หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
เราน่าจะขยาย อู่ต่อเรือ และ ปั้ม KDX 2 ออกมา
กระทู้สนทนา
อาวุธยุทโธปกรณ์
กองทัพเรือ
กระทรวงกลาโหม
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เปรียบเทียบเรือพิฆาต KDX-1 และ KDX-2: ก้าวย่างสำคัญของกองทัพเรือเกาหลีใต้ (ฉบับปรับปรุง)
เรือพิฆาตชั้น KDX-1 (Gwanggaeto the Great-class) และ KDX-2 (Chungmugong Yi Sun-sin-class) ถือเป็นหมุดหมายสำคัญแห่งการพัฒนากองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลีใต้ให้ก้าวสู่การเป็นกองทัพเรือน้ำลึก (Blue-water navy) ที่สามารถปฏิบัติการได้ไกลจากชายฝั่ง แม้เรือทั้งสองชั้นจะกำเนิดขึ้นภายใต้โครงการ Korean Destroyer Experimental (KDX) เช่นเดียวกัน แต่ก็สะท้อนถึงพัฒนาการทางเทคโนโลยีและหลักนิยมทางทหารที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
เรือพิฆาตชั้น KDX-1 หรือชั้น "ควังแกโทมหาราช" ซึ่งเข้าประจำการในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ถือเป็นเรือพิฆาตยุคใหม่ลำแรกๆ ที่เกาหลีใต้สร้างขึ้นเองโดยมีเป้าหมายหลักในการป้องกันตนเองและปฏิบัติการในน่านน้ำใกล้ฝั่ง เรือชั้นนี้มีระวางขับน้ำเต็มที่ประมาณ 3,900 ตัน ความยาว 135.5 เมตร และมีพลประจำเรือประมาณ 286 นาย แม้จะมีขีดความสามารถในการรบทั้งสามมิติ แต่ระบบอาวุธถูกจำกัดไว้สำหรับการป้องกันตนเองเป็นหลัก โดยมีระบบท่อยิงแนวดิ่ง (VLS) แบบ Mk 48 จำนวน 16 ท่อยิงสำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศพิสัยใกล้-ปานกลางอย่าง Sea Sparrow, ปืนใหญ่เรือ OTO Melara 127 มม., ระบบป้องกันตนเองระยะประชิด (CIWS) Goalkeeper 30 มม. 2 ระบบ และอาวุธปล่อยฯ ต่อต้านเรือรบ Harpoon
ในทางกลับกัน เรือพิฆาตชั้น KDX-2 หรือชั้น "ชุงมูกง อีซุนชิน" ซึ่งเข้าประจำการในทศวรรษ 2000 คือการยกระดับขีดความสามารถในทุกมิติอย่างก้าวกระโดด เรือชั้นนี้มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยระวางขับน้ำเต็มที่ประมาณ 5,500 ตัน ความยาว 150 เมตร และใช้กำลังพลประจำเรือที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีจำนวนประมาณ 200 นาย ซึ่งน้อยกว่าชั้น KDX-1 แม้เรือจะมีขนาดใหญ่และซับซ้อนกว่า สะท้อนให้เห็นถึงการนำระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยในการปฏิบัติงานมากขึ้น
ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดคือศักยภาพในการป้องกันภัยทางอากาศในพื้นที่ (Area Air Defense) โดย KDX-2 ติดตั้งระบบท่อยิงแนวดิ่ง Mk 41 VLS จำนวน 32 ท่อยิง ซึ่งรองรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ SM-2 Block IIIA ที่มีระยะยิงไกลและประสิทธิภาพสูงกว่า Sea Sparrow ของ KDX-1 อย่างมาก นอกจากนี้ยังติดตั้ง K-VLS ซึ่งเป็นระบบที่เกาหลีใต้พัฒนาขึ้นเองอีก 24 ท่อยิง สำหรับปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินและปราบเรือดำน้ำจากระยะไกล ระบบ CIWS ก็ได้รับการปรับปรุงโดยใช้ Goalkeeper 1 ระบบ ควบคู่กับระบบป้องกันระยะประชิด RAM Block 1 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการต่อต้านภัยคุกคามจากขีปนาวุธ
