เรื่องย่อ
"The Dark Knight" เป็นภาพยนตร์แนวซูเปอร์ฮีโร่ อาชญากรรม แอ็คชั่น ที่ออกฉายในปี 2008 กำกับโดย Christopher Nolan และเป็นภาคต่อของ "Batman Begins" (2005) ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่ดีที่สุดตลอดกาล ภาพยนตร์เรื่องนี้ดำดิ่งสู่โลกที่มืดมนและซับซ้อนของเมือง Gotham City ที่กำลังเผชิญหน้ากับความโกลาหลครั้งใหม่
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ
Batman/Bruce Wayne (Christian Bale) ร่วมมือกับผู้บังคับการ
James Gordon (Gary Oldman) และอัยการเขตคนใหม่ผู้เปี่ยมอุดมคติ
Harvey Dent (Aaron Eckhart) เพื่อปราบปรามอาชญากรรมในเมือง Gotham ที่ดูเหมือนจะเข้าสู่ยุคแห่งความหวัง อย่างไรก็ตาม ความสงบสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อมีอาชญากรปริศนาผู้บ้าคลั่งที่เรียกตัวเองว่า
The Joker (Heath Ledger) ปรากฏตัวขึ้น เขาไม่ต้องการเงินทองหรืออำนาจ แต่ต้องการเพียงแค่สร้างความโกลาหลและความสิ้นหวังในเมือง Gotham ด้วยวิธีการที่คาดเดาไม่ได้และไร้เหตุผล
The Joker เริ่มต้นสร้างความปั่นป่วนและท้าทาย Batman ด้วยเกมจิตวิทยาอันบิดเบี้ยว เขาลากทุกคนเข้ามาสู่ความวุ่นวาย ไม่ว่าจะเป็นพลเมือง ตำรวจ นักการเมือง หรือแม้กระทั่งคนที่ Batman รักที่สุด เพื่อพิสูจน์ว่าทุกคนสามารถถูกทำให้แตกสลายและเผยด้านมืดออกมาได้ การปรากฏตัวของ The Joker ทำให้ Batman ต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบที่ยากที่สุด ทั้งในด้านร่างกาย จิตใจ และหลักศีลธรรมของเขาเอง ภาพยนตร์สำรวจประเด็นของความเป็นฮีโร่ ความยุติธรรม ความชั่วร้าย และความหมายของการเป็นผู้พิทักษ์ที่ต้องแบกรับภาระแห่งความมืดมิดเพื่อปกป้องแสงสว่าง
ความรู้สึกหลังรับชม
"The Dark Knight" ไม่ได้เป็นแค่ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ทั่วไป แต่เป็นภาพยนตร์อาชญากรรมที่ลึกซึ้งและเข้มข้นที่บังเอิญมีซูเปอร์ฮีโร่เป็นตัวเอก
การกำกับของ Christopher Nolan นั้นยอดเยี่ยมมาก เขาทำให้เมือง Gotham มีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยบรรยากาศที่มืดหม่นและกดดัน ฉากแอ็คชั่นมีความสมจริงและน่าตื่นเต้น และจังหวะการเล่าเรื่องก็กระชับและน่าติดตามตลอด 2 ชั่วโมงครึ่ง
จุดเด่นที่สำคัญที่สุดและเป็นที่พูดถึงมากที่สุดคือ
การแสดงของ Heath Ledger ในบท The Joker เขาได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับบทบาทตัวร้ายในภาพยนตร์ Ledger สวมบทบาท The Joker ได้อย่างน่าทึ่ง น่ากลัว บ้าคลั่ง และมีเสน่ห์ในแบบฉบับของตัวเอง ทุกฉากที่เขาปรากฏตัวจะดึงดูดความสนใจของผู้ชมอย่างไม่อาจละสายตาได้ การแสดงของเขาทำให้ The Joker กลายเป็นสัญลักษณ์ของความวุ่นวายและความไร้ซึ่งเหตุผล ซึ่งส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อ Batman และเมือง Gotham สมควรแล้วที่เขาได้รับรางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมหลังมรณกรรม
Christian Bale ในบท Batman/Bruce Wayne ก็ยังคงทำได้ดี เขาสามารถถ่ายทอดความขัดแย้งภายในจิตใจของ Bruce Wayne ผู้ต้องสวมบทบาท Batman เพื่อต่อสู้กับอาชญากรรม ในขณะที่ต้องเผชิญกับความท้าทายจาก Joker ที่พยายามผลักดันเขาให้ก้าวข้ามขีดจำกัด Aaron Eckhart ในบท Harvey Dent/Two-Face ก็แสดงได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน ทำให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของตัวละครจาก "อัศวินขาว" ผู้ผดุงความยุติธรรมไปสู่ตัวร้ายผู้มืดมิด
ภาพยนตร์ยังสำรวจธีมที่ลึกซึ้ง เช่น
ความดีและความชั่ว ความเป็นระเบียบและความวุ่นวาย ทำให้ผู้ชมได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับหลักศีลธรรมและนิยามของ "ฮีโร่" ในโลกที่ไม่ได้มีแต่ขาวกับดำ
คะแนน IMDb และ Rotten Tomatoes ปัจจุบัน
IMDb: 9.0/10 (เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่มีคะแนนสูงสุดตลอดกาลบน IMDb)
Rotten Tomatoes: คะแนนจากนักวิจารณ์ 94% , คะแนนจากผู้ชม 94%
สรุป
"The Dark Knight" คือภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ ทรงพลัง และปฏิวัติวงการภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ ด้วยการกำกับที่เฉียบคมของ
Christopher Nolan บทบาท The Joker อันน่าจดจำของ
Heath Ledger และการสำรวจประเด็นที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับความดี ความชั่ว และความยุติธรรม ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่หนังซูเปอร์ฮีโร่ แต่เป็นมหากาพย์อาชญากรรมที่น่าติดตามและชวนให้ขบคิด ด้วยคะแนนวิจารณ์และคะแนนจากผู้ชมที่สูงลิ่ว "The Dark Knight" คือภาพยนตร์ที่คอหนังไม่ว่าจะเป็นแนวไหนก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง และยังคงเป็นหนึ่งในมาตรฐานที่ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่นๆ ต้องพยายามไปให้ถึง
The Dark Knight: อัศวินรัตติกาล ผู้พิทักษ์แห่งความมืดและหายนะที่มาพร้อมกับความวุ่นวาย
เรื่องย่อ
"The Dark Knight" เป็นภาพยนตร์แนวซูเปอร์ฮีโร่ อาชญากรรม แอ็คชั่น ที่ออกฉายในปี 2008 กำกับโดย Christopher Nolan และเป็นภาคต่อของ "Batman Begins" (2005) ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่ดีที่สุดตลอดกาล ภาพยนตร์เรื่องนี้ดำดิ่งสู่โลกที่มืดมนและซับซ้อนของเมือง Gotham City ที่กำลังเผชิญหน้ากับความโกลาหลครั้งใหม่
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ Batman/Bruce Wayne (Christian Bale) ร่วมมือกับผู้บังคับการ James Gordon (Gary Oldman) และอัยการเขตคนใหม่ผู้เปี่ยมอุดมคติ Harvey Dent (Aaron Eckhart) เพื่อปราบปรามอาชญากรรมในเมือง Gotham ที่ดูเหมือนจะเข้าสู่ยุคแห่งความหวัง อย่างไรก็ตาม ความสงบสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อมีอาชญากรปริศนาผู้บ้าคลั่งที่เรียกตัวเองว่า The Joker (Heath Ledger) ปรากฏตัวขึ้น เขาไม่ต้องการเงินทองหรืออำนาจ แต่ต้องการเพียงแค่สร้างความโกลาหลและความสิ้นหวังในเมือง Gotham ด้วยวิธีการที่คาดเดาไม่ได้และไร้เหตุผล
