JJNY : 5in1 สส.ปชน.แฉคอนโดทหาร│ไทยหล่นอยู่อันดับที่ 30│ผู้เลี้ยงโคนมจี้แก้ปัญหา│กัมพูชาตัดกระแสไฟฟ้าเอง│ฮุน เซน เย้ย

สส.ปชน. แฉคอนโดทหาร สูง 28 ชั้น ผุดกลางชุมชน ผิดกฎกระทรวง ชาวบ้านค้าน แต่ EIA ผ่าน.
https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_9808280
.
.
สส.ปชน. แฉคอนโดทหาร สูง 28 ชั้น ผุดกลางชุมชนประชาชื่น ผิดกฎกระทรวง สร้างได้ยังไง ชาวบ้านค้านตลอด แต่ EIA ผ่าน ระหว่างสร้างทำบ้านร้าว ฝุ่นฟุ้ง ไม่รับผิดชอบ
.
วันที่ 17 มิ.ย. 2568 น.ส.ภัสริน รามวงศ์ หรือกานต์ สส.เขตบางซื่อ ดุสิต พรรคประชาชน(ปชน.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงการสร้างคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ สูง 28 ชั้น จำนวน 2 อาคาร รวมประมาณ 644 ยูนิต ของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ติดกับทางพิเศษศรีรัช บริเวณซอยประชานุกูล 30 (ซอยสายสิน) ถนนประชาชื่น แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ ใกล้กับ รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น
.
โดยระบุว่า
.
3 ประเด็นหลักของมหากาพย์ #คอนโดทหารยักษ์ แยกประชานุกูล ที่กระทบประชาชนโดยรอบมากว่าครึ่งทศวรรษ
.
คำถามสำคัญ ทำไมรายงาน EIA ถึงผ่าน ทั้งที่ชาวบ้านคัดค้านและลักษณะของอาคารก็ดูเหมือนจะผิดกฎหมายควบคุมอาคารอย่างชัดเจน?
ตามคำฟ้อง ระบุว่าที่ดินที่ใช้ก่อสร้างอาคารไม่เหมาะสม และผิด พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 เนื่องจากโครงการนี้เข้าข่ายเป็นอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ซึ่งตามกฎกระทรวงฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 50 (พ.ศ. 2540) ออกตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ข้อ 2 วรรคสอง
.
กำหนดให้อาคารขนาดใหญ่พิเศษต้องมีทางสาธารณะเข้าสู่ที่ตั้งโครงการที่มีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า 18 เมตร และที่ดินที่ติดถนนสาธารณะต้องกว้างไม่น้อยกว่า 12 เมตรเพื่อให้รถดับเพลิงเข้าออกได้สะดวก
.
แต่คอนโดทหารยักษ์ แยกประชานุกูล มีทางเข้าทางซอยประชาชื่น 30 (ซอยสายสิน) ซึ่งมีเขตทางกว้างเพียง 12 เมตร ทำให้อาคารนี้ไม่ชอบด้วยกฎกระทรวง
.
แม้ข้อเท็จจริงจะชัดเจนเช่นนี้ แต่รายงาน EIA กลับผ่านได้ ชาวบ้านได้คัดค้านและท้วงติงเรื่อง EIA มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาทั้งหมดที่เปรียบได้กับการ “ติดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก” หมายความว่าคณะกรรมการที่เห็นชอบอาจไม่พิจารณาข้อเท็จจริงให้รอบด้าน
.
ศาลปกครองกลางก็มีความเห็นสอดคล้องกันว่า คชก. ที่เห็นชอบรายงาน EIA ควรพิจารณาข้อเท็จจริงให้รอบด้าน ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะข้อมูลที่ผู้ทำรายงานเสนอมาให้พิจารณาเท่านั้น จึงถือว่าการอนุมัติดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย
.
ประเด็นเรื่องการจราจรและการเข้าออกในซอยหมู่บ้านชวนชื่น บางซื่อ ที่เป็นทางตันและมีทางเข้าออกทางเดียว ย่อมส่งผลกระทบอย่างมาก โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการเข้าออกของรถดับเพลิงที่ไม่สามารถรับประกันความสะดวกได้ เนื่องจากพื้นที่คับแคบและรถเบียดกัน
.
