Rafale-B ลำแรกของอินโดนีเซียถูกพบเห็นถูกพบเห็นที่โรงงานผลิต Dassault Aviation

เครื่องบินรบ Rafale-B ลำแรกของอินโดนีเซียได้ถูกพบเห็นที่โรงงานผลิตของ Dassault Aviation ในฝรั่งเศส โดยมีหมายเลขประจำเครื่อง T-0301 ซึ่งถือเป็นหลักฐานแรกของข้อตกลงด้านกลาโหมมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ระหว่างอินโดนีเซียและฝรั่งเศส
อินโดนีเซียกำลังจะได้รับเครื่องบินรบ Rafale ทั้งหมด 66 ลำ ซึ่งจะช่วยให้กองทัพอากาศอินโดนีเซียเปลี่ยนผ่านจากฝูงบินที่ปะปนกันไปสู่หนึ่งในกองกำลังทางอากาศที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาค การจัดซื้อครั้งใหญ่นี้ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการทดแทนเครื่องบินรบรุ่นเก่าที่ประสบปัญหาการบำรุงรักษาและขาดแคลนอะไหล่
เครื่องบิน Rafale F4 ของอินโดนีเซียมาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น เรดาร์ AESA และระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง รวมถึงสามารถใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลอย่าง Meteor ได้ ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันน่านฟ้าและเส้นทางเดินเรือที่สำคัญอย่างช่องแคบมะละกา
การตัดสินใจครั้งนี้ไม่เพียงแต่เสริมสร้างความเป็นอิสระทางยุทธศาสตร์ของอินโดนีเซียเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อสมดุลอำนาจทางทหารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยประเทศเพื่อนบ้านต่างจับตามองการยกระดับกองทัพอากาศของอินโดนีเซียอย่างใกล้ชิด และอาจต้องประเมินแผนการจัดซื้อของตนเองใหม่ด้วยเช่นกัน การมีฝูงบิน Rafale ขนาดใหญ่นี้เป็นการประกาศว่าอินโดนีเซียพร้อมที่จะเป็นผู้เล่นหลักในการกำหนดทิศทางความมั่นคงของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกในอนาคต

Rafale-B ลำแรกของอินโดนีเซียถูกพบเห็นถูกพบเห็นที่โรงงานผลิต Dassault Aviation
อินโดนีเซียกำลังจะได้รับเครื่องบินรบ Rafale ทั้งหมด 66 ลำ ซึ่งจะช่วยให้กองทัพอากาศอินโดนีเซียเปลี่ยนผ่านจากฝูงบินที่ปะปนกันไปสู่หนึ่งในกองกำลังทางอากาศที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาค การจัดซื้อครั้งใหญ่นี้ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการทดแทนเครื่องบินรบรุ่นเก่าที่ประสบปัญหาการบำรุงรักษาและขาดแคลนอะไหล่
เครื่องบิน Rafale F4 ของอินโดนีเซียมาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น เรดาร์ AESA และระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง รวมถึงสามารถใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลอย่าง Meteor ได้ ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันน่านฟ้าและเส้นทางเดินเรือที่สำคัญอย่างช่องแคบมะละกา
การตัดสินใจครั้งนี้ไม่เพียงแต่เสริมสร้างความเป็นอิสระทางยุทธศาสตร์ของอินโดนีเซียเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อสมดุลอำนาจทางทหารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยประเทศเพื่อนบ้านต่างจับตามองการยกระดับกองทัพอากาศของอินโดนีเซียอย่างใกล้ชิด และอาจต้องประเมินแผนการจัดซื้อของตนเองใหม่ด้วยเช่นกัน การมีฝูงบิน Rafale ขนาดใหญ่นี้เป็นการประกาศว่าอินโดนีเซียพร้อมที่จะเป็นผู้เล่นหลักในการกำหนดทิศทางความมั่นคงของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกในอนาคต