ผมขอสเปก นายกประเทศไทยคนใหม่สูงไปไหมครับ ถ้าอยากได้ สมองพัฒนาประเทศแบบ ลี กวน ยู

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
ให้ ลี กวน ยู มาเป็นไลฟ์โค้ช ด้านการพัฒนาประเทศให้ก็ได้ครับ คือ ผมอยากได้วิธีการพัฒนาของแก้ มาปรับใช้กับประเทศไทยครับ
ผมเชื่อว่า ด้วยทรัพยากรประเทศที่อุดมสมบูรณ์ของประเทศไทยเราเอามาฟิวชั่นกับวิสัยทัศน์พัฒนาประเทศ แบบ ลี กวน ยู ผมคิดว่า เราจะแซง เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีนแผ่นดินใหญ่ เราจะใช้เวลาเพียง 10-15 ปีเท่านั้น เราจะเป็นมหาอำนาจด้านเศรษฐกิจของเอเชีย และมหาอำนาจด้านเทคโนโลยี
อเมริกา ยุโรป ต้องเงี่ยหูฟังเราครับ
และประเทศไทยเราจะเข้าร่วมกลุ่มเมมเบอร์เป็นกลุ่มอิลิทประเทศพัฒนาแล้ว อย่าง G7 จะเพิ่มเราเข้าไปเป็น G8

ลี กวน ยู ผมได้ยินมาว่า ตอนเขาเป็นนายก เขารับเงินค่าจ้าง เดือนละ 1 บาท หรือ 1 เหรียญนี่แหละ คือ เข้าบ่งบอกถึงความตั้งใจจริงในการพัฒนาประเทศ
เป้าหมายชัดเจน

วิสัยทัศน์แบบ ลี กวน ยู (Lee Kuan Yew)
ลี กวน ยู อดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกของสิงคโปร์ เป็นที่ยอมรับในฐานะผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล สามารถเปลี่ยนสิงคโปร์จากประเทศเล็กๆ ที่ยากจนและเต็มไปด้วยปัญหา ไปสู่ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในระดับโลก ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งศตวรรษ

1. วิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจ
มองการณ์ไกลว่าประเทศเล็กที่ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ ต้องพึ่งพาการค้าและการลงทุนจากต่างชาติ
เน้น การสร้างสภาพแวดล้อมที่โปร่งใสและปลอดคอร์รัปชัน เพื่อดึงดูดนักลงทุน
ผลักดันสิงคโปร์ให้กลายเป็น ศูนย์กลางการเงิน การค้า และการขนส่งของโลก
ลงทุนใน โครงสร้างพื้นฐานและท่าเรือ จนทำให้สิงคโปร์กลายเป็นหนึ่งในท่าเรือที่มีประสิทธิภาพที่สุด

2. วิสัยทัศน์ด้านสังคมและการศึกษา
เชื่อว่าทรัพยากรมนุษย์คือ “ทองคำ” ของชาติ
ให้ความสำคัญกับ การศึกษาอย่างเข้มข้น เน้นภาษาอังกฤษเพื่อเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก
วางระบบการศึกษาเพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีระเบียบวินัย ขยันขันแข็ง และมีความสามารถแข่งขันระดับสากล
ใช้นโยบาย การเคหะและที่อยู่อาศัย (HDB) ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่มีบ้านของตนเอง สร้างความมั่นคงทางสังคม

3. วิสัยทัศน์ด้านการเมืองและการปกครอง
เชื่อในการสร้าง รัฐที่มีประสิทธิภาพและเข้มแข็ง มากกว่าการเมืองแบบเสรีนิยมสุดโต่ง
มีแนวคิดว่า “ประชาธิปไตยต้องเหมาะสมกับบริบทของประเทศ” สิงคโปร์จึงเน้นระเบียบวินัย ความมั่นคง และการพัฒนา มากกว่าการเมืองที่ขัดแย้ง
ใช้กฎหมายที่เข้มงวด สร้างวินัยและความปลอดภัยในสังคม
ยึดถือ หลักเมริทโครซีย์ (Meritocracy) หรือการคัดเลือกคนตามความสามารถจริง ไม่ใช่ตามสายสัมพันธ์

4. วิสัยทัศน์ด้านระหว่างประเทศ
แม้เป็นประเทศเล็ก แต่ลี กวน ยูมองเห็นความจำเป็นในการสร้างพันธมิตรระหว่างประเทศ
เน้นการวางตัวเป็นกลางและเป็นมิตรกับทั้งมหาอำนาจตะวันตกและตะวันออก
ผลักดันให้สิงคโปร์เป็น “ประเทศที่โลกต้องพึ่งพา” ไม่ว่าจะเป็นด้านการค้า การเงิน หรือโลจิสติกส์