ด้านการออกแบบ KDX-2 ได้นำแนวคิดเรือรบสมัยใหม่ที่เน้น คุณสมบัติล่องหน (Stealth) มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ มีการออกแบบตัวเรือและเสากระโดงที่เรียบและลาดเอียงเพื่อลดพื้นที่หน้าตัดการสะท้อนของเรดาร์ (RCS) ทำให้เรือถูกตรวจจับได้ยากกว่า KDX-1 อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ KDX-2 ยังมีขีดความสามารถในการปราบเรือดำน้ำที่สูงขึ้นด้วยการติดตั้งโซนาร์ลากท้าย (Towed Array Sonar) เพิ่มเติมจากโซนาร์ที่ติดใต้ท้องเรือ
โดยสรุป เรือพิฆาตชั้น KDX-1 คือรากฐานที่สำคัญในการเรียนรู้และพัฒนาเทคโนโลยีเรือรบของเกาหลีใต้ ขณะที่ KDX-2 คือผลผลิตของการต่อยอดที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างชัดเจน กลายเป็นเรือรบอเนกประสงค์ที่มีความสมดุล สามารถปฏิบัติการได้อย่างอิสระในมหาสมุทรเปิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นการปูทางไปสู่การพัฒนาเรือพิฆาตชั้น KDX-3 (Sejong the Great-class) ที่มีระบบเอจิส (Aegis) อันทรงพลังในเวลาต่อมา
คือ KDX 1 มันตกรุ่นแล้วน่ะครับ …ถ้าจะวางรากฐาน ควร ต่อเติมอู่ต่อเรือ แล้วต่อใหม่เลยน่ะครับ…
ว่าจะบอกให้เอา Mogamiรุ่นล่าสุดมา ที่ ญี่ปุ่นเขาส่งออกรัวๆแต่เราไปดีลกับเกาหลีใต้ไว้แล้วนี่สิ…
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
การเปรียบเทียบเชิงลึกระหว่าง เรือฟริเกตชั้น Mogami (FFM) และ เรือพิฆาตชั้น Gwanggaeto the Great (KDX-I)
เป็นการเปรียบเทียบเรือรบสองยุคสมัยที่สะท้อนถึงปรัชญาการออกแบบและเทคโนโลยีที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าเรือฟริเกตของไทยที่พัฒนาจากเกาหลีใต้จะเป็นรุ่น DW-3000F ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจาก KDX-I แต่การเปรียบเทียบกับต้นแบบ KDX-I โดยตรงจะช่วยให้เห็นภาพความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
ปรัชญาการออกแบบและยุคสมัย: หัวใจของความแตกต่าง
* เรือพิฆาตชั้น KDX-I (เข้าประจำการปี 1998): ถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมต่อเรือรบเกาหลีใต้ในยุค 90s เป็นเรือพิฆาตอเนกประสงค์ (Multi-purpose Destroyer) ที่ออกแบบตามแนวคิดดั้งเดิมของตะวันตกในยุคสงครามเย็นตอนปลาย เน้นการทำภารกิจหลัก 3 มิติ คือ ต่อต้านเรือผิวน้ำ (ASuW), ต่อต้านเรือดำน้ำ (ASW) และป้องกันภัยทางอากาศในระดับจำกัด (Self-defense AAW) การออกแบบยังไม่เน้นเทคโนโลยีล่องหน (Stealth) และใช้กำลังพลจำนวนมากตามมาตรฐานเรือรบในยุคนั้น
* เรือฟริเกตชั้น Mogami (เข้าประจำการปี 2022): เป็นผลผลิตของแนวคิดการรบในศตวรรษที่ 21 อย่างแท้จริง ออกแบบมาเพื่อรับมือกับภัยคุกคามสมัยใหม่ มีปรัชญาหลักคือ:
* Stealth: ลดการตรวจจับจากเรดาร์และความร้อนอย่างสุดขีด
