เคยได้ยินว่ารักก่อนมหาลัยจะไปไม่รอด

ผมเกิดสงสัยกับคำนี้ขึ้นมา ผมเคยคุยกับคนๆนึงอยู่ประมาณ4-5เดือนเราเรียนอยู่ที่เดียวกันครับ พูดตามตรงผมรักเขามากครับ สถานะผมกับเขา ณ ตอนนั้นยังเป็นแค่คนคุยกันนะครับแต่เราทักสองก็ต่างชอบกันทั้งคู่ วันนึงด้วยเหตุจำเป็นบางอย่างผมกับเขาตกลงกันว่าจะห่างกันสักพัก ยอมรับตามตรงตอนนั้นผมไม่ได้สนใจเขาให้มากพอ เขาเคยทักมาหาผมเพื่อจะกลับมาคุยกันเหมือนเดิมด้วยครั้งนึง แต่ในตอนนั้นผมก็ไม่ได้ตอบสนองความต้องการของเขา ผมมีเหตุผลของผมเขาก็เข้าใจสิ่งนี้ดี จนเวลามันผ่านมากเกือบ1ปีเต็มๆ ผมจมอยู่กับความรู้สึดผิดนั้นมาตลอด โทษตัวเองที่หาทางออกที่มันดีกว่านั้นได้แต่กลับไม่ทำ แต่มันเป็นความรู้สึกแบบว่าผมอยากจะปล่อยเขาไป อยากให้เขาไปเจอคนที่พร้อมกว่าผม แต่อีกใจผมก็อยากกลับไปแก้ไขสิ่งที่เคยทำผิดในอดีต จนสุดท้ายผมเลือกที่จะทักไปขอโทษเขาและบอกสิ่งที่มันค้างคาใจทุกๆอย่างไป เราทั้งสองคุยกันดีครับ เป็นบทสนทนาที่น่าคิดถึง แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้กลับมาคุยกัน และมันมีคำๆนึงที่เธอบอกกับผมมาว่า "ผมก็จะขึ้นมหาลัยแล้วมันคงไปกันไม่รอดหรอก" ในวันนั้นก่อนจะทักไปผมบอกกับตัวเองแล้วครับว่าไม่ว่าคำตอบจะเป็นแบบไหนผมก็รับได้หมด ถ้าเขากลับมาผมก็จะดูแลเขาให้ดีที่สุด ถ้าเขาไม่กลับมาผมก็จะไม่ตื้อไม่รั้งเขาไว้ สรุปสุดท้ายของวันนั้นคือเขาบอกกับผมในทำนองที่ว่า "ตอนนี้อยู่คนเดียวก็ดีแล้วขอยังไม่คุยกับใครในตอนนี้ดีกว่า" แน่นอนผมเคารพในการตัดสินใจของเขาแล้วผมก็บอกทิ้งท้ายไปว่า "ถ้าเปลี่ยนใจก็ทักมาได้เลยนะ จะรออยู่ตรงนี้เสมอ" เขาปักหัวใจไว้ที่ข้อความของผม ผมไม่ได้คาดหวังให้เขากลับมาหรอกครับแค่ได้ขอโทษผมก็ดีจากมากแล้ว แต่ผมยังเชื่อนะว่าสักวันเขาจะกลับมาหรือถ้าเขาไม่กลับมาผมก็คงเก็บเขาไว้ในใจไม่ขออะไรมากกว่านี้

แหม่ ปูมาซะยาวเลย ใดๆที่เล่ามาทั้งหมดคือผมแค่อยากรู้ว่า ถ้าผมไปมหาลัยก่อนเขา แล้วมันจะทำไมหรอครับทำไมจะไปกันไม่รอด ไม่ได้พูดเอาหล่อหรอก แต่ผมรักเดียวใจเดียวอยู่แล้ว ถ้าเขาไม่นอกใจผม ผมไม่นอกใจเขา จะมีเหตุผลอะไรอย่างอื่นมั้ยที่จะไปกันไม่รอด
ผมเคยถามพ่อผมด้วยว่าพ่อกับแม่คบกันตั้งแต่อายุเท่าไหร่ พ่อบอกตอบกลับมาว่า "ก็เท่าๆเอ็งนี่แหละ" พร้อมกับหัวเราะ ผมก็คิดว่า เออพ่อกูทำได้ แล้วทำไมกูจะทำไม่ได้วะ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 6
ช่วงมหาวิทยาลัย สิ่งล่อตาล่อใจมันเยอะ ไม่ใช่แค่ฝ่ายชายหรอกค่ะ ฝ่ายหญิงก็เช่นกัน

ลองนึกภาพตามเรา คบหากันมาช่วงมัธยม ยังเด็กๆ กันอยู่ คบมา 6 ปี มันเริ่มสนิทชินชาแล้ว พอแยกไปเข้ามหาวิทยาลัย อารมณ์เหมือนเปลี่ยนภพภูมิเลยอ่ะคะ ไปเจออะไรใหม่ๆ เพียบ สังคมใหม่ๆ คนหน้าใหม่ๆ

แล้วช่วงมหาวิทฯ ถ้าพูดตรงๆ ก็คือสรีระเข้าโหมดสืบพันธ์เต็มสูบอ่ะค่ะ ผู้ชายก็หล่อกล้ามแน่น อกสามศอก ผู้หญิงก็โนตม สะโพกผาย ก้นงอนเด้ง แต่กับคนเก่า เราจะไม่ค่อยสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง เพราะเห็นกันมานานเกินไปค่ะ แล้วยิ่งถ้ามาเรียนที่กรุงเทพ สังคมจะยิ่งผู้ชายหลากหลายวาไรตี้ ไปจนถึงโปรไฟล์เทพๆ ทั้งหน้าตาและชาติตระกูล

ถามว่าที่คบกันตั้งแต่ มัธยม แล้วรอดมีไหม มีค่ะ แต่น้อยมากๆเราเดาว่าน่าจะเลขหลักหน่วย% เท่านั้น แล้วยิ่งสมัยนี้ ต่างจากยุคพ่อแม่เรา สมัยท่านต้องเขียนจดหมายจีบกัน ถ้าทันสมัยหน่อยก็หยอดตู้โทรจีบ

ยุคที่คนคอนเนคกันง่ายแค่ปลายนิ้ว อยากคุยเมื่อไรก็ได้คุย อยากเจอเมื่อไรก็ได้เจอค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่