ก็เรื่องการเมืองแห่งสารฃัณฑ์นี่แหละครับ
ไปไงมาไงไม่รู้ พวกที่ด่าเพื่อไทย กับพวกที่ช่วยเถียงแทนเพื่อไทย คือคนกลุ่มเดียวกันซะงั้น
อย่างผมนี่แหละ ด่าเพื่อไทย แต่ขณะเดียวกันก็ด่า เถียงพวกพันธมารด้วย
เหมือนเป็นการเถียงช่วยเพื่อไทย
ไปว่ากลุ่มนักวิชาการ นักประวัติศาสตร์ นักรัฐศาสตร์ ผู้ชำนาญการเรื่องแผนที่ ผู้รู้เรื่องเขตแดนไทย-เขมร
ตำหนิเพื่อไทยไปด้วย ปกป้องเพื่อไทย-ด่าพันธมารไปด้วย
ก็พวกพันธมารกินฉี่ เอาแต่เรื่องไม่จริงมาปลุกระดมสร้างกระแสสร้างความขัดแย้ง
เช่น เรื่อง MOU 43 เรื่องแผนที่ เรื่องปราสาทต่าง ๆ เรื่องเกาะกูด และล่าสุดเรื่องฐานทัพสหรัฐที่พังงา
ล้วนไม่จริงทั้งนั้น บิดเบือนข้อมูลทั้งนั้น
พันธมารกินฉี่มันรู้ คนไทยเชื่อง่าย ไม่อ่านหนังสือ ไม่ศึกษาสืบค้นเรื่องราว
ตอนนี้ก็กำลังมีเรื่องเขมรเอาวรรณกรรมไทยไปขึ้นมรดกโลก ก็แชร์ ก็ด่ากันสนั่นโซเชียล
ทั้งที่ความจริง ไม่ว่าวรรณกรรม วัฒนธรรม ประเพณี มันลื่นไหลกลายกลืนกันได้เป็นปกติอยู่แล้ว
และที่เขมรทำตอนนี้ ที่ขอขึ้นมรดกโลกนี่ เขมรเขาขึ้นท่ารำ ไม่ใช่วรรณกรรม เขารับอิทธิพลวรรณกรรมไป แล้วคิดท่ารำประกอบ
เรื่องเขาพระวิหาร ไทยเราสูญเสียไปแล้ว ตอนแรกเสียแค่ตัวปราสาท
แต่เพราะพันธมารกินฉี่เอาเรื่องพระวิหารมาเล่นการเมือง สุดท้าย เขมรเขาเอาเรื่องไปศาลโลกอีก ทำให้ไทยเสียมากกว่าพระวิหาร
พอเสียพื้นที่เพิ่ม พันธมารก็หันมากินฉี่อย่างเดียว เลิก ทิ้งเรื่องพระวิหาร เงียบกริบ เงียบจนกระทั่งถึงวันนี้ไม่มีความรับผิดชอบอะไร
ผ่านมาเป็นสิบปี ยุค คสช. รัฐบาลประยุทธ์ ก็กินฉี่เฉย ไม่สนเรื่องเกาะกูด ไม่สนเรื่อง MOU 43 ไม่สนอะไร
ทั้งที่มีการเจรจาระหว่างไทยกับเขมรในเรื่องเหล่านี้ ไม่ขัด ไม่ขวาง ไม่ม็อบ
แต่ตอนนี้ ได้ที ออกมาสร้างเรื่องสร้างความขัดแย้งด้วยข้อมูลเท็จอีกแล้ว
เพื่อไทยก็เกินไป ไร้ผู้รู้ ไร้คนทำงาน ที่จะออกมานำเสนอข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้ทราบ
ได้แต่อ้อม ๆ แอ้ม ๆ ตอบแบบผ่าน ก็เข้าทางพวกกินฉี่
ก็เลยกลายเป็นว่า พวกด่าเพื่อไทยแหละ ออกมาเถียงมาด่าพันธมารกินฉี่แทนเพื่อไทย
.
