ถ้าพูดเรื่องการกระจายการปกครอง ก็จะมีคนแย้งว่า มันคือการแบ่งแยกประเทศ สร้างสาธารณะรัฐ และ ล้มล้างสถาบัน เปลี่ยนประมุขของประเทศจากคิง เป็น เพรสซิเด้น เข้าข่ายล้มล้าง จนคนเข้าใจกันไปแล้วว่า ใคร อยากกระจายการปกครอง อยากเลือกผู้ว่า เท่ากับ พวกล้มเจ้า
ในความเป็นจริง การกระจายอำนาจ ให้ท้องถิ่นปกครองตัวเอง สามารถทำได้บนโครงสร้างของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเ)็นประมุข ไม่จำเป็นต้องเป็นสาธารณรัฐ ทั้งประเทศยังอยู่บนกฎหมายเดียวกัน ใช้ธรรมนูญร่วมกัน บูรณภาพของอธิปไตยยังคงเหมือนเดิม
สมมุติว่า แต่ละจังหวัด เลือกตั้งผู้ว่าราชการ แทน ส่วนกลางสั่งโยกย้าย แบบเดียวกับกรุงเทพ ผนวก องค์การบริหารส่วนจังหวัดรวมมาเป็นสภาจังหวัด มีหน้าที่ตัดสินใจการบริหารกิจการภายในจังหวัดเพื่อการตอบโจทย์ แก้ปัญหาที่ใกล้ชิด ตรงความต้องการ และ พัฒนาจังหวัดไปในทิศทางที่ประชาชนของจังหวัดต้องการ ผ่านระบบตัวแทนในสภาจังหวัด ไม่ใช่ ส่วนกลาง สั่ง หรือ อนุญาติมาว่า ให้ทำเรื่องนี้ได้
ส่วนภาคมือ ตำบล หรือเทศบาล ก็มีสภาเมือง สภาเทศบาล ทำหน้าที่ดูแลจัดการในเรื่องที่ย่อยลงมาอีก มีอำนาจบริหารเรื่องของเมืองภายใต้นโยบายของจังหวัด และประเทศ ภายใต้รัฐธรรมนูญเดียวกัน ใช้กฎหมายเหมือนกันกับทั้งประเทศ
ภาษีเงินได้บุคคลและนิติบุคคล ถูกหั่นแบ่งเป็นภาษีส่วนกลาง ภาษีจังหวัด และ ภาษีท้องถิ่น
ส่วนกลางใช้เงินเพื่อความมั่นคง การบริหารงานส่วนกลาง องค์กรกำกับควบคุมกลั่นกรอง
ภาคจังหวัดใช้เงินส่วนของตนเองเพื่อกิจการงานภายในจังหวัด และ ท้องถิ่นก็เช่นกัน
ปัญหานี้ จะทำให้เกิดการแบ่งแยกดินแดนได้จริงหรือ?
จะเก็ดเป็น United State Of Thailand จริงๆหรือ จะล้มเจ้าจริงหรือเปล่า
ในเมื่อ ญี่ปุ่น ก็ใช้การบริหารประเทศ ใช้โครงสร้างแบบนี้ แต่ก็เป็นประเทศที่มีประชาธิปไตยที่แข็งแรง มีสถาบันกษัตริย์ที่เป็นที่เคารพเทิดทูน เป็นศูนย์รวมใจของชาติได้ ทั้งๆที่ ภูมิประเทศญี่ปุ่น สามารถแบ่งแยกตัวเองได้ง่ายกว่ามาก แต่กลับมีความมั่นคงภายในสูง บูรณภาพของอธิปไตยสูงมาก ญี่ปุ่นก็มีความหลากหลายทางชนชาติ ภาษา วัฒนธรรมไม่ได้น้อยกว่าชาติอื่น เช่น โอกินาว่า ฮ็อกไกโด
หากแนวคิดการกระจายอำนาจนี้ อาจส่งผลสั่นคลอนให้เกิดการล้มล้าง และแบ่งแยกจริง สองเกาะเหนือใต้ของญี่ปุ่น คงแยกตัวไปนานแล้ว
ประชาชนญี่ปุ่นที่มีรายได้ ต้องเสียภาษีที่แบ่งเ)็นสามส่วนในสัดส่วนแตกต่างกันไป ในอัตราก้าวหน้าที่แตกต่างไป
