หัวใจสลายที่ปลายฟ้า (22)...International Festival

กระทู้คำถาม


Cr.Net
หัวใจสลายที่ปลายฟ้า (22)…International Festival
 
            อีกสิบนาทีแปดโมง หนอยมาถึงในชุดไทยพระราชทานคอตั้งสีน้ำเงินเข้มแขนยาว  ทำจากผ้าไหมเนื้อดี ผ้าเป็นลายทอละเอียดสีเทาและ
แดงเข้ม บนพื้นเสื้อสีน้ำเงิน  สวมกางเกงสแล็ก ทำจากไหมเนื้อหนาสีน้ำเงินเข้ม สวมรองเท้าหนังสีดำขัดเป็นเงา ดวงเนตรเดินตามมาด้วยชุดไทย
จักรี เสื้อตัวในไม่มีแขนสีครีม ...คล้ายเสื้อเกาะอก ห่มทับด้วยสไบเฉียงสีทองซึ่งมีลายปักเป็นเม็ดลูกปัดสีทองลายดอกพิกุล ผมถูกยกเกล้าเป็นทรงสูง
ปักปิ่นทอง ประดับด้วยสร้อยคอและกำไลทอง สวมรองเท้ามีส้นสีขาว
            ตากล้องลงมือกดชัตเตอร์ทันทีที่ทั้งคู่เดินมาหยุดพร้อมกัน เสื้อที่หนอยใส่ขับผิวขาวให้เด่นยิ่งขึ้น ส่วนดวงเนตรไม่ต้องพูดถึง ดวงหน้ายาวรี
แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบาง ๆ เรียวปากสวยทาสีชมพูโอรส ทุกคนที่รออยู่ที่บูธอ้าปากค้าง “Oh! My God ….”
            เมื่อสายหน่อยคนเริ่มเข้ามาดูงานมากขึ้น มีของหลายสิ่งที่น่าสนใจในบูธเรา ความเป็นชาติไทยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข รูปของ
ทั้งสองพระองค์ทรงสง่างามยิ่ง ธงประจำพระองค์ และธงชาติถูกวางในตำแหน่งที่สวยงาม นอกจากนั้นมุมขวามือมีหนังสือเกี่ยวกับโครงการหลวงและ
พระราชกรณียกิจมากมาย หนังสือแนะนำประเทศไทย ประเพณี วัฒนธรรม การดำเนินชีวิต อาหารการกินหลากหลาย และสถานที่ท่องเที่ยวอันสวย
งามหลายแห่ง รวมถึงหมู่เกาะและหาดทรายทอดตัวยาวเห็นน้ำทะเลสีเข้มจรดขอบฟ้า ...หนังสือมีอย่างละสามเล่ม เป็นฉบับภาษาอังกฤษที่พี่หนอย
เอามาด้วยตอนกลับมาเมื่อเดือนก่อน มุมซ้ายของบูธวางโตกขนาดใหญ่ มีแตงโมแกะเป็นรูปดอกดาหลา ใช้ฟักทองแกะเป็นรูปเรือสุพรรณหงส์ ส่วน
แคนตาลูป...พี่น้อยแกะเป็นดอกกุหลาบกำลังเบ่งบานสวยงาม พวงมาลัยพวงใหญ่ฝีมือดวงเนตรถูกจัดวางไว้บนพานเงินของพี่ศิริ ของประดับ
และเครื่องใช้ต่าง ๆ จัดอยู่เป็นหมวดหมู่ดูเหมาะสม
            พี่น้อยอธิบายการแกะสลักผลไม้ฝีมือเธอพร้อมรอยยิ้มอย่างภูมิใจ จุดขายที่เด่นไม่แพ้สิ่งอื่นคือคู่พระคู่นาง...หนอยกับดวงเนตร คนเข้ามาชมงาน
