ผมอยากจะเล่าเรื่องที่ผมรู้สึกตัวสั่นที่สุดในชีวิตของการค้างแรมโรงแรมให้ทุกคนลองอ่านดูครับ ประมาณเมื่อเดือนกรกรฎาคม ปี พ.ศ.2567 จำวันที่ไม่ได้นะครับ คือผมทำงานอยู่องค์กรนึง พอดีมีคำสั่งให้ออก ตจว.3 วันแทนเจ้านาย ผมได้คำสั่งไป จ.เลย ภาคอีสานครับ ไปคนเดียวซะด้วยแต่ก็แอบคิดแหล่ะครับ ว่าคุ้มดีเขาให้งบเผื่อกินเผื่อเที่ยวให้ เดินทางจาก จ.อุตรดิตถ์ มาถึงจ.เลย หาโรงแรมในแอฟและจองผ่านมือถือ เป็นโรงแรมใหม่เช้งเลยครับ 4 ชั้น มีลิฟต์พร้อมหมด ห้องรวมแล้วมี 60 ห้อง ( ชั้นละ 15 ห้อง ) ผมคนไม่กลัวผีนะครับ ต้องบอกไว้ก่อน ที่ไหนผมก็ไปมาได้หมด ทั้งเดินสายกับเพื่อนหรือฉายเดี่ยว ผมสามารถไปได้หมด แต่ส่วนตัวจะเป็นพวกชอบโรงแรมใหม่ๆ แอนตี้โรงแรมเก่าๆนิดนึง แต่ไม่ใช่ว่ากลัว เหตุผลคือเคยไปโรงแรมเก่าแล้วมันมีกลิ่นอับๆ ผมไม่ชอบเป็นส่วนตัว เวลาเปิดแอร์กลิ่นอับนี่มาเลย ผมเลยไม่ค่อยจะเลือกไปโรงแรมเก่าๆสักเท่าไหร่ คราวนี้ผมได้โรงแรมที่นึง ใหม่มากถามเขาเปิดไม่ถึง 1 ปี ว้าวมากครับ ทุกอย่างใหม่หมด ห้องน่านอน วิวพอใช้ได้ คือละ 1,200 บาท แอร์เย็นเจี๊ยบ หอมกลิ่นใหม่อยู่เลย ชอบมากแบบนี้ เอาล่ะครับ เล่าถึงคืนเจอเหตุการณ์เลยละกันครับ จะยาวไป มันเป็นคืนวันที่ 2 ครับ คืนแรกไม่มีอะไรใรกอไผ่ วันที่ 2 ของการอยู่ จ.เลย ผมใช้เวลาทำทุระให้เจ้านายมาทั้งวันละ เอาล่ะวันนี้เสร็จเร็ว ลูกค้าที่ผมไปเจอชวนผมไปนั่งกินข้าวร้านอร่อยก่อนกลับ ผมก็ไปและดื่มเบียร์ประกอบด้วยนิดหน่อย พอถึงประมาณ 2 ทุ่ม ผมจึงขอตัวกลับโรงแรม พรุ่งนี้มีดีลเช้าตรู่ เจ้านายก็โทรตามห้ามเมา ดีลสำคัญพรุ่งนี้ ผมจึงกลับและถ่ายภาพยืนยันว่าถึงห้องแล้วครับนาย ไม่เมามากเพราะขอตัวกลับมาก่อน จากนั้นก็อาบน้ำ โทรหาลูกเมียก่อนนอนปกติ เมียผมเขาก็เห็นห้องแล้วบอกว่า ห้องน่านอนมาก ใหม่อยู่เลย แอบติดตลกตอนท้ายหน่อยๆ ไม่เจอผีปลายเตียงนะ??แล้วหัวเราะ ขำขันกันไป ประมาณ 5 ทุ่ม ผมเริ่งง่วง ก่อนนอนผมเปิดคอมเตรียมงานอีกนิดหน่อย เพื่อวันพรุ่งนี้เช้านัดลูกค้าจะได้ไม่ต้องอะไรมากมาย ประมาณ 5 ทุ่มกว่าๆผมปิดไฟนอน เปิดเพลงฟังเบาๆ (ผมติดนิสัยฟังเพลงเบาๆก่อนนอนครับเพื่อผ่อนคลายให้ตัวเอง) เอาล่ะ ประมาณตีหนึ่งกว่า ผมน่าจะหลับสนิทตอนเวลานั้นเพราะก่อนนั้นก็ยังมีลุกเข้าห้องน้ำอยู่ ผมปิดทุกอย่าง ไฟห้องน้ำ ไฟหัวเตียง ไฟกลางห้อง มืดสนิทหมด ทุกอย่างผ่านไป เอาล่ะครับเหตุการณ์มาถึงแล้ว ผมจำได้ดีเลย ตอนนั้น