มาทำความรู้จักกับ Life Guard หรือ ผู้เฝ้าระวังภัยในสระว่ายน้ำ

กว่าจะเป็น 'ไลฟ์การ์ด' ในประเทศไทย: จากงานอดิเรกสู่อาชีพช่วยชีวิต 🌊


สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว Pantip! หลายคนคงคุ้นเคยกับคำว่า "ไลฟ์การ์ด" (Lifeguard) กันดีอยู่แล้วนะครับ เวลาไปเที่ยวทะเลหรือว่ายน้ำตามสระว่ายน้ำในโรงแรมใหญ่ๆ ก็จะเห็นเจ้าหน้าที่ในชุดแดงๆ คอยสอดส่องดูแลความปลอดภัยอยู่เสมอ แต่เคยสงสัยกันไหมครับว่ากว่าจะเป็นไลฟ์การ์ดในไทยนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร? และอุปกรณ์ที่เขาใช้กันมีอะไรบ้าง? วันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังครับ


จุดเริ่มต้นและพัฒนาการของไลฟ์การ์ดในไทย

ในอดีต งานไลฟ์การ์ดในบ้านเราอาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักหรือได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายเท่าไหร่นักครับ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพนักงานในสระว่ายน้ำที่พอจะว่ายน้ำเป็นและถูกมอบหมายให้ดูแลความปลอดภัยควบคู่ไปกับหน้าที่อื่นๆ แต่เมื่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงแรมเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่ชายทะเลอย่างภูเก็ต พัทยา หรือหัวหิน รวมถึงการสร้างสวนน้ำและสระว่ายน้ำขนาดใหญ่มากมาย ทำให้ความต้องการบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางน้ำเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ในช่วงแรกๆ มีการนำเข้าผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาฝึกอบรมให้กับคนไทย แต่ในปัจจุบันมีสถาบันและองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่จัดการฝึกอบรมไลฟ์การ์ดตามมาตรฐานสากล ทำให้ไลฟ์การ์ดในไทยมีคุณภาพและมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น มีการจัดตั้งชมรมและสมาคมเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และพัฒนาศักยภาพกันอย่างต่อเนื่องครับ
ไลฟ์การ์ดไม่ใช่แค่งานที่ใช้ความสามารถในการว่ายน้ำเท่านั้น แต่เป็น อาชีพที่ต้องใช้ความรู้ ทักษะ และความรับผิดชอบสูงมาก เพราะทุกชีวิตที่ลงเล่นน้ำอยู่ในความรับผิดชอบของเขาครับ


อุปกรณ์ประจำกายของไลฟ์การ์ด


นอกจากทักษะความสามารถเฉพาะตัวแล้ว ไลฟ์การ์ดยังมีอุปกรณ์คู่กายที่ขาดไม่ได้เลยครับ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยชีวิตได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

1. นกหวีด 📢

เป็นเครื่องมือสื่อสารที่สำคัญที่สุดของไลฟ์การ์ดเลยครับ ใช้ส่งสัญญาณเตือนภัย ให้คำแนะนำ หรือเรียกความสนใจจากผู้ที่อยู่ในพื้นที่น้ำ ไม่ว่าจะเป็นการเตือนให้ไม่วิ่งรอบสระ หรือเรียกให้ระวังเมื่อมีคลื่นใหญ่ครับ

2. Rescue Can (กระป๋องกู้ภัย) หรือ Rescue Tube (ท่อกู้ภัย)


นี่คืออุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่เราเห็นไลฟ์การ์ดพกติดตัวอยู่เสมอครับ โดยเฉพาะ Rescue Tube หรือ "ท่อกู้ภัย" ที่เป็นท่อยาวๆ สีส้มหรือสีแดง ซึ่งทำจากโฟมหรือวัสดุลอยน้ำอื่นๆ ด้านหนึ่งจะมีเชือกสำหรับคล้องตัวไลฟ์การ์ด อีกด้านหนึ่งจะเป็นที่จับสำหรับผู้ประสบภัยที่กำลังจะจมน้ำครับ
ทำไมต้องใช้ Rescue Tube?
ช่วยพยุงผู้ประสบภัย: ผู้ประสบภัยสามารถเกาะท่อกู้ภัยนี้เพื่อพยุงตัวไม่ให้จมน้ำได้
ช่วยไลฟ์การ์ด: ท่อกู้ภัยช่วยให้ไลฟ์การ์ดไม่ต้องใช้กำลังตัวเองในการพยุงผู้ประสบภัยตลอดเวลา ทำให้เขาสามารถว่ายน้ำเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น
เป็นสัญลักษณ์: สีที่เด่นชัดทำให้มองเห็นได้ง่ายในน้ำ และเป็นสัญลักษณ์บอกให้คนอื่นๆ รู้ว่ากำลังมีการช่วยเหลืออยู่ครับ

3. ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น (First Aid Kit) 🩹

เป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับดูแลผู้บาดเจ็บหลังการกู้ภัย หรือเมื่อเกิดอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ เช่น มีดบาด หรือหกล้มครับ

4. กระเป๋าเก็บอุปกรณ์ช่วยชีวิต (Rescue Bag) 🎒

เป็นกระเป๋าขนาดเล็กที่ใช้ใส่อุปกรณ์ต่างๆ เช่น หน้ากากช่วยหายใจ (CPR Mask) ถุงมือยาง และผ้าก๊อซ เพื่อความพร้อมในการใช้งานตลอดเวลา


สรุป

ไลฟ์การ์ดในประเทศไทยได้พัฒนาจากงานที่ทำกันเองไปสู่อาชีพที่มีมาตรฐานและได้รับการฝึกฝนอย่างเป็นระบบมากขึ้นครับ ความทุ่มเทและความรับผิดชอบของพวกเขานั้นนับว่าสูงมากจริงๆ เพราะหน้าที่ของเขาคือการปกป้องชีวิตผู้คนในทุกๆ วันที่ทำงานครับ
ครั้งหน้าถ้าไปเที่ยวแล้วเห็นไลฟ์การ์ดที่ไหน ลองส่งยิ้มให้พวกเขาดูนะครับ เพราะพวกเขาคือฮีโร่ตัวจริงที่คอยเฝ้าระวังความปลอดภัยให้กับทุกคนครับ 😊
#ไลฟ์การ์ด #Lifeguard #ความปลอดภัยทางน้ำ #Rescuetube #ว่ายน้ำ #ฮีโร่
"ไลฟ์การ์ด" (Lifeguard) คือ เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลความปลอดภัยทางน้ำ หรือ เจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตคนตกน้ำ ซึ่งเป็นอาชีพที่ทำหน้าที่เฝ้าระวังและป้องกันอุบัติเหตุทางน้ำในสถานที่ต่างๆ เช่น สระว่ายน้ำ สวนน้ำ ชายหาด หรือทะเลสาบ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่