JJNY : สหัสวัต ชง 6 ข้อ│8คืนติด! ปราจีนเจอฝูงโดรนสอดแนม│ฮุน เซนฟาดแรง! “Don’t Thai to me!”│เตือน 10-15 ส.ค.มีฝนเพิ่มขึ้น

สหัสวัต ชง 6 ข้อ แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานเฉียบพลัน จากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา
.
.
สหัสวัต ชง 6 ข้อแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลนแรงงานเฉียบพลัน เปิด Fast Track-MOU แรงงาน ปม ผลกระทบจากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา
.
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม นายสหัสวัต คุ้มคง ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก เสนอ 6 ข้อ แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน จากเหตุปะทชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้แรงงานจำนวนมากกลับประเทศ เนื่องจากหวั่นเกรงต่อข่าวการยึดสัญชาติ ยึดที่ดิน ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายในพื้นที่ภาคตะวันออกขาดแคลนแรงงานแบบไม่มีใครตั้งรับทัน
.
โดยนะบุว่า 
.
“ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมได้รับเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการหลายรายในพื้นที่ภาคตะวันออก ตั้งแต่กลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดกลาง และภาคเกษตรกรรม โดยแทบทั้งหมดพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าแรงงานกัมพูชาจำนวนมากกำลัง ทยอยลาออกและเดินทางกลับประเทศ ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานแบบไม่มีใครตั้งรับทัน
.
จุดร่วมของทุกเสียงเล่าตรงงกันว่า “แรงงานลาออกเพราะครอบครัวโทรมาขอให้กลับ เนื่องจากกลัวว่าจะถูกยึดที่ดิน ยึดสัญชาติ หากไม่กลับประเทศในช่วงนี้”
.
แม้ข่าวดังกล่าวจะไม่มีมูลในทางกฎหมาย และเป็นสิ่งที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ แต่ข่าวปลอมดังกล่าวกลับประสบความสำเร็จในทางพฤตินัยเนื่องเพราะแรงงานจำนวนมากกำลังกลับออกไปจริง และกำลังกลายเป็น วิกฤตระดับโครงสร้างของเศรษฐกิจ
.
ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อ SME และระบบเศรษฐกิจอย่างน้อย 4 ประการ
.
1. ธุรกิจ SME รายย่อยจะชะงักทันที ร้านอาหาร ร้านล้างรถ ร้านขายวัสดุก่อสร้าง โรงแรมขนาดเล็ก ที่มีลูกจ้างเพียง 1-3 คน จะประสบความยากลำบากในทางธุรกิจ หรืออาจถึงขั้นเปิดทำการต่อไม่ได้ หากแรงงานลาออก ธุรกิจรายย่อยเหล่านี้ เป็นตัวหลักของการจ้างงานในภาคตะวันออก แต่เปราะบางที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลง และจากการคาดการณ์พบว่าหากแรงงานกัมพูชาหายไปเพียง 10% จากทั้งหมด 540,000 คน หรือประมาณ 54,000 คน (ซึ่งปัจจุบันเกินแล้ว) ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่พึ่งพาแรงงานเหล่านี้จะได้รับผลกระทบโดยตรงไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาทต่อเดือน จากรายได้ที่หายไปและยังไม่นับต้นทุนอื่นที่ต้องแบกไม่ว่าจะเป็นต้นทุนที่จม เงินกู้ รวมทั้งดอกเบี้ยใดๆที่จะเกิดขึ้น
.
2. ภาคก่อสร้างและอุตสาหกรรมท้องถิ่นหยุดชะงัก เนื่องจากแรงงานกัมพูชาเป็นกำลังหลักของภาคธุรกิจก่อสร้างในภาคตะวันออกไม่ว่าจะเป็นโครงการบ้านจัดสรร คอนโด และแม้แต่ถนนของหน่วยงานรัฐก็ล้วนแต่ใข้แรงงานกัมพูชาเป็นหลัก การสูญเสียแรงงานครั้งนี้จะก่อให้เกิดความเสี่ยงในการส่งงานล่าช้า ทำให้ผู้รับเหมารายย่อยที่มีต้นทุนน้อยสายป่านไม่ยาวจะขาดสภาพคล่อง และอาจส่งผลถึงค่าปรับล่าช้าที่ตามมาซึ่งจะส่งผลต่อผู้ประกอบการโดยตรง
