เรื่องมีอยู่ว่า เรามียอดชำระเดือนก่อนในบิลแจ้งว่า 99,097.79 แต่เนื่องจาก app SCB easy ทำธุรกรรมเกิน 50,000 บาทจะต้องสแกนหน้าทุกครั้ง แต่เราไม่เคยสแกนผ่านเลย มีอยู่ธนาคารเดียวเท่านั้น เคยร้องเรียนผ่าน Call Center ก็บอกว่าส่งต่อให้ฝ่าย IT ดูแล ฝ่าย IT ตอบกลับมาว่าใช้งานได้ปกติ แต่ไม่เคยดูโลกภายนอกกับเขาเลยว่าใช้ธนาคารอื่นใช้เทคโนโลยีในการตรวจสอบใบหน้าแบบไหน เขาทำงานยังไง ทำไมถึงไม่เห็นมีปัญหา
เรามี app เกือบทุกธนาคารแต่มี SCB ที่เดียวนี่แหละที่สแกนหน้าเป็น 10 ครั้งไม่เคยผ่าน ค่าเฉลี่ยสแกนหน้าประมาณ 15 ครั้งจะผ่านครั้งนึง หงุดหงิดมาก ทำให้เราต้องโอนเงินจ่ายค่าบัตรเครดิต Card X ของ SCB 2 ยอดคือครั้งแรก 50,000 บาทและอีกครั้ง เราโอนไป 49,097.70 บาท รวมยอดแล้วก็นึกว่าพอดี เห็นขาดเศษ 9 สตางค์ ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะปกติเวลาโอนขาดหลักสตางค์เดือนหน้า มันก็จะรวมกับหลักสตางค์เดือนหน้ากลายเป็นหนึ่งบาท
แต่พอเดือนนี้กลับมียอดจำนวน 1,649.38 บาท ทั้งๆที่เราไม่ได้ใช้บัตรใบนี้เลย มารู้ทีหลังว่านี่คือดอกเบี้ยของยอดเงิน 99,097.79 บาท ที่เราจ่ายเงินขาดไป 9 สตางค์ พอมาค้นหากระทู้ประเภทนี้ดูปรากฏว่าไม่ได้มีแค่ Card X ของ SCB แค่เจ้าเดียวแต่ธนาคารอื่นก็เป็นแบบนี้กันหมด ทั้งๆที่เมื่อก่อนจ่ายขาดไปหลังสตางค์พอถึงเดือนหน้าจ่ายเกินมันก็หักลบกลบหนี้กันหมด
เราก็ไม่แน่ใจว่าแบงค์ชาติปล่อยให้ธนาคารเหล่านี้ เขียนสัญญาทำร้ายผู้บริโภคได้อย่างไร ถ้าติดหนี้อยู่เท่าไหร่ก็ต้องคิดดอกเบี้ยตามยอดหนี้ที่ยังค้างชำระ ไม่ใช่ว่าคิดเต็มจำนวน
ระเบียบที่มันเป็นการเหมือนขูดเลือดขูดเนื้อกับลูกค้าที่ไม่มีทางสู้ ถ้าเราไม่ยอมจ่ายยอดดอกเบี้ยนี้ครบ 3 เดือนก็จะติดแบล็คลิสเครดิตบูโร ถือว่าเป็นความไม่ยุติธรรมในสังคมที่ออกกฎเกณฑ์มาให้กับธนาคารพวกนี้ทำร้ายลูกค้า
ค้างเงินแค่ 9 สตางค์แต่กลับคิดดอกเบี้ยถึง 1,649.38 บาท/เดือน ไม่มีความสมเหตุสมผลเลย เราคิดว่าตอนที่สมัครบัตรเครดิตมันคงมี term and condition ตัวเล็กๆที่เขียนเอาเปรียบลูกค้าเพราะรู้อยู่แล้วว่าลูกค้าไม่อ่าน แอบเปลี่ยนเงื่อนไขตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เพราะเมื่อก่อนจ่ายขาดหลักสตางค์มาก็หลายครั้ง ไม่เห็นมีบัตรใบไหนมีปัญหาอะไรเลย
แล้วแบงค์ชาติทำไมยอมอนุมัติให้ธนาคารพวกนี้เขียนสัญญาที่เอาเปรียบลูกค้าแบบนี้ได้?
