Stablecoin จะมาแทน Visa ได้จริงไหม?
หลายหลายคนก็คงจะกังวลมาทั้งอาทิตย์เดี๋ยววันนี้ผมจะสรุปแบบเข้าใจง่ายง่ายให้แล้วกันนะครับ เพราะส่วนตัวตัวเองก็ถือหุ้นนี้เยอะพอสมควร
เป็นเพียงแง่มุมหนึ่งเท่านั้นนะครับไม่ได้แปลว่าความคิดเห็นผมถูกไปซะทั้งหมดนะครับผมอาจจะตกหล่นในข้อมูลอื่นไปเชิงลึกก็ได้อันนี้เราต้องพิจารณาทั้งแง่บวกแง่ลบก่อนจะตัดสินใจอยู่เสมอนะครับ
ในมุมผม — มันอาจไม่ใช่ “การมาแทน” แต่คือ “การเปลี่ยนวิธี settlement หลังบ้าน” มากกว่า
ตอนนี้ Visa เองเริ่มรองรับ USDC บางประเทศแล้ว โดยร่วมกับ Circle → ถ้า Stablecoin โตบน rails ที่ Visa สร้างไว้ → Visa ก็ยังเก็บค่าผ่านทางได้เหมือนเดิม
แต่ถ้าวันหนึ่ง Amazon หรือ Walmart ออกเหรียญเอง แล้วปิดระบบจ่ายในแอปแบบ closed-loop จริง ๆ อันนี้ Visa อาจเสีย volume ไปบางส่วน ซึ่งประเมินคร่าว ๆ จาก 10-K อาจกระทบ ~2–4% ของรายได้ (ประมาณ $700–1,400M จาก $35.9B)
อย่างไรก็ตาม
Visa ยังมีรายได้จากค่าธรรมเนียม cross-border, data, issuer network และมี moat ทางกฎหมาย + โครงสร้างธนาคาร ที่เหรียญใหม่ต้องพึ่งพา
ถ้า stablecoin บูมขึ้นจริง Visa อาจไม่ใช่ผู้แพ้ แต่กลายเป็น สะพานเชื่อมโลกเก่า–ใหม่ ที่เก็บค่าด่านได้ทั้งสองฝั่ง
📌 ผมเชื่อว่า Visa วางแผนเรื่องนี้มาหลายปีแล้ว ไม่ใช่บริษัทที่จะถูก disrupt โดยไม่ทันตั้งตัวง่าย ๆ
แต่ถ้าใครกังวล ก็ถือสัดส่วนเบา ๆ รอความชัดเจนจากฝั่งสภาสหรัฐฯ ที่กำลังพิจารณากฎหมาย (Genuis Act) เรื่องนี้ก็ได้ครับ
อย่ามองแค่เหรียญใหม่ มองว่าใครเก็บค่าผ่านทาน
ลอง Simulation เล่นๆ
🔹 Base Case – Stablecoin โต แต่ผ่าน VisaNet → Visa ยังเก็บ toll ได้
🔹 Bull Case – Visa กลายเป็น infra ของ on-chain finance → รายได้ใหม่
🔹 Bear Case – ผู้ค้าปลีกใหญ่ปิดวงจร (closed-loop) → Visa เสีย volume & multiple หด
เป็นเพียงมุมมองส่วนตัวนะครับไม่ได้ชี้นำการลงทุนหรือทำให้กลัวแต่อย่างใด ผมก็ไม่ได้อยากมองในแง่ดีเกินไปหรือแง่ร้ายจนแพนิค เดี๋ยวเราจะเสียโอกาสการลงทุนเหมือนตอนที่จอฟ้า 6 ชั่วโมงของ CRWD ยังไงก็อย่างที่ผมบอกครับถ้ากังวลหรือไม่สบายใจเราอย่าถือหุ้นนั้นเด็ดขาดครับอย่าเชื่อในสิ่งที่ผมพิมพ์ให้มองในข้อมูลหลายหลายแง่มุมเพื่อประกอบการพิจารณาอยู่เสมอนะครับ
Stablecoin จะมาแทน Visa ได้จริงไหม?
