ความไม่รู้ ความกลัว คือกับดักที่ขังคนรากหญ้าเอาไว้


ในโลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความผันผวนทางเศรษฐกิจ วงจรที่น่าเศร้าอย่างหนึ่งคือ "คนรวยยิ่งรวยขึ้น คนจนยิ่งจนลง" กลไกที่ขับเคลื่อนความเหลื่อมล้ำนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มักมี ความไม่รู้และความกลัว เป็นกับดักที่กักขังคนส่วนใหญ่ไว้

กลุ่มคนทั่วไปมักถูกสอนให้เก็บออมเงินในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยที่สุด เช่น เงินฝากธนาคาร ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว สินทรัพย์เหล่านี้เป็นเหมือนภาชนะที่รั่วซึม เพราะเมื่อภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นจากการที่รัฐบาลพิมพ์เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ มูลค่าที่แท้จริงของเงินออมเหล่านี้ก็ค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ

ในทางกลับกัน กลุ่มคนรวยกลับใช้โอกาสนี้ในการถือครอง สินทรัพย์เสี่ยง ที่มีความสามารถในการดูดซับภาวะเงินเฟ้อ เช่น หุ้น อสังหาริมทรัพย์ และทองคำ และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พวกเขายังหันมาสนใจสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitcoin ซึ่งมีจำนวนจำกัดและไม่ได้ถูกควบคุมโดยธนาคารกลางใดๆ ทำให้มูลค่าของมันเพิ่มขึ้นตามความต้องการที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ช่องว่างทางเศรษฐกิจยิ่งกว้างขึ้น

Bitcoin โอกาสใหม่ที่ต้องมาพร้อมกับความเข้าใจ
สถานการณ์ตลาดคริปโตในช่วงปี 2024-2025 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดด มูลค่าของ Bitcoin พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนสำคัญจากกระแสการลงทุนของสถาบันการเงินขนาดใหญ่ รวมถึงการเข้ามาของกองทุน Bitcoin ETF ซึ่งทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับนักลงทุนทั่วไป

ในขณะที่ Bitcoin อาจกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการรักษามูลค่าจากภาวะเงินเฟ้อ แต่มันก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงมากเช่นกัน เพราะราคาของ Bitcoin มีความผันผวนรุนแรง และยังไม่มีการกำกับดูแลที่ชัดเจนในหลายประเทศ

บทสรุปคือ การตัดสินใจว่าจะถือครองสินทรัพย์ใดเพื่อป้องกันความมั่งคั่ง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระแสความนิยมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัย การศึกษาหาความรู้ และ ความเข้าใจในความเสี่ยง ที่ยอมรับได้ การเริ่มต้นด้วยการเรียนรู้และทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนตัดสินใจลงทุน คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการหลุดพ้นจากกับดักที่มองไม่เห็นนี้
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่