สวัสดีทุกคน วันนี้เราจะมาพูดถึงแนวคิดที่กำลังเปลี่ยนมุมมองของหลาย ๆ คนเกี่ยวกับ
"วัยเกษียณ" กัน ถ้าพูดถึงคำว่าเกษียณ คุณนึกถึงอะไร? ภาพของการนั่งพักผ่อนเงียบ ๆ อยู่บ้าน หรือความรู้สึกว่าชีวิตการทำงานที่แสนวุ่นวายได้จบลงแล้ว แต่แนวคิดที่ว่า
“เมื่อวัยเกษียณคือจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดจบ” จะทำให้คุณมองช่วงวัยนี้ในแง่มุมใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังและโอกาส มาดูกันว่าแนวคิดนี้เกี่ยวกับอะไร และทำไมมันถึงน่าสนใจขนาดนี้
เมื่อวัยเกษียณคือจุดเริ่มต้น เปลี่ยนชีวิตให้บานสะพรั่งในวัยทอง
1. เปลี่ยนทัศนคติ จากปลายทางสู่โอกาสใหม่
วัยเกษียณไม่ใช่การปิดฉากของชีวิตการทำงาน แต่เหมือนการเปิดประตูสู่โลกใหม่ที่เต็มไปด้วยอิสระ แทนที่จะมองว่าเป็น "จุดจบ" ลองมองว่าเป็น จุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่
ทำไมต้องเปลี่ยนมุมมอง
ช่วงวัยทำงาน ชีวิตของเรามักถูกกำหนดด้วยตารางงานและความรับผิดชอบ แต่เมื่อถึงวัยเกษียณ คุณจะมีเวลามากขึ้นเพื่อทำสิ่งที่รัก สิ่งที่เคยฝันไว้แต่ต้องพักไว้ เช่น อยากไปท่องเที่ยวเมืองที่ใฝ่ฝัน อยากลองปลูกสวนผัก หรืออยากใช้เวลากับครอบครัวมากขึ้น การมองวัยเกษียณเป็นโอกาสจะช่วยให้คุณรู้สึกตื่นเต้นและมีพลัง
ลองนึกถึงสิ่งที่คุณเคยอยากทำแต่ไม่มีเวลา เช่น อยากเรียนทำอาหารอิตาเลียน อยากไปเดินป่า หรืออยากเขียนบันทึกการเดินทาง วัยเกษียณคือช่วงเวลาที่คุณสามารถ "กลับมาหาตัวเอง" ค้นหาความชอบ ความถนัด หรือแม้แต่ความสงบในใจที่อาจถูกละเลยมานาน
ตัวอย่างแรงบันดาลใจ
ป้าแป๋ว-กาญจนา พันธุเตชะ แบ็กแพกเกอร์วัย 69 ปี เจ้าของเพจท่องเที่ยวชื่อดัง “ป้าแบ็คแพ็ค” แบกเป้ท่องโลกคนเดียว กว่า 40 ประเทศ ป้าบอกว่า “ชีวิตป้าแป๋วเกินคุ้มแล้วค่ะ ได้ทำในสิ่งที่เราอยากจะทำ ได้ไปในที่ที่เราอยากจะไปเห็น พอแล้ว เป็นอะไรก็ไม่เสียดายแล้ว คุ้มในแง่ของการใช้เวลา คุ้มในแง่ของการใช้เงินแบบคุ้มค่ามากเลย เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เราใช้ไป ก็ไม่เสียดายเลย เวลาที่มีหลังเกษียณเกือบ 10 ปี ได้ทำในสิ่งที่เราอยากจะทำแล้ว” >>
ตัวอย่างแรงบันดาลใจ
2. การพัฒนาตนเองและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ใครว่าวัยเกษียณคือวัยที่ต้องหยุดเรียนรู้ ไม่จริงเลย วัยนี้คือโอกาสทองในการพัฒนาตัวเองและเติมเต็มความรู้ใหม่ ๆ
ทำไมการเรียนรู้ถึงสำคัญ
การเรียนรู้สิ่งใหม่ช่วยกระตุ้นสมอง เพิ่มความมั่นใจ และทำให้คุณรู้สึกมีคุณค่าและเป้าหมายในชีวิต ลองนึกภาพการได้พูดภาษาต่างประเทศได้คล่องในวัย 60 หรือการวาดภาพเหมือนศิลปินมืออาชีพ มันเจ๋งแค่ไหน
