มีใครเคยฟ้อง HR หรือกฎหมาย เรื่องโดนเพื่อนที่ทำงานกลั่นแกล้งไหมคะ ฟ้องแล้วได้ผลไหม คุ้มเสียหรือไม่ กับการดำเนินการ เรื่องของเรามีอยู่ว่า เพื่อนร่วมงานคนนึง เขาแจ้งให้เราหาข้อมูลให้ โดยเขาบอกว่า ยอดงานในเอกสารเขียนมาไม่ตรง (เอกสารนั้นไม่ใช่ของเรา เป็นเอกสารยอดผลิตจากในไลน์ด้านล่าง ซึ่งเรามีหน้าที่แค่รวบรวมเอกสารด้านบนออฟฟิศ) ซึ่งปกติคนอื่นถ้าเขามาขอให้หาข้อมูลให้ เขาจะเดินมาหาที่โต๊ะ เพราะถือว่าต่างคนต่างช่วยเหลืออลุ่มอล่วยกัน
และปกตินางคนนี้ตอนนางมาทำงานใหม่เคยมาขอนางก็จะเดินมาหาที่โต๊ะ และขอให้เพื่อนแผนกเราช่วยก็จะเดินมาหา และเรื่องนี้หัวหน้าเราเคยบอกว่าถ้าจะถามขอข้อมูลจำพวกนี้ ต้องไปขอกับรีดเดอร์ข้างล่าง เพราะเขาต้องเช็คงานจริงก่อน ซึ่งนางรู้เต็มอกว่าที่หน้าที่นั้น ไม่ใช่หน้าที่เรา แต่อยากยั่วยุให้เราโมโห โดยว่าเราไม่เดินไปเอาเอกสารกับนาง ทั้งที่ความจริงโต๊ะทำงานเดินห่างกันไม่ถึง 5 ก้าว เรามีหน้าที่เร่งคีย์รีพอทตามหน้าที่งานหลักที่ได้รับมอบหมายในวันนั้น เราจึงถามว่าที่มีปัญหาเป็นของเครื่องไหน นางก็ด่าเราเสียงดัง ชักสีหน้าใส่เรา ว่าทำไมถึงไม่เดินมาดูเอกสารเอง ทำไมต้องถาม เราไม่อยากมีปัญหา เลยเดินไปเอาเอกสารกับนางเอง และกำลังจะเช็คข้อมูลให้
นางแจ้งปัญหาอีกเครื่องที่ 2 เราก็เลยว่าเอามาให้หน่อย เพราะเราทำอีกเครื่องอยู่ นางโมโห เบะปากใส่ มองด้วยสายตาที่พร้อมจะหาเรื่อง เราจึงโต้กลับว่าจริงๆแล้วไม่ใช่หน้าที่เราด้วยซ้ำ และเรากำลังทำให้ ทำไมไม่พูดกับเราดีๆ ทำไมต้องโมโห และนางยิ่งโมโหมากขึ้น ขึ้นเสียงใส่เราว่าจะไม่รับงาน ไม่ทำงานช่วยแผนกตัวเองเลยรึไง ปัดความรับผิดชอบหารือ ไม่มำก็บอก พูดจาเสียงดีงใส่เรา เราเลยว่าก็กำลังช่วยนี่ไง เลยถามเขาตรงๆว่าไม่พอใจหรือมีปัญหาอะไรกับเราส่วนตัวรึป่าว ทำไมเรื่องเล็กๆ แค่เดินเอาเอกสารมาให้ตอนเธอแจ้งปัญหา ทั้งที่ใครคนอื่นๆก็ทำกัน ทำไมเธอต้องทำให้เป็นเรื่อง
เราพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ขึ้นเสียง แต่เขาขึ้นเสียงตลอด และพูดว่าเราไม่จบ เราไม่อยากเสียเวลา เราเลยยอมขอโทษเขาว่า ถ้าเราผิดเรายอมรับผิดก็ได้ที่ไม่เดินไปเอาเอกสาร แต่นางบอกว่าไม่พอใจ ไม่ต้องขอโทษ แล้วนางก็มองหน้าจ้องเราแบบหาเรื่อง เราก็เลยจ้องกลับ ประมาณ 1นาที เราเร่งงาน ไม่อยากเสียเวลา เราก็เลยตั้งใจทำงานต่อ โดยไม่สนนาง นางยั่วต่อ โดยว่า..