ขอความคิดเห็นหน่อยว่าเราควรทำยังไงดีคะ?

สวัสดีค่ะ เราอายุ22ปี ตอนนี้ทำงานรับจ้างทั่วไป โดยรวมก็สบายใจดี ไม่ได้เดือดร้อนใคร
ขอท้าวความก่อนนะคะ เราเป็นลูกคนแรก ที่โตมาในครอบครัวที่พ่อแม่เลิกกันตั้งแต่อนุบาล พ่อแม่ต่างฝ่ายก็ไปมีครอบครัวใหม่ค่ะ ส่วนเราอยู่กับแม่และยาย ​ในระหว่างที่เราใช้ชีวิต เรียนหนังสือ พ่อเราไม่เคยส่งเสียค่าเลี้ยงดูหรือใดๆเลย มีแค่ครั้งสองครั้งเล็กๆน้อยๆ พันสองพันและไม่ได้เจอกันมา​เป็นสิบๆปี มีติดต่อมาบ้างนานๆที แต่ส่วนตัวเราไม่สนิทใจกับพ่อตัวเองเท่าไหร่
อยู่ไปอยู่มาแม่เราก็มีลูกใหม่ เป็นลูกคนละพ่อกับเราห่างกับเรา8ปีและประมาณ15ปี เรามีช่วยเลี้ยงน้อง ช่วยดูแลอยู่แล้วค่ะ เรารักเขาเหมือนน้องแท้ๆเพราะเราเลี้ยงดูและเห็นเขามาตั้งแต่เด็ก
พ่อเราก็มีลูกใหม่2คน ห่างกับเรา7-8ปีเช่นกัน​

ระหว่างที่เรียนมาจนถึงปวช.มันไม่มีอะไรติดขัดค่ะ ด้วยความที่เราเรียนรร.รัฐ ค่าใช้จ่ายไม่เยอะมาก แม่ก็ประคองไปได้  โดยระหว่างที่เราเรียนปวช.เราก็มีทำงานพิเศษที่รร. ครูยื่นงานอะไรมาเราทำหมด เราไม่เคยหมิ่นเงินน้อยเลย ​จนเราเข้ามหาวิทยาลัย เราติดรอบแรกในมอจังหวัดใกล้ๆ เราเลยตกลงที่จะอยู่มอนี้ เพราะมอนี้เป็นมอที่เราคิดว่าจะพาตัวเราไปเจอประสบการณ์และสังคมดีๆได้ โดยแม่ก็ไม่ได้ชอบเท่าไหร่กับความคิดนี้ของเรา เพราะแม่ไม่อยากให้เราไปอยู่นอกบ้านหรือไกลบ้าน แต่เราก็อธิบายเหตุผลทุกอย่างว่าเราอยากไปจริงๆ จนเราได้ไป ระหว่างที่เราเรียน ยอมรับว่ามีเครียดเรื่องเรียนบ้าง แต่ไม่หนักเท่าเรื่องเงินและแรงกดดัน คณะที่เราเรียนเป็นคณะที่เรียนหนัก ต้องจำ ต้องอ่านหนังสือเยอะ บางวันถ้าสอบก็ไม่ได้นอน บางครั้งก็ร้องไห้ไปอ่านหนังสือไปก็มี ซึ่งเครียดการเรียนเราไม่ได้ซีเรียสมากเพราะเป็นเรื่องปกติ แต่แม่เราชอบโทรมาบอกว่าเงินไม่พอ เครียด หลายครั้ง จนเราคิดทบทวนกับตัวเองว่าควรจะทำยังไงดี เพราะเราประหยัดให้สุดๆแล้ว  ค่าเทอมเรากู้กยศ. อยู่หอในที่คิดค่าหอเป็นเทอม ไม่มีค่าน้ำค่าไฟ เราขอตังค์จากเขาเดือนละ3,000บาท ส่วนงานพิเศษเรายังไม่ได้ทำ เพราะงานกระแวกมอตอนนั้นเต็มหมดแล้ว
จนมาช่วงเทอม2ที่เป็นช่วงที่เราเครียดที่สุด เราต้องจองหอใหม่ เพราะระบบจะมีให้จองใหม่ทุกเทอม และเราจองไม่ทัน ด้วยอะไรๆหลายๆอย่าง ทำให้เราต้องหาหอนอก ซึ่งหอนอกของมอนี่ก็หายากมากเพราะนักศึกษาเยอะแต่หอน้อย จนเราเจอหอที่เดือนละ5,500บาท แต่เราก็ประหยัดโดยการอยู่กับรูมเมทอีก2คน รวมเป็น3คน แต่ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้น จนยิ่งมีแรงกดดันมากขึ้นอีกเรื่อยๆ จนเราไม่มีกะจิตกะใจจะเรียนเลยเพราะเครียด บางวันเรากินมาม่า บางวันเรากินข้าวมือเดียว บางวันไม่กินเลย กินแต่น้ำเปล่า จนเพื่อนเห็นก็มีซื้อข้าวมาฝากบ้าง แต่เรารู้สึกแล้วว่าเราคงไปต่อไม่ได้ถ้ามันยังมีปัญหานี้ เราเลยตัดสินใจลาออก เชื่อมั้ยว่าเราโทรไปหาแม่ว่าจะลาออก เขาดีใจที่เราจะออก แต่เราสิ้นหวังมากและเสียดายมากๆ
(ระหว่างนั้นเราไม่ได้ติดต่อกับพ่อเลย พ่อไม่เคยทักมาถามสารทุกข์สุขดิบใดๆแม้จะมีช่องทางการติดต่อกัน และส่วนตัวเราก็ไม่สนิทใจกับเขาจะที่พูดเรื่องส่วนตัว)