ธนาคารพาณิชย์ไทยหาเงินกับคนทำงานหาเช้ากินค่ำอย่างเรา เพื่อไปสร้างความร่ำรวยกับนักธุรกิจกับนายธนาคาร จนคนอย่างเราแทบจะไม่เหลือที่ยืนในสังคมเพราะว่าชื่อของเราจะต้องติดเครดิตบูโรอย่างไม่เป็นธรรม ไม่สามารถทำธุรกรรมเกี่ยวข้องกับการเงินได้อีก
พนักงาน call center ธนาคาร ก็ก็ไม่ได้มีความจริงใจในการช่วยเหลือ ตอบแบบขอไปที โทรมาติดต่อเราว่าขอแสดงความเสียใจ และได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วแต่ฝ่ายอนุมัติไม่ยอม wave ดอกเบี้ยส่วนนี้ให้ แต่เรารู้จากเพื่อน ที่ทำงานธนาคารว่า เวลาลูกค้ารูดซื้อกองทุนแล้วบางทีจ่ายเงินช้าไป 3 -5 วัน โดนคิดดอกเบี้ย ก็มักจะโทรมาขอให้ช่วยติดต่อกับส่วนกลางเพื่อขอ wave ให้เป็นกรณีไป ซึ่งเรื่องส่วนใหญ่ก็จบด้วยดีเพราะลูกค้าไม่ได้มีเจตนาเบี้ยวหนี้ แต่เคสเรากลับเหมือน robot ที่โปรแกรมมา ตั้งแต่ call center หน้างานไปถึงคนที่ทำงานหลังบ้าน กะเงินแค่ 9 สตางค์ที่จ่ายขาดไป กลับคิดดอกเบี้ย 1,649.38 บาท จากยอด 99,097.79 บาท
บางคนอาจจะตั้งคำถามว่าทำไมเราไม่ยอมจ่ายดอกเบี้ยก้อนนี้ให้จบๆไป แต่ในความคิดเรา ถ้าเรายอมจ่ายไป ธนาคารก็ใช้อำนาจเงินที่เหนือกว่ามาเอาเปรียบเราอยู่เรื่อยไป เรายอมติดเครดิตบูโรดีกว่า ไม่ต้องไปกู้เงินกับธนาคารที่มีนโยบายแบบนี้ ดีกว่าตอนเศรษฐกิจแย่ๆแล้วถ้าเราล้ม ต้องโดนคนพวกนี้มาเหยียบซ้ำ
ถ้าเวรกรรมมีจริง
ขอให้สิ่งที่ Card X ของ SCB ทำไว้กับเราในวันนี้ ตกทอดแก่ทั้งพนักงานที่ไม่มี service mind ที่จะช่วยเหลือลูกค้า รวมถึงหน่วยงานหลังบ้านที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้บริหารทั้งทายาทตระกูลของผู้ก่อตั้ง
ขอให้ บริษัทของคุณ มีผลประกอบการกำไรเติบโตต่อเนื่องในทุกๆปี จากการเอาเปรียบเรากำลังจะตกต่ำลงจากการจะต้องติดเครดิตบูโรด้วย
สาธุ
จากคนที่กำลังจะติดเครดิตบูโร
_______________________________________________
Update 23/8/68 ไปตามตอบแต่ละ rep แล้วรู้สึกคนไม่เห็นกัน เลยมาแปะเพิ่มเติมตรงนี้
เรื่องพลาดเรายอมรับอยู่แล้ว แต่เราเป็นมนุษย์เราไม่มีความสามารถที่จะทำทุกอย่างได้เป๊ะเหมือนอย่างโปรแกรมที่ถูกเขียนเอาไว้
เป็นมนุษย์ย่อมมี human error และยังคงคาดหวังว่า "คนที่เป็นมนุษย์เหมือนกันคงจะเข้าใจในความผิดพลาดและเห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ในสิ่งที่พลาดไป"
