจิตเกลาใจเพราะเราอยากจะทำด้วยตนเอง หรือ เพราะวิบากเก่าของเราที่ทำมา)
-เป็นเรื่องที่เหนือจิตนาการมาก ที่มีคนบอกว่าสามารถลบจิตที่เต็มไปด้วยสามาน เจตจำนงเสรี ที่มันนึกคิดด้วยตัวมันเองได้นี้ ให้ ลด ละ ทิ้ง ด้วย ปัญญา เจริญภาวนา สมาธิ
-ปิดหู ปิดตา ปิดปาก ปิดสัมผัสที่จะไปเชื่อมกับขันธ์ ให้ได้มากที่สุด (เป็นการใช้จิตขัดเกลาจิตตัวมันเองให้ละเอียดไม่ไปยึดกับขันธ์ที่หยาบกะด้าง ฝึกจนจนมันเข้าไปทุกอณูวิญญาณสามานฝั่งในกมลสันดานของจิตจนเป็นสัญชาตญาณ แล้วก็............เลือนลางงง...และดับไป....เช่นการถอดปลั๊กไฟเครื่องคอมฉันใด...ถอดปลั๊กใจจากตนตัวก็ฉันนั้น.....
ยูเรก้า...แท๊ะว๊าาา