ปลาไม่รู้ว่าน้ำคืออะไร
เพราะมันไม่เคยอยู่พ้นจากน้ำ
น้ำไม่ใช่สิ่งที่มันสังเกต
แต่น้ำคือสิ่งที่มันดำรงอยู่ในนั้นโดยไม่รู้ตัว
น้ำไม่เคยถูกตั้งคำถามโดยปลา
เพราะน้ำคือสิ่งที่มีอยู่ก่อนคำถามใดจะเกิด
เช่นเดียวกัน...
มนุษย์ไม่รู้ว่ากรรมคืออะไร
เพราะกรรมไม่ใช่สิ่งที่มองเห็น
แต่คือสิ่งที่เรากำลัง “อยู่อาศัย”
ในทุกขณะ ในทุกลมหายใจ
กรรมไม่ใช่แค่ “ผลของการกระทำ”
แต่มันคือโครงข่ายแห่งเหตุปัจจัย
ที่ถักทอชีวิตในทุกขณะ โดยที่เราไม่รู้ตัว
คือแรงผลักและแรงดึงในใจ
ที่เรารู้สึกได้ว่ามี แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
เหมือนปลา…
ที่รู้สึกถึงกระแสน้ำ
แต่ไม่รู้ว่านั่นคือ “น้ำ”
เราไม่เห็นกรรม
เพราะเราอยู่ในผลของกรรม
คนที่ไม่เห็นกรรม
จึงมักเข้าใจผิดว่าโลกไร้ความยุติธรรม
ว่าทุกข์ของตนมาจากคนอื่น
ว่าความสุขคือรางวัลของโชค
และความเจ็บปวดคือคำสาปจากฟ้า
แต่เมื่อใดที่ตื่น
จะเห็นว่า เราเองคือผู้ทำ
คือผู้สร้างเรือน
คือผู้ล่ามตรวนให้ตนเอง
แม้ในขณะที่ร้องหาความเป็นอิสระ
ในวันที่ปัญญาญาณแหวกม่านขึ้น
จิตจะไม่ถามอีกต่อไปว่า
“ทำไมชีวิตจึงเป็นเช่นนี้”
แต่จะเห็นโดยความเป็นจริงว่า
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น
ล้วนถักทอขึ้นจากเหตุปัจจัยของตน
เห็นสิ่งทั้งหลายไหลไปตามธรรม
ไม่มีผู้กระทำ ไม่มีผู้ถูกกระทำ
ไม่มีใครควรโทษ ไม่มีอะไรต้องไขว่คว้า
กรรมไม่ต้องการให้ใครเชื่อ
เพราะความจริงไม่ต้องการความเห็นด้วย
มันทำหน้าที่ของมันอย่างเงียบงัน
เหมือนน้ำ
ที่ไม่เคยบอกปลาว่ามันคืออะไร
แต่ก็เป็นทุกสิ่งที่ปลาเรียกว่า “ชีวิต”
ผู้ที่หลุดพ้น
จึงไม่ใช่ผู้ที่ “ดี”
แต่คือผู้ที่เห็นทะลุว่า
กระแสทั้งหมด ไม่ใช่ “เรา”
การยึดถือว่า “เรา” มีอยู่
ที่ทำให้ต้องว่ายวนตลอดกาล
Credit: Unknown
ปลาไม่รู้ว่าน้ำคืออะไร
เพราะมันไม่เคยอยู่พ้นจากน้ำ
น้ำไม่ใช่สิ่งที่มันสังเกต
แต่น้ำคือสิ่งที่มันดำรงอยู่ในนั้นโดยไม่รู้ตัว
น้ำไม่เคยถูกตั้งคำถามโดยปลา
เพราะน้ำคือสิ่งที่มีอยู่ก่อนคำถามใดจะเกิด
เช่นเดียวกัน...
มนุษย์ไม่รู้ว่ากรรมคืออะไร
เพราะกรรมไม่ใช่สิ่งที่มองเห็น
แต่คือสิ่งที่เรากำลัง “อยู่อาศัย”
ในทุกขณะ ในทุกลมหายใจ
กรรมไม่ใช่แค่ “ผลของการกระทำ”
แต่มันคือโครงข่ายแห่งเหตุปัจจัย
ที่ถักทอชีวิตในทุกขณะ โดยที่เราไม่รู้ตัว
คือแรงผลักและแรงดึงในใจ
ที่เรารู้สึกได้ว่ามี แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
เหมือนปลา…
ที่รู้สึกถึงกระแสน้ำ
แต่ไม่รู้ว่านั่นคือ “น้ำ”
เราไม่เห็นกรรม
เพราะเราอยู่ในผลของกรรม
คนที่ไม่เห็นกรรม
จึงมักเข้าใจผิดว่าโลกไร้ความยุติธรรม
ว่าทุกข์ของตนมาจากคนอื่น
ว่าความสุขคือรางวัลของโชค
และความเจ็บปวดคือคำสาปจากฟ้า
แต่เมื่อใดที่ตื่น
จะเห็นว่า เราเองคือผู้ทำ
คือผู้สร้างเรือน
คือผู้ล่ามตรวนให้ตนเอง
แม้ในขณะที่ร้องหาความเป็นอิสระ
ในวันที่ปัญญาญาณแหวกม่านขึ้น
จิตจะไม่ถามอีกต่อไปว่า
“ทำไมชีวิตจึงเป็นเช่นนี้”
แต่จะเห็นโดยความเป็นจริงว่า
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น
ล้วนถักทอขึ้นจากเหตุปัจจัยของตน
เห็นสิ่งทั้งหลายไหลไปตามธรรม
ไม่มีผู้กระทำ ไม่มีผู้ถูกกระทำ
ไม่มีใครควรโทษ ไม่มีอะไรต้องไขว่คว้า
กรรมไม่ต้องการให้ใครเชื่อ
เพราะความจริงไม่ต้องการความเห็นด้วย
มันทำหน้าที่ของมันอย่างเงียบงัน
เหมือนน้ำ
ที่ไม่เคยบอกปลาว่ามันคืออะไร
แต่ก็เป็นทุกสิ่งที่ปลาเรียกว่า “ชีวิต”
ผู้ที่หลุดพ้น
จึงไม่ใช่ผู้ที่ “ดี”
แต่คือผู้ที่เห็นทะลุว่า
กระแสทั้งหมด ไม่ใช่ “เรา”
การยึดถือว่า “เรา” มีอยู่
ที่ทำให้ต้องว่ายวนตลอดกาล
Credit: Unknown