พอเหอะพันธมารเอ๊ย ไปกินฉี่อย่างเดียวเหอะ
ไม่ใช่ได้ที ก็ฉวยโอกาสสร้างความสำคัญให้ตัวเอง ดึงมวลชน เพื่อสร้างอำนาจทางการเมืองอันไปสู่ผลประโยชน์
ป่วนเมืองถ่วงบ้านอยู่ได้
ก็แปลกปนตลกดี พวกด่าเพื่อไทย กับพวกช่วยเถียงแทนเพื่อไทย คือคนกลุ่มเดียวกัน
ไปไงมาไงไม่รู้ พวกที่ด่าเพื่อไทย กับพวกที่ช่วยเถียงแทนเพื่อไทย คือคนกลุ่มเดียวกันซะงั้น
อย่างผมนี่แหละ ด่าเพื่อไทย แต่ขณะเดียวกันก็ด่า เถียงพวกพันธมารด้วย
เหมือนเป็นการเถียงช่วยเพื่อไทย
ไปว่ากลุ่มนักวิชาการ นักประวัติศาสตร์ นักรัฐศาสตร์ ผู้ชำนาญการเรื่องแผนที่ ผู้รู้เรื่องเขตแดนไทย-เขมร
ตำหนิเพื่อไทยไปด้วย ปกป้องเพื่อไทย-ด่าพันธมารไปด้วย
ก็พวกพันธมารกินฉี่ เอาแต่เรื่องไม่จริงมาปลุกระดมสร้างกระแสสร้างความขัดแย้ง
เช่น เรื่อง MOU 43 เรื่องแผนที่ เรื่องปราสาทต่าง ๆ เรื่องเกาะกูด และล่าสุดเรื่องฐานทัพสหรัฐที่พังงา
ล้วนไม่จริงทั้งนั้น บิดเบือนข้อมูลทั้งนั้น
พันธมารกินฉี่มันรู้ คนไทยเชื่อง่าย ไม่อ่านหนังสือ ไม่ศึกษาสืบค้นเรื่องราว
ตอนนี้ก็กำลังมีเรื่องเขมรเอาวรรณกรรมไทยไปขึ้นมรดกโลก ก็แชร์ ก็ด่ากันสนั่นโซเชียล
ทั้งที่ความจริง ไม่ว่าวรรณกรรม วัฒนธรรม ประเพณี มันลื่นไหลกลายกลืนกันได้เป็นปกติอยู่แล้ว
และที่เขมรทำตอนนี้ ที่ขอขึ้นมรดกโลกนี่ เขมรเขาขึ้นท่ารำ ไม่ใช่วรรณกรรม เขารับอิทธิพลวรรณกรรมไป แล้วคิดท่ารำประกอบ
เรื่องเขาพระวิหาร ไทยเราสูญเสียไปแล้ว ตอนแรกเสียแค่ตัวปราสาท
แต่เพราะพันธมารกินฉี่เอาเรื่องพระวิหารมาเล่นการเมือง สุดท้าย เขมรเขาเอาเรื่องไปศาลโลกอีก ทำให้ไทยเสียมากกว่าพระวิหาร
พอเสียพื้นที่เพิ่ม พันธมารก็หันมากินฉี่อย่างเดียว เลิก ทิ้งเรื่องพระวิหาร เงียบกริบ เงียบจนกระทั่งถึงวันนี้ไม่มีความรับผิดชอบอะไร
ผ่านมาเป็นสิบปี ยุค คสช. รัฐบาลประยุทธ์ ก็กินฉี่เฉย ไม่สนเรื่องเกาะกูด ไม่สนเรื่อง MOU 43 ไม่สนอะไร
ทั้งที่มีการเจรจาระหว่างไทยกับเขมรในเรื่องเหล่านี้ ไม่ขัด ไม่ขวาง ไม่ม็อบ
แต่ตอนนี้ ได้ที ออกมาสร้างเรื่องสร้างความขัดแย้งด้วยข้อมูลเท็จอีกแล้ว
เพื่อไทยก็เกินไป ไร้ผู้รู้ ไร้คนทำงาน ที่จะออกมานำเสนอข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้ทราบ
ได้แต่อ้อม ๆ แอ้ม ๆ ตอบแบบผ่าน ก็เข้าทางพวกกินฉี่
ก็เลยกลายเป็นว่า พวกด่าเพื่อไทยแหละ ออกมาเถียงมาด่าพันธมารกินฉี่แทนเพื่อไทย