ที่สำคัญ แต่ละเมือง ยังมีอัตราการเก็บภาษีไม่เท่ากันด้วย และจัดสรรงบประมาณที่ได้มาไม่เหมือนกันตามโจทย์ของเมือง และจังหวัด ภายใต้การกำกับของส่วนกลาง มีกระบวนการตรวจสอบส่วนกลางชัดเจน เจ้าหน้าที่ของแต่ละเมือง ก็รับเงินเดือนแตกต่างกัน แล้วแต่โครงสร้างการจัดการเงินของเมืองและจังหวัดนั้นๆ
บางเมือง มีตำรวจของเมือง รับเงินเดือนจากเมือง เพราะสภาเมืองเล็งเห็นถึงความจำเป็นนนี้ นับเป็นเจ้าหน้าที่เทศบาล ในขณะที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจของจังหวัด ซึ่งรับเงินจากจังหวัดและส่วนกลางทำหน้าที่ในกรอบอำนาจที่กว้างกว่า ทั้งยังมี สอบสวนกลาง ทำหน้าที่ในภาพใหญ่ ที่รับเงินเดือนจากส่วนกลาง
ทั้งหมด ทำงานร่วมกันในภาคการควบคุม บังคับใช้กฎหมาย
เช่นเดียวกับครู เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่มีทั้ง ระดับเมือง จังหวัด ก็มีแหล่งเงินเดือนไม่เท่ากัน
ถ้าจะถามว่า สัดส่วนภาษีท้องถิ่น ภาษีจังหวัด และส่วนกลางเป็นเท่าไหร่ ข้อนี้ตอบไม่ได้ เพราะแต่ละเมือง แต่ละจังหวัดก็มีการจัดเก็บไม่เท่ากัน แต่ ภาษีส่วนกลาง ทุกคนต้องจ่ายเท่ากันตามรายได้ ตามอัตราที่กำหนด ดังนั้น จึงมีบางเมืองที่ใช้ภาษีต่ำเป็นตัวดึงดูดประชากรให้มาพัฒนาทรัพยากรที่มี บางเมืองมีภาษีที่สูงกว่า แต่ก็เศรษฐกิจดีกว่า มีรายได้ต่อหัวมากกว่า คนก็ยังสามารถอยู่ได้ บางเมือง มีการยกเว้นภาษีในบางกิจการ ตามนโยบายของเมือง หรือจังหวัด เช่น จังหวัดออกนโยบายสนับสนุนกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร ก็ลดภาษีให้กับเกษตรกรที่มีการลงทุนขยายการผลิตเ)็นอุตสาหกรรม หรือ ภาคอุตสาหกรรมที่มาลงทุนกับการเกษตรอุตสาหกรรม
แน่นอนว่า คงมีความคิดคัดค้านอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของ คุณภาพคน และโครงสร้างของการบริหาร
สำคัญที่สุด น่าจะเป็นเรื่อง"ความโปร่งใส" ของการบริหาร ที่ ไม่ผิดเลยหากท่านจะคิดว่า หากทำเช่นนี้ จะเกิดการคอรัปชั่นมากมาย จะเกิดนักการเมืองท้องถิ่น นักการเมืองระดับจังหวัด ที่ใช้การซื้อเสียงผ่านนโยบาย เข้ามาผูกขาดอำนาจการปกครอง จะกลายเป็น ระบอบเผด็จการรัฐสภาที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จตั้งแต่ระดับประเทศไปจนท้องถิ่นในที่สุด
ซึ่ง สำหรับคนที่เห็นต่าง ในอีกด้าน มองว่า การกระจายอำนาจนี้เอง คือกุญแจสำคัญเพื่อลดปัญหาอำนาจผูกขาดเหล่านี้
เพราะเชื่อในตัวมนุษย์ เชื่อในอำนาจที่อยู่ในมือของประชาชนมากกว่า อำนาจจากฟากฟ้าที่คอยส่งคนดีลงมาปกครองกำกับประเทศ
จึงมีการป้ายสี ใส่ร้ายแนวคิดการกระจายอำนาจ เชื่อมโยงกับความมั่นคงและสถาบันอย่างตรงไปตรงมา ใครที่ไม่เข้าใจแนวคิดการกระจายอำนาจ ก็ถูกสงครามข้อมูลข่าวสารหลอกว่า กระจาย คือการแบ่งแยก ด้วยอคติต่อประชาธิปไตย ด้วยความเชื่อที่ฝังมายาวนานว่า นักการเมือง คือตัวร้ายที่สุดของประเทศ นักการเมือง คือคนคดโกง ที่แสงหาแต่ผลประโยชน์ อำนาจ และ มีคนที่ต้องการล้มล้างการปกครองเข้ามาเล่นการเมือง