ปากซอยประชาชื่น 30 ซึ่งเป็นทางเข้าออก มีลักษณะเป็นซอยเฉียง ไม่เหมาะสมสำหรับรถขนาดใหญ่ และยังติดกับแยกประชานุกูลที่ขึ้นชื่อเรื่องรถติดนรกแตก
.
นอกจากนี้ ในกรมของสำนักปลัดกระทรวงกลาโหมก็มีรถบัสทหารเข้าออกจากตัวโครงการ ซึ่งแต่ละครั้งจะกีดขวางถนนประชาชื่น และเจ้าหน้าที่ รปภ. ของกรมต้องออกไปกั้นถนน และเคยมีอุบัติเหตุรถบัสเฉี่ยวชนด้วย
.
ความเดือดร้อนต่อชุมชนที่ไม่มีใครรับผิดชอบ
.
การก่อสร้างโครงการในพื้นที่ชุมชนแห่งนี้ได้สร้างผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างรอบด้านและรุนแรง ผู้พักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านชวนชื่น กล่าวว่า บ้านนี้เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ อายุ 40 กว่าปี มีบ้านเรือนประมาณเกือบ 500 หลังคาเรือน คนส่วนใหญ่ที่พักอาศัยก็จะเป็นคนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เส้นทางสัญจรมีทางเดียวและต้องใช้รวมกันกับหลายหน่วยงาน ทั้ง รพ. และผู้พักอาศัยของสำนักปลัดกลาโหม
.
จากเดิมที่พักอาศัยของสำนักปลัดกลาโหมมีอยู่ 300 ห้อง แต่จะมาเพิ่มเป็น 644 ห้อง มีกำลังพล 3,000 คนย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่ มีรถบัสเข้า-ออกรับส่ง 40 คัน เมื่อฝนตกลงมาน้ำก็จะท่วมหนักกว่าเดิม รถก็จะติดเพิ่ม คนแก่จะต้องไปหาหมอก็จะได้รับความเดือดร้อน
.
การขนส่งวัสดุด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่ ทำให้การจราจรในชุมชนและบริเวณทางเข้าออกโรงพยาบาลติดขัดอย่างหนัก แม้กระทั่งรถฉุกเฉินก็ต้องติดอยู่หลังกรวยจราจรที่ถูกย้ายเปิดทางให้รถปูนเข้าออกตามอำเภอใจ ทำให้คนมาใช้บริการ รพ. จำนวนมากอาจไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้ทันเวลา
.
ชุมชนหมู่บ้านชวนชื่นต้องทนรับเสียงดังและแรงสั่นสะเทือนจากการตอกเสาเข็มจนบ้านแตกร้าว เสา ผนัง ฝ้า พื้นเสียหายซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่มีมาตรการเยียวยาที่เป็นรูปธรรม ฝุ่นละออง กลิ่นเหม็นจากเครื่องจักรและน้ำเสีย ปนเปื้อนในอากาศและทางน้ำของชุมชน ส่งผลให้เกิดโรคทางเดินหายใจ กระทบเด็กและผู้สูงอายุซ้ำซาก
.
ขณะที่ปัญหาน้ำท่วมขังยิ่งเลวร้ายกว่าเดิม เพราะการก่อสร้างไปขวางทางระบายน้ำเดิมที่แออัดอยู่แล้ว ทำให้ปัญหาน้ำท่วมขังรุนแรงขึ้นกว่าเดิม
.
เมื่อโครงการแล้วเสร็จ บ้านเรือนกว่า 40 หลังจะถูกเงาตึกบังแดดเกือบตลอดวัน ส่งผลต่อการใช้ชีวิตและการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ของหลายครัวเรือน กลายเป็นภาระค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ทั้งหมดนี้ ชาวบ้านกลับต้องรับผลกระทบเพียงฝ่ายเดียว
.
และทุกครั้งที่เจรจา ชาวบ้านจะบอกว่า พวกเขาไม่เคยไว้ใจหน่วยงานใด ถูกเอาเปรียบมาตลอด หมู่บ้านต้องทำทุกอย่างด้วยงบและกำลังของหมู่บ้านมาโดยตลอด ไม่มีหน่วยงานใดมาช่วย หรือช่วยก็ช่วยน้อยมาก ไม่เคารพพื้นที่และผู้คนที่อยู่มาก่อน
.