ขอถ่ายรูปคิวแทบไม่ว่าง โดยหน้าที่ทั้งคู่ต้องมาทำการอธิบายเรื่องราวและตอบคำถามต่าง ๆ น้าวิวบอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวงานนี้น้ากับพี่ศิริทำแทน พอ
ใกล้เที่ยงเริ่มว่าง เพราะคนส่วนใหญ่ไปพักกินอาหารกลางวันกัน สามสาวรุ่นใหญ่กรูเข้าไปถ่ายรูปบ้าง แล้วความสงสัยต่าง ๆ ก็พรั่งพรู
            “พลเธอไปทำยังไงให้ไอ้ตี๋มันหล่อเต็มขั้นซะขนาดนี้”
            “น้าวิว หนอยเขาตี๋หน้าหยก ผิวขาวสวย คิ้วเรียวหนา หน้าหล่อขนาดนี้ยังต้องทำอะไรอีก” พี่พลตอบ
            “ปกติเคยแต่งตัวตามสบาย เว้นแต่บางวันอยากหล่อก็ใส่กางเกงยีน หน้าตาท่าทางก็ดีอยู่แล้วเราไม่ได้สังเกตเองเนอะ” น้าวิวถามเองตอบ
เองเสร็จ  
            พี่น้อยรีบเสริม “น้าวิวดูหนอยเขาใส่เสื้อผ้าไหมทรงพระราชทานบุคลิกดีมีสง่านะคะ” แล้วพี่น้อยก็พูดต่อ
            “ทุกทีเห็นแต่งตัวง่าย ๆ ไม่สนใจเสื้อผ้า หน้า ผมสักเท่าไร พอเอามาทรงเครื่องหน่อยหล่อเนี้ยบเลย...อุ๊ย! เสียดาย”  พี่น้อยพูดยังไม่จบ แต่น้า
วิวต่อให้  
            “เกิดเร็วไปหน่อยใช่ไหม”  ทุกคนพากันหัวเราะ
            น้าวิวยังไม่หมดข้อสงสัย
            “แล้วดวงเนตรได้ใครช่วยหาชุด และแต่งหน้าให้ล่ะ”
            “พี่วรรณครับ”
            “พี่สาวเธอน่ะเหรอ  ปกติพี่วรรณเขาไม่ชอบให้ใครยืมของใช้ส่วนตัวนี่” น้าวิวพูดเพราะรู้นิสัยพี่สาวของชูพลดี
            “เขาเจอและคุยกับดวงเนตรหลายครั้ง พี่วรรณเอ็นดูดวงเนตรมากขนาดชุดไทยจักรีนี่หวงที่สุดยังให้ยืม แล้วขนาดรูปร่างเท่ากันเลยครับ ผมเล่า
เรื่องงานให้รู้คร่าว ๆ พอรู้ว่าดวงเนตรไม่มีชุดใส่ พี่วรรณสั่งให้ผมไปรับน้องมาแต่เช้า พอใส่ชุดเสร็จ พี่วรรณลงมือแต่งหน้าให้เองเลย รวบผมเกล้ามวย   
ผม ฝีมือพี่วรรณทั้งหมดครับ ผมกับจอร์จ งง! มาก  ขนาดจอร์จยังบอกว่าดวงเนตรเป็น Lucky charm คือเธอมีเสน่ห์ใครอยู่ใกล้ก็อดเอ็นดูไม่ได้”
            “ดูดี ๆ เขาสองคนก็เหมาะกันดีนะ” เสียงพูดเบามาจากเจ๊ใหญ่พร้อมถอนใจ   
            “อ้าว! ดีแล้วถอนใจทำไมอีกล่ะ” พี่ศิริย้อนเอา
            “ที่ถอนใจเพราะโล่งอกจะได้หมดห่วง หลัง ๆ มาพอเตี่ยดวงเนตรโทรมาช่วงที่รอเนตรวิ่งมารับสาย เตี่ยถามบ่อยมากเลยว่าเนตรตั้งใจเรียน
ดีไหม แล้วมีเพื่อนสนิทชื่อหนอยเหรอเห็นเขียนเล่าให้ทางบ้านฟังบ่อย ๆ ”