ในหลาย ๆ ประเทศมี "มหาวิทยาลัยสำหรับผู้สูงวัย" หรือคอร์สเรียนออนไลน์ที่ออกแบบมาเพื่อผู้เกษียณโดยเฉพาะ เช่น คอร์สศิลปะ การถ่ายภาพ หรือเทคโนโลยี คุณสามารถเรียนภาษาต่างประเทศ ทำอาหาร หรือแม้แต่เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ทุกวันนี้มีแพลตฟอร์มเรียนออนไลน์มากมาย เช่น Coursera หรือ Udemy ที่เข้าถึงง่ายและราคาไม่แพง
ตัวอย่างแรงบันดาลใจ
“ป้าเล็ก” บัณฑิตอายุ 75 ปี คณะรัฐศาสตร์ จบปริญญาตรีขณะที่อายุ 75 ปี หลังตัดสินใจมาเรียนในวัยเกษียณที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง แถมยังพกความเป็นแม่ที่ภาคภูมิใจได้เห็นลูกเติบโต ส่งลูกทั้ง 5 คน เรียนจบทั้งปริญญาตรีและปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ด้วยคติที่ว่า “ไม่มีอายุใดที่เป็นอุปสรรคในการสร้างสรรค์และพัฒนาตนเอง”
“ป้าเล็ก” เล่าว่า ป้าส่งลูกทั้ง 5 คน เรียนจนจบปริญญาตรี และปริญญาโทแล้ว แต่มองย้อนกลับมาที่ตนเอง ยังไม่มีปริญญาเลยซักใบ เมื่อมีเวลาหลังเกษียณ จึงตัดสินใจมาเรียนต่อที่คณะรัฐศาสตร์ เพื่อสร้างภาคภูมิใจให้กับตนเอง">>
ตัวอย่างแรงบันดาลใจ
3. สุขภาพกายและใจ ดูแลตัวเองอย่างลึกซึ้ง
วัยเกษียณคือเวลาที่คุณสามารถโฟกัสกับการดูแลตัวเองได้เต็มที่ ทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะสุขภาพที่ดีคือรากฐานของการเริ่มต้นใหม่
สุขภาพกาย
การออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ หรือโยคะ ช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย อย่าลืมเรื่องโภชนาการด้วยนะ การกินอาหารที่สมดุล เช่น ผักผลไม้และโปรตีนที่ดี จะทำให้คุณมีพลังไปทำอะไรใหม่ ๆ ได้เยอะเลย
สุขภาพใจ
การฝึกสมาธิ เล่นโยคะ หรือทำกิจกรรมผ่อนคลาย เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือนั่งสมาธิ ช่วยลดความเครียดและทำให้จิตใจสงบ ลองหากิจกรรมที่ทำให้คุณยิ้มได้ เช่น การเลี้ยงสัตว์หรือปลูกต้นไม้
ตัวอย่างแรงบันดาลใจ
ครูเหมา - เสาวนีย์ ใจดี อายุ 77 ปี อดีตนักธุรกิจที่มีความตั้งใจที่จะใช้ชีวิตแบบไม่มีวันเกษียณ หลังจากหมดภาระการเป็นเจ้าของธุรกิจ เธอจึงตัดสินใจพาตัวเองกลับเข้าห้องเรียนไปเรียนโยคะอย่างจริงจัง จนกระทั่งเชี่ยวชาญกลายเป็นครูสอนโยคะ อาชีพใหม่ที่เธอเริ่มต้นในวัย 60 >>
ตัวอย่างแรงบันดาลใจ
4. การมีส่วนร่วมในสังคมและการสร้างคุณค่าใหม่
การเกษียณไม่ได้แปลว่าต้องแยกตัวจากสังคม แต่เป็นโอกาสในการสร้างคุณค่าใหม่ ๆ ให้กับชุมชนและตัวเอง
คุณสามารถเป็นอาสาสมัครในโครงการที่สนใจ เช่น สอนเด็ก ๆ อ่านหนังสือ ช่วยงานการกุศล หรือเป็นที่ปรึกษาให้คนรุ่นหลัง การมีส่วนร่วมในสังคมช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวและเติมเต็มจิตใจ การมีบทบาทในชุมชนทำให้คุณรู้สึกมีจุดมุ่งหมายและเชื่อมต่อกับผู้คน คุณอาจได้เพื่อนใหม่ ๆ และเรื่องราวดี ๆ มาเล่าให้ลูกหลานฟัง
