มีใครเคยรู้สึกว่าอยากเอาคืนคนที่ทำเรื่องแย่ๆกับเราแบบสาสมมั้ย

ผมขอเล่าชีวิตตัวเองคร่าวก่อนนะ ผมเองก็อายุเลข 3 แล้ว จะเล่าคร่าวกับข้อพิพาทที่ทำให้ผมเกลียดญาติตัวเอง 3 เรื่องละกัน
1.เชงเม้ง
2.โรงเรียน
3.การเดินทาง
เอาล่ะผมจะค่อยๆเล่าให้พวกคุณเห็นภาพ ผมเองก็เกิดในครอบครัวคนจีนก็มีการไปทำบุญเชงเม้งอะไรพวกนี้ แต่ทีนี้ย่าผมแกเสียก่อนผมเกิด 1 ปีช่วงธันวา แกก็เหมือนอยากฟังพระเทศน์เลยให้เอากระดูกไปไว้ใต้ฐานพระ ผมก็อ่ะทุกปีจะไปปีละครั้งช่วงธันวาที่ภาคเหนือ ก็ไปได้10กว่าปีปู่ผมเสียชีวิตตอนมีนา ต้องไปงานศพ 7 วันทำพิธียาวเลย พอจบฝังกระดูกกับย่าที่บ้านก็ออกกฎบังคับให้ไปปีละ 2 ครั้ง ผมก็ค้านนะไหนบอกปีละครั้ง แต่ทำไงได้โดนบังคับไปปี 2 ครั้ง ตอนแรกก็ขอแม่นะว่าไม่อยากไปให้แม่ช่วย แม่ไม่ช่วยแถมบอกอีกไปแทนแม่(ผมโคตรเกลียดประโยคนี้เลย) ส่วนตัวที่ผมไม่ชอบเพราะผมเบื่อทำไมผมต้องถ่อไปไกลๆไม่ฝังใกล้ๆวะ จนตอนผมอยู่ม.3จะขึ้นม.4เขาจะให้ไหว้บรรพบุรุษ ผมไม่อยากไหว้ เพราะผมรู้สึกว่าพวกเขาไม่รักษาคำพูด ผมโดนญาติตบหน้าเฉยเลยก็ซัดเขากลับนะ ก็ต้องไปปีละ 2 ครั้ง ตอนม.6 ผมเริ่มไปหาจิตแพทย์ละจนเริ่มเข้ามหาลัย ผมบอกพวกเขาเลยว่าผมเข้ามหาลัยผมไม่ขอไปนะ และทีนี้พอเข้ามหาลัยมีกลับมาบ้านที่กรุงเทพ ช่วงนั้นก็ธันวาก็ใกล้ครบรอบย่าผมเสีย ตอนนั้นผมกะให้อภัยพวกเขานะ ถ้าพวกเขาไม่ปากหมาพูดมาว่าไปหน่อยก็ดี อารมณ์นั้นเหมือนเปลวไฟกำลังจะมอดแล้ว แต่มีคนบ้าเทน้ำมันมาราดให้กองไฟมันลุกโชนแรงยิ่งกว่าเดิม  และต้นปี 2018 ยายผมเสียชีวิต ผมก็ไปงานศพนะแต่ไม่ยุ่งยากแบบปู่ผมเลยไม่กี่วันเสร็จ จนปีนึง  ผมกะไปเกิดใหม่แต่ก็ดันมีคนมาห้าม และผมก็กวนตีนเลยด่าปู่กับย่าผมให้ญาติผมฟังเขาไม่โกรธเว้ย กลับเฉยๆ จนวันนึงผมก็ได้เริ่มทวงสิ่งที่ผมต้องได้จากญาติผมละ
ผมบอกพวกเขาเลยว่าผมไม่พอใจนะเรื่องทำบุญอ่ะที่บ้านไม่รักษาคำพูด
ญาติผมแก้ตัวน้ำขุ่นๆบอก กี่ปีแล้วที่ผมไม่ได้ไป และมันดีนะต้องให้ผมไป
ตอนนั้นผมหงุดหงิดไม่อยากฟังคำแก้ตัว ผมบอกเลย ไม่รู้และไม่อยากรู้ด้วย และผมบอกพวกเขาด้วยว่า ไม่เคยมีใครมาขอโทษที่ทำเรื่องแบบนี้กับผม
ญาติผมบอก อาขอโทษ
