มาต่อกันใน EP 4 ครับ นี่ก็เป็นพาร์ทสุดท้ายของทริปตุรกีแล้วครับ
ตอนที่ 1 : Uzungöl, Türkiye ตุรกีมีอะไรแบบนี้ด้วย? เมืองทะเลสาบกลางหิมะสุดลับ
https://pantip.com/topic/43535878/
ตอนที่ 2 : Ayder, Türkiye ลานหิมะส่วนตัว ท่ามกลางป่าสนขาวโพลน!
https://pantip.com/topic/43541146
ตอนที่ 3 : Rize, Türkiye ดินแดนที่เต็มไปด้วยชา...และรูปท่านผู้นำ
https://pantip.com/topic/43559556
สวัสดีตอนเช้าจากชานเมือง Trabzon ครับ ภูมิประเทศของเมืองก็คล้ายๆกับ Rize เลย คือเป็นเมืองที่สร้างตามเนินเขา ...
เอาจริง ๆ ก็ไม่เช้าเท่าไหร่ เนื่องจากฤดูหนาว ดวงอาทิตย์ขึ้นช้า ฉะนั้นในรูปนี้คือแปดโมงแล้วครับ
เรายังคงใช้เส้นทาง D_010 ซึ่งเลียบชายฝั่งทะเลดำเช่นเดิม ทำให้บรรยากาศระหว่างทางค่อนข้าง scenic มาก
โดยช่วงเช้าเราจะไป Sumela Monastery กันก่อนครับ
สำหรับการเดินทาง เรายังคงใช้รถเช่าขับมาจากเมือง Trabzon ขับไปทางเมือง Sumela
ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร บางช่วงมีการก่อสร้างควรขับขี่ด้วยความระมัดระวัง แต่ช่วงที่ใกล้ๆ trabzon เป็นอุโมงค์ทะลุภูเขาหมดแล้วครับ
ผ่านหมู่บ้าน Altinder ก็จะมาถึง Sumela ซึ่งจะถึงลานจอดรถ
มีค่าจอดคิดเป็นรายชั่วโมง ชั่วโมงละ 20 ลีร่าครับ นับไปเรื่อยๆ
แต่ว่าเราจะต้องเดินขึ้นไปอีก 1.2 กม. เพื่อไปยังตัวอาราม ระหว่างทางสามารถถ่ายวิวอารามจากทางเดินได้ ซึ่งสวยดี
พวกเรารู้ดีว่า…ควรเซฟกำลังขาด้วยการนั่ง shuttle bus แทน ฮาาา ๆ (ราคาไป-กลับ คนละ 60 ลีรา) รถก็จะรอเราที่ลานจอดนั่นแหละครับ ซื้อตั๋วตรงลานจอดเลย
เมื่อมาถึงสถานีจอด shuttle bus ข้างบนแล้ว ก็ยังไม่หมดเพียงเท่านี้
ยังมีเส้นทางเดินชมธรรมชาติไปอีกสองสามร้อยเมตรก่อนถึงอาราม (intro เยอะจริง ๆ ดีนะที่นั่งรถบัสขึ้นมา)
มีที่ท่องเที่ยว ก็ต้องมีขายของดักก่อนเข้ากันเป็นธรรมดา
อากาศดี ไม่มีฝุ่นนะครับ สูดกันให้ชื่นปอด

บรรยากาศดีสุด ๆ จนไม่น่าเชื่อว่านี่คือตุรกี
มาถึงทางเข้าเสียที เนื่องจากสร้างติดชั้นหินของภูเขา Altindere ทำให้หมดพลังในการมาถึงตรงนี้พอสมควร พักเสียหน่อย
ช่วงที่เราไปคือวันที่ 30 ธันวาคม อากาศกำลังเข้าช่วงหิมะตกในหลายๆ พื้นที่ (และตกแล้วอย่างเช่นที่ Ayder)
เราเลยได้เห็นชั้นของภูเขาหลายๆ สีแบบนี้ครับ
เนื่องจากเป็นสถานที่ลงทะเบียน UNESCO
ค่าเข้าชม (สำหรับชาวต่างชาติ) จึงแพงกว่าคนตุรกี
