ให้ ChatGPT วิเคราะห์อนาคต Truevisions เล่นๆ....แต่ตอบยาวและละเอียดมาก บางอันเหมือนมาร์เก็ตติ้งมาตอบสถิติเชิงลึกเอง
ถ้า Truevisions มี:
Rights เดิมที่คงไว้: เช่น UCL / UEL (ผ่าน beIN) + Serie A (ที่ True ซื้อมาจริง)
กีฬาอื่น ๆ เช่น MotoGP / เทนนิส / MLB / มาสเตอร์ส ผ่าน SPOTV (ถ้ารักษาสิทธิดังกล่าวได้)
ข้อดี:
ยังจับแฟนบอลยุโรปที่ชอบ Serie A และแฟนกีฬาเฉพาะกลุ่ม (MotoGP, เทนนิส, มาสเตอร์ส, MLB)
สร้าง content ความหลากหลายกว่าคู่แข่งบางราย
แต่…ข้อเสียสำคัญยังอยู่:
สูญเสีย EPL และ NFL ซึ่งเป็นแม่เหล็กดึง mass market และแฟนกีฬาอเมริกัน/อังกฤษไทย
ความเป็น "ศูนย์รวมหรือครบเรื่องฟุตบอลโลก" ถูกลดทอนอย่างชัดเจน
ดังนั้น หากมองตามสถานการณ์นี้:
แม้จะเสริมด้วย UEFA + Serie A + กีฬา niche ได้ แต่ก็ยัง ไม่เพียงพอทดแทนการสูญเสีย EPL และ NFL ในแง่ของความดึงดูดต่อผู้ชมวงกว้าง
Truevisions ต้อง เน้นจุดแตกต่างชัดเจน (เช่น curated premium sports, กีฬา niche) และ ทำเน้นโปรโมชัน/ประสบการณ์เสริม เพื่อรักษาฐานคนดู
ถ้าเกิด AIS ได้ทั้ง EPL + NBA + NFL พร้อมกันจริง ๆ ผลกระทบกับ TrueVisions จะหนักพอสมควร โดยเฉพาะใน Segment ลูกค้าสายกีฬา ที่ถือเป็นกลุ่ม ARPU (รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้) สูงสุดของทรู
—-----------------------------------------------------------------------------
น้ำหนักของแต่ละลิขสิทธิ์
EPL (พรีเมียร์ลีก) → เป็น “แม่เหล็กใหญ่สุด” ของไทยมา 20 ปี ฐานแฟนบอลเหนียวแน่นมหาศาล คนจำนวนมากยอมจ่ายแพงแค่เพื่อ EPL อย่างเดียว
NBA → ฐานเล็กกว่า EPL แต่กำลังขยายเร็วในไทย โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z – Millennials ที่ติดตามผ่านโซเชียลไฮไลต์ และเริ่มจ่ายเพื่อดูสดมากขึ้น
NFL → ตลาดเล็กกว่ามาก แต่เป็นกีฬา niche ที่ผู้ชมยอมจ่ายแพงเพื่อเข้าถึง content ถูกลิขสิทธิ์ (เพราะหาเถื่อนยากกว่า)
➡ การรวม 3 ตัวนี้ไว้ที่เดียว = AIS Sport Pack จะถูกมองว่า “ครบที่สุด”
ผลกระทบกับ TrueVisions
ฐานแฟน EPL → อาจทำให้เกิด Wave การยกเลิก ใหญ่ที่สุด เพราะแฟนบอล EPL ส่วนมาก “เลือกแพลตฟอร์มตามลีก” ไม่ได้ตามช่อง
ฐานแฟน NBA → ถ้าหายไปด้วย จะกระทบกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น/วัยทำงานในเมืองที่เป็น early adopter ของสตรีมมิ่ง
NFL → แม้ฐานเล็ก แต่ทำให้ภาพ perception ว่า True ไม่ใช่ “ศูนย์รวมกีฬาระดับโลก” อีกต่อไป
