มีแชทหนึ่ง ทักมาบอกว่า รู้รึป่าวญาติพี่น้อง ลุง ป้า น้า อา ตามหาพวกเอง 2พี่น้อง มากว่า 15 ปี แล้วให้กลับบ้านมารับมรดก

กระทู้สนทนา
ใช่คับ ​ผมมีเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงๆ กับตัวผมเองและพี่ชาย แบบห้ะ ! นี่คือเรื่องจริงเหรอ
  ย้อนความมาที่ตัวผมเอง ผมเนี่ยมีพ่อ แม่ พี่ชาย จำได้ว่าพ่อกับแม่เนี่ยแยกทางกันตั้งแต่ผมยังเด็ก น่าจะอนุบาลแต่พอจำเหตุการได้นิดหน่อย จำได้ว่าวันนั้นพ่อเสียที่จันทบุรี แล้วรู้ตัวอีกทีเนี่ยมาอยู่ฝังแม่ได้ไงไม่รู้เหมือนกัน ผมก็ดูเหมือนจะเล่ล่อนนะ แม่เลี้ยงไม่ไหวก็ฝากผมไปอยู่กับญาติฝั่งแม่ตั้งแต่เด็ก จำความได้ก็อยู่ประมาณ ม.1 ละ ผมเป็นเด็กค่อยข้างดื้อ ​เป็นเด็กติดเกมสมัยยุค ปี2000 ​เกเร ไม่มีใครสั่งสอน หรือบางทีก็สั่งสอนด้วยถ้อยคำรุนแรง การกระทำที่รุนแรง ได้ยินเสียงจากแม่ ​แต่ว่า * ​ยิ่งเรียนยิ่งโง่ ไปหาทำงานซะ จริงๆ บ้านผมเนี่ยดูได้ว่า จนเลย  อดมื้อกินมื้อก็มีบ่อยจนชิน  เพราะตั้งแต่เด็กจนโตเนี่ยแม่ทำงานก่อสร้างมาตลอด เลิกงานมาก็กินแต่เหล้าเห็นแบบนี้จนชิน ​พอมารู้ทีหลังว่าแม่ไม่เคยเรียนหนังสือเลย อ่านหนังสือไม่ออก  ผมโชคดีที่ว่าช่วง ม.1-ม.3  มีโครงการเรียนฟรี เราเป็นเด็กอะเนอะ ก็แค่ได้เงินมาเรียนจากแม่วันละ 40 บาท จนกระทั่งมีจุดเปลี่ยน ขึ้น ม.4 หรือ ปวช. แม่ไม่ส่งผมเรียนแล้ว ให้ออกมาทำงาน ด้วยตอนนั้นผมอายเพื่อนมาก เพื่อนมีเงินเรียนที่ดีๆ กันหมด  จนช่วงนั้นผมไม่มีเพื่อนเลยเพราะด้วยความจน เงินเลี้ยง กินเลี้ยงรุ่นก่อนจบก็ไม่กล้าไป ทำให้ผมคิดเองได้อยู่กับความเป็นจริงเลยที่เด็กคนนึงต้องตัดสินใจเอง ผมทำการด็อปเรียน 1 ปี เพื่อหาเงินมาเรียนให้ได้ผมจำได้เลยว่างานที่แรกทำก่อสร้าง ในวัย 15 ปี วันละ 120 บาท ดีใจมากเพราะเป็นเงินที่ได้จากการทำงานครั้งแรก ทำมาเลื่อ​ยๆ เป็นลูกมืองานใช้แรงต่างๆ หลายงานมาก จนมีเงินเก็บ 4000 กว่าบาท  ช่วงนั้นมีวิทยาลัยแห่งหนึ่ง​เทคนิคมาบตาพุดเปิดรับนักเรียนช่วงสุดท้ายพอดี สมัครเป็นช่างไฟฟ้า จังหวะนี่แหละโครตภูมิใจกับตัวเองสุดๆ  โครตเก่งเลย นึกย้อนกลับมาแล้ววันนั้นเราร้องให้อยากเรียนมากๆ  แต่วันเนี่ยเราได้ใส่ชุดนักเรียนแล้วว่ะ  ผมไม่อายนะที่ได้เรียนกับรุ่นน้อง