อยู่ที่คนละ 20 ยูโร สามารถจ่ายเป็นเงินรีลาได้ เขาจะคำนวณเรทรายวันให้ครับ
เนื่องจากค่าเงินเฟ้อของตุรกี ทำให้ถ้าเราจ่ายไป 2000 ลีร่า (สมมติ) พรุ่งนี้ เงิน 2000 ที่เราจ่ายไปอาจจะไม่มีค่าเท่ากับ 2000 แล้วครับ
ก็เลยคิดจากยูโรเป็นรายวันแทน
Sumela Monastery (อารามซูเมลา) เป็นอารามออร์โธดอกซ์กรีกโบราณ ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันในเทือกเขาใกล้เมือง Trabzon ท
เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงด้านสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นติดกับหน้าผา ทำให้ดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของภูเขา แนบเนียนกันไปเลยครับ
เชื่อว่าอารามแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในราวคริสต์ศตวรรษที่ 4 โดยนักบวชชาวเอเธนส์สองรูป
บรรยากาศด้านในอาราม ซึ่งมีส่วนขอโบสถ์คริสต์ ห้องเรียน ห้องครัว ห้องพัก ห้องสมุด
ที่นี่สร้าง-โดนถล่ม-สร้าง-แตก มาเรื่อย ๆ ตั้งแต่สมัยอารยธรรมกรีกโบราณ
ผ่านไบแซนไทน์ จนถึงจักรวรรดิ์เทรบิซอน (ใช่ครับ ต่อมาเป็นชื่อเมืองแทรบซอน) และออตโตมัน
เมื่อปี 2015 เริ่มมีปัญหาก้อนหินถล่มบ่อย จึงต้องปิดบูรณะไปหลายปี และเสร็จสิ้นเมื่อปี 2019
จะเห็นว่ามีตาข่ายกันหินหล่นใส่ ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ปีนขึ้นไปดูเสมอ ว่าแต่ มองมาสิบนาทีแล้ว ไม่เห็นพี่จะขยับอะไรเลย
… อ๋อ เป็นหุ่นนี่เอง
มองจากในส่วนที่เค้าเรียกว่าเป็นห้องเรียน วิวดีมาก ถ้าเราไปนั่งเรียนคงหลับจนเลิกเรียน 5555
สร็จแล้วก็ได้เวลาไปที่อื่นกันต่อ โดยเราสามารถขึ้น shuttle bus เดิมได้ โดยโชว์ตั๋วขามา
ข้อเสียคือ ต้องรอคนเต็ม ถึงจะออก แต่เราก็ยอมเซฟแรงขาเหมือนเดิม
แวะถ่ายรูปก่อนกลับ
ก่อนขึ้นรถ มีจุดให้ชมวิวอารามจากด้านนอก ถือเป็นมุมไฮไลท์ของที่นี่เช่นกัน แต่ต้องเดินไปริมหน้าผาอีกด้าน
เลี้ยวตรงทางเข้าเลยครับ (ทางเข้าจะมี 2 ทางแยก ทางนึงไป sumela ตัวหลัก อีกทางจะไปซากโบสถ์เก่า ซึ่งชมวิวได้ครับ)
ระหว่างที่รถขับลงมา
เหลือบไปเห็นขณะนั่งบนรถพอดี จึงรีบหยิบกล้องมากด ถ้าวันไหนเมฆหนาก็บังมุมนี้จนมิด ถ้าแดดออกจะสะท้อนแสงสวยมากทีเดียว
สำหรับขากลับ เราก็ขับรถกลับเข้าเมืองเหมือนเดิมครับ แต่แพลนเปลี่ยนเล็กน้อย เดิมเราจะไปจุดชมวิวเมือง trabzon + Ataturk Mansion
แต่ แน่นอนครับ เพลินจนเลท เลยต้องตัดไปสักอย่าง บวกกับคำนวณเวลาแล้วเราไปไม่ทันก่อน atuturk mansion ปิด เลยจบที่จุดชมวิวครับ