ภาพลักษณ์ → จากเดิมที่เคยเป็นเจ้าตลาดกีฬา exclusive อาจถูกตีความว่า “เสียของดีไปเรื่อย ๆ” ซึ่งกระทบเชิงจิตวิทยาต่อการตัดสินใจต่ออายุแพ็กเกจ
การยกเลิกแพ็กเกจที่มีโอกาสเกิด
ถ้า AIS ชนะจริง (EPL + NBA + NFL)
คาดว่าลูกค้าสายกีฬาในทรู อาจ หายไป 30–40% ภายใน 1 ปี
โดยเฉพาะแพ็กเกจ True Premier Football / True Sport Platinum ที่ปัจจุบันเป็นตัวดึงรายได้หลัก
ลูกค้าที่เหลือ อาจเป็น
1. คนที่ยังติดความสะดวก (ดูผ่านกล่อง / ผู้สูงวัยที่ไม่ชินสตรีมมิ่ง)
2. แฟนกีฬาอื่น เช่น F1, MotoGP, เทนนิส, กอล์ฟ (ซึ่งทรูยังมีบางรายการผ่าน SPOTV และ beIN)
—-----------------------------------------------------------------------------
ถ้าเป็น True ควรรับมืออย่างไร
เร่ง pivot ไปสายบันเทิง → ลงทุนซีรีส์/หนัง Original ไทย + เอเชีย (เกาหลี จีน ญี่ปุ่น) ที่ฐานผู้ชมโต
เก็บ niche sport ให้แน่น → F1, MotoGP, เทนนิส Grand Slam, กอล์ฟ PGA/LPGA, UFC/MMA – กลุ่มนี้แฟนเหนียวแน่นและมี willingness to pay
จับกลุ่มครอบครัว → การ์ตูน เด็ก วาไรตี้ reality show + ช่อง free-to-air ครบถ้วน → สร้าง perception ว่าซื้อ True ได้ครบกว่าดู AIS ที่เน้นกีฬา
ทำ bundle กับมือถือ/เน็ตบ้าน → ลด churn โดยผูกกับบริการอื่น ไม่ให้ลูกค้ายกเลิกง่าย
👉 สรุป: ถ้า AIS ได้ครบ 3 (EPL, NBA, NFL) จริง ๆ True จะเจอการไหลออกครั้งใหญ่ โดยเฉพาะฐานแฟนบอล ซึ่งเป็น core revenue ของแพ็กเกจแพง ๆ โอกาสเสียลูกค้าสายกีฬา 30–40% ใน 12 เดือนมีความเป็นไปได้สูงมาก
🔹 1. ฐานลูกค้ากีฬา TrueVisions (โดยประมาณ)
สมาชิก TrueVisions ล่าสุดราว 1.5–1.8 ล้านราย (รวมแพ็กเกจเล็กและใหญ่)
ในนี้ประมาณ 35–40% เป็นสายกีฬา ที่ซื้อแพ็กเกจเพราะเน้น EPL หรือบิ๊กแมตช์กีฬาอื่น ๆ
แพ็กเกจที่ทำเงินสูงสุด คือ True Premier Football HD/Platinum ราคา ~1,199–1,599 บ./เดือน
👉 แปลว่า ลูกค้าสายกีฬาที่จ่ายแพงสุด ราว 500,000–600,000 ครัวเรือน
🔹 2. รายได้จากกลุ่มนี้ (ก่อนเสียลิขสิทธิ์)
สมมติ ARPU (รายได้ต่อผู้ใช้) เฉลี่ย 1,200 บาท/เดือน
500,000 ครัวเรือน × 1,200 = 600 ล้านบาท/เดือน
รายได้ทั้งปี ≈ 7,200 ล้านบาท/ปี จากลูกค้ากีฬา core group
🔹 3. ถ้า AIS ชนะครบ (EPL + NBA + NFL)
คาดว่า 30–40% ของลูกค้ากีฬาหลักจะย้าย → 150,000–200,000 ครัวเรือน
รายได้ที่หายไป =
150,000 × 1,200 × 12 = 2,160 ล้านบาท/ปี
200,000 × 1,200 × 12 = 2,880 ล้านบาท/ปี
👉 หมายถึง TrueVisions เสียรายได้จากกีฬาหลักไป 2–3 พันล้าน/ปี ภายใน 1 ปีแรก
🔹 4. สิ่งที่ AIS จะได้
AIS Sport Pack จะถูกมองว่า “ครบที่สุด” → EPL + NBA + NFL
