ใครเคยเดินเข้าไปในห้าง “ซีคอน ศรีนครินทร์” หรือ “ซีคอน บางแค” แล้วรู้สึกว่า...นี่มันห้างหรือสวนสนุก? หรือหลุดเข้ามาในฉากหนังแฟนตาซีกันแน่?
จริงๆ แล้ว นี่คือกลยุทธ์ที่ “ตั้งใจทำ” จากคุณ
จักรพล จันทวิมล ผู้บริหารซีคอน ที่มองว่า “ห้างชานเมือง” ไม่มีใครมาเช่าจัดงาน PR อยู่แล้ว เลยเอาพื้นที่นั้นมาปั้นให้เป็น
เครื่องจักรการตลาด แทน
🏗️ ซีคอนสแควร์ = ห้าง? หรือ “บริษัทจัดอีเวนต์” กันแน่
📍 ศรีนครินทร์-บางแค ปั้นลานกลางห้างให้ไม่ว่าง 364 วัน/ปี
🧠 ไอเดียต้อง EVO เสมอ ไม่ธรรมดา = ไม่ทำ
🧨 “หมัดน็อก” ทุกงานคือจุดดึงลูกค้า
📸 เป้าคือให้คนยอมขับรถเกิน 10 กม.เพื่อมาดูงานเรา
💡 จุดเริ่มต้น: ไม่มีใครมาเช่า ก็จัดเองสิ
- ซีคอนไม่ได้อยู่ใจกลางเมือง ไม่มีแบรนด์หรู หรืออีเวนต์เปิดตัวสินค้าแบบห้างใหญ่ใจกลางกรุง
- พื้นที่ส่วนกลางเลยถูกเปลี่ยนมือจาก “ฝ่ายขาย” → “ฝ่ายการตลาด” มาบริหารจัดการเต็มตัว
- จากงานเล็กๆ อย่างตลาด ของกิน เชียร์ลีดเดอร์ สู่ “เรือโนอาห์ขนาดยักษ์” “กำแพงเมืองจีน” “บ่อบอล 2 แสนลูก”
- แนวคิดคือ: ทำสิ่งที่แตกต่าง และทำให้คนรู้สึกว่า “ต้องมา” ด้วยตาตัวเอง
📆 ใน 1 ปี มีแค่งานเดียวที่ ‘ไม่จัด’
- ลานกลางห้างของซีคอน มีอีเวนต์
ใหม่ทุก 2 สัปดาห์
- วันอาทิตย์: รื้อของเก่า → จันทร์-อังคาร: เซ็ตใหม่ → พุธ: เปิดงาน
- สองห้างรวมกันจัดกว่า
50 งานต่อปี
- เคยมีแค่ “1 วัน” ที่พื้นที่ว่าง! นอกนั้นแน่นตลอด
🧠 ทุกงานต้องมี “หมัดน็อก” และ “EVO”
"จะจัดเรื่องสัตว์ ก็ต้องไม่ใช่แค่สัตว์ธรรมดา แต่เป็น ‘เรือโนอาห์’ ที่จะขนสัตว์หนีน้ำท่วม"
- ทุกไอเดียต้อง “EVO = Evolution” พัฒนาไปไกลกว่าธรรมดา
- หนึ่งไอเดียใหญ่ ต้องคัดจาก 50 ไอเดีย
- ทุกงานต้องมี “หมัดน็อก” เช่น ภูเขาไฟ, เรือลอยน้ำ, เขาวงกต, สะพานแขวน ฯลฯ
- เป้าคือ “ทำให้คนรู้สึกเหมือนไปอยู่ที่นั่นจริงๆ”
- ถ้าทำให้ลูกค้ายอมขับรถไกลกว่า 10 กม. เพื่อมางานเรา = เราชนะ
⚙️ ระบบคิดแบบออร์แกไนเซอร์เต็มตัว
6 องค์ประกอบของงานแต่ละงาน:
-
Concept – ไอเดียหลัก
-
Journey – ลูกค้าเดินเข้าแล้วเจออะไร
-
K.O. Move – หมัดเด็ดที่ต้องจำ
-
Stakeholder – พันธมิตรที่เกี่ยวข้อง
-
Action Plan – แผนการทำงาน
-
Risk – แผนสำรอง/จัดการความผิดพลาด
ทุกอย่างมีแผน B ไว้ตลอด (เช่น งานเดือนหน้าแคนเซิล → หยิบ “งานในลิ้นชัก” มาลงแทนทันที)
💥 แป้กได้ แต่ต้อง "Fail More"
“ความกล้าไม่ได้มีมาแต่แรก แต่ได้มาจากการลงมือทำ” – จั๊ก
- จัด 50 งาน = ไม่ใช่ทุกงานจะเปรี้ยง
- บางงานคนไม่มา ก็ต้องกล้ารับ กล้าเรียนรู้
- สร้างวัฒนธรรม “Fail More” ในทีมงาน
- ถ้าไม่พลาด แปลว่า “ยังไม่ได้ลองของใหม่”
- ไม่กลัวผิดพลาด = กล้าทำอะไรแหวกแนวมากขึ้น
🎯 สรุปสิ่งที่ซีคอนเชื่อ:
- ทำในสิ่งที่เราเก่ง
- ทำในสิ่งที่คู่แข่งไม่ถนัด
- ทำในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ
และทั้งหมดนี้ ส่งผลให้
ซีคอนมีคนเข้า 40 ล้านคน/ปี บางวันแตะ 1 แสนคน/วัน เลยทีเดียว!