แต่ถ้ามนุษย์ที่ทำงานเป๊ะเหมือนโปรแกรม ขาดความเป็นมนุษย์ไปก็ไม่สมควรจะมาทำงานเช่นกัน จ้างโปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรมให้ทำงานแทนดีกว่า ไม่ต้องขึ้นเงินเดือนไม่ต้องจ่ายโบนัสไม่ต้องดูแลเรื่องสวัสดิการ
และรู้สึกสัมผัสได้เป็นการส่วนตัว เวลาโทรไปคุยกับ Call Center หรือพวกประกันต่างๆได้ว่า เด็กที่เขารับมาสมัยนี้ไม่ค่อยมี service mind ในการให้บริการลูกค้าสักเท่าไหร่นัก เขาให้บทพูดมายังไงก็พูดได้แค่นั้น
อัพเดทล่าสุดทาง card x ของ SCB ได้ wave ดอกเบี้ยให้เราเรียบร้อยแล้ว โดยเราเช็คใน app แล้วยอดดอกเบี้ยหักล้างหายไป รู้สึกโล่งใจขึ้นมาก
__________________________
ส่วนอันนี้ที่ตอบไปเรื่องปัญหาสแกนหน้า scb easy
เรื่อง app สแกนไม่ผ่านนี่ เราไปมา 3 สาขาเลย จนพนักงานที่แบงค์ก็เหนื่อยกับเราเหมือนกันแล้วก็บอกว่าเป็นที่โทรศัพท์เราเอง
เราก็เลยลองโอนเงินเกิน 50,000 บาทด้วยธนาคารอื่นให้พนักงาน SCB ดู เขาเลยเงียบ แล้วก็กดโทรศัพท์ต่อสายให้เราคุยกับ Call Center
Call Center ก็บอกว่าจะประสานกับฝ่ายไอทีให้
หลังจากไปมา 3 สาขา ดูท่าแล้วชีวิตเราคงไม่สงบสุขแน่ถ้ายังต้องโอนเงินเกิน 50,000 บาทกับ SCB
จึงตัดสินใจถอนเงินที่อยู่ในออมทรัพย์พิเศษออกไปไว้ที่ธนาคารอื่นแทน
เรากำลังจะติด blacklist เครดิตบูโร ด้วยยอดค้างชำระ 0.09 บาท จากบัตรเครดิต Card X ของ SCB
เรามี app เกือบทุกธนาคารแต่มี SCB ที่เดียวนี่แหละที่สแกนหน้าเป็น 10 ครั้งไม่เคยผ่าน ค่าเฉลี่ยสแกนหน้าประมาณ 15 ครั้งจะผ่านครั้งนึง หงุดหงิดมาก ทำให้เราต้องโอนเงินจ่ายค่าบัตรเครดิต Card X ของ SCB 2 ยอดคือครั้งแรก 50,000 บาทและอีกครั้ง เราโอนไป 49,097.70 บาท รวมยอดแล้วก็นึกว่าพอดี เห็นขาดเศษ 9 สตางค์ ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะปกติเวลาโอนขาดหลักสตางค์เดือนหน้า มันก็จะรวมกับหลักสตางค์เดือนหน้ากลายเป็นหนึ่งบาท
แต่พอเดือนนี้กลับมียอดจำนวน 1,649.38 บาท ทั้งๆที่เราไม่ได้ใช้บัตรใบนี้เลย มารู้ทีหลังว่านี่คือดอกเบี้ยของยอดเงิน 99,097.79 บาท ที่เราจ่ายเงินขาดไป 9 สตางค์ พอมาค้นหากระทู้ประเภทนี้ดูปรากฏว่าไม่ได้มีแค่ Card X ของ SCB แค่เจ้าเดียวแต่ธนาคารอื่นก็เป็นแบบนี้กันหมด ทั้งๆที่เมื่อก่อนจ่ายขาดไปหลังสตางค์พอถึงเดือนหน้าจ่ายเกินมันก็หักลบกลบหนี้กันหมด