จนเราออกมา แม่เคยบอกว่าให้กลับมาเรียนที่บ้าน ตอนแรกเราก็ดีใจขึ้นมาที่แม่ยังจะส่งเราเรียนต่อ แต่มันไม่ใช่ แม่ให้เราหาตังค์ส่งตัวเองเรียนเอง เราก็สิ้นหวังนะเอาจริงๆ เราไม่ได้กลัวเหนื่อยหรืออะไร แต่เราคิดแค่ว่า ช่วยออกค่าเทอมส่วนนึงให้ได้มั้ยตอนที่จะยืนยันสิทธิ์ แต่ไม่ค่ะเราต้องออกเอง100% ระหว่างนั้นเราก็ทำงานค่ะ เราทำหมดเลยไม่ว่างานอะไร ตอนนั้นมีทำร้านเหล้าซึ่งเป็นงานที่เราไม่ค่อยอยากทำ แต่ต้องทำ เราทำได้เดือนเดียว เราออกเลย เพราะเราเจอคนที่รู้จักกับเจ้าของร้านที่เราทำอยู่ มาลวนลามและค่อยโทรมาให้เราไปเจอ พอเราไปทำงานก็ตามมาคุกคาม ซึ่งเราปฏิเสธทุกรอบเพราะเรามาทำงาน ไม่ได้มาหาเสี่ยเลี้ยงหรือเจออะไรแบบนี้ เราเลยหางานต่อไปเป็นงานร้านน้ำ ที่เราทำได้ครึ่งปี ส่วนตัวเราโอเคกับงานนี้ แต่ไม่โอเคที่จะทำไปตลอด เพราะเงินเดือนน้อยและเวลาพัก​ก็น้อย

จนเรามีแฟนและแฟนอยู่ในอำเภอที่มีงานทำเยอะ อยู่ในเมืองเลยค่ะ แฟนเลยบอกว่ามาอยู่บ้านเขามั้ย มาทำงานที่นี่ก็ได้ เพราะเราบ่นให้แฟนฟังทุกวันในเรื่องงาน เราก็โอเคที่จะไป ส่วนตัวงานที่นี่เราโอเคนะคะ เราทำงานกับแม่แฟนดูแลหอพัก หาคนมาเช่า เป็นแอดมินตอบแชทคนที่จะมาพัก เงินเดือนโอเค ไม่ได้เดือนร้อนหรือขาดเลย

