หลังศาลสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่
มีคำพูดนายกอุ๊งอิ๊ง ที่น่าจะโดนถล่ม แบบโดนชาวเน็ตรุมจนเปื่อย
เดิมรอบแรก ไม่ได้ทำผิดอะไร ประเทศไม่ได้เสียอะไร --- ตอบ เสียเกียรติภูมิของชาติ / national branding
มาถึงรอบสอง ที่ทำไป อาจถูกใจหรือไม่ถูกใจ --- ตอบ นี่ไม่ใช่เรื่องอัตวิสัย/subjective แต่เป็นภววิสัย/ objective
ถ้าเราเป็นที่ปรึกษานายก เราจะให้พูดว่า ยอมรับว่าทำผิดพลาดไป
1. ประมาทด้านการใช้ล่าม เป็นคนของประเทศคู่กรณี
2. ประมาทเรื่องการนำงานบ้านเมืองไปคุยผ่านช่องทางส่วนตัว
3. ประมาทเรื่องไม่เตรียมตัวการเจรจา ก่อให้เกิดความเข้าใจว่า ทหารกับนายก คือคนละพวก
ดูเหมือนเหล่าที่ปรึกษา จะสนใจกับอนาคตทางอำนาจของ สส พรรคเพื่อไทย มากกว่า อนาคตของนายก
หากเธอลาออก มลทินติดตัวหลายอย่างก็จะเบาบางลง
อย่างไรก็ดี คำพูดรอบสอง ไม่ได้ทำให้ใครอยากกระทืบนายกซ้ำ
แต่กลับหันกระบอกปืนไปทางพรรคประชาชนแทน
1. ใช่เวลาที่จะกังวลเรื่องรัฐประหารไหม ในเมื่อศาล ยังทำหน้าที่ลดความร้อนระอุในทรวงอกของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล
2. ในสภา และกระบวนการทาง กม พรรคประชาชนไม่ล้มผู้นำพรรครัฐบาล ทั้งที่โอกาสเปิดให้น็อค แต่กลับชกแค่แผ่วๆ
3. การขอให้ยุบสภา ต้องเข้าใจก่อนว่า พรรครัฐบาล ย่อมไม่ยื่นปืนให้คุณยิงเขา
ทางเลือกยุบสภา + เลือกตั้งใหม่ พรรคที่เสียเปรียบ ย่อมไม่เลือกทางนั้น
พรรคเล็กๆ ที่ได้ร่วมรัฐบาล ได้ตำแหน่งใน ครม ไปครอง รออีพีสองไปโม้ได้ตอนหาเสียง
หากจะปกครองคน ต้องเข้าใจเหลี่ยมคน และทำให้เห็นว่า สู้เพื่อบ้านเมือง
ไม่ใช่หวังแค่คะแนนเลือกตั้ง อีกทั้งข้อแก้ต่างที่มีน้ำหนักของพรรคร่วมรัฐบาลก็คือ
เป็นความผิดของนายกคนเดียว ไม่ใช่ความผิดของรัฐบาล
4. สุดท้าย น่ากลัวสุด คือ การเลือกเป็นคนละฝ่ายกับจตุพร-ปานเทพ ทั้งที่โอกาสเปิดให้ร่วมทาง
ถล่มรัฐบาลร่วมกันได้อย่างเนียนๆ แต่ส้มก็ไม่ กลับพูดจาให้มวลชนเสียงแตก
ทั้งที่ จตุพร-สนธิ ไม่ได้กลับมาอย่างคนเดิม แต่เป็นคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านการตลกผลึกความคิด
จตุพร-ปานเทพ มี soft power เขาได้รับความเชื่อใจจากสังคม และพวกเขาจะไม่เปิดช่องให้ถูกชกได้ง่าย
A. โปร่งใส ตรงไปตรงมา
B. ทำงานกับข้อมูล
C. ใจถึงพึ่งได้ ไม่เอาตำแหน่งและเงินเป็นใหญ่
D. ความเป็นไทย ทั้งความบ้านๆ ตรงๆ ของคุณจตุพร เสื้อไทย + ความสุภาพ + ความเป็นปราชญ์ของปานเทพ
ทั้งจังหวะดุดัน จังหวะเงียบ จังหวะถ่อมตน จังหวะโชว์ศักยภาพ เป็นคุณสมบัติการสื่อสารที่ดี
เวลาพูดคำว่า "ชาติ" พวกเขาคือตัวแทนที่พูดแทนคนไทยได้เต็มปาก
ถ้านายกอุ๊งอิ๊งต้องขอโทษพรรคประชาชน
ผู้นำเท้ง ก็ต้องขอโทษผู้ชุมนุม ที่ดูถูกวิจารณญาณของคนเหล่านั้น
พลันเผยให้เห็นจุดอ่อน ว่าการกระทำทั้งหมด มาจากลักษณะพรรคที่ไร้แคนคิเดตนายก
ถ้าเราเป็นที่ปรึกษาพรรคประชาชน อยากให้ข้อคิดว่า