ตัวอย่างแรงบันดาลใจ
คุณเตี้ย – วรรณวิกร ชื่นมะนา จิตอาสาวัย 63 ปี ผันตัวจากอาสาหน้าใหม่ มาเป็นหนึ่งในทีมของกลุ่มอาสา Happy Dolls Project สมาชิกองค์กรจัดงานอาสาของธนาคารจิตอาสา ภารกิจหลักของ Happy Dolls Project คือการชวนอาสามาเย็บตุ๊กตามอบเป็นกำลังใจให้คนกลุ่มต่างๆ อย่างเด็กป่วยเรื้อรังในโรงพยาบาล รวมถึงพี่ๆ พยาบาลที่ทำงานหนัก >>
ตัวอย่างแรงบันดาลใจ
5. การเริ่มต้นธุรกิจหรือกิจกรรมใหม่
วัยเกษียณคือโอกาสในการทำตาม passion และอาจกลายเป็นรายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มาพร้อมความสุข
ลองทำธุรกิจเล็ก ๆ จากสิ่งที่รัก เช่น ขายของแฮนด์เมดออนไลน์ เปิดร้านกาแฟเล็ก ๆ หรือสอนคลาสทำขนม การทำงานที่ไม่กดดันจะทำให้คุณรู้สึกกระฉับกระเฉงและมีเป้าหมาย การมีกิจกรรมใหม่ ๆ ช่วยให้คุณรู้สึกมีพลังและตื่นเต้นกับทุก ๆ วัน แถมยังอาจสร้างรายได้เสริมที่ทำให้ชีวิตสบายขึ้น
ตัวอย่างแรงบันดาลใจ
"ลุงติ๊กสเกล" ชายวัย 62 ปี หาจุดยืนของตัวเอง ใช้ชีวิตกับสิ่งที่ตัวเองรัก หาเลี้ยงครอบครัวในวัยหลังเกษียณ สร้างเรื่องราวและสตอรี่ผ่านผลงานโมเดลจิ๋ว จนกลายเป็นธุรกิจที่เปิดสอนสร้างอาชีพให้คนมาแล้วกว่า 1,000 ชีวิต ทั้งแบบสอนที่บ้าน และเปิดแบบคอร์สออนไลน์อีกกว่า 41 รุ่น จนมีรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน >>
ตัวอย่างแรงบันดาลใจ
วัยเกษียณ เตรียมตัวให้พร้อมเพื่อเริ่มต้นชีวิตบทใหม่ที่ดีกว่าเดิม
ถ้าพูดถึง "วัยเกษียณ" คุณรู้สึกยังไง? ตื่นเต้นกับโอกาสใหม่ ๆ หรือแอบกังวลว่าชีวิตจะเปลี่ยนไป ไม่ต้องกลัวไป วันนี้จะมาชวนคุณ
เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวัยเกษียณ การจะทำให้ช่วงเวลานี้กลายเป็นวัยทองที่แท้จริง ต้องมีการวางแผนและเตรียมความพร้อมล่วงหน้า มาดูกันว่าเราจะเตรียมตัวยังไงใน 4 ด้านสำคัญ เพื่อให้วัยเกษียณเป็นการเริ่มต้นที่ดีสุด ๆ
1. การวางแผนทางการเงิน อิสรภาพที่เริ่มจากกระเป๋า
ถ้าจะให้วัยเกษียณเป็นจุดเริ่มต้นที่สนุกและไร้กังวล เรื่องเงินต้องมาก่อนเลย การมีเงินสำรองที่มั่นคงจะช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ อยากไปเที่ยว อยากเรียนคอร์สใหม่ หรืออยากเริ่มธุรกิจเล็ก ๆ ก็ทำได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย
ทำไมต้องวางแผนการเงิน
วัยเกษียณคือช่วงที่รายได้จากการทำงานอาจลดลง แต่ค่าใช้จ่าย เช่น ค่ารักษาพยาบาลหรือค่าครองชีพ ยังคงอยู่ การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้คุณมีเงินเพียงพอสำหรับทั้งความจำเป็นและความสนุกในชีวิต
เริ่มยังไงดี