            “ไม่ต้องห่วงดวงเนตรนะคะ เธอจะไม่ทำให้เตี่ยผิดหวังหรอกค่ะ” พี่น้อยออกความเห็น พี่พลเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าพี่วรรณฝากกระเป๋าเครื่องสำอางมา
ให้พี่ศิริคอยเติมให้น้องหมวยด้วย แต่พี่ศิริส่งต่อให้สุดาเพราะสุดาเป็นผู้สันทัดกรณีมากกว่า
            “เดี๋ยว ๆ ให้ทั้งสองคนพักกินอาหารกันก่อน เอาไปคนละกล่อง กล่องที่น้าเอามาให้เป็นทูน่าแซนด์วิซชิ้นใหญ่กับน้ำแอปเปิล 
            “ของคนอื่นล่ะคะ” ดวงเนตรถาม  
            “เพื่อน ๆ กับพี่ ๆ ส่วนใหญ่เขาทานกันแล้วค่ะ” พี่น้อยตอบแทน มีเพื่อนประจำบูธแต่งชุดไทยล้านนามาสองคนมาเข้าเวรบ่าย ทุกอย่างเริ่มสงบ
ลงเพราะเข้าช่วงเย็นแล้ว
           
            ฝรั่งกลุ่มใหญ่เดินมาที่บูธ ดวงเนตรมองไปเห็นป้าแม็กกี้เดินนำมา พอถึงก็ทักทายกันจนทั่ว แล้วต่อด้วยการถ่ายรูปทั้งคู่และเดี่ยวรวมรูปหมู่ด้วย
ทุกคนเข้ามากอดดวงเนตรกันใหญ่ ทั้งหมดมีป้าแม็กกี้เป็นหัวหน้าทีม เซลลี่ แมรี่ ลุงพอล และลูกสาวแก ลูกสาวลุงพอลบอกว่าโทรมาทีไรก็เล่าแต่
เรื่องนิคกี้ จนไม่ต้องเห็นก็รู้จัก
            นิคกี้พาไปดูงานแกะสลักผลไม้ที่ทำให้ทุกคนทึ่งในฝีมือพี่น้อยมาก ข้าวของสวยงามจากประเทศไทยดูจะถูกใจผู้มาชม โดยเฉพาะพวงมาลัย
เป็นสิ่งที่ป้าแม็กกี้ภูมิใจในนิคกี้มาก ด้วยว่าแกเป็นลูกมือสำคัญในงานประดิษฐ์ชิ้นนี้ด้วย นิคกี้บอกทุกคนว่าทุกเรื่องที่เรียบร้อยลงตัว เพราะน้ำใจที่พวกเราได้จากพวกลุง ๆป้า ๆ ทุกคน ดวงเนตรหรือนิคกี้ของลุงพอลดูร่าเริงแจ่มใส เสียงหัวเราะดั่งระฆังแก้ว จิตใจก็งดงามเพียงนี้แล้วใครเล่าจะไม่เอ็นดูเธอ ความ
อ่อนโยน เอื้ออารีเป็นนิสัยเธอ ในตรงข้ามอีกสิ่งที่มีคือความเข้มแข็ง และกล้าที่จะโต้เถียงอย่างสุภาพด้วย
            
            ใกล้เวลาจะเก็บบูธแล้ว จู่ ๆ หนุ่มไทยสองแฝดก็แวะมาดูบูธของตัวเอง ดวงเนตรมองเห็นตั้งแต่เดินเข้ามา เธอหันหน้าหนีไม่สนใจ ความรู้สึก
ไม่ดีที่เห็นทั้งคู่สลับกันเข้าหาแอน
            “สวัสดีครับน้าวิว” ทั้งสองกล่าวทักขึ้นพร้อมกัน
            “สวัสดีจ้ะ” น้าวิวทำหน้าเฉยๆ..ไม่ได้พิศวาสอะไรเท่าไร โดยเฉพาะเรื่องแอน
            “สวัสดีจ้ะหนุ่ม ๆ เพิ่งเดินหาประเทศของตัวเองเจอหรือไง ติดเรือซำเปากงมาขึ้นที่ภูเก็ตแล้วต่อรถทัวร์มาเหรอ”  พี่ศิริเล่นซะหนักเพราะเขา
