สุขวิชโนมิกส์: ศูนย์กีฬาโอลิมปิกแห่งชาติไทย (ชะอำ) ปี 1996
บทคัดย่อ
สุขวิชโนมิกส์เป็นปรัชญาทางเศรษฐกิจที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งริเริ่มโดย ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล หลักการสำคัญคือ “ประชาชนต้องเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา” วิสัยทัศน์นี้เกิดขึ้นในช่วงวิกฤตการณ์ทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจของประเทศไทยระหว่างปี 2534–2540 ซึ่งมีเหตุการณ์สำคัญ เช่น การรัฐประหารปี 2534 เหตุการณ์พฤษภาทมิฬในปี 2535 การเลือกตั้งทั่วไป 4 ครั้งระหว่างปี 2535–2539 และวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งในปี 2540
ปรัชญานี้ถูกบูรณาการเข้าไว้ในนโยบายระดับชาติหลายฉบับ เช่น การอภิวัฒน์การศึกษาในปี 2538 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2539-2540) รัฐธรรมนูญปี 2540 โดยทุกนโยบายเน้นการพัฒนาอย่างบูรณาการ การมีส่วนร่วมของประชาชน และการพัฒนาทุนมนุษย์เป็นฐานของความก้าวหน้าของชาติ
บทความนี้มุ่งวิเคราะห์ศูนย์กีฬาโอลิมปิกแห่งชาติไทย (ชะอำ) ซึ่งเป็นโครงการที่สะท้อนหลักการของสุขวิชโนมิกส์อย่างชัดเจน ศูนย์กีฬานี้ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์ฝึกนักกีฬาระดับชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาทุนมนุษย์ กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศผ่านการทูตด้านกีฬา
ผลการศึกษาพบว่าโครงการนี้มีผลกระทบเชิงบวกในหลายมิติ ด้านเศรษฐกิจช่วยสร้างงาน ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และส่งเสริมการท่องเที่ยว ด้านสังคมช่วยพัฒนาเยาวชน ยกระดับคุณภาพชีวิต และเสริมสร้างความสามัคคีของชุมชน ในระดับนานาชาติ ทำให้ประเทศไทยเป็นผู้เล่นสำคัญในเวทีโลกด้านกีฬาและวัฒนธรรม
กรณีศึกษานี้จึงเป็นตัวอย่างที่จับต้องได้ของ “เศรษฐศาสตร์เพื่อประชาชน” ที่แสดงให้เห็นว่าปรัชญานโยบายสามารถแปลงเป็นผลลัพธ์ที่มีประสิทธิผลจริง
บทนำ
ระหว่างปี 2534–2540 ประเทศไทยประสบความไม่มั่นคงอย่างต่อเนื่องทุกด้าน ตั้งแต่การรัฐประหารปี 2534 เหตุการณ์พฤษภาทมิฬปี 2535 การเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรี 5 คนใน 4 ปี และวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งปี 2540 ท่ามกลางความวุ่นวายนี้ สุขวิชโนมิกส์ซึ่งเป็นปรัชญาการพัฒนาที่เสนอโดย ฯพณฯสุขวิช รังสิตพล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมี ปรัชญา ประชาชนเป็นหัวใจหลักของการเปลี่ยนแปลงประเทศ
ปรัชญานี้ถูกฝังอยู่ในปฏิรูปสำคัญหลายอย่าง เช่น การปฏิรูปการศึกษาปี 2538 แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และ สังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 และรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชน ปี 2540 โดยมีเป้าหมายส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน สร้างทุนมนุษย์ และส่งเสริมธรรมาภิบาล เพื่อวางรากฐานการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเทศไทย อย่างยั่งยืน
หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนของสุขวิชโนมิกส์คือ โอลิมปิกคอมเพล็กซ์ ปี 2539
สุขวิชโนมิกส์: เศรษฐกิจที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง
สุขวิชโนมิกส์ไม่ใช่แค่ทฤษฎีเศรษฐกิจ แต่เป็นกรอบพัฒนาหลายมิติที่เน้นคนเป็นศูนย์กลาง โดยผสมผสาน:
การศึกษาและการพัฒนาทุนมนุษย์
การเสริมอำนาจประชาชนในการพัฒนา
การเชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่นกับระบบระดับชาติและโลก
การใช้กีฬา วัฒนธรรม และความร่วมมือเป็นเครื่องมือสันติภาพ
โอลิมปิกคอมเพล็กซ์ ปี 2539