- ออมเงินตั้งแต่เนิ่น ๆ: ถ้ายังอยู่ในวัยทำงาน ลองตั้งเป้าออมเงินอย่างน้อย 10-20% ของรายได้ทุกเดือน หรือลงทุนในกองทุนรวม ตราสารหนี้ หรือหุ้นที่มั่นคง
- จัดการค่าใช้จ่าย: ลองทบทวนค่าใช้จ่ายประจำ เช่น ลดหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง หรือปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้ประหยัดขึ้น
- ปรึกษาที่ปรึกษาการเงิน: ถ้าไม่แน่ใจว่าควรลงทุนอะไร ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนให้เหมาะกับเป้าหมายชีวิต
- สำรองฉุกเฉิน: มีเงินสำรองอย่างน้อย 6-12 เดือนของค่าใช้จ่าย เพื่อรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
2. การดูแลสุขภาพ ร่างกายและจิตใจพร้อมสำหรับการผจญภัย
วัยเกษียณคือช่วงเวลาที่คุณจะได้ออกไปใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ แต่ถ้าสุขภาพไม่พร้อม การผจญภัยก็อาจสะดุดได้ การดูแลสุขภาพกายและใจตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงสำคัญมาก ๆ
สุขภาพกาย
- ตรวจสุขภาพประจำปี: เริ่มตรวจสุขภาพตั้งแต่วันนี้เพื่อรู้ว่าร่างกายเป็นยังไง และป้องกันปัญหาก่อนจะสาย เช่น ตรวจเบาหวาน ความดัน หรือมะเร็ง
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: ไม่ต้องหนักหน่วง แค่เดินเร็ววันละ 30 นาที ว่ายน้ำ หรือเล่นโยคะ ก็ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและยืดหยุ่น
- กินดีมีชัย: เลือกกินอาหารที่สมดุล เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช และลดของหวานหรือของทอด เพื่อให้ร่างกายพร้อมลุยทุกกิจกรรม
สุขภาพใจ
- จัดการความเครียด: ลองฝึกสมาธิ นั่งสมาธิวันละ 10 นาที หรือทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือปลูกต้นไม้
- เชื่อมต่อกับคนรอบข้าง: การมีเพื่อนหรือครอบครัวที่พูดคุยด้วยจะช่วยให้จิตใจเบิกบาน ลดความรู้สึกเหงา
3. การวางแผนกิจกรรมและเป้าหมาย ออกแบบชีวิตในฝัน
วัยเกษียณคือช่วงที่คุณมีอิสระในการออกแบบชีวิต ลองนึกภาพว่าคุณอยากทำอะไร อยากเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ อยากไปเที่ยวที่ไหน หรืออยากทำอะไรเพื่อสังคม? การมีเป้าหมายจะช่วยให้คุณตื่นเต้นกับทุกวัน
เริ่มยังไงดี
- เขียนลิสต์ความฝัน: ลองจดสิ่งที่อยากทำในวัยเกษียณ เช่น อยากเรียน อยากไปเที่ยว หรืออยากเป็นอาสาสมัครสอนเด็ก
- หาแรงบันดาลใจ: ลองอ่านบล็อกท่องเที่ยว ดู YouTube หรือคุยกับคนที่เกษียณแล้วแต่ยังแอคทีฟ เพื่อจุดประกายไอเดีย
4. การเตรียมความพร้อมทางด้านจิตใจ เปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนชีวิต
ทัศนคติคือกุญแจสำคัญของวัยเกษียณที่ประสบความสำเร็จ การมองวัยเกษียณเป็นโอกาส ไม่ใช่จุดสิ้นสุด จะช่วยให้คุณพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและเปิดใจให้สิ่งใหม่ ๆ