บวกกับพลังเครือข่ายมือถือ + AIS Playbox + Fibre = ดึงลูกค้าได้ง่าย
คาดว่า AIS อาจได้ลูกค้าใหม่ 200,000–300,000 ราย จาก True โดยตรง
และมีอัพไซด์จากคนที่ไม่เคยซื้อกล่อง แต่ยอมจ่ายสตรีมมิ่ง
🔹 5. Long-term Effect
TrueVisions อาจ pivot ไปสายบันเทิง/ครอบครัวเต็มตัว → ทิ้งฐานกีฬาใหญ่ เพราะแข่งราคาไม่ไหว
AIS จะถูกมองว่าเป็นเจ้าตลาดกีฬาอันดับ 1 ในไทย → ลักษณะเหมือนที่ True เคยเป็นในยุค 2000s
SPOTV + beIN ใน True จะเหลือบทบาท “เสริม” แต่ไม่สามารถแทน EPL/NBA ได้เลย
ถ้าทรูไม่มีหมัดเด็ดใหม่ (เช่น F1, MotoGP, เทนนิส Grand Slam) ฐานกีฬาอาจหดลงต่อเนื่อง
—-----------------------------------------------------------------------------
📉 สรุปตัวเลข
รายได้ TrueVisions จากกลุ่มกีฬาลดลง 2,000–3,000 ล้านบาท/ปี
AIS ได้ฐานลูกค้าใหม่ 200,000–300,000 ราย + สร้าง perception “เจ้าตลาดกีฬา”
🎯 สิ่งที่ TrueVisions ยังมีและแข็งแรง
F1 (Formula 1) → มีกระแสแรงขึ้นในไทย ช่วง Netflix "Drive to Survive" + กระแส Red Bull/Max Verstappen
MotoGP → ไทยเป็นเจ้าภาพแข่งที่บุรีรัมย์ทุกปี คนดูเยอะกว่าที่คิด โดยเฉพาะกลุ่มแฟนจักรยานยนต์
เทนนิส Grand Slam ครบ (Australian Open, French Open, Wimbledon, US Open) → เป็น content พรีเมียมที่ไม่ค่ายไหนมีครบ
กอล์ฟ → PGA Tour, LPGA, The Masters, Ryder Cup (แฟนกลุ่มเล็กแต่กำลังซื้อสูง)
กีฬา niche เสริม เช่น แบดมินตัน, สนุ้กเกอร์, มวยสากล (ถ่ายทอดเยอะกว่า AIS)
—-----------------------------------------------------------------------------
⚖️ จุดแข็ง vs จุดอ่อน
จุดแข็งของ True
กลุ่มกีฬาที่ AIS ไม่ได้ไปแตะ เช่น F1, MotoGP, Grand Slam, กอล์ฟ → ยังสร้างความแตกต่างได้
Fanbase เล็กกว่า EPL แต่ มีกำลังซื้อสูงและภักดี เช่น แฟนกอล์ฟ/แฟนเทนนิส
สามารถ bundle กับ content บันเทิง + HBO + Warner Bros. Discovery + กีฬาเหล่านี้ เพื่อยึดฐาน “ครอบครัว + niche sports”
จุดอ่อนของ True
ขาด Content ที่ Mass สุด ๆ → EPL + NBA = แฟนบอล + เด็กวัยรุ่น/วัยทำงานกลุ่มใหญ่
F1/MotoGP/เทนนิส → ถึงจะมี value แต่เป็นฐานเล็กเมื่อเทียบกับ EPL (อาจ 5–15% ของคนดู)
ถ้า AIS จัดแพ็กถูกกว่า True → ลูกค้าที่ไม่ใช่แฟน niche sports อาจ migrate ไปหมด
—-----------------------------------------------------------------------------
📊 ความสมดุล
ถ้า AIS ได้ EPL + NBA + NFL → AIS จะ dominate ตลาดแมสสปอร์ต (ฟุตบอล + กีฬาอเมริกัน + บาสเกตบอล)