ขากลับมีคู่รักชาวเยอรมันที่ พวกนางบอกว่านั่งรถบัสมาลงกลางทาง ละเดินเท้ามาต่อที่ sumela (????) ขอติดรถกลับด้วย + ช่วยค่าน้ำมัน
ก็เลย โอเค ก็ได้ 5555 พวกนางบอกว่าไม่กล้าขับรถที่ตุรกีเลย น่ากลัวมาก ถามว่าทำไมเรากล้าเช่าขับ คำตอบคือ อ๋อ บ้านเราก็แบบนี้แหละ 55555
ช่วงบ่ายเรากลับเข้าเมืองมาที่ Boztepe Hill ณ จุดนี้สามารถเห็นได้เกือบทั้งเมืองเลยครับ รวมถึงมัสยิดประจำเมืองที่เพิ่งสร้างด้วย
อย่างที่บอกว่าริมชายฝั่งทะเลดำมักมีภูเขา/หน้าผาด้วย
แต่ความสุดยอดคือพี่แกก็สร้างบ้าน สร้างถนนทับไปเลยนี่แหละ (สังเกตด้านซ้ายว่ามีการสร้างทางยกระดับไปตามเขา)
มองจากด้านล่างละแอบนึกถึงฉงชิ่งหน่อยๆ
ที่นั่งคล้านสเตเดียม ไว้เวลามีงานแสดงต่าง ๆ มองจากยอดเขาครับ
การจราจรแสนวุ่นวายในเมือง พูดสั้น ๆ ว่าหาดขับรถในไทยหงุดหงิดแล้ว ที่นี่อาจหงุดหงิดกว่า สภาพพพพพพพ
ดูภูมิประเทศกันชัด ๆ อีกที ถนนเหมือนมีชั้น 1 ชั้น 2 5555
จ๊ะเอ๋ ทำไมมายึดรถซะแล้วล่ะ
จากจุดชมวิว เราเดินไปตามสวน Boztepe เรื่อย ๆ
ด้านล่างมีทางเดินชมวิวสาย ๆ เหมือนกัน แต่โซนนั้นไม่ฟรี
พวกเราเลยยืนถ่ายแค่ตรงนี้พอ มีป้ายเมืองแทรบซอนกับวิวข้างหลัง ก็สวยแล้ว ฮาาา ๆ
สโลแกนคือ En mutlu şehir แปลว่า เมืองที่มีความสุขที่สุด (จริงหรอ ไม่รู้เหมือนกันครับ)
ถ้าโชคดี ก็สามารถเห็นเครื่องบินขึ้นลงได้จากตรงนี้ครับ
มัสยิดประจำเมือง
แล้วตัวนี้ยึดรถเราเลยหรอ
เสร็จแล้วก็ได้เวลาบ๊ายบายหนุ่มสาวชาวเยอรมัน แยกย้ายกันตรงนี้
ส่วนเรา จะไปเดินเล่นหาของกินใน downtown ที่นี้มีถนนให้เดินก็คือ ถนนคารามานมาราช (Kahramanmaraş Cd.) ครับ
โดยเราขับรถไปจอดที่ Trapark ละแวกนั้นเลยครับ ชั่วโมงละ 40 ลีร่า
จริงๆแล้วที่ตุรกี เรื่องรถรา นอกจากจะขับมารยาทแย่พอๆกับบ้านแล้ว
เรื่องการจอดรถก็ไม่ได้ต่างกันมาก จะมีลานจอดรถคิดตังกระจายไปทั่วเมืองครับ
ในกูเกิ้ล สามารถวางแผนโดยการหาคำว่า "Otopark" ได้เลยครับ ส่วนใหญ่คิดรายชั่วโมง
หลังจากจอดรถ เราได้เดินผ่านรูปปั้น Mustafa Atatürk ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกีในปัจจุบัน
ฤดูหนาวแบบนี้ ฟ้ามืดตั้งแต่ยังไม่ห้าโมงเย็นครับ
บรรยากาศถนนคนเดินก็คล้าย ๆ กับ Rize แต่ใหญ่กว่า คนพลุกพล่านมากกว่า
เย็นนี้เราเลือกกินเป็น Lahmacun, Pide ก็คือพิซซาตุรกีนั่นเอง
ระหว่างขับรถกลับโรงแรมก็เจอกับ วัฒนธรรมล้อล้น!!!