หลบตาทำไหมล่ะ เราเลยตอบว่าไม่อยากเสียเวลา ปัญหาเอกสารไม่ตรงนี้ เป็นปัญหาที่เกิดมาเนิ่นนาน เป็นตั้งแต่สมัยนางยังไม่เข้ามา เพราะน้องไปในไลน์ บางคนเพิ่งเข้ามาใหม่ และการลงบันทึกเอกสารของพนักฝ่ายผลิตย่อมมีผิดพลาดบ้างเป็นธรรมดาของคนทำงาน แต่คนอื่นเขาก็พูดจาดีๆ หรือหากบ่นก็แค่บ่นนิดหน่อย ไม่ได้หาเรื่องขนาดนี้ เราเลยมองว่าการกระทำของเขาเหมือนเขาคุยกับคนเก่าที่ไม่ค่อยชอบเราไว้ก่อนว่าจะยั่วยุเรา เพราะเหมือนได้ยินเขาถามกันว่าจะผิด RBA ไหม แต่ช่วงนั้นเราไม่ค่อยได้สนใจใคร ไม่คิดว่าเขากำลังคิดหาเนื่องเรา แต่เราก็มาเอ๊ะ..เพราะเราเพิ่งมีประเด็นกับพี่สาวในแผนกเขา เขาเลยอยากเอาเรื่องนี้มายั่วยุหรือเปล่า เมื่อมีการโต้เถียงกันเกิดขึ้น เสียงดังในออฟฟิศ แต่เราไม่ได้สู้เขาในตอนนั้น เราขอโทษเขาด้วยซ้ำ แต่เขาทั้งเบ๋ปาก บูลลี่เรา ชวนเพื่อนในที่ทำงานไม่ให้พูดกับเรา เราเลยอยากรุ้ว่ากรณีของเราจะสามรถฟ้องมาตรา 397 ได้ไหม หรือฟ้องระบบ RBA ภายในบริษัทได้หรือไม่ และถ้าเป็นคุณคุณจะทำอย่างไร และถ้าหากว่าเขามีพรรพวก มีคนที่มีอำนาจคอยให้ท้าย แล้วเราควรทำยังไงต่อไปดีคะ เรารู้สึกเสียหน้า เสียความรู้สึก ที่เราอยู่ดีๆ กลับต้องมาเจอคนตะคอก ตะโกนใส่ เราคิดไม่ตกจนกลายเป็นแพนิค นอนไม่หลับ เพราะไม่รุ้ว่าควรขอกล้องวรจรปิดเหตุการณ์มาเพื่อแจ้ง RBA หรือตำรวจไหม และกลัวว่าพวกเขาจะมีผู้ใหญ่ช่วยเหลือและเราไม่ได้รับยุติธรรม และเกิดการกลั่นแกล้งเพิ่มขึ้นอีก เพราะพี่สาวเขาเป็นหัวหน้าหัวโจกแผนกเขา และกลัวIT และ HR ไม่ให้เราเซฟข้อมูลเหตุการณ์นั้นออกมาเพื่อให้นำออกมาเป็นหลักฐาน ขอความเห็นผู้มีความรู้และเมตตาหน่อยนะคะ เป็นอะไรที่แย่มากๆ มีความรุ้สึกไม่อยากไปทำงาน เหมือนเด็กที่งอแงไม่อยากไปโรงเรียนเพราะโดนเพื่อนบูลลี่
โดนกลั่นแกล้งในที่ทำงาน
และปกตินางคนนี้ตอนนางมาทำงานใหม่เคยมาขอนางก็จะเดินมาหาที่โต๊ะ และขอให้เพื่อนแผนกเราช่วยก็จะเดินมาหา และเรื่องนี้หัวหน้าเราเคยบอกว่าถ้าจะถามขอข้อมูลจำพวกนี้ ต้องไปขอกับรีดเดอร์ข้างล่าง เพราะเขาต้องเช็คงานจริงก่อน ซึ่งนางรู้เต็มอกว่าที่หน้าที่นั้น ไม่ใช่หน้าที่เรา แต่อยากยั่วยุให้เราโมโห โดยว่าเราไม่เดินไปเอาเอกสารกับนาง ทั้งที่ความจริงโต๊ะทำงานเดินห่างกันไม่ถึง 5 ก้าว เรามีหน้าที่เร่งคีย์รีพอทตามหน้าที่งานหลักที่ได้รับมอบหมายในวันนั้น เราจึงถามว่าที่มีปัญหาเป็นของเครื่องไหน นางก็ด่าเราเสียงดัง ชักสีหน้าใส่เรา ว่าทำไมถึงไม่เดินมาดูเอกสารเอง ทำไมต้องถาม เราไม่อยากมีปัญหา เลยเดินไปเอาเอกสารกับนางเอง และกำลังจะเช็คข้อมูลให้
