โครงการรถไฟฟ้า 20 บาททุกเส้นทาง กับปัญหาที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้น

จากข้อมูลที่ประกาศออกมาตอนนี้ว่าต้องเอาบัตรไปลงทะเบียน
เรื่องลงทะเบียนไม่มีปัญหา เพราะไม่งั้นจะจำกัดสิทธิ์เฉพาะคนไทยได้อย่างไร

แต่บัตรที่ลงทะเบียนได้มี Rabbit, MRT, ARL, และ EMV ซึ่งไม่มีของ SRT ซะงั้น
ปัญหาแรกเลยเกิดแน่ๆคือ SRT สายสีแดง จะต้องเข้าผ่านช่อง EMV เท่านั้นในกรณีที่จะเดินทางต่อหลายเส้นทาง เพราะถ้าใช้บัตรของ SRT เองมันได้ 20 บาทก็จริง แต่ไปขึ้นสายอื่นต่อไม่ได้
แล้วช่อง EMV ของ SRT ทุกสถานีมีแค่ช่องเดียวเท่านั้น !! แถมอ่านบัตรช้ามากและอ่านผ่านยาก ขนาดทุกวันนี้คนใช้ช่องนี้ไม่เยอะก็ยังต่อแถวยาวเลย
อีกอย่างคือ พังบ่อยมาก บางสถานีเช่นดอนเมือง พังมาตั้งแต่ต้นปี ทุกวันนี้ยังไม่ซ่อมเลย

ปัญหาต่อมาคือ ยังคงต้องพกบัตรหลายใบอยู่ดี อย่างน้อยๆคือ 3 ใบ Rabbit, ARL, EMV
ตอนแรกบอก ARL จะใช้ผ่าน EMV ได้ ทำไมเงียบไปเลย
Rabbit ก็นะ
ดูจะมีแค่ MRT เจ้าเดียวที่จริงจังปรับปรุง gate ให้รับได้ทุกประเภท
ตัวอย่างที่ญี่ปุ่น เค้าจะใช้ gate เดิมแต่เพิ่มกล่องสำหรับอ่าน EMV เข้ามา (มีจุดแตะแยกแบบ MRT) ถ้ารัฐบังคับให้ทำแบบนี้และสนับสนุนไปซักหน่อยก็ไม่น่าจะยากอะไร

ปัญหาต่อมา เห็นว่าโครงการที่ 2 จะใช้ให้อ่าน QR Code ได้ แล้วบังคับให้มาจ่ายผ่าน QR Code แทนเพื่อใช้สิทธิ์ (ไม่แน่ใจว่าเหลือตัวเลือกเดียว หรือเพิ่มเป็นทางเลือกกันแน่นะ)
อยากบอกว่าขอละ QR Code มันเสียเวลามากๆ กว่าคนจะหยิบ > เปิด app > โหลด QR code > scan น่าจะเสียเวลามาก ยิ่งถ้าเจอคนไม่เตรียมพร้อม มายืนในช่องแล้วค่อยค้นหามือถือ
แล้วโอกาส scan ไม่ติดก็สูงด้วย จากประสบการณ์ใช้ QR code เข้าอาคารประจำ รวมถึงก็เคยดูคนที่ญี่ปุ่นใช้เอาสถานีด้วย (มีระบบ QR Code เหมือนกัน)
ไหนๆก็จะบังคับให้เพิ่มระบบใหม่กับทุกเจ้าได้อยู่แล้ว งั้นก็บังคับให้ติดตัวอ่าน EMV เพิ่มในทุก gate ไปเลยไม่ง่ายกว่าหรอ
เพราะ EMV จริงๆแล้วก็สามารถมีได้ทุกคน ไม่จำเป็นต้องมีบัตร credit แต่ใช้ debit สำหรับกด ATM ก็ได้เช่นกัน รวมไปถึงบัตร wallet อื่นๆก็เป็นบัตร EMV ทั้งนั้น
หรืออีกวิธีคือ ก็ให้แต่ละเจ้าปล่อยบัตรใหม่ออกมาเป็นแบบ EMV แล้วก็เติมเงินเข้าบัตรไปเหมือนเดิม ที่ต่างคือใช้ได้ทุกที่รวมถึงร้านค้า


ส่วนสุดท้ายคือโครงการจะอยู่ยาวแค่ไหนนะ อยากพกบัตรเดียวขึ้นได้หมด อยากให้สถานีทั่วถึงและขยายออกไปนอกเมืองไวๆ อยากเห็นการเดินทางได้ทั่วประเทศ
อยากให้ราคาถูก แต่คิดว่า 20 บาทคงไม่เหมาะระยะยาว เพราะถ้าคนนั่งไกลๆเยอะขึ้น เส้นทางขยายมากขึ้น จะกลายเป็นเสียเงินภาษีหนักขึ้น ผู้ให้บริการก็สบายไป
แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นรัฐจ่ายแค่ค่าธรรมเนียมนับตามหัวรายวัน ส่วนระยะทางก็ให้ผู้ใช้งานรับผิดชอบไปตามระยะที่ตัวเองนั่ง เช่น start 5 บาท แล้วก็เพิ่มขึ้น 1 กม ต่อ 1-3 บาท ถึงแม้จะเปลี่ยนสายก็จะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนและนับระยะทางต่อ แต่ก็อาจจะต้องทำระบบ track เส้นทางและคำนวนราคากันเยอะหน่อย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่