ปรับ mindset ยังไง
- ยอมรับการเปลี่ยนแปลง วัยเกษียณอาจมาพร้อมการเปลี่ยนแปลง เช่น ไม่ต้องตื่นเช้าไปทำงาน หรือมีเวลาว่างมากขึ้น มองว่านี่คือโอกาสในการค้นหาความสุขใหม่ ๆ แทนที่จะกลัวการเกษียณ ลองมองว่าเป็นช่วงเวลาที่คุณจะได้เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ อย่ากลัวที่จะลองอะไรที่ไม่เคยทำ
อย่าปล่อยให้คำว่า "เกษียณ" เป็นกำแพง แต่ให้มันเป็นสะพานที่พาคุณไปสู่การผจญภัยครั้งใหม่ แล้วคุณล่ะ มีฝันอะไรที่อยากทำให้เป็นจริงในวัยเกษียณ อย่าลืมแชร์บทความนี้ให้คนที่คุณรัก เพื่อจุดประกายให้พวกเขาเห็นว่า วัยเกษียณคือการเริ่มต้นที่สวยงามที่สุด
เมื่อวัยเกษียณคือจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดจบ
วัยเกษียณไม่ใช่การปิดฉากของชีวิตการทำงาน แต่เหมือนการเปิดประตูสู่โลกใหม่ที่เต็มไปด้วยอิสระ แทนที่จะมองว่าเป็น "จุดจบ" ลองมองว่าเป็น จุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่
ทำไมต้องเปลี่ยนมุมมอง
ช่วงวัยทำงาน ชีวิตของเรามักถูกกำหนดด้วยตารางงานและความรับผิดชอบ แต่เมื่อถึงวัยเกษียณ คุณจะมีเวลามากขึ้นเพื่อทำสิ่งที่รัก สิ่งที่เคยฝันไว้แต่ต้องพักไว้ เช่น อยากไปท่องเที่ยวเมืองที่ใฝ่ฝัน อยากลองปลูกสวนผัก หรืออยากใช้เวลากับครอบครัวมากขึ้น การมองวัยเกษียณเป็นโอกาสจะช่วยให้คุณรู้สึกตื่นเต้นและมีพลัง
ลองนึกถึงสิ่งที่คุณเคยอยากทำแต่ไม่มีเวลา เช่น อยากเรียนทำอาหารอิตาเลียน อยากไปเดินป่า หรืออยากเขียนบันทึกการเดินทาง วัยเกษียณคือช่วงเวลาที่คุณสามารถ "กลับมาหาตัวเอง" ค้นหาความชอบ ความถนัด หรือแม้แต่ความสงบในใจที่อาจถูกละเลยมานาน
ตัวอย่างแรงบันดาลใจ
ป้าแป๋ว-กาญจนา พันธุเตชะ แบ็กแพกเกอร์วัย 69 ปี เจ้าของเพจท่องเที่ยวชื่อดัง “ป้าแบ็คแพ็ค” แบกเป้ท่องโลกคนเดียว กว่า 40 ประเทศ ป้าบอกว่า “ชีวิตป้าแป๋วเกินคุ้มแล้วค่ะ ได้ทำในสิ่งที่เราอยากจะทำ ได้ไปในที่ที่เราอยากจะไปเห็น พอแล้ว เป็นอะไรก็ไม่เสียดายแล้ว คุ้มในแง่ของการใช้เวลา คุ้มในแง่ของการใช้เงินแบบคุ้มค่ามากเลย เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เราใช้ไป ก็ไม่เสียดายเลย เวลาที่มีหลังเกษียณเกือบ 10 ปี ได้ทำในสิ่งที่เราอยากจะทำแล้ว” >> ตัวอย่างแรงบันดาลใจ
ใครว่าวัยเกษียณคือวัยที่ต้องหยุดเรียนรู้ ไม่จริงเลย วัยนี้คือโอกาสทองในการพัฒนาตัวเองและเติมเต็มความรู้ใหม่ ๆ
ทำไมการเรียนรู้ถึงสำคัญ
การเรียนรู้สิ่งใหม่ช่วยกระตุ้นสมอง เพิ่มความมั่นใจ และทำให้คุณรู้สึกมีคุณค่าและเป้าหมายในชีวิต ลองนึกภาพการได้พูดภาษาต่างประเทศได้คล่องในวัย 60 หรือการวาดภาพเหมือนศิลปินมืออาชีพ มันเจ๋งแค่ไหน