จากความตั้งใจของไทยที่จะเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกใน ปี 2008 ( รัฐบาล้คอมมิวนิสต์ จีน ชนะ รัฐบาล ประชานิยมไทย และได้จัดการแข่งขัน ในปี 2008) การยกระดับบทบาททางการทูตด้านกีฬา ของ ประเทศไทยในเวทีโลก
เป็น โครงการของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 1998
ผู้บัญญัติ
มิตรภาพไร้พรมแดน หรือ Friendship beyond Frontier
ศูนย์กีฬาแห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงสนามฝึกซ้อมนักกีฬาเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีระดับชาติที่เชื่อมโยงการพัฒนาทุนมนุษย์ การฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น และการมีส่วนร่วมในเวทีโลกผ่านกีฬา
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ
ศูนย์กีฬาโอลิมปิกแห่งชาติได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในระดับท้องถิ่นและชาติ โดยเฉพาะ:
การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สนามกีฬา ระบบขนส่ง และที่พัก
การสร้างงานในช่วงก่อสร้างและดำเนินงาน
การกระตุ้นภาคบริการ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจท่องเที่ยว
การพัฒนาเศรษฐกิจจากกีฬาให้เป็นอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนและเติบโต
ผลกระทบทางสังคม
ในด้านสังคม โครงการช่วย:
ยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ เช่น น้ำ ไฟฟ้า ถนน
พัฒนาเยาวชนทั้งร่างกายและจิตใจผ่านโปรแกรมกีฬาจัดระบบ
ปลูกฝังคุณค่า เช่น วินัย ความพากเพียร และแรงบันดาลใจ
เสริมสร้างความสามัคคีของชุมชนและการเรียนรู้ระหว่างวัฒนธรรม
เพิ่มบทบาทของไทยในระดับนานาชาติผ่านการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและกีฬา
Soft Power ของ ประเทศไทย
การเชื่อมโยงในระดับชาติและนานาชาติ
โครงการนี้สะท้อนความฝันของไทยที่จะเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก 2008 และเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ในปี 2541 สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญปี 2540 และแผนพัฒนาแห่งชาติฉบับที่ 8 ซึ่งเน้นการบริหารโดยประชาชนและการพัฒนาที่ประชาชนเป็นผู้นำ
บทสรุป
ศูนย์กีฬาโอลิมปิกแห่งชาติ (ชะอำ) เป็นตัวอย่างเด่นของการปฏิบัติสุขวิชโนมิกส์ แสดงให้เห็นว่า “เศรษฐกิจที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” ไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่สามารถเปลี่ยนเป็นโครงการจริงที่ช่วยยกระดับชีวิต เพิ่มศักยภาพของสังคม และทำให้ไทยได้รับการยอมรับในเวทีโลก
บรรณานุกรม
โอลิมปิกคอมเพล็กซ์ ปี 2538 / The 1996 Olympic Complex in Thailand
สุขวิชโนมิกส์ (Sukavichinomics) : IMT-GT - Indonesia - Malaysia - Thailand Growth Triangle
ภาคผนวก : การใช้ที่ดินและทำเลยุทธศาสตร์
ที่ดินขนาด 4,200 ไร่ ที่เชิงเขาชะอำ เมืองชายฝั่งทะเลใกล้เมืองประวัติศาสตร์หัวหินและพระราชวังสมัยรัชกาลที่ 5 และ รัชกาลที่ 6 หลายๆแห่ง ได้ถูกเลือกอย่างมียุทธศาสตร์สำหรับศูนย์กีฬาโอลิมปิกแห่งชาติไทย ทำเลนี้ใกล้สนามบินหัวหิน และรวมอยู่ในแผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวของไทยภายใต้แนวคิดสุขวิชโนมิกส์
แผนงานรวมถึง:
โครงการรถไฟความเร็วสูงความยาว 3,400 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมต่อศูนย์เศรษฐกิจและวัฒนธรรมทั่วประเทศ
ทางหลวงอาเซียนหมายเลข 12 และทางเชื่อมโยงภูมิภาครวม 6,781 กิโลเมตร
แผนแม่บททางหลวงแห่งชาติ 23 เส้นทาง รวมระยะทาง 4,135 กิโลเมตร
ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยเพิ่มศักยภาพของชะอำในฐานะจุดพัฒนาในภูมิภาคและจุดหมายปลายทางกีฬาระดับนานายเหตุ: 1 ไร่ = 1,600 ตารางเมตร หรือ 0.395 เอเคอร์