เราก็ไม่แน่ใจว่าแบงค์ชาติปล่อยให้ธนาคารเหล่านี้ เขียนสัญญาทำร้ายผู้บริโภคได้อย่างไร ถ้าติดหนี้อยู่เท่าไหร่ก็ต้องคิดดอกเบี้ยตามยอดหนี้ที่ยังค้างชำระ ไม่ใช่ว่าคิดเต็มจำนวน
ระเบียบที่มันเป็นการเหมือนขูดเลือดขูดเนื้อกับลูกค้าที่ไม่มีทางสู้ ถ้าเราไม่ยอมจ่ายยอดดอกเบี้ยนี้ครบ 3 เดือนก็จะติดแบล็คลิสเครดิตบูโร ถือว่าเป็นความไม่ยุติธรรมในสังคมที่ออกกฎเกณฑ์มาให้กับธนาคารพวกนี้ทำร้ายลูกค้า
ค้างเงินแค่ 9 สตางค์แต่กลับคิดดอกเบี้ยถึง 1,649.38 บาท/เดือน ไม่มีความสมเหตุสมผลเลย เราคิดว่าตอนที่สมัครบัตรเครดิตมันคงมี term and condition ตัวเล็กๆที่เขียนเอาเปรียบลูกค้าเพราะรู้อยู่แล้วว่าลูกค้าไม่อ่าน แอบเปลี่ยนเงื่อนไขตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เพราะเมื่อก่อนจ่ายขาดหลักสตางค์มาก็หลายครั้ง ไม่เห็นมีบัตรใบไหนมีปัญหาอะไรเลย
แล้วแบงค์ชาติทำไมยอมอนุมัติให้ธนาคารพวกนี้เขียนสัญญาที่เอาเปรียบลูกค้าแบบนี้ได้?
ธนาคารพาณิชย์ไทยหาเงินกับคนทำงานหาเช้ากินค่ำอย่างเรา เพื่อไปสร้างความร่ำรวยกับนักธุรกิจกับนายธนาคาร จนคนอย่างเราแทบจะไม่เหลือที่ยืนในสังคมเพราะว่าชื่อของเราจะต้องติดเครดิตบูโรอย่างไม่เป็นธรรม ไม่สามารถทำธุรกรรมเกี่ยวข้องกับการเงินได้อีก
พนักงาน call center ธนาคาร ก็ก็ไม่ได้มีความจริงใจในการช่วยเหลือ ตอบแบบขอไปที โทรมาติดต่อเราว่าขอแสดงความเสียใจ และได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วแต่ฝ่ายอนุมัติไม่ยอม wave ดอกเบี้ยส่วนนี้ให้ แต่เรารู้จากเพื่อน ที่ทำงานธนาคารว่า เวลาลูกค้ารูดซื้อกองทุนแล้วบางทีจ่ายเงินช้าไป 3 -5 วัน โดนคิดดอกเบี้ย ก็มักจะโทรมาขอให้ช่วยติดต่อกับส่วนกลางเพื่อขอ wave ให้เป็นกรณีไป ซึ่งเรื่องส่วนใหญ่ก็จบด้วยดีเพราะลูกค้าไม่ได้มีเจตนาเบี้ยวหนี้ แต่เคสเรากลับเหมือน robot ที่โปรแกรมมา ตั้งแต่ call center หน้างานไปถึงคนที่ทำงานหลังบ้าน กะเงินแค่ 9 สตางค์ที่จ่ายขาดไป กลับคิดดอกเบี้ย 1,649.38 บาท จากยอด 99,097.79 บาท
บางคนอาจจะตั้งคำถามว่าทำไมเราไม่ยอมจ่ายดอกเบี้ยก้อนนี้ให้จบๆไป แต่ในความคิดเรา ถ้าเรายอมจ่ายไป ธนาคารก็ใช้อำนาจเงินที่เหนือกว่ามาเอาเปรียบเราอยู่เรื่อยไป เรายอมติดเครดิตบูโรดีกว่า ไม่ต้องไปกู้เงินกับธนาคารที่มีนโยบายแบบนี้ ดีกว่าตอนเศรษฐกิจแย่ๆแล้วถ้าเราล้ม ต้องโดนคนพวกนี้มาเหยียบซ้ำ