ส่วนเรื่องเงินมาเรียนแม่ก็ไม่ให้แล้วเพราะเราหาเงินเองได้  เลิกเรียนทุกวันผมก็จะมีงานเสริมโดยการเป็นเด็กเสริฟร้านเหล้า  ช่วงเวลานี้คือสู้ชีวิตมาก คนที่ไม่กินเหล้า แต่กลับมาทำงานร้านเหล้า ก็จนทำงานวนแบบนี้ตลอด ส่วนปิดเทอม ช่วงนั้นรู้จักพี่คนนึงในช่วงที่ผมทำงานก่อสร้างเลยขอเบอร์ติดต่อเขาไว้ ​ขอพี่เขาทำด้วยเพราะพี่เขาทำงานไฟฟ้าตรงกับสายที่ผมเรียนพอดี ​ทำงานสายไฟฟ้า ติดตั้ง ประกอบ เกี่ยวกับไฟฟ้าทั้งหมด ปวส.ก็หาทำงานแบบใหม่คือเด็กเสริฟร้านชาบู วนแบบนี้มาตลอด ​จนจบ ปวส.  คิดย้อนกลับไปคือ กูทำได้ไงวะ  แบบเหนื่อยสัดอะ 555555  ผลงานที่ได้ถือว่าไม่ได้แย่นะ เกรด 3.47  อย่างเอา เอาจริงๆ ยังมีอีกหลายงานที่ทำนะ บอกไม่หมดจริงๆ กว่าจะผ่านจบ ปวส. แต่แล้วผมตัดสินใจ ไม่ต่อมหาลัยเพราะค่าใช้จ่ายมันเกินกำลัง ผมคิดว่าผมประสบความสำเร็จในช่วงนี้แล้ว เพราะเป่าหมายผมคือแค่ เรียนจบ ในวัน 23 ปี แต่ว่า .... ยังมีวิชาชีวิต ที่ผมต้องเอาตัวรอดในแต่ละวัน ผมทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า เป็นผู้ช่วยเขามาตลอด เป็นแรงงานมาตลอด จนมองอนาคตต้วเองไม่เห็นเลย คิดกับตัวเองว่า เราจะเป็นแบบนี้ไปตลอดทั้งชีวิตไม่ได้นะเว้ย เหนื่อยมาขนาดนี้แล้ว หาเช้ากินค่ำ ทำงานเดือนชนเดือน เงินไม่พอใช้ ทำไม่รู้สึกว่า วิชาชีวิตเราไม่เห็นเก่งเหมือนสมัยที่เราเรียนเลย ใอ่ที่เราภูมิใจนักหนา น้อยใจตัวเองบ่อยครั้ง มองไปทางไหนก็ปรึกษาครอบครัวไม่ได้  พ่อไม่ตายตั้งแต่เด็ก พี่ก็จบาน้อย แม่ก็ไม่รู้ภาษา อ่านหนังสือไม่ได้ ดีที่สุดต้องพึ่งตัวเองตลอด

- คนที่อ่านมาถึงตรงนี้ความขอบคุณครับ

​ผมก็ใช้ชีวิตปกติ ทำงาน กลับบ้าน กินข้าว อาบน้ำ นอน ​แบบนี้ทุกๆวัน อายุ25 ​จนกระทั้ง ​แชทเด้งมากริ้งเข้ามือถือพี่ผม ถามว่าพี่น้อง ชื่อ.... นามสกุลนี่ รู้จักมั้ย ผมกับพี่ก็บอก...คับพวกผมเอง  เขาบอกว่ารู้รึญาติพี่น้อง ลุง ป้า น้า อา เขาตามหาพวกเองหลายปีแล้วมาตามถึงระยอง หาที่อยู่ ถามหาโพสตามเพจ หาไม่เจอเลย (ผมเนี่ยพึ่งมีมือถือจริงๆช่วงทำงานหลังจบปวส. พี่ผมก็พึ่งมีก่อนผมไม่นาน มีแต่แม่ที่มีมือถือถือเขาเปลี่ยนเบอร์บ่อย ) ทางจันทรบุรีบอกว่า ​ด้วยความที่พี่กับผมชื่อเฟสบุ๊คเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้ค้นหาชื่ิอไม่เจอตัวอักษร