ทั้งสองเอาของมาทิ้งไว้ให้ใช้ตกแต่งแล้วก็หายตัวไปเลย
            ทั้งคู่ยิ้มให้พี่ศิริแทนคำตอบ “พี่พลสวัสดีครับ”
            “เพิ่งเรียนเสร็จหรือไง”
            “ครับ”
            “อ้าว! วันนี้ดวงเนตรเฝ้าบูธไม่ใช่หรือครับ”
            “นั้นไง...นั่งพักอยู่กับหนอย” เสียงเอ่ยจงใจกับชื่อของหนอยเป็นพิเศษ ดวงเนตรลุกขึ้นมาพร้อมหนอยแล้วยิ้มให้ทั้งภาคภูมิและวิศาล ทั้งคู่มอง
ดวงเนตรตาไม่กระพริบ  ‘สวยมาก...ยิ่งใส่ชุดนี้ด้วยเลิศเลย’ ภาคภูมิคิด
            “อย่ามองนานเดี๋ยวละลาย” หนอยแหย่วิศาลและภาคภูมิ เขาทั้งสองคิดเสียดายเหมือนกัน แต่ดวงเนตรไม่สนใจ สองหนุ่มส่งยิ้มให้ดวงเนตร
เธอยิ้มตอบแบบที่รุจีเพื่อนเก่าเห็นแล้วสรุปว่าไอ้เนตรไม่สนหรอก
            “ขอเราสองคนถ่ายรูปหน่อยสิครับ”
            “ได้เลยเดี๋ยวจัดให้” เจ๊ใหญ่ตอบ
            “ขอถ่ายรูปหน่อยจ้า...มา ๆ ”  ภาคภูมิแซะเข้าไปตรงกลางน้าวิวโวยวาย
            “ไม่ได้ ๆ ไม่สวยต้องอย่างนี้” เธอให้พระ-นางยืนกลาง ขนาบซ้ายขวาด้วยแฝดสยาม ส่วนหนอยใช้มือโอบเอวของดวงเนตรเข้ามาชิดตัวเอง
แม้สองหนุ่มจะขุ่นใจน้าวิวแต่จะทำอย่างไรได้
            ทั้งคู่เดินดูรอบ ๆ “ผลไม้ใครแกะครับ...สวยมาก” วิศาลชม
            “ฝีมือพี่น้อยค่ะ”
            “แล้วพวงมาลัยนี่ก็ของพี่น้อยทำเหรอครับสวยมากเลย ”
            “คนทำอยู่โน้น” พี่น้อยชี้ไปที่ดวงเนตร ทั้งคู่กำลังตั้งท่าถ่ายรูปกับครอบครัวอเมริกันครอบครัวหนึ่ง แล้วลูกๆ ของพวกเขาก็เรียกร้องจะขอถ่าย
เดียวกับดวงเนตร พี่หนอยแยกตัวมานั่งดู ดวงเนตรกอดน้องคนเล็กในท่านั่งยอง ๆ มีพี่สองคนโตยืนขนาบข้าง พอตั้งท่าเรียบร้อยแล้วพ่อก็ให้ทุกคนพูด
คำว่าชีส(chess) ดวงเนตรยิ้มหวานทั้งปากทั้งตา ทุกคนกล่าวขอบคุณและลากลับ
            ดวงเนตรกลับมาที่บูธ สองหนุ่มยังไม่กลับ ใบหน้าเรียบเฉยของหญิงสาว พี่หนอยได้ทีพูดเสียงดัง
            “ดวงเนตรเหนื่อยหรือครับ มานั่งตรงนี้มาเดี๋ยวพี่หนอยจะไปซื้อน้ำส้มมาให้นะครับ”
            “มีใครจะเอาอะไรไหมครับผมจะได้ซื้อมาทีเดียว”
            “ไปเถอะอิ่มกันแล้ว อีกเดี๋ยวก็เก็บบูธแล้ว” เสียงเจ๊ใหญ่ตอบ และนั่งใกล้ๆ แล้วบอกดวงเนตรว่า
            "วันนี้เลิกงานแล้วเราจะไปหาพี่วรรณที่บ้าน ไปขอบคุณเธอหน่อยที่ให้ความช่วยเหลือ แล้วน้ำส้มแช่เย็นเจี๊ยบก็ถูกเอามาเสิร์ฟ หญิงสาว