การกระจายอำนาจ เท่ากับ กำลังยื่นอำนาจให้คนเลวเหล่านี้
และแน่นอนว่า "คนรกหญ้า" หรือ "ตาสีตาสา" คือคนที่โง่ คิดแต่ปากท้องตัวเอง มองไม่ออก เช่นเดียวกับ "เด็ก" ที่ถูกหลอก เป็นเครื่องมือของพรรคการเมืองได้ง่าย มองความดีภาพรวมไม่ได้ มองเป้าหมายที่ซ่อนอยู่ไม่ออก พวกเขา ไม่ควรมีอำนาจเสรี
นอกจาก รวมอำนาจที่ศูนย์กลางแล้ว ยังต้องมี กระบวนการกลั่นกรอง มีองค์กรอิสระที่ไม่ได้มาจากประชาชน ทำหน้าที่ ประคองทิศทางให้ชาติ ไปบนเส้นทางที่เหมาะสมอีกด้วย
ซึ่งนี่คือ ระบอบการปกครองของไทย ที่ไม่เหมือนใครในโลก แม้จะเรียกกันว่าประชาธิปไตย แต่ ประชาชนไม่ได้ถืออำนาจสูงสุดอยู่ในมืออย่างแท้จริง
ประชาชน จะได้ในสิ่งที่มีคนกลุ่มหนึ่งมองว่า สมควรได้ สมควรมี ถ้าสิ่งนั้นดีต่อชาติส่วนรวมในมุมมองของคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น เพื่อความมั่นคงของชาติ และ บูรณภาพของอธิปไตย
ก็สงสัยมาเสมอว่า
ประเทศไทย มีความ ไม่มั่นคง สูงจนน่ากลัวเช่นนั้นเลยหรือ
กระจายการปกครอง จะเป็นสาธารณะรัฐจริงหรือ
ในความเป็นจริง การกระจายอำนาจ ให้ท้องถิ่นปกครองตัวเอง สามารถทำได้บนโครงสร้างของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเ)็นประมุข ไม่จำเป็นต้องเป็นสาธารณรัฐ ทั้งประเทศยังอยู่บนกฎหมายเดียวกัน ใช้ธรรมนูญร่วมกัน บูรณภาพของอธิปไตยยังคงเหมือนเดิม
สมมุติว่า แต่ละจังหวัด เลือกตั้งผู้ว่าราชการ แทน ส่วนกลางสั่งโยกย้าย แบบเดียวกับกรุงเทพ ผนวก องค์การบริหารส่วนจังหวัดรวมมาเป็นสภาจังหวัด มีหน้าที่ตัดสินใจการบริหารกิจการภายในจังหวัดเพื่อการตอบโจทย์ แก้ปัญหาที่ใกล้ชิด ตรงความต้องการ และ พัฒนาจังหวัดไปในทิศทางที่ประชาชนของจังหวัดต้องการ ผ่านระบบตัวแทนในสภาจังหวัด ไม่ใช่ ส่วนกลาง สั่ง หรือ อนุญาติมาว่า ให้ทำเรื่องนี้ได้
ส่วนภาคมือ ตำบล หรือเทศบาล ก็มีสภาเมือง สภาเทศบาล ทำหน้าที่ดูแลจัดการในเรื่องที่ย่อยลงมาอีก มีอำนาจบริหารเรื่องของเมืองภายใต้นโยบายของจังหวัด และประเทศ ภายใต้รัฐธรรมนูญเดียวกัน ใช้กฎหมายเหมือนกันกับทั้งประเทศ
ภาษีเงินได้บุคคลและนิติบุคคล ถูกหั่นแบ่งเป็นภาษีส่วนกลาง ภาษีจังหวัด และ ภาษีท้องถิ่น
ส่วนกลางใช้เงินเพื่อความมั่นคง การบริหารงานส่วนกลาง องค์กรกำกับควบคุมกลั่นกรอง
ภาคจังหวัดใช้เงินส่วนของตนเองเพื่อกิจการงานภายในจังหวัด และ ท้องถิ่นก็เช่นกัน
ปัญหานี้ จะทำให้เกิดการแบ่งแยกดินแดนได้จริงหรือ?