.
3. ภาคเกษตรและเกษตรแปรรูปจะเสียหายอย่างรุนแรง เป็นที่ทราบกันดีครับว่าภาคตะวันออกเป็นแหล่งปลูกพืชผลทางการเกษตร เช่น ทุเรียนที่ต้องใช้แรงงานในการดูแลสวนทั้งปี และผลไม้อีกหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นลำไย ลองกอง มังคุด ที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวในอีกประมาณ 1-2 เดือนข้างหน้า และสวนผลไม้เหล่านี้เอง ก็ใช้แรงงานกัมพูชาทั้งสิ้น นอกจากตัวผลไม้สดแล้ว ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกัน เช่นโรงงานผลไม้แปรรูป อบแห้งต่างๆก็ใช้แรงงานกัมพูชาด้วยเช่นกัน และ หากแรงงานไม่เพียงพอที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิต ก็จะทำให้ผลผลิตเสียหาย ส่งออกไม่ได้ ออเดอร์ที่รับมาล่วงหน้าก็จะเป็นปัญหา ทำให้ทั้งเสียรายได้ เสียเครดิต ส่งผลกระทบวงกว้าง ซึ่งเฉพาะมูลค่าผลไม้ส่องออกของภาคตะวันออกนั้นก็มีถึงประมาณ 1.2 แสนล้านบาทต่อปีแล้ว ถ้าหากขาดแคลนแรงงานไปเศรษฐกิจตรงนี้ก็จะเป็นปัญหาทันทีครับ
.
4. นอกจากผลไม้แล้ว ภาคตะวันออกรวมทั้งภาคอีสานเป็นแหล่งปลูกอ้อยซึ่งจะเริ่มฤดูเก็บเกี่ยวในช่วงปลายปี เช่นเดียวกันกับปาล์มน้ำมันที่มีอยู่มากเช่นกันในภาคตะวันออกอุตสาหกรรมเหล่านี้ใช้แรงงานกัมพูชาเป็นหลักเช่นกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มากครับ เพราะไทยเป็นประเทศที่ส่งออกน้ำตาลเป็นอันดับ 2-3 ของโลกมาตลอด และ ส่งออกน้ำมันปาล์มในระดับติด Top 5 ของโลกเช่นกัน หากขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมนี้จะกระทบต่อราคาและห่วงโซ่อุปทานของสินค้าอุปโภคบริโภคหลักคือน้ำมันพืชและน้ำตาล และส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างยากที่จะฟื้นตัวครับ
.
ผมมีข้อเสนอในการจัดการปัญหาการขาดแคลนแรงงานเฉียบพลันอยู่ 6 ข้อ ดังนี้ครับ
.
1. สำรวจตำแหน่งงานขาดแคลนเชิงลึกระดับพื้นที่ จัดทำฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ โดยบูรณาการข้อมูลจากกรมการจัดหางาน อุตสาหกรรมจังหวัด และองค์กรภาคเอกชน เปิดรับสมัครงานโดยเริ่มจากจัดหาแรงงานภายในประเทศเป็นอันดับแรก
.
2. ผ่อนผันให้แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าทำงานได้ชั่วคราว อาศัยอำนาจตาม ม.17 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และ ม.14 กับ 63/2 แห่ง พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว ให้ผู้ที่ถือหนังสือเดินทางไม่ว่าจะเป็นวีซ่าแบบใด ก็ยื่นขอทำงานได้ เผื่อผ่อนผันเป็นการชั่วคราวให้ทำงานในประเทศได้ไม่เกิน 1 ปีไปก่อน (เหมือนกรณีแรงงานประมง) ยื่นคำขอออนไลน์ อนุญาตภายใน 1 วัน ลดค่าธรรมเนียมและเอกสาร
.
3. ขยายเวลาการต่ออายุ MOU สำหรับแรงงานครบ 4 ปี อนุญาตให้อยู่ทำงานต่อได้อีก 6-24 เดือน โดยไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ ยกเว้นการขอวีซ่าใหม่ในช่วงวิกฤต
.
4. ยืนยันสิทธิแรงงานข้ามชาติ + ปราบปรามการขูดรีด ตั้งสายด่วนหลายภาษา พร้อมล่าม สนับสนุนโดยรัฐ + ภาคประชาสังคม ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่แสวงหาประโยชน์ เรียกรับส่วยจากแรงงาน

5. เปิดระบบ Fast Track สำหรับแรงงานที่เคยทำงานในไทย ใช้ข้อมูลเก่า ยื่นกลับเข้ามาทำงานได้ง่ายและรวดเร็ว ตั้งจุดบริการพิเศษ ณ ด่านชายแดนสำคัญ

6. เยียวยาผู้ประกอบการและเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ รัฐสมทบเงินประกันสังคมแทนในช่วงวิกฤตออกมาตรการพักหนี้ และจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ลดหรืองดเว้นค่าธรรมเนียมบางอย่างในการประกอบธุรกิจและจัดหาแรงงาน พิจารณาลดภาษีผู้ประกอบการรายย่อยที่รายได้ลดลงจากเหตุแรงงานหาย
สุดท้ายครับรัฐบาลต้องตอบให้ได้ครับว่า “มีแผนจะจบความขัดแย้งเมื่อไหร่?” และ “มีมาตรการรองรับผลกระทบด้านแรงงานและเศรษฐกิจอย่างไร?”
.
.

.
8คืนติด! ปราจีนเจอฝูงโดรนปริศนาบินสอดแนม8ลำ ผู้ว่าฯเผยไม่ใช่ของเจ้าหน้าที่ไทย
8คืนติด! ปราจีนเจอฝูงโดรนปริศนาบินสอดแนม8ลำ ผู้ว่าฯเผยไม่ใช่ของเจ้าหน้าที่ไทย
.
เวลา 0.30 น. วันที่ 9 สิงหาคม  ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรีเจ้าหน้าที่ตำรวจจุดตรวจ-จุดสกัดศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ริมถนนสาย 3077 (ปราจีนบุรี – เขาใหญ่) ต.เนินหอม อ.เมืองปราจีนบุรี ยังพบฝูงโดรน รวม 4 ลำ บินสำรวจบินสอดแนม เหนือน่านฟ้ามหาวิทยาลัยดัง และ บินวนไป –มา รอบที่ตั้งหน่วยขึ้นตรงกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ กองพลราบยานเกราะสมบูรณ์แบบแห่งแรกของกองทัพบก ต่อเนื่องเป็นคืนที่ 8 บินสอดแนมท้าทายไม่เกรงกลัวกฎหมายห้ามบินโดรน และจุดตรวจจุดสกัดของตำรวจ
.
พร้อมกันนี้ ที่ริมถนนสายสุวรรณศรตัดใหม่ (ปราจีนบุรี –ประจันตคาม) หรือ ถนนสาย 33 (ตัดใหม่) สะพานบ้านหนองทะเล หมู่ 5 ต.ดงขี้เหล็ก อ.เมืองปราจีนบุรี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ สมาชิกกองรักษาดินแดนจังหวัดปราจีนบุรี 5 – 6 คนยังเฝ้าระวังฝูงโดรนบินสอดแนมตลอดเส้นทางคมนาคม พบฝูงโดรน รวม 4 ลำ บินสำรวจในระดับความสูงระหว่าง 30 -40 เมตร เช่นกัน คาดว่า เป็นฝ่ายตรงข้ามกับไทยที่จะบันทึกภาพถ่ายทำข้อมูลลับ”แมปปิ้งโดรน”เก็บพิกัดแผนที่ทางทหารเพื่อทำสงครามกับไทยครั้งต่อไป
.
นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า ได้พูดคุยกับทางทหารยังไม่มีหน่วยงานใดที่ออกมาแจ้งเป็นเจ้าของโดรนบินเพื่อภารกิจ ซึ่งประกาศการห้ามบินโดรนไม่มีการยกเว้นในทุกกรณี ยังอยู่ในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด
.
ได้มีประชุมพร้อมบูรณาการทุกภาคส่วนทั้งทหาร ตำรวจ ปกครอง ปภ. ตรวจสอบ และลงพื้นที่ ใช้เครื่องดักจับโดรน แต่อุปสรรคตอนนี้ทาง จ.ปราจีนบุรียังไม่มีเครื่องระบบต่อต้านโดรน (Anti-Drone System) ทางผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรีกำลังหาแนวทางต่อไป นายวีระพันธ์กล่าวในที่สุด
.

.
ฮุน เซน ฟาดแรง! “Don’t Thai to me!” ย้ำหยุดยั่วยุชายแดน ก่อนความสงบพังครืน
.
จากปืนใหญ่สู่หนังสติ๊ก…ฮุน เซน เตือนแรง หยุดยิงลูกแก้ว-ลูกเหล็กใส่กัน ก่อนความสงบชายแดนกัมพูชา–ไทย จะพังครืน พร้อมส่งสารถึงทัวร์ไทยแบบจุกๆ
.
เมื่อวันที่ 9 ส.ค. สมเด็จเตโช ฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้โพสต์ข้อความย้ำถึงสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา–ไทย ว่าความขัดแย้งได้เปลี่ยนจากการใช้อาวุธปืน มาเป็นการใช้หนังสติ๊กยิงลูกแก้วและลูกเหล็กใส่กัน พร้อมย้ำว่าหากไม่ยุติพฤติกรรมดังกล่าว อาจนำไปสู่การทำลายข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสองประเทศ
.
นอกจากนี้ ฮุน เซน ยังตอบโต้คณะทัวร์จากฝั่งไทยด้วยประโยคตรงไปตรงมาว่า “Don’t Thai to me!” หลังคณะทัวร์ไทยไปเยือนหน้าบ้าน ปมโยนปริญญาของม.รามลงทิ้งโถส้วม
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่