รู้หลักการสะท้อนสติปัญญาดี แต่ต้องรู้วิธีใช้ในบริบทวัฒนธรรมไทย และฝึกศิลปะการครองใจคน
เพราะสังคมมีเรื่องของจิตใจ วัฒนธรรม ผลประโยชน์ ที่ต้องผสานสิ่งเหล่านี้ได้อย่างลงตัวและกลมกล่อม
ที่สำคัญ ดึงคนเก่งเข้ามาเป็นพวกเดียวกับคุณ สมาชิกที่เก่งกว่าหัวหน้าคือทีมที่เข้มแข็ง
การแก้ปัญหาหนักๆ ของประเทศ สส ประเภทไปทุกงานศพ งานบวช งานแต่งงาน น่าจะไม่เหมาะ
แต่หากพรรคประชาชนยังสร้างข้อสงสัย แคลงใจ แก่ผู้เห็นด้วยกับการชุมนุม ซึ่งเป็นกลุ่มคนตื่นตัวทางการเมือง
ก็ยากที่คนรุ่นใหม่หัวกะทิ จะอยากเดินเข้ามาร่วมงาน เพราะเกรงบางตอนของตรรกะที่บิดขึ้นมาจนโดด
แทนที่จะได้ลวดลาย กลับสิ้นลาย เอาเรื่องที่ยังไม่จำเป็น ขึ้นมาให้ความสำคัญ
พรรคไม่สร้าง safe zone เพื่อบ่มเพาะการเติบโต แต่เน้นไปทางสุ่มเสี่ยง
เป็นที่ลังเลว่า นี่อาจไม่ใช่พรรคที่จะประสานผลประโยชน์ได้
ไม่ชำนาญในการต่อรองกับคนแต่ละกลุ่มในสังคม
นายทุน-ไม่คุย
ทหาร - ไม่คุย
พรรคการเมืองอื่น - ไม่คุย
คนรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ - ไม่คุย
ผู้ชุมนุม - ไม่คุย
ในขณะที่ Gen Z และเกษตรกร ก็ยังไม่เห็นผลงานของพรรค
วางตนให้พ้นข้อครหา ดึงดันแก้ กม ที่เป็นคดีติดตัว หรือ หวังช่วงชิงอำนาจ
ทำการเมืองเพื่อประชาชนให้ได้ก่อน แล้วความมั่นคงจะตามมา
ดังเส้นทางเห็นแก่ตัวน้อย ที่ จตุพร - ปานเทพ เลือกเดิน
ไม่เชื่อ ก็ลองทำโพลความนิยม จตุพร-ปานเทพ-ธนาธร-เท้ง
People's love is given to the giver.
นายกอิ๊งคงขอบคุณพรรคประชาชน ที่รับกระสุนจากสังคมไปแทน
มีคำพูดนายกอุ๊งอิ๊ง ที่น่าจะโดนถล่ม แบบโดนชาวเน็ตรุมจนเปื่อย
เดิมรอบแรก ไม่ได้ทำผิดอะไร ประเทศไม่ได้เสียอะไร --- ตอบ เสียเกียรติภูมิของชาติ / national branding
มาถึงรอบสอง ที่ทำไป อาจถูกใจหรือไม่ถูกใจ --- ตอบ นี่ไม่ใช่เรื่องอัตวิสัย/subjective แต่เป็นภววิสัย/ objective
ถ้าเราเป็นที่ปรึกษานายก เราจะให้พูดว่า ยอมรับว่าทำผิดพลาดไป
1. ประมาทด้านการใช้ล่าม เป็นคนของประเทศคู่กรณี
2. ประมาทเรื่องการนำงานบ้านเมืองไปคุยผ่านช่องทางส่วนตัว
3. ประมาทเรื่องไม่เตรียมตัวการเจรจา ก่อให้เกิดความเข้าใจว่า ทหารกับนายก คือคนละพวก
ดูเหมือนเหล่าที่ปรึกษา จะสนใจกับอนาคตทางอำนาจของ สส พรรคเพื่อไทย มากกว่า อนาคตของนายก
หากเธอลาออก มลทินติดตัวหลายอย่างก็จะเบาบางลง
อย่างไรก็ดี คำพูดรอบสอง ไม่ได้ทำให้ใครอยากกระทืบนายกซ้ำ
แต่กลับหันกระบอกปืนไปทางพรรคประชาชนแทน
1. ใช่เวลาที่จะกังวลเรื่องรัฐประหารไหม ในเมื่อศาล ยังทำหน้าที่ลดความร้อนระอุในทรวงอกของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล
2. ในสภา และกระบวนการทาง กม พรรคประชาชนไม่ล้มผู้นำพรรครัฐบาล ทั้งที่โอกาสเปิดให้น็อค แต่กลับชกแค่แผ่วๆ
3. การขอให้ยุบสภา ต้องเข้าใจก่อนว่า พรรครัฐบาล ย่อมไม่ยื่นปืนให้คุณยิงเขา
ทางเลือกยุบสภา + เลือกตั้งใหม่ พรรคที่เสียเปรียบ ย่อมไม่เลือกทางนั้น