ผมเลยบอกเลยได้ ผมขอการเยียวยานะ ผมต้องการรูปปู่และย่ามาเผาทิ้ง  1 รูปเพื่อเอาคืน
อาผมกลับค้านเฉยเลย ทำไม่ได้นะนั่นพ่อแม่เขานะ
สุดท้ายเขายอมให้ผมทำ แต่กว่าจะได้ผมต้องโทรไปหาญาติ ยังจำแม่ผมได้มั้ย อาผมบอกไปขอแม่สิ อาผมบอกไม่ถึง 3 นาที ผมรีบโทรไปหาเลยเพราะอยากทำมานานแล้ว
ผมก็ถามแม่นะว่ามีรูปปู่ย่ามั้ย แม่บอกไม่มีมีแต่รูปยาย แม่เอาแต่ให้ผมให้อภัย อย่าทำนะ เป็นแม่แม่ไม่ทำ ผมบอกเลยรำคาญไม่ต้องมาสอน ตอนขอให้ช่วยไม่ช่วย พูดทำไมมีแต่โกรธกว่าเดิม
สุดท้ายอาผมเอามาให้ผมเผานะ ผมเลยบอกขอเพิ่ม 100 รูปนะเพราะไม่ยอมให้ตามเวลา
อาผมเอาไฟล์มาให้ปริ๊นใส่กระดาษ ก่อนจะเผาอาบอกเลย เอาให้เราพอใจเลยนะ พอปริ๊นเสร็จผมนึกในใจ ในที่สุดกูก็ได้เอาคืนพวกบ้างละนะ ผมทำลายและเผาอย่างมันเลย พอจัดการเพื่อความสะใจเรียบร้อย อาผมบอกเลย เขาไม่ใช่ปู่ย่าเราสินะ ผมบอกเลยเออ มีโทรไปรายงานแม่ด้วยนะ ว่าทำเสร็จเรียบร้อย  ตอนนั้นอารมณ์ผมอย่างสุดอ่ะ จนไปหาหมอหมอบอกให้นอนโรงบาลมั้ย ตอนแรกก็ไม่เอาไปมาๆเอามือถือปาอัดหน้าอาเพราะโมโหเรื่องอิ๊(บัวลอยตรุษจีน โดนญาติบังคับกิน) และเริ่มรู้สึกว่าผมไปนอนโรงบาลเหอะ เดี๋ยวผมจะถล่มคนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ก็ไปนอนทำแบบทดสอบบลาๆภาพหยอดหมึก อารมณ์ ตอนนั้นจิตแพทย์ถามหลายอย่าง ความรัก วัยเด็กเป็นไง ตอนนั้นผมขอดินสอและกระดาษมาเขียนแผนที่ชีวิต ผมบอกหมอไปไม่ต้องกลัวผมไม่เอาทางแทงคุณหรอก มีบอกว่าตอนเข้ามหาลัยผมลบเฟสที่ใช้สมัยม.ปลายทิ้งสร้างเฟสใหม่เลย หมอก็ถามนะทำไมลบ ผมบอกเลยผมไม่อยากไปคุยกับคนที่เรียนสมัยม.ปลายกลุ่มใหญ่เลยลบทิ้งเลย
และที่ขอไฮไลท์ที่บ้านเคยตีเรามั้ย ตอนนั้นผมดันจำไม่ได้ว่าเคยโดนเขาใช้ความรุนแรงใส่เลยตอบไปว่าไม่ ก็รักษาไปบลาๆ ก็ออกจากโรงพยาบาลมีคุยนิดนึงผมจำไม่ได้ละเรื่องอะไร และสะกิดแผลผมอีก ผมบอกญาติเลย ผมอดทนมากนะกับสิ่งที่ผมไม่พอใจ เล่าให้หมอฟัง อาผมก็บอกเขายังโกรธเรื่องเชงเม้งนะ หมอก็บอกว่าอาจมีอะไรบางอย่างกระตุ้นไม่ให้คุณอยากไปทำบุญนะ