กล่าวขอบคุณ แฝดสยามเดินไปมาอยู่ครู่หนึ่ง ไม่เห็นมีใครสนใจเลยลากลับ
            
            ภาคภูมิพูดขึ้นระหว่างทางกลับหอ
            “เล่นตัวนักนะดวงเนตร สวยก็งั้น ๆ พี่หนอยก็กันท่าเหลือเกินนะ” วิศาลหัวเราะหึ ๆ ถ้าจะเปรียบสองคนนี้ก็ประมาณองุ่นเปรี้ยวมะนาวหวาน
ทั้งหมดที่เหลืออยู่ที่บูธกำลังใช้ผ้าขาวผืนใหญ่คลุม แล้วเอาตัวหนีบ ๆ ทั้งสี่มุม ของที่เอามาโชว์ปกติจะมียามเฝ้าและไม่เคยมีของหายสักที
 
            “ไปเถอะ...แวะซื้อพิซซ่าไปด้วยกับขนมปังกระเทียม เอาไปเผื่อพี่วรรณกับจอร์จด้วย”คำสั่งเจ๊ใหญ่  น้าวิวกับพี่น้อยไปรถหนอย ส่วนพี่ศิริและ
สุดาไปกับพี่พล ระหว่างที่อยู่บนรถ น้าวิวพูดขึ้น “บูธเรามีคนสนใจเยอะ แถมมีพรีเซนเตอร์ทั้งหล่อทั้งสวย อย่างน้อยรางวัลจัดบูธเราได้แน่”
            “น้าวิวเผื่อใจไว้บ้างนะครับ” หนอยเตือนด้วยความหวังดี
            “ดวงเนตรไม่มั่นใจ แต่น้าวิวผ่านการจัดงานมาหลายครั้งน่าจะได้ผลใกล้เคียงนะคะ”
            “น้าวิวคิดว่าตัวชูโรงอีกอย่างคือเราสองคนนั้นแหละ เพราะฉะนั้นน้านิดขอยืมตัวเอาไว้ทั้งสามวันเลย  ยกเว้นวันที่สี่เพราะวันนั้นเนตรต้องออม
แรงไว้งานโชว์ด้วย งานเลื่อนมาเป็นบ่ายสามมีแค่สิบสองประเทศส่งประกวด ของเราอันดับสุดท้าย”  น้านิดบอกเล่า
            “แต่เรามีปัญหาชุดนะคะทั้งของเนตรและพี่หนอย”
            น้าวิวเงียบไปครู่หนึ่ง ”นึกได้แล้ว ไว้ให้น้ากับพี่พลขอยืมพี่วรรณให้”
            “ผมเหลืออีกชุดเดียวเองนะสำหรับพรุ่งนี้”
             “วันที่สามแกก็นุ่งโสร่งแล้วกัน” เธอหัวเราะชอบใจไม่หยุดจนพี่น้อยเข้าร่วมวงด้วย เพราะสองคนกำลังใช้จิตนาการ สภาพของหนอยใส่โสร่ง
เดินไป ๆ มา ๆ
            “พอใจกันหรือยังพี่น้อง” หนอยชักอารมณ์เสีย และยิ่งเห็นดวงเนตรอมยิ้มอีกยิ่งซ้ำร้าย
            “แหมใครเขาจะปล่อยให้สุดหล่อของพี่น้อยเป็นแบบนั้นล่ะคะ”
            “เดี๋ยวลองถามดูว่ามีใครหุ่นเท่ากับหนอย น้าวิวจะไปยืมให้”
            “น่าอย่าอารมณ์เสียสิคะ จะถึงบ้านพี่วรรณแล้ว ยิ้มหน่อยค่ะยิ้มหน่อยนะ” ดวงเนตรอ้อนแล้วยิ้มสวยให้แป๊บเดียวพี่หนอยของดวงเนตร
ก็หายโมโห
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่