สุขวิชโนมิกส์ (Sukavichinomics) : The 1996 Olympic Complex in Thailand
บทคัดย่อ
สุขวิชโนมิกส์เป็นปรัชญาทางเศรษฐกิจที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งริเริ่มโดย ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล หลักการสำคัญคือ “ประชาชนต้องเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา” วิสัยทัศน์นี้เกิดขึ้นในช่วงวิกฤตการณ์ทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจของประเทศไทยระหว่างปี 2534–2540 ซึ่งมีเหตุการณ์สำคัญ เช่น การรัฐประหารปี 2534 เหตุการณ์พฤษภาทมิฬในปี 2535 การเลือกตั้งทั่วไป 4 ครั้งระหว่างปี 2535–2539 และวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งในปี 2540
ปรัชญานี้ถูกบูรณาการเข้าไว้ในนโยบายระดับชาติหลายฉบับ เช่น การอภิวัฒน์การศึกษาในปี 2538 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2539-2540) รัฐธรรมนูญปี 2540 โดยทุกนโยบายเน้นการพัฒนาอย่างบูรณาการ การมีส่วนร่วมของประชาชน และการพัฒนาทุนมนุษย์เป็นฐานของความก้าวหน้าของชาติ
บทความนี้มุ่งวิเคราะห์ศูนย์กีฬาโอลิมปิกแห่งชาติไทย (ชะอำ) ซึ่งเป็นโครงการที่สะท้อนหลักการของสุขวิชโนมิกส์อย่างชัดเจน ศูนย์กีฬานี้ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์ฝึกนักกีฬาระดับชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาทุนมนุษย์ กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศผ่านการทูตด้านกีฬา
ผลการศึกษาพบว่าโครงการนี้มีผลกระทบเชิงบวกในหลายมิติ ด้านเศรษฐกิจช่วยสร้างงาน ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และส่งเสริมการท่องเที่ยว ด้านสังคมช่วยพัฒนาเยาวชน ยกระดับคุณภาพชีวิต และเสริมสร้างความสามัคคีของชุมชน ในระดับนานาชาติ ทำให้ประเทศไทยเป็นผู้เล่นสำคัญในเวทีโลกด้านกีฬาและวัฒนธรรม
กรณีศึกษานี้จึงเป็นตัวอย่างที่จับต้องได้ของ “เศรษฐศาสตร์เพื่อประชาชน” ที่แสดงให้เห็นว่าปรัชญานโยบายสามารถแปลงเป็นผลลัพธ์ที่มีประสิทธิผลจริง
บทนำ
ระหว่างปี 2534–2540 ประเทศไทยประสบความไม่มั่นคงอย่างต่อเนื่องทุกด้าน ตั้งแต่การรัฐประหารปี 2534 เหตุการณ์พฤษภาทมิฬปี 2535 การเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรี 5 คนใน 4 ปี และวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งปี 2540 ท่ามกลางความวุ่นวายนี้ สุขวิชโนมิกส์ซึ่งเป็นปรัชญาการพัฒนาที่เสนอโดย ฯพณฯสุขวิช รังสิตพล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมี ปรัชญา ประชาชนเป็นหัวใจหลักของการเปลี่ยนแปลงประเทศ
ปรัชญานี้ถูกฝังอยู่ในปฏิรูปสำคัญหลายอย่าง เช่น การปฏิรูปการศึกษาปี 2538 แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และ สังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 และรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชน ปี 2540 โดยมีเป้าหมายส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน สร้างทุนมนุษย์ และส่งเสริมธรรมาภิบาล เพื่อวางรากฐานการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเทศไทย อย่างยั่งยืน
หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนของสุขวิชโนมิกส์คือ โอลิมปิกคอมเพล็กซ์ ปี 2539
สุขวิชโนมิกส์: เศรษฐกิจที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง
สุขวิชโนมิกส์ไม่ใช่แค่ทฤษฎีเศรษฐกิจ แต่เป็นกรอบพัฒนาหลายมิติที่เน้นคนเป็นศูนย์กลาง โดยผสมผสาน:
การศึกษาและการพัฒนาทุนมนุษย์
การเสริมอำนาจประชาชนในการพัฒนา
การเชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่นกับระบบระดับชาติและโลก
การใช้กีฬา วัฒนธรรม และความร่วมมือเป็นเครื่องมือสันติภาพ
โอลิมปิกคอมเพล็กซ์ ปี 2539