จนมาถึงจุดพีคที่ทำให้เราต้องมาสร้างกระทู้นี้ขึ้นมา
อยู่ๆพ่อเราก็ทักมาบอกว่า "รับปริญญาตอนไหน บอกนะลูก เดี๋ยวพ่อจะไปหา" เอาจริงเราจุกกับคำนี้นะ แบบไปอยู่ไหนมาทำไมพึ่งทักมา ทำไมถึงต้องทักมาตอนนี้ เราพูดตรงๆกับเขาเลยค่ะ ว่าเราออกมาจากมหาลัยแล้วเพราะเรื่องเงินเราอธิบายทุกอย่าง จนเขาถามมาว่าแล้วทำไมไม่บอกพ่อ เอาจริงๆตอนที่เรามีปัญหาตอนนั้นเราไม่ได้นึกถึงพ่อเลย เพราะเราคิดว่ายังไงเขาก็แก้ไขปัญหาส่วนนี้ไม่ได้ เพราะเราอยู่มาขนาดนี้ 20ปี ​เขายังส่งเงินมาให้ไม่ถึงหมื่นนึงเลยและไม่เคยทักมาถามใดๆในเรื่องเรียน จะให้เราทักไปบอกเขาเหรอ มันก็แปลกๆมั้ย​ จนเขาเริ่มคิดได้มั่งคะ เลยพูดเชิงว่าถ้าลูกมีปัญหาอะไรให้นึกถึงพ่อ
แต่เอาจริงมั้ยอะ ตอนที่เรามีปัญหาที่สุดคือตอนนั้นไง ตอนนี้เราพึ่งพาตัวเองได้ ไม่มีปัญหาเลย แบบมีชีวิตเป็นของตัวเองแล้ว
จนเขาพูดว่าจะกลับไปเรียนอีกมั้ย เราก็พูดอีก ว่าเราต้องส่งตัวเองเรียนถึงจะได้เรียน เราได้บอกเขาด้วยว่าเราไม่โอเคที่แม่บอกให้เราไปสอบตำรวจด้วย เพราะเรารู้สึกว่าเราไม่ชอบจริงๆ เขาพูดกดดันกรอกหูบ่อยมาก เราก็ไม่เอา เราคิดว่าพ่อจะเข้าใจในสิ่งที่เราจะสื่อ แต่ไม่ พ่อก็พูดว่าตำรวจก็โอเค ลองดูก่อนมั้ย ทำให้พ่อได้มั้ย คือเอาจริงตอนนั้นเรารู้สึกแค่ว่า อีกแล้วเหรอวะ ต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำอีกแล้วเหรอ แล้วเขาพูดว่าทำเพื่อเขาได้มั้ย แล้วเขาเคยทำอะไรเพื่อเราบ้าง เขาพูดว่าอย่างน้อยพ่อแม่ก็ได้สวัสดิการจากลูกนะบลาๆ แต่คือใจเราไม่เอาไง จะให้ทำยังไง เราไม่เข้าใจอะ คือเราตอนนี้พึ่งพาตัวเองได้ ไม่ได้ขอตังค์พ่อแม่หรือใครเลย เราอยู่ได้ด้วยตัวเอง เราแค่อยากมีชีวิตเป็นของตัวเอง ไม่ต้องมายุ่งกับหน้าที่การงานเรา

เพราะตอนเด็กเราก็โดนเลี้ยงมาไม่ได้อบอุ่น เสียงทะเลาะ ตบตี เราเห็นมาหมดตั้งแต่เด็ก จนเราเป็นเด็กเก็บตัว อีกอย่างระหว่างที่เราอยู่บ้านแม่ เราต้องมารับผิดชอบลูกของเขา ต้องไปธุระให้ ทั้งๆที่เขาก็ว่าง แต่แม่กลับไปเที่ยวกับแฟนใหม่ เราโคตรไม่ชอบ เราไม่เคยเรียกร้องอะไรจากเขา เราไม่เคยไปขอของแพงๆจากเขา มีอะไรเราก็ใช้ตามมีตามเกิด เราเคยคิดด้วยซ้ำว่าทำให้เราเกิดมาทำไม ถ้ารู้ว่าเลี้ยงให้ดีไม่ได้ ไม่ต้องเลี้ยงดีก็ได้ แต่ให้การศึกษาจนจบก็พอ แต่นี่ไม่เลย เราต้องพึ่งพาตัวเอง บางทีเขาก็มาพึ่งเรา เราอึดอัดมากๆ เรารู้ว่าแม่เหนื่อยที่เลี้ยงลูก3คน แต่ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้ ทำไมถึงต้องมีถึง3คนด้วย เราแค่ไม่เข้าตรงนี้ เราเคยว่าแม่และพูดหลายครั้งมาก ว่าเราขอแค่นี้ ไม่เอาเพิ่มแล้ว แต่ก็มีคนที่3จนได้

กระทู้นี้เหมือนเรามาระบายให้ฟังมากกว่า ใครจะแสดงว่าคิดเห็นยังไงช่วยถนอมใจเราหน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่