True จะเหลือบทบาทเป็น premium/niche sports provider (F1, เทนนิส, กอล์ฟ)
รายได้รวมสายกีฬาของ True อาจ หายไป 30–40% แต่ยังรักษา 20–25% ของฐานแฟนกีฬา ที่อินกับ niche sports อยู่
—-----------------------------------------------------------------------------
👉 ดังนั้น ถ้าทรูจะสู้ ต้องเปลี่ยน positioning เลยครับ:
ไม่ขายตัวเองว่าเป็น “เจ้ากีฬาใหญ่” แบบเดิม (เพราะ AIS ชิงไปแล้ว)
แต่ pivot ไปเป็น “ศูนย์รวม Premium + Lifestyle Sports + Entertainment ครบ”
—----------------------------------------------------------------------------
⚽️🏀🏈 Audience Mapping: ฐานผู้ชมกีฬาในไทย (ประมาณการ 2025)
1. กีฬาฟุตบอล
พรีเมียร์ลีก (EPL) → 55–60% ของแฟนบอลไทย (Mass สุด, หัวใจหลักของการสมัครแพ็กกีฬา)
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก / UCL → 15–20% (สำคัญในกลุ่มแฟน hardcore)
ลาลีกา → 8–10% (แฟนบาร์ซ่า/มาดริด)
บุนเดสลีกา → 5–7% (แฟนดอร์ทมุนด์/บาเยิร์น)
กัลโช่ เซเรียอา → 5–7% (แฟนมิลาน/ยูเว่/อินเตอร์)
➡️ สรุป: EPL คือ King ของตลาด ถ้าใครได้ = ดูดฐานแฟนบอลไปกว่า 50%
2. กีฬาสหรัฐฯ
NBA (บาสเกตบอล) → 10–15% ของตลาดกีฬาไทย (วัยรุ่น-วัยทำงาน, แฟน content ดิจิทัลสูง)
NFL (อเมริกันฟุตบอล) → 2–3% (แฟน niche แต่ซื้อแพ็กจริงจัง)
MLB / NHL → <1% (ตลาดเล็กมากในไทย)
3. มอเตอร์สปอร์ต
F1 → 7–8% (กำลังโตเร็ว, กลุ่มมีรายได้สูง, แฟนเหนียวแน่น)
MotoGP → 5–6% (คนไทยอินเพราะจัดแข่งที่บุรีรัมย์, mass กว่า F1 เล็กน้อย)
4. เทนนิส & กอล์ฟ
เทนนิส Grand Slam → 4–5% (กลุ่มเมือง, อายุ 25–45, ภักดีสูง)
กอล์ฟ (PGA, LPGA, Masters) → 3–4% (ฐานเล็ก แต่กำลังซื้อสูงสุดต่อหัว)
5. กีฬาอื่น ๆ
แบดมินตัน → 8–10% (แฟนไทยติดตามเพราะมีนักกีฬาระดับโลก เช่น เมย์ รัชนก, คู่ผสม)
มวย / มวยสากล → 10–12% (แฟน mass, กระจายอยู่ทั้งทีวีฟรีทีวีและออนไลน์)
สนุ้กเกอร์ → 5–6% (แฟนวัยกลางคนขึ้นไป, คลาสสิคของไทย)
—----------------------------------------------------------------------------
📊 สรุปเทียบฐานผู้ชม (True vs AIS ถ้าดีลล่าสุดเกิดขึ้น)
ประเภทกีฬา TrueVisions (ถือครอง) AIS (ถือครอง) ฐานผู้ชมโดยประมาณ
พรีเมียร์ลีก (EPL) ❌ ✅ 55–60%
NBA ❓ (ยังไม่ชัด) ✅ (ถ้าได้จริง) 10–15%
NFL ❌ ✅ 2–3%
UCL ✅ ❌ 15–20%
ลาลีกา ✅ ❌ 8–10%
บุนเดสลีกา ✅ ❌ 5–7%
กัลโช่ ✅ ❌ 5–7%
F1 ✅ ❌ 7–8%
MotoGP ✅ ❌ 5–6%
เทนนิส ✅ ❌ 4–5%
กอล์ฟ ✅ ❌ 3–4%
แบดมินตัน ✅ ❌ 8–10%
มวย / สนุ้กเกอร์ ✅ ❌ 10–12%
