ที่มาของชื่อ ธาตุ ยูเรเนี่ยม เนปทูเนียม และ พลูโตเนียม




ชื่อของธาตุทั้ง สาม  ได้แก่  ยูเรเนียม (Uranium, U)  เนปทูเนียม (Neptunium, Np) และ พลูโตเนียม (Plutonium, Pu)   มีที่มาที่น่าสนใจมาก

ที่มาของชื่อธาตุทั้งสามนี้มีความเกี่ยวข้องกันอย่างเป็นระบบ โดยตั้งชื่อตามดาวเคราะห์ในระบบสุริยะของเรา ตามลำดับการค้นพบที่ต่อเนื่องกัน

ยูเรเนียม (Uranium, U)
เลขอะตอม (Atomic Number): 92
จำนวนโปรตอน (Protons): 92 ตัว
จำนวนอิเล็กตรอน (Electrons): 92 ตัว

ที่มาของชื่อ: ตั้งชื่อตามดาวเคราะห์ ดาวยูเรนัส (Uranus)

การค้นพบ: ธาตุยูเรเนียมถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1789 โดยนักเคมีชาวเยอรมันชื่อ มาร์ติน ไฮน์ริค คลาพรอท (Martin Heinrich Klaproth) การตั้งชื่อธาตุตัวนี้เกิดขึ้น 8 ปีหลังจากที่ดาวยูเรนัสถูกค้นพบโดย วิลเลียม เฮอร์เชล (William Herschel) ในปี ค.ศ. 1781 เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่การค้นพบดาวเคราะห์ดวงใหม่



เนปทูเนียม (Neptunium, Np)
เลขอะตอม (Atomic Number): 93
จำนวนโปรตอน (Protons): 93 ตัว
จำนวนอิเล็กตรอน (Electrons): 93 ตัว

ที่มาของชื่อ: ตั้งชื่อตามดาวเคราะห์ ดาวเนปจูน (Neptune)

การค้นพบ: เนปทูเนียมถูกสังเคราะห์ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1940 โดย เอ็ดวิน แมคมิลแลน (Edwin McMillan) และ ฟิลิป อาเบลสัน (Philip H. Abelson) ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ การตั้งชื่อนี้เป็นไปตามแบบแผน โดยตั้งชื่อตามดาวเคราะห์ดวงถัดจากดาวยูเรนัสในระบบสุริยะ



พลูโตเนียม (Plutonium, Pu)
เลขอะตอม (Atomic Number): 94
จำนวนโปรตอน (Protons): 94 ตัว
จำนวนอิเล็กตรอน (Electrons): 94 ตัว

ที่มาของชื่อ: ตั้งชื่อตาม ดาวพลูโต (Pluto) ...................(ซึ่งในขณะนั้นถูกจัดว่าเป็นดาวเคราะห์....)

การค้นพบ: พลูโตเนียมถูกสังเคราะห์ขึ้นในปี ค.ศ. 1940 โดยทีมของ เกลนน์ ที. ซีบอร์ก (Glenn T. Seaborg) และ เอ็ดวิน แมคมิลแลน (Edwin McMillan) ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ การตั้งชื่อนี้สอดคล้องกับแบบแผนเดิมที่ใช้มา โดยตั้งชื่อตามดาวเคราะห์ดวงถัดจากดาวเนปจูนในระบบสุริยะ

***ถ้าตอนนั้น พลูโตถูกจัดไม่ให้เป็นดาวเคราะห์  ก็ไม่รู้ว่าธาตุที่ค้นพบใหม่ตอนนั้นจะได้ชื่ออะไร 😄😄***

แล้วถ้าเกิดค้นพบ ดาวเคราะห์ดวงที่ 10  ก็อาจจะมีการตั้งชื่อธาตุตัวใหม่ตามชื่อดาวเคราะห์ มาก็ได้


ความรู้เพิ่มเติม.... เล่าสู่กันฟัง

นอกจาก ชื่อธาตุ 3 ชนิดนี้ ถูกตั้งชื่อตามที่ค้นพบดาวเคราะห์ทั้ง 3 ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันแล้ว  ยังมีธาตุอื่นๆอีกหลายตัว ที่ถูกตั้งชื่อตาม วัตถุทางดาราศาสตร์อื่น ๆ ด้วย  เช่น

เมอร์คิวรี (Mercury, Hg): ชื่อของธาตุนี้มาจากดาวเคราะห์ ดาวพุธ (Mercury)

ซีเรียม (Cerium, Ce): ตั้งชื่อตามดาวเคราะห์แคระ ซีเรส (Ceres) ซึ่งเป็นวัตถุขนาดใหญ่ที่สุดในแถบดาวเคราะห์น้อยระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี

พัลลาเดียม (Palladium, Pd): ตั้งชื่อตามดาวเคราะห์น้อย พัลลัส (Pallas) ซึ่งเป็นดาวเคราะห์น้อยที่ถูกค้นพบเป็นดวงที่สองในระบบสุริยะ

ฮีเลียม (Helium, He): ชื่อนี้มาจากภาษากรีกคำว่า "Helios" ที่แปลว่า ดวงอาทิตย์  
***ธาตุนี้ถูกค้นพบครั้งแรกจากการสังเกตสเปกตรัมแสงของดวงอาทิตย์ระหว่างเกิดสุริยุปราคาในปี ค.ศ. 1868 ก่อนที่จะถูกค้นพบบนโลกเสียอีก

ซีลีเนียม (Selenium, Se): ชื่อนี้มาจากภาษากรีกคำว่า "Selene" ที่แปลว่า ดวงจันทร์

เทลลูเรียม (Tellurium, Te): ชื่อนี้มาจากภาษาละตินคำว่า "Tellus" ที่แปลว่า โลก

จะเห็นได้ว่าการตั้งชื่อธาตุตามดาวเคราะห์และวัตถุทางดาราศาสตร์เป็นรูปแบบการตั้งชื่อที่ใช้กันมานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธาตุที่ค้นพบใหม่ในยุคหลังๆ เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่การค้นพบทางดาราศาสตร์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน



***ข้อมูลส่วนหนึ่ง มาจากการค้นหาจาก AI ***
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่