ตี 3 ครึ่ง ผมหลับแต่อยู่ทำไมรู้สึกว่าด้านข้างที่เป็นม่านหน้าต่างมันดูอึดอัด ทำไมดูเหมือนมีอะไรตั้งอยู่เป็นแบบเงาใหญ่ๆ มืดๆ ( เพราะหน้าต่างที่มีม่านทับอยู่ จะมีแสงด้านนอกแบบสลัวๆเข้ามาครับ เพราะผมปิดแค่ม่านบางๆชั้นใน ม่านชั้นหนาผมไม่ได้ปิด แต่ไม่ถึงกับสว่าง เลยเห็นหรือรู้สึกลางๆได้ ) ผมคิดว่าผมง่วงหรือฝันหรืออะไรวะ ทำไมขนแขนขนขามันลุกซู่ไปหมด ผมยังไม่ลุกจากเตียงนอนนะ เพราะง่วงมาก ลืมบอกจังหวะที่เห็น เป็นหวะที่ผมพลิกตัวหันไปทางนั้นพอดีนะครับ ตาก็เปิดแบบงัวเงียๆ มันแบบรู้สึกอึดอัด รู้สึกว่ามีอะไรยืนอยู่หรือตั้งอยู่ที่ตรงนั้น เหมือนคนเลยว่ะ อันนี้แอบคิดส่วนตัว แต่วินาทีนั้นยังไม่กลัวนะครับ ผ่านไป 2-3 นาที มันก็ยังทื่อ อยู่อย่างนั้น แปลกที่สุดคือขนผมลุกขึ้นเอง แอร์ก็ไม่ได้เปิดหนาวขนาดนั้นเพราะผมนอนห้องเย็นจัดไม่ได้จะนอนไม่หลับ เปิดแค่ที่ 23 องศาตลอด ไอ้เราก็แอบคิดละ แล้วถ้ามันผีจริงๆ จะเป็นไปได้ไง ห้องใหม่ โรงแรมใหม่ ทุกอย่างดีหมดใหม่หมด พอผ่านไปประมาณ 10 นาที ผมเริ่มรู้สึกว่าผมนอนต่อไม่ได้ มันรู้สึกอึดอัดไปหมด ส่วนเงาที่ว่าก็ยังตรงทื่อ อยู่ตรงนั้น คนอ่านจะบอกว่า แล้วทำไมไม่ลุกไปเปิดไฟ ผมบอกเลยครับตอนนั้นผมง่วงมากกกกกก เพลียมากขนาดไม่ทำอะไรเยอะ แต่ผมรู้สึกเพลียมาก แขนขาเหมือนอ่อนแรง ผมรำคาญกับอาการที่เป็นอยู่ และอยากลุกมาก อยากรู้ว่าอะไรมันอยู่ตรงมุมที่ผมเห็นเงานั้น ผมจึงหลับตาและรวบรวมสมาธิและแรงทั้งหมดของร่างกายลุกฮึบขึ้นเลย!!! ตอนนั้น คว้ามือถือที่อยู่ตรงข้างเตียงก่อนเลย กดเปิดแฟลช แล้วส่องไปที่มุมนั้น อยู่ๆทำไมมันเหมือนหายวับไปต่อหน้าต่อตา (แบบเห็นนะ ไม่ใช่ไม่เห็น) วับลางหายไปกับตา ผมจึงลุกเลย เปิดไฟทั้งหมดที่มีอยู่ในห้อง

!!!ขนยังลุกซู่ไม่หาย คุยกับตัวเอง

ไรวะ ผม วน อยู่แต่กับคำนั้น แต่ยังไม่คิดทันทีนะว่าตัวเองเจอผี ก็คงจะตาลาย ตาฝาด ตาฟางไปเอง เพราะง่วงมาก และอ่อนเพลีย (ทั้งๆที่ไม่ได้ทำหรือใช้แรงอะไรเลยวันนั้น) แต่ก็ไม่ติดใจสงสัยอะไร เพราะขณะนั้นอยากนอน ง่วงมากๆไม่อยากคิดแยากสงสัยอะไร เออ..นอนต่อวะ ดูนาฬิกาก็เกือบจะตีสี่ละ เอาล่ะรอบนี้กูจะเปิดไฟห้องน้ำแล้วแง้มๆไว้หน่อยๆละกัน (พูดกะตัวเอง) ตอนนี้ในห้องผม มีแสงไฟจากห้องน้ำแล้วครับ ไม่มืดสนิทละ เอาล่ะนอนได้ ขนที่ลุกมันหายไปแล้ว หลับต่อ แต่เวลาผ่านไปแค่ ประมาณไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เอาอีกแล้วครับ อันนี้ที่หลายๆที่เคยเล่าว่า น้ำไหลเองบ้าง ก๊อกน้ำเปิดเองบ้าง เชื่อไหมครับ ผมไม่เคยเชื่อเรื่องอะไรแบบนี้เลย คิดด้วยแต่งเรืองหลอกคนนั่นแหละ จนคืนนี้ วันนี้ เวลานี้ (น่าจะตีสี่กว่า) ทุกคนครับ ก๊อกน้ำที่ห้องน้ำผม มันไหลครับ (ก๊อกเป็นแบบหันเข้าออก ไม่ใช่แบบหมุน)