กระทู้นี้สรุปจากเวที CTC2025 โดย Brand Inside
เครดิตข้อมูลต้นทาง: Brand Inside
[สรุปข่าว] แทบไม่ใช่ห้างแล้ว...ซีคอนสแควร์ กลายร่างเป็น “ออร์แกไนเซอร์” เต็มตัว!? กับเบื้องหลังเรือโนอาห์
จริงๆ แล้ว นี่คือกลยุทธ์ที่ “ตั้งใจทำ” จากคุณ จักรพล จันทวิมล ผู้บริหารซีคอน ที่มองว่า “ห้างชานเมือง” ไม่มีใครมาเช่าจัดงาน PR อยู่แล้ว เลยเอาพื้นที่นั้นมาปั้นให้เป็น เครื่องจักรการตลาด แทน
🏗️ ซีคอนสแควร์ = ห้าง? หรือ “บริษัทจัดอีเวนต์” กันแน่
📍 ศรีนครินทร์-บางแค ปั้นลานกลางห้างให้ไม่ว่าง 364 วัน/ปี
🧠 ไอเดียต้อง EVO เสมอ ไม่ธรรมดา = ไม่ทำ
🧨 “หมัดน็อก” ทุกงานคือจุดดึงลูกค้า
📸 เป้าคือให้คนยอมขับรถเกิน 10 กม.เพื่อมาดูงานเรา
💡 จุดเริ่มต้น: ไม่มีใครมาเช่า ก็จัดเองสิ
- ซีคอนไม่ได้อยู่ใจกลางเมือง ไม่มีแบรนด์หรู หรืออีเวนต์เปิดตัวสินค้าแบบห้างใหญ่ใจกลางกรุง
- พื้นที่ส่วนกลางเลยถูกเปลี่ยนมือจาก “ฝ่ายขาย” → “ฝ่ายการตลาด” มาบริหารจัดการเต็มตัว
- จากงานเล็กๆ อย่างตลาด ของกิน เชียร์ลีดเดอร์ สู่ “เรือโนอาห์ขนาดยักษ์” “กำแพงเมืองจีน” “บ่อบอล 2 แสนลูก”
- แนวคิดคือ: ทำสิ่งที่แตกต่าง และทำให้คนรู้สึกว่า “ต้องมา” ด้วยตาตัวเอง
📆 ใน 1 ปี มีแค่งานเดียวที่ ‘ไม่จัด’
- ลานกลางห้างของซีคอน มีอีเวนต์ ใหม่ทุก 2 สัปดาห์
- วันอาทิตย์: รื้อของเก่า → จันทร์-อังคาร: เซ็ตใหม่ → พุธ: เปิดงาน
- สองห้างรวมกันจัดกว่า 50 งานต่อปี
- เคยมีแค่ “1 วัน” ที่พื้นที่ว่าง! นอกนั้นแน่นตลอด
🧠 ทุกงานต้องมี “หมัดน็อก” และ “EVO”
"จะจัดเรื่องสัตว์ ก็ต้องไม่ใช่แค่สัตว์ธรรมดา แต่เป็น ‘เรือโนอาห์’ ที่จะขนสัตว์หนีน้ำท่วม"
- ทุกไอเดียต้อง “EVO = Evolution” พัฒนาไปไกลกว่าธรรมดา
- หนึ่งไอเดียใหญ่ ต้องคัดจาก 50 ไอเดีย
- ทุกงานต้องมี “หมัดน็อก” เช่น ภูเขาไฟ, เรือลอยน้ำ, เขาวงกต, สะพานแขวน ฯลฯ
- เป้าคือ “ทำให้คนรู้สึกเหมือนไปอยู่ที่นั่นจริงๆ”
- ถ้าทำให้ลูกค้ายอมขับรถไกลกว่า 10 กม. เพื่อมางานเรา = เราชนะ
⚙️ ระบบคิดแบบออร์แกไนเซอร์เต็มตัว
6 องค์ประกอบของงานแต่ละงาน:
- Concept – ไอเดียหลัก
- Journey – ลูกค้าเดินเข้าแล้วเจออะไร
- K.O. Move – หมัดเด็ดที่ต้องจำ
- Stakeholder – พันธมิตรที่เกี่ยวข้อง
- Action Plan – แผนการทำงาน
- Risk – แผนสำรอง/จัดการความผิดพลาด
ทุกอย่างมีแผน B ไว้ตลอด (เช่น งานเดือนหน้าแคนเซิล → หยิบ “งานในลิ้นชัก” มาลงแทนทันที)
💥 แป้กได้ แต่ต้อง "Fail More"
“ความกล้าไม่ได้มีมาแต่แรก แต่ได้มาจากการลงมือทำ” – จั๊ก
- จัด 50 งาน = ไม่ใช่ทุกงานจะเปรี้ยง
- บางงานคนไม่มา ก็ต้องกล้ารับ กล้าเรียนรู้
- สร้างวัฒนธรรม “Fail More” ในทีมงาน
- ถ้าไม่พลาด แปลว่า “ยังไม่ได้ลองของใหม่”
- ไม่กลัวผิดพลาด = กล้าทำอะไรแหวกแนวมากขึ้น
🎯 สรุปสิ่งที่ซีคอนเชื่อ:
- ทำในสิ่งที่เราเก่ง
- ทำในสิ่งที่คู่แข่งไม่ถนัด
- ทำในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ
และทั้งหมดนี้ ส่งผลให้ ซีคอนมีคนเข้า 40 ล้านคน/ปี บางวันแตะ 1 แสนคน/วัน เลยทีเดียว!
กระทู้นี้สรุปจากเวที CTC2025 โดย Brand Inside
เครดิตข้อมูลต้นทาง: Brand Inside