หลายหลายคนก็คงจะกังวลมาทั้งอาทิตย์เดี๋ยววันนี้ผมจะสรุปแบบเข้าใจง่ายง่ายให้แล้วกันนะครับ เพราะส่วนตัวตัวเองก็ถือหุ้นนี้เยอะพอสมควร
เป็นเพียงแง่มุมหนึ่งเท่านั้นนะครับไม่ได้แปลว่าความคิดเห็นผมถูกไปซะทั้งหมดนะครับผมอาจจะตกหล่นในข้อมูลอื่นไปเชิงลึกก็ได้อันนี้เราต้องพิจารณาทั้งแง่บวกแง่ลบก่อนจะตัดสินใจอยู่เสมอนะครับ
ในมุมผม — มันอาจไม่ใช่ “การมาแทน” แต่คือ “การเปลี่ยนวิธี settlement หลังบ้าน” มากกว่า
ตอนนี้ Visa เองเริ่มรองรับ USDC บางประเทศแล้ว โดยร่วมกับ Circle → ถ้า Stablecoin โตบน rails ที่ Visa สร้างไว้ → Visa ก็ยังเก็บค่าผ่านทางได้เหมือนเดิม
แต่ถ้าวันหนึ่ง Amazon หรือ Walmart ออกเหรียญเอง แล้วปิดระบบจ่ายในแอปแบบ closed-loop จริง ๆ อันนี้ Visa อาจเสีย volume ไปบางส่วน ซึ่งประเมินคร่าว ๆ จาก 10-K อาจกระทบ ~2–4% ของรายได้ (ประมาณ $700–1,400M จาก $35.9B)
อย่างไรก็ตาม
Visa ยังมีรายได้จากค่าธรรมเนียม cross-border, data, issuer network และมี moat ทางกฎหมาย + โครงสร้างธนาคาร ที่เหรียญใหม่ต้องพึ่งพา
ถ้า stablecoin บูมขึ้นจริง Visa อาจไม่ใช่ผู้แพ้ แต่กลายเป็น สะพานเชื่อมโลกเก่า–ใหม่ ที่เก็บค่าด่านได้ทั้งสองฝั่ง
📌 ผมเชื่อว่า Visa วางแผนเรื่องนี้มาหลายปีแล้ว ไม่ใช่บริษัทที่จะถูก disrupt โดยไม่ทันตั้งตัวง่าย ๆ
แต่ถ้าใครกังวล ก็ถือสัดส่วนเบา ๆ รอความชัดเจนจากฝั่งสภาสหรัฐฯ ที่กำลังพิจารณากฎหมาย (Genuis Act) เรื่องนี้ก็ได้ครับ
อย่ามองแค่เหรียญใหม่ มองว่าใครเก็บค่าผ่านทาน
ลอง Simulation เล่นๆ
🔹 Base Case – Stablecoin โต แต่ผ่าน VisaNet → Visa ยังเก็บ toll ได้
🔹 Bull Case – Visa กลายเป็น infra ของ on-chain finance → รายได้ใหม่
🔹 Bear Case – ผู้ค้าปลีกใหญ่ปิดวงจร (closed-loop) → Visa เสีย volume & multiple หด
เป็นเพียงมุมมองส่วนตัวนะครับไม่ได้ชี้นำการลงทุนหรือทำให้กลัวแต่อย่างใด ผมก็ไม่ได้อยากมองในแง่ดีเกินไปหรือแง่ร้ายจนแพนิค เดี๋ยวเราจะเสียโอกาสการลงทุนเหมือนตอนที่จอฟ้า 6 ชั่วโมงของ CRWD ยังไงก็อย่างที่ผมบอกครับถ้ากังวลหรือไม่สบายใจเราอย่าถือหุ้นนั้นเด็ดขาดครับอย่าเชื่อในสิ่งที่ผมพิมพ์ให้มองในข้อมูลหลายหลายแง่มุมเพื่อประกอบการพิจารณาอยู่เสมอนะครับ