!!!!อะไรวะเนี่ย ผมอุทาน ตาแจ้งเลยครับ ลุกขึ้นมาทันที ใช่ครับ หัวก๊อกมันดันไปด้านข้างเองเฉย แต่หันไม่หมด หันอยู่ครึ่งๆ น้ำก็ไหลจอกๆๆๆๆ อยู่อย่างนั้น ผมรีบเปิดไฟ วิ่งลงไปเคาเตอร์ด้านล่างเลย (ลงลิฟต์เอานะครับ ผมอยู่ชั้น 3 ) ผมไปกดกริ่งเรียกพนักงานเลย (เขาจะนอนในห้องนั้นแหล่ะแล้วมีกระจกปิด มีไรฉุกเฉินกดกริ่งเอา) มือผมสั่นไปหมดกดแบบไม่ยั้ง ไม่เกรงใจใครเลยวินาทีนั้น แล้วน้องผู้ชายก็เปิดกระจก ลูกค้ามีอะไรครับเขาถาม ผมเลยบอก น้อง!!ห้องพี่ก๊อกน้ำมันเสียเหรอ ทำไมอยู่ๆมันหันไปเอง คืนแรกไม่เป็นแบบนี้นะ!! ตอนนั้นสีหน้าผมซีดเพราะตกใจและกลัว (เป็นที่แรกที่ผมเจอกับตัวผมเองจริงๆ) แล้วน้องคนนั้นก็รีบกุลีกุจอ ออกมา ป่ะพี่ผมไปดูให้ พอถึงห้อง (ตอนนั้นผมยังไม่ปิดนะก๊อกน้ำนั้น ปล่อยน้ำไหลอยู่นั่นแหล่ะ) น้องคนนั้นก็เข้าไปปิด แล้วหันไปมาแบบว่อกแว่กๆไปมามาก อาการแปลกๆ ออกมาบอกผม พี่ครับวันนี้ต้องขอโทษพี่จริงๆ ห้องเราเต็มหมดแล้ว เหลือแต่ห้องนี้จริงๆ ผมไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ เอาแล้วไง!!! อย่าบอกนะว่า ... ผมเลยถามแสดงว่าพี่โชคดีสุด ได้ห้องนี้ใช่มะ ยังติดตลกได้อยู่นะ เขาบอกล่าสุดพวกผมทำบุญใหญ่ไปแล้วครับ คนที่มาทำพิธีก็ยืนยันว่าเขาไปแล้ว ไม่อยู่แล้ว ตั้งแต่นั้นมาไม่เคยมีใครเจอแบบนี้ หรือประมาณนี้ครับ พวกผมเลยเปิดห้องได้ปกติ วันนี้พี่เจอ ผมยินดีจะชดใช้ครับ ผมไม่ขอ

นะพี่ว่ามันไม่ใช่....ผมยินดีคืนเงินครับ ขณะที่น้องคนนั้นพูดนั้นนี่จิปะถะ สมองผมคิดเลยว่า เห้ย!! มันมีจริงเหรอวะแบบนี้ เจอสักทีกู ยาวไปถึง ตี 5 ผมเช็คเอ้าท์ออกโรงแรมนั้นเลยครับ เขาคืนเงินให้ (ผมอยู่ได้ 2 คืน) แจ็คพอตแตก คืนที่ 2 ผมก็ไปหาที่นอนใหม่ตอนตี 5 เลย เพราะมันคงไม่หลับไม่นอนแล้ว ตื่นกับสิ่งที่เพิ่งเจอมา พอรุ่งเช้าประมาณ 7 โมง มันจะมีตลาดกับป้อม รปภ.ข้างหน้าตลาด ผมลงไปเดิน เพื่อผ่อนคลาย เครียดและงง กับสิ่งที่ได้เจอ ไปถึงป้อม รปภ.