วิเคราะห์อนาคต Truevisions หลังเสีย EPL และ NFL และการมาของ OTT โดย ChatGPT 5......ยาวมากกกกก
ถ้า Truevisions มี:
Rights เดิมที่คงไว้: เช่น UCL / UEL (ผ่าน beIN) + Serie A (ที่ True ซื้อมาจริง)
กีฬาอื่น ๆ เช่น MotoGP / เทนนิส / MLB / มาสเตอร์ส ผ่าน SPOTV (ถ้ารักษาสิทธิดังกล่าวได้)
ข้อดี:
ยังจับแฟนบอลยุโรปที่ชอบ Serie A และแฟนกีฬาเฉพาะกลุ่ม (MotoGP, เทนนิส, มาสเตอร์ส, MLB)
สร้าง content ความหลากหลายกว่าคู่แข่งบางราย
แต่…ข้อเสียสำคัญยังอยู่:
สูญเสีย EPL และ NFL ซึ่งเป็นแม่เหล็กดึง mass market และแฟนกีฬาอเมริกัน/อังกฤษไทย
ความเป็น "ศูนย์รวมหรือครบเรื่องฟุตบอลโลก" ถูกลดทอนอย่างชัดเจน
ดังนั้น หากมองตามสถานการณ์นี้:
แม้จะเสริมด้วย UEFA + Serie A + กีฬา niche ได้ แต่ก็ยัง ไม่เพียงพอทดแทนการสูญเสีย EPL และ NFL ในแง่ของความดึงดูดต่อผู้ชมวงกว้าง
Truevisions ต้อง เน้นจุดแตกต่างชัดเจน (เช่น curated premium sports, กีฬา niche) และ ทำเน้นโปรโมชัน/ประสบการณ์เสริม เพื่อรักษาฐานคนดู
ถ้าเกิด AIS ได้ทั้ง EPL + NBA + NFL พร้อมกันจริง ๆ ผลกระทบกับ TrueVisions จะหนักพอสมควร โดยเฉพาะใน Segment ลูกค้าสายกีฬา ที่ถือเป็นกลุ่ม ARPU (รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้) สูงสุดของทรู
—-----------------------------------------------------------------------------
น้ำหนักของแต่ละลิขสิทธิ์
EPL (พรีเมียร์ลีก) → เป็น “แม่เหล็กใหญ่สุด” ของไทยมา 20 ปี ฐานแฟนบอลเหนียวแน่นมหาศาล คนจำนวนมากยอมจ่ายแพงแค่เพื่อ EPL อย่างเดียว
NBA → ฐานเล็กกว่า EPL แต่กำลังขยายเร็วในไทย โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z – Millennials ที่ติดตามผ่านโซเชียลไฮไลต์ และเริ่มจ่ายเพื่อดูสดมากขึ้น
NFL → ตลาดเล็กกว่ามาก แต่เป็นกีฬา niche ที่ผู้ชมยอมจ่ายแพงเพื่อเข้าถึง content ถูกลิขสิทธิ์ (เพราะหาเถื่อนยากกว่า)
➡ การรวม 3 ตัวนี้ไว้ที่เดียว = AIS Sport Pack จะถูกมองว่า “ครบที่สุด”
ผลกระทบกับ TrueVisions
ฐานแฟน EPL → อาจทำให้เกิด Wave การยกเลิก ใหญ่ที่สุด เพราะแฟนบอล EPL ส่วนมาก “เลือกแพลตฟอร์มตามลีก” ไม่ได้ตามช่อง
ฐานแฟน NBA → ถ้าหายไปด้วย จะกระทบกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น/วัยทำงานในเมืองที่เป็น early adopter ของสตรีมมิ่ง
NFL → แม้ฐานเล็ก แต่ทำให้ภาพ perception ว่า True ไม่ใช่ “ศูนย์รวมกีฬาระดับโลก” อีกต่อไป