ในหลาย ๆ ประเทศมี "มหาวิทยาลัยสำหรับผู้สูงวัย" หรือคอร์สเรียนออนไลน์ที่ออกแบบมาเพื่อผู้เกษียณโดยเฉพาะ เช่น คอร์สศิลปะ การถ่ายภาพ หรือเทคโนโลยี คุณสามารถเรียนภาษาต่างประเทศ ทำอาหาร หรือแม้แต่เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ทุกวันนี้มีแพลตฟอร์มเรียนออนไลน์มากมาย เช่น Coursera หรือ Udemy ที่เข้าถึงง่ายและราคาไม่แพง
ตัวอย่างแรงบันดาลใจ
“ป้าเล็ก” บัณฑิตอายุ 75 ปี คณะรัฐศาสตร์ จบปริญญาตรีขณะที่อายุ 75 ปี หลังตัดสินใจมาเรียนในวัยเกษียณที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง แถมยังพกความเป็นแม่ที่ภาคภูมิใจได้เห็นลูกเติบโต ส่งลูกทั้ง 5 คน เรียนจบทั้งปริญญาตรีและปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ด้วยคติที่ว่า “ไม่มีอายุใดที่เป็นอุปสรรคในการสร้างสรรค์และพัฒนาตนเอง”
“ป้าเล็ก” เล่าว่า ป้าส่งลูกทั้ง 5 คน เรียนจนจบปริญญาตรี และปริญญาโทแล้ว แต่มองย้อนกลับมาที่ตนเอง ยังไม่มีปริญญาเลยซักใบ เมื่อมีเวลาหลังเกษียณ จึงตัดสินใจมาเรียนต่อที่คณะรัฐศาสตร์ เพื่อสร้างภาคภูมิใจให้กับตนเอง">> ตัวอย่างแรงบันดาลใจ
วัยเกษียณคือเวลาที่คุณสามารถโฟกัสกับการดูแลตัวเองได้เต็มที่ ทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะสุขภาพที่ดีคือรากฐานของการเริ่มต้นใหม่
สุขภาพกาย
การออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ หรือโยคะ ช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย อย่าลืมเรื่องโภชนาการด้วยนะ การกินอาหารที่สมดุล เช่น ผักผลไม้และโปรตีนที่ดี จะทำให้คุณมีพลังไปทำอะไรใหม่ ๆ ได้เยอะเลย
สุขภาพใจ
การฝึกสมาธิ เล่นโยคะ หรือทำกิจกรรมผ่อนคลาย เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือนั่งสมาธิ ช่วยลดความเครียดและทำให้จิตใจสงบ ลองหากิจกรรมที่ทำให้คุณยิ้มได้ เช่น การเลี้ยงสัตว์หรือปลูกต้นไม้
ตัวอย่างแรงบันดาลใจ
ครูเหมา - เสาวนีย์ ใจดี อายุ 77 ปี อดีตนักธุรกิจที่มีความตั้งใจที่จะใช้ชีวิตแบบไม่มีวันเกษียณ หลังจากหมดภาระการเป็นเจ้าของธุรกิจ เธอจึงตัดสินใจพาตัวเองกลับเข้าห้องเรียนไปเรียนโยคะอย่างจริงจัง จนกระทั่งเชี่ยวชาญกลายเป็นครูสอนโยคะ อาชีพใหม่ที่เธอเริ่มต้นในวัย 60 >> ตัวอย่างแรงบันดาลใจ
การเกษียณไม่ได้แปลว่าต้องแยกตัวจากสังคม แต่เป็นโอกาสในการสร้างคุณค่าใหม่ ๆ ให้กับชุมชนและตัวเอง
คุณสามารถเป็นอาสาสมัครในโครงการที่สนใจ เช่น สอนเด็ก ๆ อ่านหนังสือ ช่วยงานการกุศล หรือเป็นที่ปรึกษาให้คนรุ่นหลัง การมีส่วนร่วมในสังคมช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวและเติมเต็มจิตใจ การมีบทบาทในชุมชนทำให้คุณรู้สึกมีจุดมุ่งหมายและเชื่อมต่อกับผู้คน คุณอาจได้เพื่อนใหม่ ๆ และเรื่องราวดี ๆ มาเล่าให้ลูกหลานฟัง
