เจาะยอดขายรถ 5 เดือนปี 68 เช็กเลยยี่ห้อใดขายดี 10 อันดับแรก

ส่องยอดขายรถม.ค.-พ.ค.68 เช็กเลยแบรนด์ใดยี่ห้อไหนขายดีสุด 10 อันดับแรก พร้อมวิเคราะห์สถานการณ์ภาพรวมตลาด แนวโน้มรุ่งหรือร่วง

ตลาดรถยนต์ไทยตั้งแต่เดือนมกราคม -พฤษภาคม 2568 มียอดจำหน่ายรวม 252,615 คัน ลดลง 3% โดยตลาดรถยนต์นั่ง มียอดขายรวม 98,086 คัน ลดลง 3.4% ขณะที่ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ มียอดขายรวม 154,529 คัน ลดลง 2.7%เมื่อมาดูยอดขายกลุ่มรถกระบะ จะพบว่า ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) มียอดขาย 78,091 คัน ลดลง 14.9% ส่วน ตลาดรถกระบะ Pure Pick up มียอดขาย 62,726 คัน ลดลง 16.9%
 

ทั้งนี้สามารถตรวจสอบยอดขายรถยนต์ใหม่ในประเทศ ตั้งแต่เดือนมกราคม -พฤษภาคม 2568 โดยยี่ห้อใดขายดีสุด ยี่ห้อใดเติบโตสุด และแต่ละยี่ห้อครองส่วนแบ่งการตลาดเท่าไร สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ดังต่อไปนี้
 

ยี่ห้อรถขายดี 10 อันดับแรกประจำเดือน มกราคม -พฤษภาคม 2568
 โตโยต้า 94,784 คัน ลดลง  3.0 % ส่วนแบ่งการตลาด 37.5 %
อีซูซุ 31,881 คัน ลดลง 18.6 % ส่วนแบ่งการตลาด 12.6 %
ฮอนด้า 30,206 คัน ลดลง 19.2 % ส่วนแบ่งการตลาด 12.0 %
บีวายดี 20,877 คัน เพิ่มขึ้น 61.8 % ส่วนแบ่งการตลาด 8.3 %
มิตซูบิชิ 11,028 คัน ลดลง 9.5 % ส่วนแบ่งการตลาด 4.4 %
เอ็มจี 9,106 คัน เพิ่มขึ้น 19.4 % ส่วนแบ่งการตลาด 3.6 %
ฟอร์ด 8,002 คัน ลดลง 17.1 % ส่วนแบ่งการตลาด 3.2 %
เกรท วอลล์ มอเตอร์ 5,439 คัน เพิ่มขึ้น 48.5 % ส่วนแบ่งการตลาด 2.2 %
ฉางอัน 4,360 คัน เพิ่มขึ้น 82.5 % ส่วนแบ่งการตลาด 1.7 %
นิสสัน 3,215 คัน ลดลง 31.4 % ส่วนแบ่งการตลาด 1.3%
เจาะยอดขายรถ 5 เดือนแรกปี 68 เช็กเลยยี่ห้อใดขายดี 10 อันดับแรก
 

เมื่อมาดูตัวเลขยอดขายในเดือนพฤษภาคม 2568 จะพบว่า มีการเติบโตเล็กน้อย โดยเป็นการฟื้นตัวขึ้นเป็นเดือนที่สองต่อจากเมษายน 2568 โดยพฤษภาคม 2568 ยอดขายตลาดรวมเพิ่มขึ้น 4.7 % หรือจำนวน 52,229 คัน โดยตลาดรถยนต์นั่งมียอดขาย 21,935 คัน เพิ่มขึ้น 17.4% ขณะที่รถยนต์เพื่อการพาณิชย์มียอดขาย 30,294 คัน ลดลง 2.9% และรถกระบะขนาด 1 ตัน มียอดขาย14,333 คัน ลดลง 18.8%
 

สำหรับปัจจัยที่ทำให้ยอดขายในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2568 เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการทยอยส่งมอบรถยนต์ที่มีการจองในงานมอเตอร์โชว์ 2025 อีกทั้งยังเป็นช่วงไฮซีซั่นฤดูกาลขาย
 

ขณะที่แนวโน้มตลาดรถยนต์ในเดือนมิถุนายน 2568 นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ประเมินว่า คาดว่าจะปรับตัวลงจากเดือนพฤษภาคมเล็กน้อย ด้วยยอดขายที่ลดลงตามฤดูกาล และผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศ อาจส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อ
 

ด้านนายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยเพิ่มเติมว่า แม้ยอดขายรถยนต์ในประเทศจะเติบโตติดต่อกันเป็นเดือนที่สอง แต่ยอดขายรถกระบะยังคงลดลง เนื่องจากความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงินเพราะหนี้ครัวเรือนสูงและเศรษฐกิจในประเทศที่ยังอ่อนแอจากการลงทุนภาคเอกชนที่ยังต่ำ รวมทั้งค่าครองชีพที่สูงขึ้น 
 

ประกอบกับการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลงจากนักท่องเที่ยวจีนที่กังวลเรื่องความปลอดภัย ขณะเดียวกันยังมีปัจจัยเกี่ยวกับความกังวลเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ที่จะไม่ได้ใช้ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ นอกจากนั้นแล้วปัญหาการเมืองที่ขัดแย้งกันซึ่งจะซ้ำเติมเศรษฐกิจของประเทศที่ทรุดอยู่แล้วทรุดลงมากขึ้นไปอีก



แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่