ภาพลักษณ์ → จากเดิมที่เคยเป็นเจ้าตลาดกีฬา exclusive อาจถูกตีความว่า “เสียของดีไปเรื่อย ๆ” ซึ่งกระทบเชิงจิตวิทยาต่อการตัดสินใจต่ออายุแพ็กเกจ
การยกเลิกแพ็กเกจที่มีโอกาสเกิด
ถ้า AIS ชนะจริง (EPL + NBA + NFL)
คาดว่าลูกค้าสายกีฬาในทรู อาจ หายไป 30–40% ภายใน 1 ปี
โดยเฉพาะแพ็กเกจ True Premier Football / True Sport Platinum ที่ปัจจุบันเป็นตัวดึงรายได้หลัก
ลูกค้าที่เหลือ อาจเป็น
1. คนที่ยังติดความสะดวก (ดูผ่านกล่อง / ผู้สูงวัยที่ไม่ชินสตรีมมิ่ง)
2. แฟนกีฬาอื่น เช่น F1, MotoGP, เทนนิส, กอล์ฟ (ซึ่งทรูยังมีบางรายการผ่าน SPOTV และ beIN)
—-----------------------------------------------------------------------------
ถ้าเป็น True ควรรับมืออย่างไร
เร่ง pivot ไปสายบันเทิง → ลงทุนซีรีส์/หนัง Original ไทย + เอเชีย (เกาหลี จีน ญี่ปุ่น) ที่ฐานผู้ชมโต
เก็บ niche sport ให้แน่น → F1, MotoGP, เทนนิส Grand Slam, กอล์ฟ PGA/LPGA, UFC/MMA – กลุ่มนี้แฟนเหนียวแน่นและมี willingness to pay
จับกลุ่มครอบครัว → การ์ตูน เด็ก วาไรตี้ reality show + ช่อง free-to-air ครบถ้วน → สร้าง perception ว่าซื้อ True ได้ครบกว่าดู AIS ที่เน้นกีฬา
ทำ bundle กับมือถือ/เน็ตบ้าน → ลด churn โดยผูกกับบริการอื่น ไม่ให้ลูกค้ายกเลิกง่าย
👉 สรุป: ถ้า AIS ได้ครบ 3 (EPL, NBA, NFL) จริง ๆ True จะเจอการไหลออกครั้งใหญ่ โดยเฉพาะฐานแฟนบอล ซึ่งเป็น core revenue ของแพ็กเกจแพง ๆ โอกาสเสียลูกค้าสายกีฬา 30–40% ใน 12 เดือนมีความเป็นไปได้สูงมาก
🔹 1. ฐานลูกค้ากีฬา TrueVisions (โดยประมาณ)
สมาชิก TrueVisions ล่าสุดราว 1.5–1.8 ล้านราย (รวมแพ็กเกจเล็กและใหญ่)
ในนี้ประมาณ 35–40% เป็นสายกีฬา ที่ซื้อแพ็กเกจเพราะเน้น EPL หรือบิ๊กแมตช์กีฬาอื่น ๆ
แพ็กเกจที่ทำเงินสูงสุด คือ True Premier Football HD/Platinum ราคา ~1,199–1,599 บ./เดือน
👉 แปลว่า ลูกค้าสายกีฬาที่จ่ายแพงสุด ราว 500,000–600,000 ครัวเรือน
🔹 2. รายได้จากกลุ่มนี้ (ก่อนเสียลิขสิทธิ์)
สมมติ ARPU (รายได้ต่อผู้ใช้) เฉลี่ย 1,200 บาท/เดือน
500,000 ครัวเรือน × 1,200 = 600 ล้านบาท/เดือน
รายได้ทั้งปี ≈ 7,200 ล้านบาท/ปี จากลูกค้ากีฬา core group
🔹 3. ถ้า AIS ชนะครบ (EPL + NBA + NFL)
คาดว่า 30–40% ของลูกค้ากีฬาหลักจะย้าย → 150,000–200,000 ครัวเรือน
รายได้ที่หายไป =
150,000 × 1,200 × 12 = 2,160 ล้านบาท/ปี
200,000 × 1,200 × 12 = 2,880 ล้านบาท/ปี
👉 หมายถึง TrueVisions เสียรายได้จากกีฬาหลักไป 2–3 พันล้าน/ปี ภายใน 1 ปีแรก
🔹 4. สิ่งที่ AIS จะได้
AIS Sport Pack จะถูกมองว่า “ครบที่สุด” → EPL + NBA + NFL