ตัวอย่างแรงบันดาลใจ
คุณเตี้ย – วรรณวิกร ชื่นมะนา จิตอาสาวัย 63 ปี ผันตัวจากอาสาหน้าใหม่ มาเป็นหนึ่งในทีมของกลุ่มอาสา Happy Dolls Project สมาชิกองค์กรจัดงานอาสาของธนาคารจิตอาสา ภารกิจหลักของ Happy Dolls Project คือการชวนอาสามาเย็บตุ๊กตามอบเป็นกำลังใจให้คนกลุ่มต่างๆ อย่างเด็กป่วยเรื้อรังในโรงพยาบาล รวมถึงพี่ๆ พยาบาลที่ทำงานหนัก >> ตัวอย่างแรงบันดาลใจ
วัยเกษียณคือโอกาสในการทำตาม passion และอาจกลายเป็นรายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มาพร้อมความสุข
ลองทำธุรกิจเล็ก ๆ จากสิ่งที่รัก เช่น ขายของแฮนด์เมดออนไลน์ เปิดร้านกาแฟเล็ก ๆ หรือสอนคลาสทำขนม การทำงานที่ไม่กดดันจะทำให้คุณรู้สึกกระฉับกระเฉงและมีเป้าหมาย การมีกิจกรรมใหม่ ๆ ช่วยให้คุณรู้สึกมีพลังและตื่นเต้นกับทุก ๆ วัน แถมยังอาจสร้างรายได้เสริมที่ทำให้ชีวิตสบายขึ้น
ตัวอย่างแรงบันดาลใจ
"ลุงติ๊กสเกล" ชายวัย 62 ปี หาจุดยืนของตัวเอง ใช้ชีวิตกับสิ่งที่ตัวเองรัก หาเลี้ยงครอบครัวในวัยหลังเกษียณ สร้างเรื่องราวและสตอรี่ผ่านผลงานโมเดลจิ๋ว จนกลายเป็นธุรกิจที่เปิดสอนสร้างอาชีพให้คนมาแล้วกว่า 1,000 ชีวิต ทั้งแบบสอนที่บ้าน และเปิดแบบคอร์สออนไลน์อีกกว่า 41 รุ่น จนมีรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน >> ตัวอย่างแรงบันดาลใจ
ถ้าพูดถึง "วัยเกษียณ" คุณรู้สึกยังไง? ตื่นเต้นกับโอกาสใหม่ ๆ หรือแอบกังวลว่าชีวิตจะเปลี่ยนไป ไม่ต้องกลัวไป วันนี้จะมาชวนคุณเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวัยเกษียณ การจะทำให้ช่วงเวลานี้กลายเป็นวัยทองที่แท้จริง ต้องมีการวางแผนและเตรียมความพร้อมล่วงหน้า มาดูกันว่าเราจะเตรียมตัวยังไงใน 4 ด้านสำคัญ เพื่อให้วัยเกษียณเป็นการเริ่มต้นที่ดีสุด ๆ
ถ้าจะให้วัยเกษียณเป็นจุดเริ่มต้นที่สนุกและไร้กังวล เรื่องเงินต้องมาก่อนเลย การมีเงินสำรองที่มั่นคงจะช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ อยากไปเที่ยว อยากเรียนคอร์สใหม่ หรืออยากเริ่มธุรกิจเล็ก ๆ ก็ทำได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย
ทำไมต้องวางแผนการเงิน
วัยเกษียณคือช่วงที่รายได้จากการทำงานอาจลดลง แต่ค่าใช้จ่าย เช่น ค่ารักษาพยาบาลหรือค่าครองชีพ ยังคงอยู่ การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้คุณมีเงินเพียงพอสำหรับทั้งความจำเป็นและความสนุกในชีวิต
เริ่มยังไงดี
- ออมเงินตั้งแต่เนิ่น ๆ: ถ้ายังอยู่ในวัยทำงาน ลองตั้งเป้าออมเงินอย่างน้อย 10-20% ของรายได้ทุกเดือน หรือลงทุนในกองทุนรวม ตราสารหนี้ หรือหุ้นที่มั่นคง