มันกะกดไม่เหมือนกัน  ใอ่เราก็คิดว่า ญาติไหนวะ  แก๊งคอลเซนเตอร์รึป่าว ช่วงนั้นพี่ผมไม่เชื่อเหมือนก้น เพราะแก๊งคอลเซนเตอร์เวลานั่นละบาดหนัก จนได้คุยกันพักใหญ่ พี่ฝั่งจันทรบุรีทัก​มาบอกอีกว่า พี่เป็นคนโพสตามหาเอง เขาก็แป๊ะโพสมาให้ดูจริงๆ ทางเพจระยองเพจดัง ช่วยกันตามหาไม่เจอ ลุงมาตามหาที่ระยองจริงๆ สุดท้ายพี่ผม กับแม่บอกว่าใช่ญาติเราจริงๆ พี่กับแม่ผมเคยใช้ชีวิตที่จันทบุรีช่วงนึง พี่ผมก็จำได้ช่วงเวลานึง และจำสถานที่ได้ ส่วนผมจำได้แค่ว่า ไปงานศพพ่อตอนอนุบาลและจำหน้าลุงแท้ๆ คนนึงหน้าเหมือนพ่อมาก และจำได้ว่าเคยนอนบ้านหลังนึง ที่เป็นความจำที่แถบจะจำไม่ได้เลย  ผมจำได้แค่ว่ามีญาติอยู่ที่จันทบุรีแต่ด้วยความคิดเรา คิดว่าเขาทิ้งเรากันหมดแล้วตังแต่พ่อตาย และไม่ได้อ่ะไรกับที่นั้น ทุกคนก็ไม่เคยโหยหาเลยเพราะเราเองก็ติดต่อฝั่งจันทบุรีไม่ได้เหมือนกันจนผ่านมา 15 ปี สุดท้ายได้ทำการนัดเจอกันที่จันทบุรี ตำบลมาบไผ่ รวมกันที่บ้านปู่ทวด สิ่งที่ผมเห็นคือเรามีญาติเยอะมาก นามสกุลเดียวกันหมดเลย  ทุกคนดีใจกันหมดที่เจอหลาน พูดคุยกันอยู่พักใหญ่อยู่ที่ไหนกัน และมีลุงคนนึงเดินเข้ามา หน้าเหมือนพ่อเป๊ะ ทำให้ช่วงนี้นคิดถึงพ่อขึ้นมาเลย ญาติบอกว่าจริงๆ นามสกุลเราเป็นนามสกุลที่ใหญ่ที่สุดในมาบไผ่เลยนะ  ผมเนี่ยอึ้งตั้งแต่เข้ามาแล้ว...บางคนก็ไม่เคยเห็นเลย แต่ทุกคนรู้จักผมหมดตั้งแต่ผมเด็ก ความรู้สึกของผมเหรอ  งง  ใช่คับ งง แล้วก็ ห้ะ มันเหมือนว่าเราฝันเหรอ ก็ไม่ใช่ ถูกรางวัลที่1 เหรอ ก็ไม่ใช่ ยิ่งกว่าถูกรางวัลที่1 อีกเหรอ ก็ไม่ใช่ ทุกอย่างมารวมในความคิดผมว่า  ทำไมตอนเด็กเราลำบากขนาดนั้น​แต่ที่จันทบุรีมีทุกอย่างพร้อมหมดเลย ตกลงเราตระกูลเราจน จริงๆหรือป่าว ลุงผมพาขับรถไปหาญาติคนอื่นอีกหลายคนที่มารวมไม่ได้เพราะแต่ละคนอายุก็เริ่มเยอะหมดแล้ว ส่วนปู่​กับย่าที่รอหลาน รอเจอหลาน2 คน​ก็ตายกันหมดแล้ว สรุปทุกคนมีสวนทุเรียนกันหมดเลย ​ผมไม่รู้สึกอะไรเลยเพราะว่าสภาพจิตใจที่ผ่านมาผมเสียใจ กับอะไรหลายๆ ​อย่าง ​ผมสู้ชีวิตมากๆ  ตอนนี้ผมดีใจดีป่าว ผมกำลังสับสน  ได้แต่รู้ว่านี่มันเกืดขึ้นจริงแล้ว อนาคตผมกำลังเปลี่ยนนับต่อจากนี้รึป่าว​
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่