5. หัวใจของวิสัยทัศน์
ความเป็นจริงและปฏิบัติได้จริง (Pragmatism)
การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า (Efficiency)
การเน้นคนเป็นศูนย์กลาง (Human Capital)
การสร้างความมั่นคงและความสามัคคีในชาติ (Stability & Cohesion)


แนวคิดของ “วิสัยทัศน์แบบ ลี กวน ยู” ที่สามารถนำมาปรับใช้กับประเทศไทยและกับการพัฒนาบุคลในประเทศไทยได้ครับ

🇹🇭 สำหรับประเทศไทย
การสร้างรัฐที่มีประสิทธิภาพและโปร่งใส
ปัญหาหลักของไทยคือระบบราชการที่ล่าช้าและคอร์รัปชัน
แนวทางของลี กวน ยู คือการใช้ระบบตรวจสอบเข้มงวด และให้รางวัลคนทำงานซื่อสัตย์
ประเทศไทยควร เน้นคุณธรรม + ประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและประชาชน
ลงทุนในคน ไม่ใช่แค่โครงสร้างพื้นฐาน
สิงคโปร์ไม่มีทรัพยากร แต่สร้าง “ทุนมนุษย์” ผ่านระบบการศึกษา
ไทยควรยกระดับการศึกษาแบบ เน้นทักษะจริง ภาษาอังกฤษ เทคโนโลยี และวินัยการทำงาน มากกว่าการท่องจำ
วิสัยทัศน์ระยะยาวมากกว่าการเมืองระยะสั้น
ผู้นำสิงคโปร์กล้าวางแผน 20–30 ปีข้างหน้า ขณะที่ไทยมักติดกับดักนโยบายประชานิยม
ประเทศไทยควรมี ยุทธศาสตร์ชาติที่ต่อเนื่อง ไม่ว่ารัฐบาลจะเปลี่ยน
สร้างเอกลักษณ์ “จุดแข็งเฉพาะ”
สิงคโปร์วางตัวเป็น ศูนย์กลางการค้าและการเงินโลก
ไทยเองควรหาจุดแข็ง เช่น อาหาร การท่องเที่ยว การแพทย์ หรือดิจิทัลฮับ และพัฒนาให้เป็นผู้นำระดับภูมิภาค

👤 สำหรับการพัฒนาบุคคล
เน้นความสามารถจริง (Meritocracy)
ลี กวน ยู เชื่อว่าคนเก่งต้องได้โอกาส ไม่ใช่เพราะสายสัมพันธ์
บุคคลทั่วไปก็ควรยึดหลัก พัฒนาทักษะให้เก่งจริง ไม่พึ่งเส้นสาย
วินัยและความต่อเนื่อง
ความสำเร็จของสิงคโปร์ไม่ได้มาจากโชค แต่จากการทำงานที่มีวินัยและสม่ำเสมอ
คนเราก็ต้องฝึก นิสัยการทำงานที่มีระบบ ตรงเวลา และไม่หยุดพัฒนา
ความเป็นจริงและการคิดเชิงปฏิบัติ (Pragmatism)
ลี กวน ยู ไม่เชื่อฝันลมๆ แล้งๆ แต่เชื่อในสิ่งที่ทำได้จริง
การพัฒนาตนเองก็คือ ตั้งเป้าหมายที่เป็นจริง และทำให้สำเร็จเป็นขั้นๆ
การมองโลกในมุมกว้าง
สิงคโปร์เล็กแต่รอดได้เพราะเชื่อมกับโลก
บุคคลก็เช่นกัน ต้อง เปิดรับโอกาสจากต่างประเทศ เรียนรู้ภาษา เทคโนโลยี และปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง

สรุป:
ถ้าไทยจะเดินตามวิสัยทัศน์ของลี กวน ยู ต้อง “สร้างรัฐที่โปร่งใส + ลงทุนในคน + คิดระยะยาว + หาจุดแข็งที่ชัดเจน”
ส่วนบุคคล ต้อง “เก่งจริง + มีวินัย + ปฏิบัติได้จริง + เปิดรับโลก”


เพื่อนๆ คิดว่า ผมขอสเปกนายกไทยแบบนี้สูงไปไหมครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่