* Automation: ใช้ระบบอัตโนมัติขั้นสูงเพื่อลดจำนวนกำลังพลลงอย่างมาก
* Multi-Mission/Compactness: บรรจุขีดความสามารถที่หลากหลายไว้ในตัวเรือขนาดกะทัดรัด โดยเฉพาะการ "ปฏิวัติ" ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการต่อต้านทุ่นระเบิด (MCM) เข้ามาเป็นภารกิจหลัก ซึ่งเรือรบผิวน้ำทั่วไปไม่มี
* Networking: เน้นการปฏิบัติการรบแบบเครือข่าย
การวิเคราะห์เปรียบเทียบคุณลักษณะเชิงลึก
ความแตกต่างกว่า 24 ปีระหว่างการเข้าประจำการของเรือทั้งสองชั้น (KDX-I ปี 1998 และ Mogami ปี 2022) คือปัจจัยสำคัญที่สุดที่สะท้อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในทุกมิติ
ในด้าน ขนาดและกำลังพล เรือชั้น Mogami มีระวางขับน้ำมากกว่าอย่างชัดเจน (มาตรฐาน 3,900 ตัน / เต็มที่ 5,500 ตัน) เมื่อเทียบกับ KDX-I (มาตรฐาน ~3,200 ตัน / เต็มที่ ~3,900 ตัน) ขนาดที่ใหญ่กว่าทำให้ Mogami รองรับเทคโนโลยีที่ซับซ้อนและมีเสถียรภาพในทะเลสูงกว่า แต่จุดที่แตกต่างกันอย่างมหาศาลคือ จำนวนกำลังพล Mogami ใช้กำลังพลเพียงประมาณ 90 นาย ในขณะที่ KDX-I ต้องการกำลังพลสูงถึงประมาณ 286 นาย นี่คือผลจากระบบอัตโนมัติและระบบอำนวยการรบ (Combat System) ที่ล้ำสมัยของ Mogami ซึ่งช่วยลดภาระงานและค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการระยะยาวได้อย่างมหาศาล
เทคโนโลยีล่องหน (Stealth) คืออีกหนึ่งความแตกต่างที่ชัดเจน เรือชั้น Mogami ถูกออกแบบมาให้มีคุณสมบัติล่องหนในระดับสูงมาก ด้วยตัวเรือที่มีลักษณะลาดเอียง เสากระโดงแบบ UNICORN ที่รวบรวมระบบเรดาร์และเซ็นเซอร์ต่างๆ ไว้ภายใน และการติดตั้งอาวุธส่วนใหญ่ไว้ภายในตัวเรือ ทำให้มีหน้าตัดเรดาร์ (RCS) เล็กมากและถูกตรวจจับได้ยาก ในทางตรงกันข้าม KDX-I มีโครงสร้างและตัวเรือแบบดั้งเดิม ทำให้สามารถถูกตรวจจับได้ง่ายจากระยะไกล
ในส่วนของ ระบบเรดาร์หลัก ถือเป็นเทคโนโลยีคนละยุคสมัย Mogami ติดตั้งเรดาร์ OPY-2 ซึ่งเป็นเรดาร์แถวลำดับอิเล็กทรอนิกส์เชิงรุก (AESA) แบบ Gallium-Nitride (GaN) ที่ทันสมัยที่สุด สามารถตรวจจับเป้าหมายขนาดเล็ก ความเร็วสูง และติดตามเป้าหมายจำนวนมากพร้อมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ KDX-I ใช้เรดาร์ตรวจการณ์ 2 มิติ AN/SPS-49(V) และเรดาร์ 3 มิติ Signaal MW08 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเก่ากว่ามาก
สำหรับ ระบบอาวุธ เรือชั้น Mogami ใช้ระบบท่อยิงแนวดิ่ง (VLS) แบบ Mk 41 จำนวน 16 ท่อยิง (และอาจเพิ่มเป็น 32 ท่อยิงในรุ่นปรับปรุง) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลและรองรับอาวุธปล่อยนำวิถีได้หลากหลายประเภท ตรงข้ามกับ KDX-I ที่ใช้ Mk 48 VLS จำนวน 16 ท่อยิง ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับอาวุธปล่อยฯ ป้องกันภัยทางอากาศ RIM-7 Sea Sparrow เท่านั้น ทำให้ขาดความยืดหยุ่น ด้านอาวุธป้องกันตัวระยะประชิด (CIWS) Mogami เลือกใช้ SeaRAM ซึ่งเป็นระบบที่รวมเรดาร์และอาวุธปล่อยฯ RIM-116 ไว้ในชุดเดียว ทำให้มีระยะยิงไกลและแม่นยำกว่าระบบปืนกล Goalkeeper จำนวน 2 ระบบของ KDX-I ส่วนอาวุธต่อต้านเรือผิวน้ำ Mogami ใช้ Type 17 (SSM-2) ซึ่งเป็นรุ่นใหม่กว่าและมีความสามารถในการต่อต้านการรบกวนทางอิเล็กทรอนิกส์ (ECCM) ที่ดีกว่า Harpoon ของ KDX-I