แล้วก็ได้เวลาเดินทางกลับ โดยเราจะนั่งเครื่องบินจาก Trabzon ไปที่ Istanbul โดยสายการบิน AJet (หรือ AnadoluJet)
ซึ่งเที่ยวนี้ใช้ A320-200 มาในคราบของ Turkish Airlines (พนักงานและบริการอื่น ๆ เป็นของ Ajet ครับ)
ระหว่างทางบินกลับ ซึ่งผ่านที่ราบสูงอนาโตเลีย ภูมิประเทศก็จะประมาณนี้
อิสตันบูล (ฝั่งเอเชีย) ก่อนเครื่องลงที่สนามบิน Sabiha Gökçen
สำหรับตุรกีแบบใหม่แบบแปลก ก็จบลงเพียงเท่านี้
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามกันทุกกระทู้นะครับ กระทู้หน้าจะพาไปแปลกที่ไหนอีก รอชมกันนะครับ
[CR] Trabzon, Türkiye สวรรค์บนดินริมทะเลดำ
มาต่อกันใน EP 4 ครับ นี่ก็เป็นพาร์ทสุดท้ายของทริปตุรกีแล้วครับ
ตอนที่ 1 : Uzungöl, Türkiye ตุรกีมีอะไรแบบนี้ด้วย? เมืองทะเลสาบกลางหิมะสุดลับ https://pantip.com/topic/43535878/
ตอนที่ 2 : Ayder, Türkiye ลานหิมะส่วนตัว ท่ามกลางป่าสนขาวโพลน! https://pantip.com/topic/43541146
ตอนที่ 3 : Rize, Türkiye ดินแดนที่เต็มไปด้วยชา...และรูปท่านผู้นำ https://pantip.com/topic/43559556
สวัสดีตอนเช้าจากชานเมือง Trabzon ครับ ภูมิประเทศของเมืองก็คล้ายๆกับ Rize เลย คือเป็นเมืองที่สร้างตามเนินเขา ...
เอาจริง ๆ ก็ไม่เช้าเท่าไหร่ เนื่องจากฤดูหนาว ดวงอาทิตย์ขึ้นช้า ฉะนั้นในรูปนี้คือแปดโมงแล้วครับ
เรายังคงใช้เส้นทาง D_010 ซึ่งเลียบชายฝั่งทะเลดำเช่นเดิม ทำให้บรรยากาศระหว่างทางค่อนข้าง scenic มาก
โดยช่วงเช้าเราจะไป Sumela Monastery กันก่อนครับ
สำหรับการเดินทาง เรายังคงใช้รถเช่าขับมาจากเมือง Trabzon ขับไปทางเมือง Sumela
ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร บางช่วงมีการก่อสร้างควรขับขี่ด้วยความระมัดระวัง แต่ช่วงที่ใกล้ๆ trabzon เป็นอุโมงค์ทะลุภูเขาหมดแล้วครับ
ผ่านหมู่บ้าน Altinder ก็จะมาถึง Sumela ซึ่งจะถึงลานจอดรถ
มีค่าจอดคิดเป็นรายชั่วโมง ชั่วโมงละ 20 ลีร่าครับ นับไปเรื่อยๆ
แต่ว่าเราจะต้องเดินขึ้นไปอีก 1.2 กม. เพื่อไปยังตัวอาราม ระหว่างทางสามารถถ่ายวิวอารามจากทางเดินได้ ซึ่งสวยดี
พวกเรารู้ดีว่า…ควรเซฟกำลังขาด้วยการนั่ง shuttle bus แทน ฮาาา ๆ (ราคาไป-กลับ คนละ 60 ลีรา) รถก็จะรอเราที่ลานจอดนั่นแหละครับ ซื้อตั๋วตรงลานจอดเลย
เมื่อมาถึงสถานีจอด shuttle bus ข้างบนแล้ว ก็ยังไม่หมดเพียงเท่านี้
ยังมีเส้นทางเดินชมธรรมชาติไปอีกสองสามร้อยเมตรก่อนถึงอาราม (intro เยอะจริง ๆ ดีนะที่นั่งรถบัสขึ้นมา)
มีที่ท่องเที่ยว ก็ต้องมีขายของดักก่อนเข้ากันเป็นธรรมดา
อากาศดี ไม่มีฝุ่นนะครับ สูดกันให้ชื่นปอด
บรรยากาศดีสุด ๆ จนไม่น่าเชื่อว่านี่คือตุรกี
มาถึงทางเข้าเสียที เนื่องจากสร้างติดชั้นหินของภูเขา Altindere ทำให้หมดพลังในการมาถึงตรงนี้พอสมควร พักเสียหน่อย
ช่วงที่เราไปคือวันที่ 30 ธันวาคม อากาศกำลังเข้าช่วงหิมะตกในหลายๆ พื้นที่ (และตกแล้วอย่างเช่นที่ Ayder)
