🔍ค้นพบแร่ "จาดาไรต์" ที่มีคุณสมบัติคล้ายกับแร่ "คริปโตไนท์" ที่จ่ายพลังงานได้มหาศาล ⁉️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
พบฝาแฝดแร่คริปโตไนท์จากจักรวาลซูเปอร์แมน เชื่อจ่ายไฟรถ EV ได้เป็นล้านคัน !
สรุปข่าว
มนุษยชาติค้นพบแร่ "จาดาไรต์" ที่มีคุณสมบัติคล้ายกับแร่ "คริปโตไนท์" ในโลกสมมติของซูเปอร์แมนที่ให้พลังงานแก่มนุษย์ได้อย่างมหาศาล ทว่าการขุดออกมาใช้กลับเต็มไปด้วยปัญหาและอุปสรรค
หาก “คริปโตไนท์” (Kryptonite) ที่เป็นแร่จากโลกของซูเปอร์ฮีโร่ “ซูเปอร์แมน” นั้นสามารถดูดซับและให้พลังงานมหาศาลได้ โลกมนุษย์จริง ๆ ก็อาจมี “จาดาไรต์” (Jadarite) ที่เป็นฝาแฝดของคริปโตไนท์ซึ่งเชื่อว่าสามารถให้พลังงานปริมาณมหาศาลให้กับมนุษยชาติได้เช่นกัน
เนื้อหาของบทความ
การค้นพบแร่ "จาดาไรต์" ฝาแฝดคริปโตไนท์
ทำไม "จาดาไรต์" ถึงเป็นแร่ฝาแฝดคริปโตไนท์
จาดาไรต์ แหล่งลิเทียมใหม่ที่รถ EV ต้องการ
การสกัดลิเทียมจาก "จาดาไรต์" ฝาแฝดคริปโตไนท์
"จาดาไรต์" ฝาแฝดคริปโตไนท์ กับภัยสิ่งแวดล้อม
1. ภัยกับพื้นดิน
2. ภัยกับแหล่งน้ำ
ภาพรวมการใช้งานแร่ "จาดาไรต์" ในปัจจุบัน
การค้นพบแร่ "จาดาไรต์" ฝาแฝดคริปโตไนท์
ในปี 2004 นักธรณีวิทยาของ ริโอ ทินโท (Rio Tinto) บริษัททำเหมืองแร่ออสเตรเลีย - อังกฤษ ค้นพบแร่ที่มีลักษณะที่อัดเป็นผงสีขาวนุ่ม ซึ่งจากการวิเคราะห์ตรวจสอบองค์ประกอบทางเคมีนั้นพบว่าประกอบไปด้วยแร่ลิเทียม (Lithum) กับโบรอน (Boron) [สูตรทางเคมี: LiNaSiB3O7(OH)] ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในอุตสาหกรรมพลังงานอย่างการทำแบตเตอรี่ และเนื่องจากแร่ดังกล่าวถูกค้นพบที่เหมืองในเขตหุบเขา Jadar ประเทศเซอร์เบีย จึงตั้งชื่อแร่ใหม่นี้ว่า จาดาไรต์ (Jadarite)
ทำไม "จาดาไรต์" ถึงเป็นแร่ฝาแฝดคริปโตไนท์
แม้ว่าจาดาไรท์จะไม่ได้ทำให้ซูเปอร์แมนอ่อนแรงลงและไม่ได้ปลดปล่อยกัมมันตภาพรังสี แต่จาดาไรท์ก็เหมือนกับคริปโตไนท์ที่สามารถกักเก็บแหล่งพลังงานไว้ในตัวเองได้มากเมื่อเทียบกับขนาดของมันเอง นอกจากนี้ สูตรทางเคมีของแร่จาดาไรต์ [ LiNaSiB3O7(OH)] ยังมีลักษณะใกล้เคียงกับคุณสมบัติทางเคมีของแร่คริปโตไนท์ด้วยเช่นกัน
จาดาไรต์ แหล่งลิเทียมใหม่ที่รถ EV ต้องการ
ทีมนักวิจัยในออสเตรเลียให้ข้อมูลว่า จากการตรวจสอบองค์ประกอบทางเคมี พบว่า แร่จาดาไรต์มีสัดส่วนแร่ลิเทียมโดยน้ำหนัก (weight percent: w%) ถึงร้อยละ 3.39 และโบรอนที่ร้อยละ 14.65
แม้ว่าแร่ลิเทียมในปัจจุบันจะได้มาจากการทำเหมืองแร่สปอดูมีน (Spodumene) ที่สัดส่วนแร่ลิเทียม 3.61% โดยน้ำหนัก แต่นักวิจัยบางส่วนก็เชื่อว่าการผลิตแร่ลิเทียมจากสินแร่จาดาไรต์จะคุ้มค่ากว่าการใช้สินแร่สปอดูมีนจากกระบวนการสกัดแร่ที่ใช้พลังงานน้อยกว่า
การสกัดลิเทียมจาก "จาดาไรต์" ฝาแฝดคริปโตไนท์