ขีดความสามารถพิเศษ ที่เป็นจุดเด่นที่สุดและถือเป็นการปฏิวัติของเรือชั้น Mogami คือ สงครามทุ่นระเบิด (MCM) โดยเรือสามารถปฏิบัติภารกิจค้นหาและทำลายทุ่นระเบิดได้ด้วยตนเองผ่านการใช้ยานไร้คนขับทั้งใต้น้ำ (UUV) และบนผิวน้ำ (USV) ซึ่งเป็นขีดความสามารถที่เรือรบผิวน้ำทั่วไปไม่มี ทำให้ Mogami มีความยืดหยุ่นทางยุทธการสูงมาก ในขณะที่ KDX-I ไม่มีขีดความสามารถนี้
ด้าน ระบบขับเคลื่อน Mogami ใช้ระบบแบบ CODAG (Combined Diesel and Gas) ที่ซับซ้อนกว่า แต่ให้ประสิทธิภาพด้านความเร็วและการประหยัดเชื้อเพลิงที่ดีกว่าในทุกย่านความเร็ว เมื่อเทียบกับระบบ CODOG (Combined Diesel or Gas) ของ KDX-I อย่างไรก็ตาม KDX-I มีข้อได้เปรียบในด้าน อากาศยานประจำเรือ حيثสามารถบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ได้ถึง 2 ลำ (Super Lynx) ในขณะที่ Mogami บรรทุกได้ 1 ลำ (SH-60L) ซึ่งเป็นข้อดีในภารกิจปราบเรือดำน้ำที่ต้องการความต่อเนื่องในการปฏิบัติการของเฮลิคอปเตอร์
บทสรุปและข้อคิดเห็น
การเปรียบเทียบนี้ไม่ใช่การตัดสินว่าเรือลำไหน "ดีกว่า" แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของเทคโนโลยีเรือรบ
* KDX-I Gwanggaeto the Great คือความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจของเกาหลีใต้ในยุค 90s เป็นเรือรบที่สมบูรณ์แบบสำหรับภารกิจในยุคนั้น และเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เกาหลีใต้สามารถพัฒนาไปสู่เรือพิฆาตชั้น KDX-II และ KDX-III Sejong the Great ที่ทรงอานุภาพในปัจจุบันได้
* Mogami-class Frigate คือคำตอบของญี่ปุ่นต่อสมรภูมิทางเรือในอนาคต มันคือเรือรบที่ "ล้ำสมัย เงียบเชียบ และทำงานได้หลากหลายกว่า" ด้วยแนวคิดการออกแบบที่เน้นลดการตรวจจับ ลดกำลังพล และเพิ่มความสามารถที่ไม่เคยมีในเรือระดับเดียวกันมาก่อน (โดยเฉพาะสงครามทุ่นระเบิด) ทำให้มันเป็นแพลตฟอร์มที่มีความยืดหยุ่นและอันตรายอย่างยิ่งในสนามรบยุคใหม่
ดังนั้น หากเปรียบเทียบกันโดยตรงในเชิงเทคโนโลยีและปรัชญาการออกแบบ เรือฟริเกตชั้น Mogami มีความเหนือกว่าในทุกมิติ สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษของเทคโนโลยีป้องกันประเทศทางเรือได้อย่างชัดเจน
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
เราควรเริ่มผลิตเอง เพื่อความเจริญของเรา อย่างแรกเลยคือเรือ
ในขณะที่เกาหลีใต้เขามี https://www.youtube.com/watch?v=2GRWbTkLMJo https://www.youtube.com/watch?v=Gx3Yo7IePGYhttps://www.youtube.com/watch?v=rYhxfpgkBX4 นี่คือ
สมาชิกหมายเลข 7532772
รู้จัก รล.ท่าจีน เรือฟริเกตสมรรถนะสูง ทร.ไทย