เราเลยได้เห็นชั้นของภูเขาหลายๆ สีแบบนี้ครับ
เนื่องจากเป็นสถานที่ลงทะเบียน UNESCO
ค่าเข้าชม (สำหรับชาวต่างชาติ) จึงแพงกว่าคนตุรกี
อยู่ที่คนละ 20 ยูโร สามารถจ่ายเป็นเงินรีลาได้ เขาจะคำนวณเรทรายวันให้ครับ
เนื่องจากค่าเงินเฟ้อของตุรกี ทำให้ถ้าเราจ่ายไป 2000 ลีร่า (สมมติ) พรุ่งนี้ เงิน 2000 ที่เราจ่ายไปอาจจะไม่มีค่าเท่ากับ 2000 แล้วครับ
ก็เลยคิดจากยูโรเป็นรายวันแทน
Sumela Monastery (อารามซูเมลา) เป็นอารามออร์โธดอกซ์กรีกโบราณ ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันในเทือกเขาใกล้เมือง Trabzon ท
เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงด้านสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นติดกับหน้าผา ทำให้ดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของภูเขา แนบเนียนกันไปเลยครับ
เชื่อว่าอารามแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในราวคริสต์ศตวรรษที่ 4 โดยนักบวชชาวเอเธนส์สองรูป
บรรยากาศด้านในอาราม ซึ่งมีส่วนขอโบสถ์คริสต์ ห้องเรียน ห้องครัว ห้องพัก ห้องสมุด
ที่นี่สร้าง-โดนถล่ม-สร้าง-แตก มาเรื่อย ๆ ตั้งแต่สมัยอารยธรรมกรีกโบราณ
ผ่านไบแซนไทน์ จนถึงจักรวรรดิ์เทรบิซอน (ใช่ครับ ต่อมาเป็นชื่อเมืองแทรบซอน) และออตโตมัน
เมื่อปี 2015 เริ่มมีปัญหาก้อนหินถล่มบ่อย จึงต้องปิดบูรณะไปหลายปี และเสร็จสิ้นเมื่อปี 2019
จะเห็นว่ามีตาข่ายกันหินหล่นใส่ ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ปีนขึ้นไปดูเสมอ ว่าแต่ มองมาสิบนาทีแล้ว ไม่เห็นพี่จะขยับอะไรเลย
… อ๋อ เป็นหุ่นนี่เอง
มองจากในส่วนที่เค้าเรียกว่าเป็นห้องเรียน วิวดีมาก ถ้าเราไปนั่งเรียนคงหลับจนเลิกเรียน 5555
สร็จแล้วก็ได้เวลาไปที่อื่นกันต่อ โดยเราสามารถขึ้น shuttle bus เดิมได้ โดยโชว์ตั๋วขามา
ข้อเสียคือ ต้องรอคนเต็ม ถึงจะออก แต่เราก็ยอมเซฟแรงขาเหมือนเดิม
แวะถ่ายรูปก่อนกลับ
ก่อนขึ้นรถ มีจุดให้ชมวิวอารามจากด้านนอก ถือเป็นมุมไฮไลท์ของที่นี่เช่นกัน แต่ต้องเดินไปริมหน้าผาอีกด้าน
เลี้ยวตรงทางเข้าเลยครับ (ทางเข้าจะมี 2 ทางแยก ทางนึงไป sumela ตัวหลัก อีกทางจะไปซากโบสถ์เก่า ซึ่งชมวิวได้ครับ)
ระหว่างที่รถขับลงมา
เหลือบไปเห็นขณะนั่งบนรถพอดี จึงรีบหยิบกล้องมากด ถ้าวันไหนเมฆหนาก็บังมุมนี้จนมิด ถ้าแดดออกจะสะท้อนแสงสวยมากทีเดียว
สำหรับขากลับ เราก็ขับรถกลับเข้าเมืองเหมือนเดิมครับ แต่แพลนเปลี่ยนเล็กน้อย เดิมเราจะไปจุดชมวิวเมือง trabzon + Ataturk Mansion
แต่ แน่นอนครับ เพลินจนเลท เลยต้องตัดไปสักอย่าง บวกกับคำนวณเวลาแล้วเราไปไม่ทันก่อน atuturk mansion ปิด เลยจบที่จุดชมวิวครับ
ขากลับมีคู่รักชาวเยอรมันที่ พวกนางบอกว่านั่งรถบัสมาลงกลางทาง ละเดินเท้ามาต่อที่ sumela (????) ขอติดรถกลับด้วย + ช่วยค่าน้ำมัน