บวกกับพลังเครือข่ายมือถือ + AIS Playbox + Fibre = ดึงลูกค้าได้ง่าย
คาดว่า AIS อาจได้ลูกค้าใหม่ 200,000–300,000 ราย จาก True โดยตรง
และมีอัพไซด์จากคนที่ไม่เคยซื้อกล่อง แต่ยอมจ่ายสตรีมมิ่ง
🔹 5. Long-term Effect
TrueVisions อาจ pivot ไปสายบันเทิง/ครอบครัวเต็มตัว → ทิ้งฐานกีฬาใหญ่ เพราะแข่งราคาไม่ไหว
AIS จะถูกมองว่าเป็นเจ้าตลาดกีฬาอันดับ 1 ในไทย → ลักษณะเหมือนที่ True เคยเป็นในยุค 2000s
SPOTV + beIN ใน True จะเหลือบทบาท “เสริม” แต่ไม่สามารถแทน EPL/NBA ได้เลย
ถ้าทรูไม่มีหมัดเด็ดใหม่ (เช่น F1, MotoGP, เทนนิส Grand Slam) ฐานกีฬาอาจหดลงต่อเนื่อง
—-----------------------------------------------------------------------------
📉 สรุปตัวเลข
รายได้ TrueVisions จากกลุ่มกีฬาลดลง 2,000–3,000 ล้านบาท/ปี
AIS ได้ฐานลูกค้าใหม่ 200,000–300,000 ราย + สร้าง perception “เจ้าตลาดกีฬา”
🎯 สิ่งที่ TrueVisions ยังมีและแข็งแรง
F1 (Formula 1) → มีกระแสแรงขึ้นในไทย ช่วง Netflix "Drive to Survive" + กระแส Red Bull/Max Verstappen
MotoGP → ไทยเป็นเจ้าภาพแข่งที่บุรีรัมย์ทุกปี คนดูเยอะกว่าที่คิด โดยเฉพาะกลุ่มแฟนจักรยานยนต์
เทนนิส Grand Slam ครบ (Australian Open, French Open, Wimbledon, US Open) → เป็น content พรีเมียมที่ไม่ค่ายไหนมีครบ
กอล์ฟ → PGA Tour, LPGA, The Masters, Ryder Cup (แฟนกลุ่มเล็กแต่กำลังซื้อสูง)
กีฬา niche เสริม เช่น แบดมินตัน, สนุ้กเกอร์, มวยสากล (ถ่ายทอดเยอะกว่า AIS)
—-----------------------------------------------------------------------------
⚖️ จุดแข็ง vs จุดอ่อน
จุดแข็งของ True
กลุ่มกีฬาที่ AIS ไม่ได้ไปแตะ เช่น F1, MotoGP, Grand Slam, กอล์ฟ → ยังสร้างความแตกต่างได้
Fanbase เล็กกว่า EPL แต่ มีกำลังซื้อสูงและภักดี เช่น แฟนกอล์ฟ/แฟนเทนนิส
สามารถ bundle กับ content บันเทิง + HBO + Warner Bros. Discovery + กีฬาเหล่านี้ เพื่อยึดฐาน “ครอบครัว + niche sports”
จุดอ่อนของ True
ขาด Content ที่ Mass สุด ๆ → EPL + NBA = แฟนบอล + เด็กวัยรุ่น/วัยทำงานกลุ่มใหญ่
F1/MotoGP/เทนนิส → ถึงจะมี value แต่เป็นฐานเล็กเมื่อเทียบกับ EPL (อาจ 5–15% ของคนดู)
ถ้า AIS จัดแพ็กถูกกว่า True → ลูกค้าที่ไม่ใช่แฟน niche sports อาจ migrate ไปหมด
—-----------------------------------------------------------------------------
📊 ความสมดุล
ถ้า AIS ได้ EPL + NBA + NFL → AIS จะ dominate ตลาดแมสสปอร์ต (ฟุตบอล + กีฬาอเมริกัน + บาสเกตบอล)