ทำความรู้จักกับ เรือฟริเกตสมรรถนะสูง ลำล่าสุดของ ทร.ไทย เรือหลวงท่าจีน ลำที่ 3 ต่อยอดจากเรือพิฆาต KDX I ของ ทร.โสมขาว ด้วยความสามารถในการรบ 3 มิติ รูปโฉมโฉบเฉี่
ถูกใจ ความคิดเห็น แชร์
BAE Systems เป็นผู้ชนะโครงการจัดหาเรือฟริเกตใหม่ 9 ลำ ของออสเตรเลีย
โดยทางออสเตรเลียได้เลือกบริษัท BAE Systems เป็นผู้ชนะในโครงการ SEA5000 ซึ่งเป็นโครงการจัดหาเรือฟริเกตใหม่จำนวน 9 ลำ เพื่อทดแทนเรือชั้น ANZAC โดยมีมูลค่าโครงการ
สมาชิกหมายเลข 3837182
กัมพูชาเปิดตัวระบบ QW-3 MANPADS และระบบ TH-S311 ของจีน
กัมพูชาเปิดตัวระบบ QW-3 MANPADS และระบบ TH-S311 ของจีนเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2025 กองทัพกัมพูชาได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการนำระบบป้องกันภัยทางอากาศใหม่ 2 แบบจา
Thai_Weapon
"ฟริเกตพิฆาต" เขี้ยวเล็บใหม่ราชนาวีไทย สุดยอดเรือรบล่องหน ราคา 14,997 ล้านบาท
โมเดลเรือฟริเกตสมรรถนะสูง หรืด "เรือหลวงท่าจีน" (Frigate) จัดแสดงภายในงาน Defense & Security 2017 ครั้งที่ 8 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็
ถูกใจ ความคิดเห็น แชร์
Shenyang J-16 ตำนานการคัดลอกเทคโนโลยีเครื่องบินรบของจีน
Shenyang J-16 ตำนานการคัดลอกเทคโนโลยีเครื่องบินรบของจีน ในยุค 90 กองทัพอากาศจีน (PLAAF) เคยถูกสบประมาทว่าเป็นเพียง "พิพิธภัณฑ์ลอยฟ้า" เพราะมีเพียงเครื
Thai_Weapon
อิหร่านสุดยอด ; กองทัพเรือถูกทำลายย่อยยับ แต่สามารถปิดช่องแคบฮอร์มุซได้
Login สุดท้าย
MiG-35 Fulcrum เครื่องบินขับไล่ที่ถูกประเมินค่าต่ำของรัสเซีย
MiG-35 Fulcrum เครื่องบินขับไล่ที่ถูกประเมินค่าต่ำของรัสเซีย ในหน้าประวัติศาสตร์การบินทหารระดับโลก ชื่อของ "มิโคยัน" (Mikoyan) เคยเป็นเครื่องหมายการค้
Thai_Weapon
ชัดเจน ; อิหร่าน ยิงเรือไทย มองไทยเป็นประเทศศัตรู ... แต่สลิ่มไทยมองอิหร่านคือมิตร
อิหร่านยัน ปิดช่องแคบฮอร์มุซเฉพาะเรือศัตรู ย้ำจีน-รัสเซีย พันธมิตรทางยุทธศาสตร์ ... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.matichon.co.th/foreign/news_5634854
สมาชิกหมายเลข 8868354
อาเซียน เปิดโผฝูงบินรบยุคใหม่ ปี 2026 ล่าสุดมาดูกัน!
ไม่ยอมกันจริงๆ! ตอนนี้หลายประเทศในอาเซียนกำลังซุ่มอัปเกรดกองทัพอากาศกันรัวๆ เตรียมจัดเต็มขีดความสามารถใหม่ภายในปี 2026 งานนี้บอกเลยว่าน่านฟ้าเอเชียตะวันออกเฉียง
สมาชิกหมายเลข 2933266
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
อาวุธยุทโธปกรณ์
กองทัพเรือ
กระทรวงกลาโหม
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ :
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
เราน่าจะขยาย อู่ต่อเรือ และ ปั้ม KDX 2 ออกมา
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
คือ KDX 1 มันตกรุ่นแล้วน่ะครับ …ถ้าจะวางรากฐาน ควร ต่อเติมอู่ต่อเรือ แล้วต่อใหม่เลยน่ะครับ…
ว่าจะบอกให้เอา Mogamiรุ่นล่าสุดมา ที่ ญี่ปุ่นเขาส่งออกรัวๆแต่เราไปดีลกับเกาหลีใต้ไว้แล้วนี่สิ…
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้