วันนึงผมเรียนจบละ ผมมีถามเรื่องของกินมั้ง ญาติก็ตะคอกผม ผมก็บอกเลยว่า กูถามดีๆนะยิ้มไม้ บลาๆ จนผมหงุดหงิด ผมต่อยญาติไป 2 ที พ่อผมมากวนตีน ผมบีบคอพ่อผมเลย(มือผมอาจจะโตแบบเปรต pasulol ที่ตีพ่อตีแม่ก็ได้นะ) แต่บีบให้รู้ว่ากูมีแรงนะและปล่อย อาผมอึ้งทำไมทำกับพ่อแบบนี้ และผมก็เดินขึ้นไปสงบสติอารมณ์ในห้องผม อาผมก็มาขอโทษ ผมก็ไม่ว่าอะไร รอบนี้เล่าให้หมอฟังหมอบอกเราแรงเหมือนกันนะ
จนมีวันนึงไม่กี่ปี แฟนแกลืมเปิดล็อกรถมั้ง ผมก็บอกว่าง่าวเปล่า เขาบอกผมนะว่า คนอื่นไม่ใช่สนามอารมณ์เรา เท่านั้นแหละ ผมตะคอกเลย เหมือนที่ทำกับกูตอนเด็กล่ะ เหมือนให้กูเป็นสนามรองรับอารมณ์พวกใช่มั้ย และก็เข้าบ้านผมก็บอกเขาไปนะ ว่าหมอเคยถามนะว่าที่บ้านเคยตีผมมั้ย ผมบอกไปว่าผมลืมบอกหมอไปนะที่บ้านเคยตบหน้าผม ญาติผมก็โดดเข้าพื้นที่สังหารอีก บอกว่าเราเก็บความแค้นไว้เหอะ เท่านั้นแหละผมวิ่งไปประเคนหมัดใส่ญาติผมไม่ยั้งเลย ประเคนคำหยาบอย่างยับ ทะเลาะกันจนญาติบอกเลยเราอยากเปลี่ยนนามสกุลไม่ใครว่าเรานะ ทุกคนยอมเราทุกอย่าง(ผมได้แต่นึกในใจตอนกูขอร้อย ไม่ให้ พอกูเรียกล้านพวกกลับยินดีเสีย เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายนะ)  รอบนี้บอกพยาบาลคร่าวๆเขาถามว่าเราจะไม่ซัดคนอื่นใช่มั้ย ผมบอกเลยพวกคุณไม่ใช่คู่กรณีผม ผมไม่ทำ พอเล่าให้หมอฟังหมอบอกเลยว่าถ้าไม่มีคนมากระตุ้นเรา เราไม่ซัดใช่มั้ย ผมบอกใช่ เหมือนผมไปร้านอาหาร ผมต้องจับลูกค้าหรือเด็กเสิร์ฟเอาหน้าเขากดลงหม้อชาบูเหรอ (อันนี้ผมเกลียดญาติฝั่งพ่อทุกคน)
กลับมาที่เรื่องที่สอง โรงเรียน
ผมเรียนโรงเรียนเอกชน ผมเริ่มรู้สึกไม่ชอบโรงเรียนตัวเองเพราะไม่ชอบครูบางคน ปุ๊ยมันไม่ชอบพี่ผมเลยมาลงอารมณ์ใส่ผมเฉยเลย  ประกอบกับไม่ชอบการบริหารของโรงเรียน ตอนม.ต้นพยายามไปสอบเข้าเตรียมแต่ไม่สำเร็จต้องทนอยู่โรงเรียนเดิมไป ผมก็ไปเรียนกวดวิชาบลาๆ(เอาเป็นว่าตอนม.ปลายเวลาไปกวดวิชาคือเวลาที่ผมมีความสุขที่สุดละ) พอขึ้นม.5 ผมเริ่มหนีเรียนละ อ่านเองรู้เรื่องกว่า ญาติรู้กลับมาด่าเหมือนผมไปจับคนมาดึงหัวด้วยมีดเล่น พอมาม.6 ผมก็หนีอีกเพราะกูจะเข้ามหาลัยต้องเอาเวลาไปอ่านหนังสือ และขอไม่อยากไปโรงเรียน คราวนี้อาสั่งพ่อพาผมไปส่งโรงเรียน ตอนนั้นโรงเรียนให้แตะบัตร ผมขี้เกียจแตะ ผมตัดผมทรงสกินเฮดเพราะผมไม่ชอบการตัดผม บางทีก็งงว่าแม่ปุ๊ยรับแขกบ่อยรึเปล่าถึงชอบไล่คนไปตัดผม