True จะเหลือบทบาทเป็น premium/niche sports provider (F1, เทนนิส, กอล์ฟ)
รายได้รวมสายกีฬาของ True อาจ หายไป 30–40% แต่ยังรักษา 20–25% ของฐานแฟนกีฬา ที่อินกับ niche sports อยู่
—-----------------------------------------------------------------------------
👉 ดังนั้น ถ้าทรูจะสู้ ต้องเปลี่ยน positioning เลยครับ:
ไม่ขายตัวเองว่าเป็น “เจ้ากีฬาใหญ่” แบบเดิม (เพราะ AIS ชิงไปแล้ว)
แต่ pivot ไปเป็น “ศูนย์รวม Premium + Lifestyle Sports + Entertainment ครบ”
—----------------------------------------------------------------------------
⚽️🏀🏈 Audience Mapping: ฐานผู้ชมกีฬาในไทย (ประมาณการ 2025)
1. กีฬาฟุตบอล
พรีเมียร์ลีก (EPL) → 55–60% ของแฟนบอลไทย (Mass สุด, หัวใจหลักของการสมัครแพ็กกีฬา)
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก / UCL → 15–20% (สำคัญในกลุ่มแฟน hardcore)
ลาลีกา → 8–10% (แฟนบาร์ซ่า/มาดริด)
บุนเดสลีกา → 5–7% (แฟนดอร์ทมุนด์/บาเยิร์น)
กัลโช่ เซเรียอา → 5–7% (แฟนมิลาน/ยูเว่/อินเตอร์)
➡️ สรุป: EPL คือ King ของตลาด ถ้าใครได้ = ดูดฐานแฟนบอลไปกว่า 50%
2. กีฬาสหรัฐฯ
NBA (บาสเกตบอล) → 10–15% ของตลาดกีฬาไทย (วัยรุ่น-วัยทำงาน, แฟน content ดิจิทัลสูง)
NFL (อเมริกันฟุตบอล) → 2–3% (แฟน niche แต่ซื้อแพ็กจริงจัง)
MLB / NHL → <1% (ตลาดเล็กมากในไทย)
3. มอเตอร์สปอร์ต
F1 → 7–8% (กำลังโตเร็ว, กลุ่มมีรายได้สูง, แฟนเหนียวแน่น)
MotoGP → 5–6% (คนไทยอินเพราะจัดแข่งที่บุรีรัมย์, mass กว่า F1 เล็กน้อย)
4. เทนนิส & กอล์ฟ
เทนนิส Grand Slam → 4–5% (กลุ่มเมือง, อายุ 25–45, ภักดีสูง)
กอล์ฟ (PGA, LPGA, Masters) → 3–4% (ฐานเล็ก แต่กำลังซื้อสูงสุดต่อหัว)
5. กีฬาอื่น ๆ
แบดมินตัน → 8–10% (แฟนไทยติดตามเพราะมีนักกีฬาระดับโลก เช่น เมย์ รัชนก, คู่ผสม)
มวย / มวยสากล → 10–12% (แฟน mass, กระจายอยู่ทั้งทีวีฟรีทีวีและออนไลน์)
สนุ้กเกอร์ → 5–6% (แฟนวัยกลางคนขึ้นไป, คลาสสิคของไทย)
—----------------------------------------------------------------------------
📊 สรุปเทียบฐานผู้ชม (True vs AIS ถ้าดีลล่าสุดเกิดขึ้น)
ประเภทกีฬา TrueVisions (ถือครอง) AIS (ถือครอง) ฐานผู้ชมโดยประมาณ
พรีเมียร์ลีก (EPL) ❌ ✅ 55–60%
NBA ❓ (ยังไม่ชัด) ✅ (ถ้าได้จริง) 10–15%
NFL ❌ ✅ 2–3%
UCL ✅ ❌ 15–20%
ลาลีกา ✅ ❌ 8–10%
บุนเดสลีกา ✅ ❌ 5–7%
กัลโช่ ✅ ❌ 5–7%
F1 ✅ ❌ 7–8%
MotoGP ✅ ❌ 5–6%
เทนนิส ✅ ❌ 4–5%
กอล์ฟ ✅ ❌ 3–4%
แบดมินตัน ✅ ❌ 8–10%
มวย / สนุ้กเกอร์ ✅ ❌ 10–12%