- จัดการค่าใช้จ่าย: ลองทบทวนค่าใช้จ่ายประจำ เช่น ลดหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง หรือปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้ประหยัดขึ้น
- ปรึกษาที่ปรึกษาการเงิน: ถ้าไม่แน่ใจว่าควรลงทุนอะไร ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนให้เหมาะกับเป้าหมายชีวิต
- สำรองฉุกเฉิน: มีเงินสำรองอย่างน้อย 6-12 เดือนของค่าใช้จ่าย เพื่อรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
วัยเกษียณคือช่วงเวลาที่คุณจะได้ออกไปใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ แต่ถ้าสุขภาพไม่พร้อม การผจญภัยก็อาจสะดุดได้ การดูแลสุขภาพกายและใจตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงสำคัญมาก ๆ
สุขภาพกาย
- ตรวจสุขภาพประจำปี: เริ่มตรวจสุขภาพตั้งแต่วันนี้เพื่อรู้ว่าร่างกายเป็นยังไง และป้องกันปัญหาก่อนจะสาย เช่น ตรวจเบาหวาน ความดัน หรือมะเร็ง
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: ไม่ต้องหนักหน่วง แค่เดินเร็ววันละ 30 นาที ว่ายน้ำ หรือเล่นโยคะ ก็ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและยืดหยุ่น
- กินดีมีชัย: เลือกกินอาหารที่สมดุล เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช และลดของหวานหรือของทอด เพื่อให้ร่างกายพร้อมลุยทุกกิจกรรม
สุขภาพใจ
- จัดการความเครียด: ลองฝึกสมาธิ นั่งสมาธิวันละ 10 นาที หรือทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือปลูกต้นไม้
- เชื่อมต่อกับคนรอบข้าง: การมีเพื่อนหรือครอบครัวที่พูดคุยด้วยจะช่วยให้จิตใจเบิกบาน ลดความรู้สึกเหงา
วัยเกษียณคือช่วงที่คุณมีอิสระในการออกแบบชีวิต ลองนึกภาพว่าคุณอยากทำอะไร อยากเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ อยากไปเที่ยวที่ไหน หรืออยากทำอะไรเพื่อสังคม? การมีเป้าหมายจะช่วยให้คุณตื่นเต้นกับทุกวัน
เริ่มยังไงดี
- เขียนลิสต์ความฝัน: ลองจดสิ่งที่อยากทำในวัยเกษียณ เช่น อยากเรียน อยากไปเที่ยว หรืออยากเป็นอาสาสมัครสอนเด็ก
- หาแรงบันดาลใจ: ลองอ่านบล็อกท่องเที่ยว ดู YouTube หรือคุยกับคนที่เกษียณแล้วแต่ยังแอคทีฟ เพื่อจุดประกายไอเดีย
ทัศนคติคือกุญแจสำคัญของวัยเกษียณที่ประสบความสำเร็จ การมองวัยเกษียณเป็นโอกาส ไม่ใช่จุดสิ้นสุด จะช่วยให้คุณพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและเปิดใจให้สิ่งใหม่ ๆ
ปรับ mindset ยังไง
- ยอมรับการเปลี่ยนแปลง วัยเกษียณอาจมาพร้อมการเปลี่ยนแปลง เช่น ไม่ต้องตื่นเช้าไปทำงาน หรือมีเวลาว่างมากขึ้น มองว่านี่คือโอกาสในการค้นหาความสุขใหม่ ๆ แทนที่จะกลัวการเกษียณ ลองมองว่าเป็นช่วงเวลาที่คุณจะได้เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ อย่ากลัวที่จะลองอะไรที่ไม่เคยทำ