จะเก็ดเป็น United State Of Thailand จริงๆหรือ จะล้มเจ้าจริงหรือเปล่า
ในเมื่อ ญี่ปุ่น ก็ใช้การบริหารประเทศ ใช้โครงสร้างแบบนี้ แต่ก็เป็นประเทศที่มีประชาธิปไตยที่แข็งแรง มีสถาบันกษัตริย์ที่เป็นที่เคารพเทิดทูน เป็นศูนย์รวมใจของชาติได้ ทั้งๆที่ ภูมิประเทศญี่ปุ่น สามารถแบ่งแยกตัวเองได้ง่ายกว่ามาก แต่กลับมีความมั่นคงภายในสูง บูรณภาพของอธิปไตยสูงมาก ญี่ปุ่นก็มีความหลากหลายทางชนชาติ ภาษา วัฒนธรรมไม่ได้น้อยกว่าชาติอื่น เช่น โอกินาว่า ฮ็อกไกโด
หากแนวคิดการกระจายอำนาจนี้ อาจส่งผลสั่นคลอนให้เกิดการล้มล้าง และแบ่งแยกจริง สองเกาะเหนือใต้ของญี่ปุ่น คงแยกตัวไปนานแล้ว
ประชาชนญี่ปุ่นที่มีรายได้ ต้องเสียภาษีที่แบ่งเ)็นสามส่วนในสัดส่วนแตกต่างกันไป ในอัตราก้าวหน้าที่แตกต่างไป
ที่สำคัญ แต่ละเมือง ยังมีอัตราการเก็บภาษีไม่เท่ากันด้วย และจัดสรรงบประมาณที่ได้มาไม่เหมือนกันตามโจทย์ของเมือง และจังหวัด ภายใต้การกำกับของส่วนกลาง มีกระบวนการตรวจสอบส่วนกลางชัดเจน เจ้าหน้าที่ของแต่ละเมือง ก็รับเงินเดือนแตกต่างกัน แล้วแต่โครงสร้างการจัดการเงินของเมืองและจังหวัดนั้นๆ
บางเมือง มีตำรวจของเมือง รับเงินเดือนจากเมือง เพราะสภาเมืองเล็งเห็นถึงความจำเป็นนนี้ นับเป็นเจ้าหน้าที่เทศบาล ในขณะที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจของจังหวัด ซึ่งรับเงินจากจังหวัดและส่วนกลางทำหน้าที่ในกรอบอำนาจที่กว้างกว่า ทั้งยังมี สอบสวนกลาง ทำหน้าที่ในภาพใหญ่ ที่รับเงินเดือนจากส่วนกลาง
ทั้งหมด ทำงานร่วมกันในภาคการควบคุม บังคับใช้กฎหมาย
เช่นเดียวกับครู เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่มีทั้ง ระดับเมือง จังหวัด ก็มีแหล่งเงินเดือนไม่เท่ากัน
ถ้าจะถามว่า สัดส่วนภาษีท้องถิ่น ภาษีจังหวัด และส่วนกลางเป็นเท่าไหร่ ข้อนี้ตอบไม่ได้ เพราะแต่ละเมือง แต่ละจังหวัดก็มีการจัดเก็บไม่เท่ากัน แต่ ภาษีส่วนกลาง ทุกคนต้องจ่ายเท่ากันตามรายได้ ตามอัตราที่กำหนด ดังนั้น จึงมีบางเมืองที่ใช้ภาษีต่ำเป็นตัวดึงดูดประชากรให้มาพัฒนาทรัพยากรที่มี บางเมืองมีภาษีที่สูงกว่า แต่ก็เศรษฐกิจดีกว่า มีรายได้ต่อหัวมากกว่า คนก็ยังสามารถอยู่ได้ บางเมือง มีการยกเว้นภาษีในบางกิจการ ตามนโยบายของเมือง หรือจังหวัด เช่น จังหวัดออกนโยบายสนับสนุนกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร ก็ลดภาษีให้กับเกษตรกรที่มีการลงทุนขยายการผลิตเ)็นอุตสาหกรรม หรือ ภาคอุตสาหกรรมที่มาลงทุนกับการเกษตรอุตสาหกรรม
