KTC-XPG-BEC-TPS ร่วงฟลอร์ พบ “มงคล ประกิตชัยวัฒนา” ถือหุ้นใหญ่

ความเชื่อมโยง KTC-XPG-BEC-TPS พบ “มงคล ประกิตชัยวัฒนา” ถือหุ้นใหญ่ทั้งหมด จับตาถูก Force Sell ต้นเหตุ 4 หุ้นร่วงฟลอร์หรือไม่?

ตามที่ ราคาหุ้น บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC วันนี้ (23 มิ.ย.2568) ร่วงติดฟลอร์ ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอาจจะถูกบังคับขาย หรือ Force Sell หลังจากมีสัดส่วนหุ้นที่วางค้ำประกันบัญชีมารจิ้นสูง

จากประเด็นดังกล่าว เมื่อตรวจสอบข้อมูลตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) พบว่า ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ KTC ที่เป็นบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่นิติบุคคล จำนวน 2 ราย ที่มีความเป็นไปได้ที่จะถูกบังคับขาย ได้แก่ นายมงคล ประกิตชัยวัฒนา และ นางสาวฉันทนา จิรัฐิติภัทร์
นอกจากนี้ จากข้อมูล StockRadars ยังพบว่า นายมงคล ประกิตชัยวัฒนา เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 4 บริษัท มูลค่ารวม 10,528,845,241 บาท (คิดจากราคาปิดวันที่ 23 มิ.ย.2568) แบ่งเป็นลงทุนหุ้นกลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ 95.45% กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 2.70% และกลุ่มอื่นๆ อีก 1.84% ประกอบด้วย  

1.บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC
ถือหุ้นอันดับ 2 จำนวน 327,466,600 หุ้น คิดเป็น 12.70% มูลค่า 9,660,264,700 บาท

2.บริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ XPG
ถือหุ้นอันดับ 3 จำนวน 651,209,995 หุ้น คิดเป็น 6.09% มูลค่า 390,725,997 บาท

3.บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEC 
ถือหุ้นอันดับ 7 จำนวน 91,682,000 หุ้น คิดเป็น 4.58% มูลค่า 284,214,200 บาท

4.บริษัท เดอะแพรคทิเคิลโซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TPS 
ถือหุ้นอันดับ 2 จำนวน 69,654,800 หุ้น คิดเป็น 16.60% มูลค่า 193,640,344 บาท
ขณะที่ นางสาวฉันทนา จิรัฐิติภัทร์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 บริษัท มูลค่ารวม 4,186,260,050 บาท (คิดจากราคาปิดวันที่ 23 มิ.ย.2568) แบ่งเป็นลงทุนหุ้นกลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ 89.87% กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 9.96% และกลุ่มอื่นๆ อีก 0.17% ประกอบด้วย 
 
1.บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC
ถือหุ้นอันดับ 3 จำนวน 127,563,900 หุ้น คิดเป็น 4.95% มูลค่า 3,763,135,050 บาท

2.บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEC 
ถือหุ้นอันดับ 6 จำนวน 134,250,000 หุ้น คิดเป็น 6.71% มูลค่า 416,175,000 บาท

3.บริษัท เดอะแพรคทิเคิลโซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TPS 
ถือหุ้นอันดับ 22 จำนวน 2,500,000 หุ้น คิดเป็น 0.60% มูลค่า 6,950,000 บาท

มากไปกว่านั้น วันนี้ (23 มิ.ย.2568) ราคาหุ้นทั้ง 4 บริษัท ร่วงติดฟลอร์ทั้งหมด 
KTC ปิดที่ 29.50 บาท ลดลง 5.25 บาท หรือลดลง 15.11% 
XPG ปิดที่ 0.60 บาท ลดลง 0.11 บาท หรือลดลง 15.49% 
BEC ปิดที่ 3.10 บาท ลดลง 0.56 บาท หรือลดลง 15.30% 
TPS ปิดที่ 2.78 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือลดลง 15.24%

ขณะที่จากการรวมรวบข้อมูลของ ตลท. เกี่ยวกับหลักทรัพย์ที่วางเป็นประกันการชำระหนี้ในบัญชีมาร์จิ้น ในเดือน พ.ค.2568 พบว่า 
KTC มีหลักทรัพย์ที่วางเป็นประกันการชำระหนี้ในบัญชีมาร์จิ้น จำนวน 420,204,381 หุ้น คิดเป็น 16.30% ของจำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
XPG หลักทรัพย์ที่วางเป็นประกันการชำระหนี้ในบัญชีมาร์จิ้น จำนวน 1,443,799,646 หุ้น คิดเป็น 13.49% ของจำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
BEC หลักทรัพย์ที่วางเป็นประกันการชำระหนี้ในบัญชีมาร์จิ้น จำนวน 320,465,634 หุ้น คิดเป็น 16.02% ของจำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
TPS หลักทรัพย์ที่วางเป็นประกันการชำระหนี้ในบัญชีมาร์จิ้น จำนวน 8,074,522 หุ้น คิดเป็น 1.92% ของจำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
อย่างไรก็กตาม คงต้องรอความชัดเจนจากบริษัทว่าสาเหตุของการดิ่งฟลอร์ในครั้งนี้จะมาจากการที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ถูกบังคับขายตามที่มีการคาดการณ์กันหรือไม่ ได้แต่ตั้งข้อสังเกต เพราะทุกอย่างดูเชื่อมโยงกันไปหมด!!



แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่