ในปัจจุบัน การสกัดแร่ลิเทียมจะมากจากแร่สปอดูมีน โดยต้องเริ่มจากการคั่วบดแร่ให้เป็นผงหรือก้อนเล็กด้วยอุณหภูมิกว่า 1,000 องศาเซลเซียส ก่อนที่จะนำไปคั่วรวมกับกรดซัลฟิวริก (Acid Roasting) ในอุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ก่อนทำให้ตกตะกอน (Precipitation) เพื่อแยกสารลิเทียมซัลเฟต (Li2SO4) ซึ่งเป็นรูปแบบสารที่นำไปสกัดลิเทียมอีกทีหนึ่ง
ในขณะที่การสกัดลิเทียมจากจาดาไรต์จะเพียงกรดซัลฟิวริกเข้มข้นเท่านั้นในการละลายภายในหม้อปิดที่อุณหภูมิไม่เกิน 95 องศาเซลเซียส โดยจะได้สารลิเทียม โบรอน และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กับน้ำในรูปแบบไอระเหยออกมา
"จาดาไรต์" ฝาแฝดคริปโตไนท์ กับภัยสิ่งแวดล้อม
แม้ว่าจาดาไรต์จะมีกระบวนการสกัดแร่ลิเทียมที่เรียบง่ายและใช้พลังงานน้อยกว่าสปอดูมีนมาก แต่นักวิชาการบางส่วนมองว่าผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการทำเหมืองและสกัดแร่ลิเทียมจากจาดาไรต์จะรุนแรงกว่า
1. ภัยกับพื้นดิน
หากพิจารณาการทำเหมืองจาดาไรต์ จะต้องใช้ระเบิด TNT นับสิบตันเพื่อเปิดหน้าดินขุดเหมือง กินพื้นที่รวมกว่า 8.5 ตารางกิโลเมตร และซากดินหรือหินจากการขุดเหมืองจะสามารถสร้างเขื่อนได้สูง 17 เมตร อีกด้วย
2. ภัยกับแหล่งน้ำ
นอกจากนี้ แร่จาดาไรต์มาจากการก่อตัวของหินดินตะกอนใกล้แหล่งน้ำที่ปกคลุมด้วยเถ้าภูเขาไฟในอดีต ดังนั้น การขุดเหมืองจาดาไรต์และการแปรสภาพแร่จึงมีความเสี่ยงสูงต่อแหล่งน้ำตามธรรมชาติหากเกิดการปนเปื้อน เช่นในพื้นที่จาดาร์ ที่เป็นพื้นที่น้ำท่วมถึง ซึ่งกรดซัลฟิวริกและสารโลหะหนักอื่น ๆ อาจไหลไปตามกระแสน้ำและกระทบคนในพื้นที่ได้
ภาพรวมการใช้งานแร่ "จาดาไรต์" ในปัจจุบัน
ด้วยสาเหตุด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้ตั้งแต่ค้นพบแร่จาดาไรต์ในปี 2004 จึงไม่มีการขุดเหมืองแร่เกิดขึ้น แม้ว่าจะมีความพยายามจากฝั่งผู้ประกอบการ เนื่องจากประเมินว่าในพื้นที่นั้นมีแร่จาดาไรต์มากถึง 2.3 ล้านตัน มากพอจะสกัดแร่ลิเทียมทำแบตเตอรี่รถ EV หลักล้านคันไปได้ 2 - 3 ทศวรรษ ก็ตาม
โดยความพยายามล่าสุดหลังจากที่รัฐบาลเซอร์เบียสั่งยุติโครงการในปี 2022 บริษัท Rio Tinto ได้พยายามร่างแผนการใหม่ที่ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพื่อเปิดหน้างานอีกครั้งให้ได้ภายในปี 2028 นี้ ในขณะเดียวกันนักวิทยาศาสตร์ก็กำลังทดสอบความเป็นไปได้ในการสังเคราะห์แร่จาดาไรต์ขึ้นมาเพื่อเป็นทางเลือกแทนการขุดเหมืองอยู่ในปัจจุบัน
จาดาไรต์คือภาพสะท้อนความมหัศจรรย์ของธรรมชาติในโลกในการสร้างองค์ประกอบทางเคมีสุดล้ำ แต่การนำจาดาไรต์มาใช้ อาจกลายเป็นรากเหง้าของปัญหาสิ่งแวดล้อมรูปแบบใหม่ ทั้งที่มนุษย์ตั้งใจจะใช้แร่นี้เป็นหนทางแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการจัดการพลังงาน
Jadarita (Abajo) en comparacion con la Kryptonita (Arriba) ภาพ: Wikicommons
🔍ค้นพบแร่ "จาดาไรต์" ที่มีคุณสมบัติคล้ายกับแร่ "คริปโตไนท์" ที่จ่ายพลังงานได้มหาศาล ⁉️