แน่นอนว่า คงมีความคิดคัดค้านอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของ คุณภาพคน และโครงสร้างของการบริหาร
สำคัญที่สุด น่าจะเป็นเรื่อง"ความโปร่งใส" ของการบริหาร ที่ ไม่ผิดเลยหากท่านจะคิดว่า หากทำเช่นนี้ จะเกิดการคอรัปชั่นมากมาย จะเกิดนักการเมืองท้องถิ่น นักการเมืองระดับจังหวัด ที่ใช้การซื้อเสียงผ่านนโยบาย เข้ามาผูกขาดอำนาจการปกครอง จะกลายเป็น ระบอบเผด็จการรัฐสภาที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จตั้งแต่ระดับประเทศไปจนท้องถิ่นในที่สุด
ซึ่ง สำหรับคนที่เห็นต่าง ในอีกด้าน มองว่า การกระจายอำนาจนี้เอง คือกุญแจสำคัญเพื่อลดปัญหาอำนาจผูกขาดเหล่านี้
เพราะเชื่อในตัวมนุษย์ เชื่อในอำนาจที่อยู่ในมือของประชาชนมากกว่า อำนาจจากฟากฟ้าที่คอยส่งคนดีลงมาปกครองกำกับประเทศ
จึงมีการป้ายสี ใส่ร้ายแนวคิดการกระจายอำนาจ เชื่อมโยงกับความมั่นคงและสถาบันอย่างตรงไปตรงมา ใครที่ไม่เข้าใจแนวคิดการกระจายอำนาจ ก็ถูกสงครามข้อมูลข่าวสารหลอกว่า กระจาย คือการแบ่งแยก ด้วยอคติต่อประชาธิปไตย ด้วยความเชื่อที่ฝังมายาวนานว่า นักการเมือง คือตัวร้ายที่สุดของประเทศ นักการเมือง คือคนคดโกง ที่แสงหาแต่ผลประโยชน์ อำนาจ และ มีคนที่ต้องการล้มล้างการปกครองเข้ามาเล่นการเมือง
การกระจายอำนาจ เท่ากับ กำลังยื่นอำนาจให้คนเลวเหล่านี้
และแน่นอนว่า "คนรกหญ้า" หรือ "ตาสีตาสา" คือคนที่โง่ คิดแต่ปากท้องตัวเอง มองไม่ออก เช่นเดียวกับ "เด็ก" ที่ถูกหลอก เป็นเครื่องมือของพรรคการเมืองได้ง่าย มองความดีภาพรวมไม่ได้ มองเป้าหมายที่ซ่อนอยู่ไม่ออก พวกเขา ไม่ควรมีอำนาจเสรี
นอกจาก รวมอำนาจที่ศูนย์กลางแล้ว ยังต้องมี กระบวนการกลั่นกรอง มีองค์กรอิสระที่ไม่ได้มาจากประชาชน ทำหน้าที่ ประคองทิศทางให้ชาติ ไปบนเส้นทางที่เหมาะสมอีกด้วย
ซึ่งนี่คือ ระบอบการปกครองของไทย ที่ไม่เหมือนใครในโลก แม้จะเรียกกันว่าประชาธิปไตย แต่ ประชาชนไม่ได้ถืออำนาจสูงสุดอยู่ในมืออย่างแท้จริง
ประชาชน จะได้ในสิ่งที่มีคนกลุ่มหนึ่งมองว่า สมควรได้ สมควรมี ถ้าสิ่งนั้นดีต่อชาติส่วนรวมในมุมมองของคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น เพื่อความมั่นคงของชาติ และ บูรณภาพของอธิปไตย
ก็สงสัยมาเสมอว่า
ประเทศไทย มีความ ไม่มั่นคง สูงจนน่ากลัวเช่นนั้นเลยหรือ