ถ้าเวรกรรมมีจริง
ขอให้สิ่งที่ Card X ของ SCB ทำไว้กับเราในวันนี้ ตกทอดแก่ทั้งพนักงานที่ไม่มี service mind ที่จะช่วยเหลือลูกค้า รวมถึงหน่วยงานหลังบ้านที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้บริหารทั้งทายาทตระกูลของผู้ก่อตั้ง
ขอให้ บริษัทของคุณ มีผลประกอบการกำไรเติบโตต่อเนื่องในทุกๆปี จากการเอาเปรียบเรากำลังจะตกต่ำลงจากการจะต้องติดเครดิตบูโรด้วย
สาธุ
จากคนที่กำลังจะติดเครดิตบูโร
_______________________________________________
Update 23/8/68 ไปตามตอบแต่ละ rep แล้วรู้สึกคนไม่เห็นกัน เลยมาแปะเพิ่มเติมตรงนี้
เรื่องพลาดเรายอมรับอยู่แล้ว แต่เราเป็นมนุษย์เราไม่มีความสามารถที่จะทำทุกอย่างได้เป๊ะเหมือนอย่างโปรแกรมที่ถูกเขียนเอาไว้
เป็นมนุษย์ย่อมมี human error และยังคงคาดหวังว่า "คนที่เป็นมนุษย์เหมือนกันคงจะเข้าใจในความผิดพลาดและเห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ในสิ่งที่พลาดไป"
แต่ถ้ามนุษย์ที่ทำงานเป๊ะเหมือนโปรแกรม ขาดความเป็นมนุษย์ไปก็ไม่สมควรจะมาทำงานเช่นกัน จ้างโปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรมให้ทำงานแทนดีกว่า ไม่ต้องขึ้นเงินเดือนไม่ต้องจ่ายโบนัสไม่ต้องดูแลเรื่องสวัสดิการ
และรู้สึกสัมผัสได้เป็นการส่วนตัว เวลาโทรไปคุยกับ Call Center หรือพวกประกันต่างๆได้ว่า เด็กที่เขารับมาสมัยนี้ไม่ค่อยมี service mind ในการให้บริการลูกค้าสักเท่าไหร่นัก เขาให้บทพูดมายังไงก็พูดได้แค่นั้น
อัพเดทล่าสุดทาง card x ของ SCB ได้ wave ดอกเบี้ยให้เราเรียบร้อยแล้ว โดยเราเช็คใน app แล้วยอดดอกเบี้ยหักล้างหายไป รู้สึกโล่งใจขึ้นมาก
__________________________
ส่วนอันนี้ที่ตอบไปเรื่องปัญหาสแกนหน้า scb easy
เรื่อง app สแกนไม่ผ่านนี่ เราไปมา 3 สาขาเลย จนพนักงานที่แบงค์ก็เหนื่อยกับเราเหมือนกันแล้วก็บอกว่าเป็นที่โทรศัพท์เราเอง
เราก็เลยลองโอนเงินเกิน 50,000 บาทด้วยธนาคารอื่นให้พนักงาน SCB ดู เขาเลยเงียบ แล้วก็กดโทรศัพท์ต่อสายให้เราคุยกับ Call Center
Call Center ก็บอกว่าจะประสานกับฝ่ายไอทีให้
หลังจากไปมา 3 สาขา ดูท่าแล้วชีวิตเราคงไม่สงบสุขแน่ถ้ายังต้องโอนเงินเกิน 50,000 บาทกับ SCB
จึงตัดสินใจถอนเงินที่อยู่ในออมทรัพย์พิเศษออกไปไว้ที่ธนาคารอื่นแทน