นางแจ้งปัญหาอีกเครื่องที่ 2 เราก็เลยว่าเอามาให้หน่อย เพราะเราทำอีกเครื่องอยู่ นางโมโห เบะปากใส่ มองด้วยสายตาที่พร้อมจะหาเรื่อง เราจึงโต้กลับว่าจริงๆแล้วไม่ใช่หน้าที่เราด้วยซ้ำ และเรากำลังทำให้ ทำไมไม่พูดกับเราดีๆ ทำไมต้องโมโห และนางยิ่งโมโหมากขึ้น ขึ้นเสียงใส่เราว่าจะไม่รับงาน ไม่ทำงานช่วยแผนกตัวเองเลยรึไง ปัดความรับผิดชอบหารือ ไม่มำก็บอก พูดจาเสียงดีงใส่เรา เราเลยว่าก็กำลังช่วยนี่ไง เลยถามเขาตรงๆว่าไม่พอใจหรือมีปัญหาอะไรกับเราส่วนตัวรึป่าว ทำไมเรื่องเล็กๆ แค่เดินเอาเอกสารมาให้ตอนเธอแจ้งปัญหา ทั้งที่ใครคนอื่นๆก็ทำกัน ทำไมเธอต้องทำให้เป็นเรื่อง
เราพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ขึ้นเสียง แต่เขาขึ้นเสียงตลอด และพูดว่าเราไม่จบ เราไม่อยากเสียเวลา เราเลยยอมขอโทษเขาว่า ถ้าเราผิดเรายอมรับผิดก็ได้ที่ไม่เดินไปเอาเอกสาร แต่นางบอกว่าไม่พอใจ ไม่ต้องขอโทษ แล้วนางก็มองหน้าจ้องเราแบบหาเรื่อง เราก็เลยจ้องกลับ ประมาณ 1นาที เราเร่งงาน ไม่อยากเสียเวลา เราก็เลยตั้งใจทำงานต่อ โดยไม่สนนาง นางยั่วต่อ โดยว่า..หลบตาทำไหมล่ะ เราเลยตอบว่าไม่อยากเสียเวลา ปัญหาเอกสารไม่ตรงนี้ เป็นปัญหาที่เกิดมาเนิ่นนาน เป็นตั้งแต่สมัยนางยังไม่เข้ามา เพราะน้องไปในไลน์ บางคนเพิ่งเข้ามาใหม่ และการลงบันทึกเอกสารของพนักฝ่ายผลิตย่อมมีผิดพลาดบ้างเป็นธรรมดาของคนทำงาน แต่คนอื่นเขาก็พูดจาดีๆ หรือหากบ่นก็แค่บ่นนิดหน่อย ไม่ได้หาเรื่องขนาดนี้ เราเลยมองว่าการกระทำของเขาเหมือนเขาคุยกับคนเก่าที่ไม่ค่อยชอบเราไว้ก่อนว่าจะยั่วยุเรา เพราะเหมือนได้ยินเขาถามกันว่าจะผิด RBA ไหม แต่ช่วงนั้นเราไม่ค่อยได้สนใจใคร ไม่คิดว่าเขากำลังคิดหาเนื่องเรา แต่เราก็มาเอ๊ะ..เพราะเราเพิ่งมีประเด็นกับพี่สาวในแผนกเขา เขาเลยอยากเอาเรื่องนี้มายั่วยุหรือเปล่า เมื่อมีการโต้เถียงกันเกิดขึ้น เสียงดังในออฟฟิศ แต่เราไม่ได้สู้เขาในตอนนั้น เราขอโทษเขาด้วยซ้ำ แต่เขาทั้งเบ๋ปาก บูลลี่เรา ชวนเพื่อนในที่ทำงานไม่ให้พูดกับเรา เราเลยอยากรุ้ว่ากรณีของเราจะสามรถฟ้องมาตรา 397 ได้ไหม หรือฟ้องระบบ RBA ภายในบริษัทได้หรือไม่ และถ้าเป็นคุณคุณจะทำอย่างไร และถ้าหากว่าเขามีพรรพวก มีคนที่มีอำนาจคอยให้ท้าย แล้วเราควรทำยังไงต่อไปดีคะ เรารู้สึกเสียหน้า เสียความรู้สึก ที่เราอยู่ดีๆ กลับต้องมาเจอคนตะคอก ตะโกนใส่ เราคิดไม่ตกจนกลายเป็นแพนิค นอนไม่หลับ เพราะไม่รุ้ว่าควรขอกล้องวรจรปิดเหตุการณ์มาเพื่อแจ้ง RBA หรือตำรวจไหม และกลัวว่าพวกเขาจะมีผู้ใหญ่ช่วยเหลือและเราไม่ได้รับยุติธรรม และเกิดการกลั่นแกล้งเพิ่มขึ้นอีก เพราะพี่สาวเขาเป็นหัวหน้าหัวโจกแผนกเขา และกลัวIT และ HR ไม่ให้เราเซฟข้อมูลเหตุการณ์นั้นออกมาเพื่อให้นำออกมาเป็นหลักฐาน ขอความเห็นผู้มีความรู้และเมตตาหน่อยนะคะ เป็นอะไรที่แย่มากๆ มีความรุ้สึกไม่อยากไปทำงาน เหมือนเด็กที่งอแงไม่อยากไปโรงเรียนเพราะโดนเพื่อนบูลลี่