ช่องโหว่กฎหมายขนาดใหญ่ที่ต้องสังคายนาทั้งหมด
.
ในขณะที่ประชาชนหรือภาคเอกชนทุกคนต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร มาตรา 21 ที่กำหนดให้ต้องขออนุญาตเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนการก่อสร้าง แต่กลับมีกฎกระทรวงอีกชุดหนึ่งที่ยกเว้นขั้นตอนการขออนุญาตให้กับหน่วยงานราชการ โดย “กฎกระทรวงว่าด้วยการยกเว้น ผ่อนผัน หรือกำหนดเงื่อนไขในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ. 2550” ข้อ 2 ได้ระบุให้อาคารบางประเภทของหน่วยงานรัฐ
.
ได้แก่ อาคารของกระทรวง ทบวง กรม ที่ใช้ในราชการหรือใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ อาคารของราชการส่วนท้องถิ่น อาคารขององค์การของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย และโบราณสถาน วัดวาอาราม หรืออาคารต่างๆ ที่ใช้เพื่อการศาสนา ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขออนุญาตตามมาตรา 21, 32, 33 และ 34
.
นี่คือจุดที่ต้องตั้งคำถามว่าการที่อาคารของหน่วยงานราชการไม่ต้องขออนุญาตก่อสร้างนั้น เป็นการลดกลไกการควบคุม และเปิดช่องให้หน่วยงานรัฐสามารถก่อสร้างตามอำเภอใจได้หรือไม่
.
ที่สำคัญคือการที่หน่วยงานรัฐไม่ต้องขอใบอนุญาต ทำให้เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น การแก้ไขให้ถูกต้องต้องใช้เวลานานและมีการฟ้องร้องกันในศาล ซึ่งในกรณีตึกประชานุกูลนี้ แม้ประชาชนจะคัดค้านตั้งแต่โครงการยังไม่เริ่มก่อสร้าง แต่คดีความก็ยังไม่สิ้นสุด ขณะที่งบประมาณได้ถูกจ่ายไปแล้ว และผลกระทบ รวมถึงความเสียหายก็เกิดขึ้นแล้ว
.
ปัญหาเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เราเคยเห็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับอาคารของราชการที่มีปัญหาหลายครั้ง เช่น ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ถล่มลงมา หรืออาคารรัฐสภาที่ก่อสร้างโดยที่ที่จอดรถไม่เพียงพอ ไม่ตรงกับข้อบัญญัติ กทม. ว่าด้วยที่จอดรถ ทำให้เกิดปัญหาหน่วยงานที่มาประชุมต้องไปจอดรถริมถนน กีดขวางทางเข้าบ้านเรือนประชาชน
.
การที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ช่วยตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนที่อาคารจะสร้างเสร็จ อาจช่วยป้องกันไม่ให้ปัญหาเล็กๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่โตที่ต้องไปฟ้องร้องในศาลและมีเรื่องงบประมาณ sunk cost เข้ามาพัวพัน
.
ปัญหาเหล่านี้เกิดจากข้อบกพร่องตั้งแต่การออกแบบ การจัดซื้อจัดจ้าง และผู้รับเหมา แต่ไม่มีใครสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ เพราะกฎหมายเปิดช่องว่างไว้อย่างโจ่งแจ้ง ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร การขออนุญาตก่อสร้าง หรือกฎหมายผังเมือง ล้วนมีข้อยกเว้นให้หน่วยงานรัฐไม่ต้องขออนุญาต
.
ปัญหาช่องว่างทางกฎหมายที่ให้อภิสิทธิ์หน่วยงานรัฐนั้น “ต้องสังคายนาทั้งหมด” นี่ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะรายโครงการ แต่เป็นปัญหาเชิงระบบ ซึ่งเป็นช่องว่างในกฎหมายหลายฉบับที่เปิดทางให้หน่วยงานรัฐใช้สิทธิพิเศษในการก่อสร้างหรือดำเนินโครงการโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนที่ประชาชนทั่วไปหรือภาคเอกชนต้องปฏิบัติตาม ถือเป็นกฎหมายที่ให้อภิสิทธิ์รัฐในการหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบ
.