พ่อผมไปถามปุ๊ยฝ่ายปกครองหมารับใช้ผู้ซื่อสัตย์เหมือนอ้วนที่เป็นขี้ข้าคนหน้าเหลี่ยม บลาๆว่าผิดระเบียบมั้ยเอาผมไปด่าให้ปุ๊ยฟัง ตอนนั้นผมนึกใจไม่พ่อกูห่วยจังวะ และเขาพูดคำพูดนึงคุยกับเขาได้ทุกเรื่อง(จำคำนี้ไว้ให้ดีนะ) เคยมีขอให้อาไปจองคอร์สสดดาว้องอาจองไม่ทัน อดเรียน(เดี๋ยวอันนี้ผมต้องประเคนขนมให้ญาติผมอย่างสาสมหน่อย)ก็ต้องทนเรียนจนจบไป จนทุกวันนี้ผมบอกคนอื่นเลยกวดวิชาช่วยให้ผมเข้ามหาลัยได้ ไม่ใช่เพราะโรงเรียนนั่น เอาเป็นว่าตอนจบเขามีของที่ระลึกนะว่าอยู่ครบ 12 ปีให้ของ แต่ข้อมูลผมผิด เขาโทรมาหาญาติผม ญาติผมบอกข้อมูลเขาเป็นแบบนั้น และญาติก็บอกว่า ผมคงไม่อยากได้ของจากเขาหรอก วันนั้นถ้าย้อนเวลากลับได้คงไม่ไปเสียเวลายิ้ม และมีการแห่นักบุญตอนนั้นผมม.6ละ ปีสุดท้ายผมไม่อยากไปโรงเรียนแต่ดันแพ้พนันเลยต้องไปเพราะผมรักษาคำพูด พอผมจบเข้ามหาลัยผมก็ลบเฟสทิ้งมาสร้างเฟสใหม่เลย เอาเพื่อนโรงเรียนเก่ามาไม่กี่คน ขนาดคัดแล้วยังต้องตัดทิ้งเลย เพราะมีคนนึงมันขนาดมันรู้ว่าผมไม่ชอบโรงเรียนก็ยังปั่นประสาทเอาเรื่องแห่มันมาแซะผมด้วยจนสุดท้าย ผมตัดการติดต่อทิ้งทันที ผมมีเพื่อนสามกลุ่ม เพื่อนโรงเรียน(ที่ต้องคัดนะ) เพื่อนกวดวิชา เพื่อนมหาลัย ผมจะไม่บอกว่าเพื่อนกลุ่มไหนดีสุด แต่สำหรับผมคนที่ดีต่อให้เคยคุยกันแค่ 5 นาที เราก็อยากรักษาเขาไว้ แต่คนหัวดอต่อให้อยู่มา 10 ปีก็อยากตัดมันออกจากชีวิตให้เร็วที่สุด  แต่ผมบอกเพื่อนโรงเรียนนั้นที่ยังติดต่อทุกคนว่าผมไม่นับถือนักบุญคนนั้น จะได้ไม่ต้องมาทะเลาะกันอีก
(อันนี้ทำให้ผมเกลียดพ่อและอาด้วย)
เรื่องสุดท้ายการเดินทาง
ผมมาเรียนที่ต่างจังหวัด ตอนแรกโลกสวยคิดว่าระบบการเดินทางมหาลัยจะดี แต่มหาลัยผมกว้างบรรลัยเลยรู้สึกว่ากูต้องมียานพาหนะละ ช่วงแรกยังปั่นจักรยานไม่เป็น ก็ขับมอไซไม่ได้ ก็ต้องทนเอาและผมอยากย้ายหอเพราะอยู่หอในแล้วมันไม่โอเค ช่วงนั้นก็มียาจิตเวชนะคอนเซอต้ามั้ง มีวันนึงโมโหอะไรสักอย่างกินหมดกระปุก ไม่ไปเกิดใหม่แต่นอนไม่หลับทั้งคืนโคตรทรมาน และผมมีไปฝึกปั่นจักรยานตอนปิดเทอม ให้เพื่อนสนิทช่วยสอนผมขับมอไซ และพ่อมีตกลงว่าจะสอนผมขับรถและเอารถมาให้ขับ แต่ทีนี้พี่คนโตผมไปซื้อปืนพ่อผมต้องไปจัดการปัญหามาไม่ได้ แต่เขาไม่บอกผมนะ เขาบอกว่าต้องไปจัดการ ประกอบกับพ่อผมเขาชอบตกปลา ผมก็เข้าใจผิดว่าสัสไปตกปลาเหรอ ไม่มาสอนกูขับรถไหนนัดไม่เป็นนัด ทั้งเรื่องโรงเรียนและเชงเม้งอีกหลอกกูนะ พ่อเอายามาให้ผมเอาไปทำลายหมดเลย ปามือถือจนหน้าจอกระจุย บ้ากว่านี้ก็เอารองเท้าคัทชูมาเผาเล่นเลย สุดท้ายผมเอาเงินไปซื้อมอไซมาขับเพราะทนไม่ไหว มีโพสต์เฟสด่าพ่อจนเพื่อนรุ่นพี่รุ่นน้องมาทักให้ใจเย็น  พ่อบอกคุยได้ทุกเรื่อง ผมบอกเลยมันสายไปแล้วกับคำว่าคุยได้ทุกเรื่อง พ่อถามมีปัญหามั้ย ผมบอกมีไอ้ตัวปัญหามันอยู่ตรงหน้ากู และพ่อผมอยู่ตรงหน้าผม ช่วงนั้นผมไม่คุยกับพ่อเป็นปีเลย จนผมขาหักเลยได้คุย ก็ยังบอกเขาเลยถ้าบอกความจริงผมอาจฟังนะ ผมดามเหล็กไป 2 ปีกว่าจะได้เอาออก และมีวันนึงผมโมโหทำลายข้าวของ ผมบอกเลยเขาไม่เคยมาขอโทษผมนะ พ่อผมก็มาขอโทษ แต่ผมก็โมโหไล่เขาเป็นหมูเป็นหมา และก็ค่อยสงบสติอารมณ์
ถามว่าคนอื่นมีมั้ย ผมเคยมีปัญหากับอาจารย์จนต้องทำบัตรสนเท่ห์มาแล้ว เพราะไม่ชอบพฤติกรรมบางอย่างกับเขา ตอนนั้นรับไม่ได้จนอยากไปเกิดใหม่ แต่ดันโดนช่วยเฉย เพื่อนสนิทที่ช่วยยังบอกเลยคนอื่นช่วยคนเป็นฮีโร่ แต่ด่ากูเป็นหมาเลย มาคิดย้อนไปตอนผมขอญาติดีๆไม่ฟังกูเลย พอซัดอาจารย์เสร็จคิดบัญชีเรื่องเชงเม้งเลย
ช่วงที่ผมเริ่มใช้กำลังกับที่บ้านคือหลังจาก 24 กพ 2022 ตอนที่รัสเซียบุกยูเครน อาจจะเสพความโหดมากไปหน่อย(ฮา)
ผมได้บทเรียนว่าโลกไม่ได้สวยงามอย่างที่เราคิด
ผมเคยเล่าเรื่องของผมให้เพื่อนผมฟังหลายคนแบบหมดเปลือกละ เพื่อนบางคนก็บอกกูเข้าใจนะ บางคนก็บอกควรดีกับญาติหน่อยนะ เล่นซะญาติเป็นกระสอบทรายเลยนะ บ้างก็บอกแกเป็นคนที่เชื่อในหลักสัจจะมาก
การให้อภัยเป็นสิ่งที่ดี แต่ผมก็มีสิทธิ์ที่จะให้หรือไม่ให้ซึ่งพอผมมาประมวลทั้งหมดแล้ว ผมเลือกที่จะไม่ให้กับญาติผม ให้พวกเขาแบบรับบาปไปนั่นแหละ
ถ้าจะให้ผมขอโทษต่อสิ่งที่ผมทำต่อญาติ ผมไม่มีวันขอโทษเพราะพวกเขาสมควรได้รับบทเรียนอย่างสาสมว่าอย่าทำสันดานสวะใส่คนอื่น
ภาพประกอบจากเรื่องเมาเมา พระนางหลีฮวาต่อยญาติ คล้ายผมดีนะกูเหลืออดมานานแล้ว


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่