ก็เลย โอเค ก็ได้ 5555 พวกนางบอกว่าไม่กล้าขับรถที่ตุรกีเลย น่ากลัวมาก ถามว่าทำไมเรากล้าเช่าขับ คำตอบคือ อ๋อ บ้านเราก็แบบนี้แหละ 55555
ช่วงบ่ายเรากลับเข้าเมืองมาที่ Boztepe Hill ณ จุดนี้สามารถเห็นได้เกือบทั้งเมืองเลยครับ รวมถึงมัสยิดประจำเมืองที่เพิ่งสร้างด้วย
อย่างที่บอกว่าริมชายฝั่งทะเลดำมักมีภูเขา/หน้าผาด้วย
แต่ความสุดยอดคือพี่แกก็สร้างบ้าน สร้างถนนทับไปเลยนี่แหละ (สังเกตด้านซ้ายว่ามีการสร้างทางยกระดับไปตามเขา)
มองจากด้านล่างละแอบนึกถึงฉงชิ่งหน่อยๆ
ที่นั่งคล้านสเตเดียม ไว้เวลามีงานแสดงต่าง ๆ มองจากยอดเขาครับ
การจราจรแสนวุ่นวายในเมือง พูดสั้น ๆ ว่าหาดขับรถในไทยหงุดหงิดแล้ว ที่นี่อาจหงุดหงิดกว่า สภาพพพพพพพ
ดูภูมิประเทศกันชัด ๆ อีกที ถนนเหมือนมีชั้น 1 ชั้น 2 5555
จ๊ะเอ๋ ทำไมมายึดรถซะแล้วล่ะ
จากจุดชมวิว เราเดินไปตามสวน Boztepe เรื่อย ๆ
ด้านล่างมีทางเดินชมวิวสาย ๆ เหมือนกัน แต่โซนนั้นไม่ฟรี
พวกเราเลยยืนถ่ายแค่ตรงนี้พอ มีป้ายเมืองแทรบซอนกับวิวข้างหลัง ก็สวยแล้ว ฮาาา ๆ
สโลแกนคือ En mutlu şehir แปลว่า เมืองที่มีความสุขที่สุด (จริงหรอ ไม่รู้เหมือนกันครับ)
ถ้าโชคดี ก็สามารถเห็นเครื่องบินขึ้นลงได้จากตรงนี้ครับ
มัสยิดประจำเมือง
แล้วตัวนี้ยึดรถเราเลยหรอ
เสร็จแล้วก็ได้เวลาบ๊ายบายหนุ่มสาวชาวเยอรมัน แยกย้ายกันตรงนี้
ส่วนเรา จะไปเดินเล่นหาของกินใน downtown ที่นี้มีถนนให้เดินก็คือ ถนนคารามานมาราช (Kahramanmaraş Cd.) ครับ
โดยเราขับรถไปจอดที่ Trapark ละแวกนั้นเลยครับ ชั่วโมงละ 40 ลีร่า
จริงๆแล้วที่ตุรกี เรื่องรถรา นอกจากจะขับมารยาทแย่พอๆกับบ้านแล้ว
เรื่องการจอดรถก็ไม่ได้ต่างกันมาก จะมีลานจอดรถคิดตังกระจายไปทั่วเมืองครับ
ในกูเกิ้ล สามารถวางแผนโดยการหาคำว่า "Otopark" ได้เลยครับ ส่วนใหญ่คิดรายชั่วโมง
หลังจากจอดรถ เราได้เดินผ่านรูปปั้น Mustafa Atatürk ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกีในปัจจุบัน
ฤดูหนาวแบบนี้ ฟ้ามืดตั้งแต่ยังไม่ห้าโมงเย็นครับ
บรรยากาศถนนคนเดินก็คล้าย ๆ กับ Rize แต่ใหญ่กว่า คนพลุกพล่านมากกว่า
เย็นนี้เราเลือกกินเป็น Lahmacun, Pide ก็คือพิซซาตุรกีนั่นเอง
ระหว่างขับรถกลับโรงแรมก็เจอกับ วัฒนธรรมล้อล้น!!!
แล้วก็ได้เวลาเดินทางกลับ โดยเราจะนั่งเครื่องบินจาก Trabzon ไปที่ Istanbul โดยสายการบิน AJet (หรือ AnadoluJet)
ซึ่งเที่ยวนี้ใช้ A320-200 มาในคราบของ Turkish Airlines (พนักงานและบริการอื่น ๆ เป็นของ Ajet ครับ)
ระหว่างทางบินกลับ ซึ่งผ่านที่ราบสูงอนาโตเลีย ภูมิประเทศก็จะประมาณนี้
อิสตันบูล (ฝั่งเอเชีย) ก่อนเครื่องลงที่สนามบิน Sabiha Gökçen
สำหรับตุรกีแบบใหม่แบบแปลก ก็จบลงเพียงเท่านี้
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามกันทุกกระทู้นะครับ กระทู้หน้าจะพาไปแปลกที่ไหนอีก รอชมกันนะครับ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น