ทำไมคนธรรมดาต้องทำตามขั้นตอนทุกอย่าง แต่หน่วยงานรัฐกลับมีสิทธิพิเศษเหนือกฎระเบียบที่ตัวเองออกไว้? แล้วประชาชนจะมั่นใจได้อย่างไรว่าทุกโครงการของรัฐโปร่งใส ปลอดภัย และไม่กระทบชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม? สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าระบบกฎหมายทั้งหมดต้องถูกทบทวนใหม่หมดอย่างจริงจัง เพื่อให้กฎหมายอยู่ภายใต้หลักความเสมอภาค และไม่มีใคร แม้แต่รัฐเอง ที่จะอยู่เหนือการตรวจสอบได้
.
https://www.facebook.com/PatsarinOfficial/posts/pfbid02E8fYbp6hCtJjGwwEBwJhcWb6XrZuCKkZhyXPnpkZgUD8n4AoSprmUknJqccKPLb2l
.

.
ไทยหล่นอยู่อันดับที่ 30 ขีดความสามารถแข่งขันโลกปี 68
.
IMD จัดอันดับขีดความสามารถแข่งขันโลกปี 68 ไทยหล่น 5 อันดับ ลงมาอยู่อันดับที่ 30
.
สถาบันการพัฒนาการจัดการนานาชาติ หรือ IMD จากสวิตเซอร์แลนด์ ได้เปิดเผยรายงานขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกประจำปี 2568 ผลปรากฏว่า ไทยอยู่ที่อันดับ 30 ในปีนี้ จากทั้งหมด 69 ประเทศ/ดินแดน ในการสำรวจลดลง 5 อันดับจากปีก่อนหน้า
.
ทั้งนี้ IMD ได้นำปัจจัย 4 ประการมาคำนวณเป็นคะแนนได้แก่ สมรรถนะทางเศรษฐกิจ ประสิทธิภาพภาครัฐ ประสิทธิภาพภาคธุรกิจ และโครงสร้างพื้นฐาน โดยไทยได้คะแนนลดลงในทุกด้าน
.
ด้านสมรรถนะทางเศรษฐกิจ ไทยอยู่ในอันดับ 8 ลดลงจากอันดับที่ 5 ในปีที่แล้ว, ด้านประสิทธิภาพของภาครัฐ ไทยอยู่ที่อันดับ 32 ลดลงจากอันดับที่ 24 ในปีที่แล้ว, ด้านประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ ไทยอยู่ที่อันดับ 24 ลดลงจากอันดับที่ 20 ในปีที่แล้ว และด้านโครงสร้างพื้นฐาน ไทยอยู่ที่อันดับ 47 ลดลงจากอันดับที่ 43 ในปีที่แล้ว
.
สำหรับประเทศที่อยู่ในอันดับ 1-10 ในการจัดอันดับนี้ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ สิงคโปร์ ฮ่องกง เดนมาร์ก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไต้หวัน ไอร์แลนด์ สวีเดน กาตาร์ และเนเธอร์แลนด์
.

.
ผู้เลี้ยงโคนมขอนแก่นจี้นายกฯแก้ปัญหา อ.ส.ค.ค้างจ่ายค่านมดิบ 90 ล้าน นานกว่า 2 เดือน
.
ผู้เลี้ยงโคนมขอนแก่นจี้นายกฯแก้ปัญหา อ.ส.ค.ค้างจ่ายเงิน 90 ล้าน นานกว่า 2 เดือน อ้างขายนมไม่ได้-ค้างสต๊อกกว่า 2,000 ตัน ลั่นเกษตรกรจะอดตายกันหมดแล้ว
.
วันที่ 17 มิ.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านคำแคน ต.ดงเมืองแอม อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ภายหลังจากได้รับการร้องเรียนจาก นางปานระพี บัวทอง อายุ 52 ปี รองประธานสหกรณ์โคนม อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น พร้อมด้วยน.ส.ลำไพ อุตรชัย และนางอัมพร สมาชิกสหกรณ์โคนม อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ภายหลังจากที่องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย หรือ อ.ส.ค. ค้างจ่ายค่าน้ำนมดิบของสมาชิกที่มีกว่า 300 คน รวมมูลค่ากว่า 90 ล้านบาท ส่งผลกระทบโดยตรงกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม พร้อมกับเรียกร้องให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เร่งเข้ามาแก้ปัญหา เพราะเกษตรกรโคนมทั่วประเทศจะตายกันหมดแล้ว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่