ลุงยามถาม นอนไหนครับ มาเที่ยวเหรอ ทักทายผมแบบยิ้มแย้มใจดี ผมเลยบอกไปว่า อ๋อครับ มาจาก อุตรดิตถ์ นอนโรงแรมนี้ครับ ผมก็ชี้ให้เขาดู (โรงแรมที่ผมย้ายมานอนนะครับ) ลุงยามบอก ครับๆ ในตลาดของกินเยอะแยะเข้าไปเดินดูก่อน ผมเลยยิ้มๆแล้วบอก ยังไม่ค่อยหิวครับ สายๆค่อยเข้าเซเว่นเอา ตอนนี้ยังงัวเงีย มึนเบลออยู่ครับ ยังไม่อยากกินอะไร ลุงยามก็ถามกลับครับ เอ้า!!เป็นอะไรล่ะ นอนไม่หลับนอนไม่ได้เหรอ ผมก็เลยเล่าว่าก่อนจะมาโรงแรมใกล้ตลาดตรงนี้ ผมไปไหนมา เจออะไร เท่านั้นแหล่ะครับทุกคน ลุงยามทำหน้า ฮะ!!แล้วแบบอึ้งไปเลย โอ้!!!! โรงแรมนั้นมันมีประวัติครับ ประมาณปี พ.ศ.2542 เป็นที่ดินแม่หม้ายอยู่คนเดียว ตายตรงนั้น เขาบอกผีตัวนี้ละปลงไม่ได้ ยังหวงที่อยู่ แต่ลูกเขานั้นแหล่ะ ที่ไปอยู่ กทม. ก็เข้ามาจัดการนู่นนี่นั้น ทั้งๆตัวเองไม่เคยมาดูมาอยู่กับแม่เลย จนสืบๆๆๆๆมา เคยปล่อยให้เป็นที่เช่าจอดรถจอดลางรถเช่า ได้ 2-3 ปี อยู่ๆเขาก็บอกทำเลดี แต่อยู่ไม่ได้แล้ว เลยออก ไปดื้อๆ ชาวบ้านเขารู้กันหนุ่ม ลุงยามเล่าเป็นเรื่องเป็นราวเลยครับตอนนั้น ลุงยามก็เล่าต่อว่าจากนั้นก็เป็นพื้นที่ดินเปล่า ขายก็ขายไม่ได้ มีคนมาแวะเวียนดูเยอะ แต่ก็ไม่ได้ขายสักที จนมาปี 2566 คนมีเงินมาดูแล้วชอบ ซื้อเลย ต่อมาก็กลายมาเป็นโรงแรมนั้นแหล่ะ ไปทับวิญญาณแม่หม้าย ทับที่ที่เขาหวงมั้ง คงจะไม่ทำพิธีอะไรเพราะเป็นพวกคนรวยมากจาก ตจว.อีกที เขาคงไม่เชื่อเรื่องแบบนี้ วันดีคืนดี หมาก็หอนหน้าโรงแรมมันนั่นแหล่ะ จนต่อมาพนักงานขอให้เขาทำพิธี อะไรต่างๆนาๆ (เพราะอาจจะมีคนเจอแล้ว) เขาก็ทำไปแล้วนะ พิธง พิธีใหญ่โต ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะยังอยู่ ทั้งหมดที่ลุงยามเล่าให้ผมฟัง ผมพูดคำเดียว ผีมันมีจริงๆเน๊าะลุง ลุงยามหัวเราะแล้วบอก ถือว่าโชคดีไปหนุ่ม เจอของยากที่คนอื่นเขาไม่ค่อยได้เจอกัน แล้วแกก็ติดตลกๆ หัวเราะไป ผมก็เจื่อนๆอยู่นะตอนนั้น มันเพิ่งเจอ เลยเชื่อละ เออ!! มันมีจริงๆด้วย ต่อไปคงจะดูที่พักแต่ภายนอกไม่ได้แล้วนะ 5555 ไม่เอาแล้ว ต้องคิดใหม่แล้วครับ ออก ตจว.บ่อยซะด้วยครับ เห้อ!!! ดีนะที่ไม่เจอปลายเตียง เหมือนหลายๆเคส มาแบบ จะจะ ผมก็ไม่ไหวครับ นี่แหล่ะครับ มาเล่าให้คนอ่านได้อ่านเพลินๆไปครับ ทุกที่ล้วนมีประวัตเป็นมา อย่าไปลบหลู่ อย่าไปท้าทายอะไรแบบนี้ ผมว่ามีอยู่จริงครับ จนทุกวันนี้เมียผมยังแซวๆเลย เวลาผมออก ตจว. (ต่างจังหวีด) บอกว่าเลือกที่ดีดีนะ ระวังไม่เจอของอีก 55555 ขอเจอแค่ครั้งเดียวเลยครับ ครั้งนี้พอไหว ครั้งหน้าพอเลย ....
เจอผีที่โรงแรมใหม่ทับที่เขาอยู่