จากความตั้งใจของไทยที่จะเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกใน ปี 2008 ( รัฐบาล้คอมมิวนิสต์ จีน ชนะ รัฐบาล ประชานิยมไทย และได้จัดการแข่งขัน ในปี 2008) การยกระดับบทบาททางการทูตด้านกีฬา ของ ประเทศไทยในเวทีโลก
เป็น โครงการของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 1998
ผู้บัญญัติ มิตรภาพไร้พรมแดน หรือ Friendship beyond Frontier
ศูนย์กีฬาแห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงสนามฝึกซ้อมนักกีฬาเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีระดับชาติที่เชื่อมโยงการพัฒนาทุนมนุษย์ การฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น และการมีส่วนร่วมในเวทีโลกผ่านกีฬา
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ
ศูนย์กีฬาโอลิมปิกแห่งชาติได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในระดับท้องถิ่นและชาติ โดยเฉพาะ:
การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สนามกีฬา ระบบขนส่ง และที่พัก
การสร้างงานในช่วงก่อสร้างและดำเนินงาน
การกระตุ้นภาคบริการ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจท่องเที่ยว
การพัฒนาเศรษฐกิจจากกีฬาให้เป็นอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนและเติบโต
ผลกระทบทางสังคม
ในด้านสังคม โครงการช่วย:
ยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ เช่น น้ำ ไฟฟ้า ถนน
พัฒนาเยาวชนทั้งร่างกายและจิตใจผ่านโปรแกรมกีฬาจัดระบบ
ปลูกฝังคุณค่า เช่น วินัย ความพากเพียร และแรงบันดาลใจ
เสริมสร้างความสามัคคีของชุมชนและการเรียนรู้ระหว่างวัฒนธรรม
เพิ่มบทบาทของไทยในระดับนานาชาติผ่านการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและกีฬา
Soft Power ของ ประเทศไทย
การเชื่อมโยงในระดับชาติและนานาชาติ
โครงการนี้สะท้อนความฝันของไทยที่จะเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก 2008 และเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ในปี 2541 สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญปี 2540 และแผนพัฒนาแห่งชาติฉบับที่ 8 ซึ่งเน้นการบริหารโดยประชาชนและการพัฒนาที่ประชาชนเป็นผู้นำ
บทสรุป
ศูนย์กีฬาโอลิมปิกแห่งชาติ (ชะอำ) เป็นตัวอย่างเด่นของการปฏิบัติสุขวิชโนมิกส์ แสดงให้เห็นว่า “เศรษฐกิจที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” ไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่สามารถเปลี่ยนเป็นโครงการจริงที่ช่วยยกระดับชีวิต เพิ่มศักยภาพของสังคม และทำให้ไทยได้รับการยอมรับในเวทีโลก
บรรณานุกรม
โอลิมปิกคอมเพล็กซ์ ปี 2538 / The 1996 Olympic Complex in Thailand
สุขวิชโนมิกส์ (Sukavichinomics) : IMT-GT - Indonesia - Malaysia - Thailand Growth Triangle
ภาคผนวก : การใช้ที่ดินและทำเลยุทธศาสตร์
ที่ดินขนาด 4,200 ไร่ ที่เชิงเขาชะอำ เมืองชายฝั่งทะเลใกล้เมืองประวัติศาสตร์หัวหินและพระราชวังสมัยรัชกาลที่ 5 และ รัชกาลที่ 6 หลายๆแห่ง ได้ถูกเลือกอย่างมียุทธศาสตร์สำหรับศูนย์กีฬาโอลิมปิกแห่งชาติไทย ทำเลนี้ใกล้สนามบินหัวหิน และรวมอยู่ในแผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวของไทยภายใต้แนวคิดสุขวิชโนมิกส์
แผนงานรวมถึง:
โครงการรถไฟความเร็วสูงความยาว 3,400 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมต่อศูนย์เศรษฐกิจและวัฒนธรรมทั่วประเทศ
ทางหลวงอาเซียนหมายเลข 12 และทางเชื่อมโยงภูมิภาครวม 6,781 กิโลเมตร
แผนแม่บททางหลวงแห่งชาติ 23 เส้นทาง รวมระยะทาง 4,135 กิโลเมตร
ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยเพิ่มศักยภาพของชะอำในฐานะจุดพัฒนาในภูมิภาคและจุดหมายปลายทางกีฬาระดับนานายเหตุ: 1 ไร่ = 1,600 ตารางเมตร หรือ 0.395 เอเคอร์