พรรคเล็กๆ ที่ได้ร่วมรัฐบาล ได้ตำแหน่งใน ครม ไปครอง รออีพีสองไปโม้ได้ตอนหาเสียง
หากจะปกครองคน ต้องเข้าใจเหลี่ยมคน และทำให้เห็นว่า สู้เพื่อบ้านเมือง
ไม่ใช่หวังแค่คะแนนเลือกตั้ง อีกทั้งข้อแก้ต่างที่มีน้ำหนักของพรรคร่วมรัฐบาลก็คือ
เป็นความผิดของนายกคนเดียว ไม่ใช่ความผิดของรัฐบาล
4. สุดท้าย น่ากลัวสุด คือ การเลือกเป็นคนละฝ่ายกับจตุพร-ปานเทพ ทั้งที่โอกาสเปิดให้ร่วมทาง
ถล่มรัฐบาลร่วมกันได้อย่างเนียนๆ แต่ส้มก็ไม่ กลับพูดจาให้มวลชนเสียงแตก
ทั้งที่ จตุพร-สนธิ ไม่ได้กลับมาอย่างคนเดิม แต่เป็นคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านการตลกผลึกความคิด
จตุพร-ปานเทพ มี soft power เขาได้รับความเชื่อใจจากสังคม และพวกเขาจะไม่เปิดช่องให้ถูกชกได้ง่าย
A. โปร่งใส ตรงไปตรงมา
B. ทำงานกับข้อมูล
C. ใจถึงพึ่งได้ ไม่เอาตำแหน่งและเงินเป็นใหญ่
D. ความเป็นไทย ทั้งความบ้านๆ ตรงๆ ของคุณจตุพร เสื้อไทย + ความสุภาพ + ความเป็นปราชญ์ของปานเทพ
ทั้งจังหวะดุดัน จังหวะเงียบ จังหวะถ่อมตน จังหวะโชว์ศักยภาพ เป็นคุณสมบัติการสื่อสารที่ดี
เวลาพูดคำว่า "ชาติ" พวกเขาคือตัวแทนที่พูดแทนคนไทยได้เต็มปาก
ถ้านายกอุ๊งอิ๊งต้องขอโทษพรรคประชาชน
ผู้นำเท้ง ก็ต้องขอโทษผู้ชุมนุม ที่ดูถูกวิจารณญาณของคนเหล่านั้น
พลันเผยให้เห็นจุดอ่อน ว่าการกระทำทั้งหมด มาจากลักษณะพรรคที่ไร้แคนคิเดตนายก
ถ้าเราเป็นที่ปรึกษาพรรคประชาชน อยากให้ข้อคิดว่า
รู้หลักการสะท้อนสติปัญญาดี แต่ต้องรู้วิธีใช้ในบริบทวัฒนธรรมไทย และฝึกศิลปะการครองใจคน
เพราะสังคมมีเรื่องของจิตใจ วัฒนธรรม ผลประโยชน์ ที่ต้องผสานสิ่งเหล่านี้ได้อย่างลงตัวและกลมกล่อม
ที่สำคัญ ดึงคนเก่งเข้ามาเป็นพวกเดียวกับคุณ สมาชิกที่เก่งกว่าหัวหน้าคือทีมที่เข้มแข็ง
การแก้ปัญหาหนักๆ ของประเทศ สส ประเภทไปทุกงานศพ งานบวช งานแต่งงาน น่าจะไม่เหมาะ
แต่หากพรรคประชาชนยังสร้างข้อสงสัย แคลงใจ แก่ผู้เห็นด้วยกับการชุมนุม ซึ่งเป็นกลุ่มคนตื่นตัวทางการเมือง
ก็ยากที่คนรุ่นใหม่หัวกะทิ จะอยากเดินเข้ามาร่วมงาน เพราะเกรงบางตอนของตรรกะที่บิดขึ้นมาจนโดด
แทนที่จะได้ลวดลาย กลับสิ้นลาย เอาเรื่องที่ยังไม่จำเป็น ขึ้นมาให้ความสำคัญ
พรรคไม่สร้าง safe zone เพื่อบ่มเพาะการเติบโต แต่เน้นไปทางสุ่มเสี่ยง
เป็นที่ลังเลว่า นี่อาจไม่ใช่พรรคที่จะประสานผลประโยชน์ได้
ไม่ชำนาญในการต่อรองกับคนแต่ละกลุ่มในสังคม
นายทุน-ไม่คุย
ทหาร - ไม่คุย
พรรคการเมืองอื่น - ไม่คุย
คนรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ - ไม่คุย
ผู้ชุมนุม - ไม่คุย
ในขณะที่ Gen Z และเกษตรกร ก็ยังไม่เห็นผลงานของพรรค
วางตนให้พ้นข้อครหา ดึงดันแก้ กม ที่เป็นคดีติดตัว หรือ หวังช่วงชิงอำนาจ
ทำการเมืองเพื่อประชาชนให้ได้ก่อน แล้วความมั่นคงจะตามมา
ดังเส้นทางเห็นแก่ตัวน้อย ที่ จตุพร - ปานเทพ เลือกเดิน
ไม่เชื่อ ก็ลองทำโพลความนิยม จตุพร-ปานเทพ-ธนาธร-เท้ง
People's love is given to the giver.