The Joker เริ่มต้นสร้างความปั่นป่วนและท้าทาย Batman ด้วยเกมจิตวิทยาอันบิดเบี้ยว เขาลากทุกคนเข้ามาสู่ความวุ่นวาย ไม่ว่าจะเป็นพลเมือง ตำรวจ นักการเมือง หรือแม้กระทั่งคนที่ Batman รักที่สุด เพื่อพิสูจน์ว่าทุกคนสามารถถูกทำให้แตกสลายและเผยด้านมืดออกมาได้ การปรากฏตัวของ The Joker ทำให้ Batman ต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบที่ยากที่สุด ทั้งในด้านร่างกาย จิตใจ และหลักศีลธรรมของเขาเอง ภาพยนตร์สำรวจประเด็นของความเป็นฮีโร่ ความยุติธรรม ความชั่วร้าย และความหมายของการเป็นผู้พิทักษ์ที่ต้องแบกรับภาระแห่งความมืดมิดเพื่อปกป้องแสงสว่าง
ความรู้สึกหลังรับชม
"The Dark Knight" ไม่ได้เป็นแค่ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ทั่วไป แต่เป็นภาพยนตร์อาชญากรรมที่ลึกซึ้งและเข้มข้นที่บังเอิญมีซูเปอร์ฮีโร่เป็นตัวเอก การกำกับของ Christopher Nolan นั้นยอดเยี่ยมมาก เขาทำให้เมือง Gotham มีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยบรรยากาศที่มืดหม่นและกดดัน ฉากแอ็คชั่นมีความสมจริงและน่าตื่นเต้น และจังหวะการเล่าเรื่องก็กระชับและน่าติดตามตลอด 2 ชั่วโมงครึ่ง
จุดเด่นที่สำคัญที่สุดและเป็นที่พูดถึงมากที่สุดคือ การแสดงของ Heath Ledger ในบท The Joker เขาได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับบทบาทตัวร้ายในภาพยนตร์ Ledger สวมบทบาท The Joker ได้อย่างน่าทึ่ง น่ากลัว บ้าคลั่ง และมีเสน่ห์ในแบบฉบับของตัวเอง ทุกฉากที่เขาปรากฏตัวจะดึงดูดความสนใจของผู้ชมอย่างไม่อาจละสายตาได้ การแสดงของเขาทำให้ The Joker กลายเป็นสัญลักษณ์ของความวุ่นวายและความไร้ซึ่งเหตุผล ซึ่งส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อ Batman และเมือง Gotham สมควรแล้วที่เขาได้รับรางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมหลังมรณกรรม
Christian Bale ในบท Batman/Bruce Wayne ก็ยังคงทำได้ดี เขาสามารถถ่ายทอดความขัดแย้งภายในจิตใจของ Bruce Wayne ผู้ต้องสวมบทบาท Batman เพื่อต่อสู้กับอาชญากรรม ในขณะที่ต้องเผชิญกับความท้าทายจาก Joker ที่พยายามผลักดันเขาให้ก้าวข้ามขีดจำกัด Aaron Eckhart ในบท Harvey Dent/Two-Face ก็แสดงได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน ทำให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของตัวละครจาก "อัศวินขาว" ผู้ผดุงความยุติธรรมไปสู่ตัวร้ายผู้มืดมิด
ภาพยนตร์ยังสำรวจธีมที่ลึกซึ้ง เช่น ความดีและความชั่ว ความเป็นระเบียบและความวุ่นวาย ทำให้ผู้ชมได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับหลักศีลธรรมและนิยามของ "ฮีโร่" ในโลกที่ไม่ได้มีแต่ขาวกับดำ
คะแนน IMDb และ Rotten Tomatoes ปัจจุบัน
IMDb: 9.0/10 (เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่มีคะแนนสูงสุดตลอดกาลบน IMDb)
Rotten Tomatoes: คะแนนจากนักวิจารณ์ 94% , คะแนนจากผู้ชม 94%
สรุป
"The Dark Knight" คือภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ ทรงพลัง และปฏิวัติวงการภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ ด้วยการกำกับที่เฉียบคมของ Christopher Nolan บทบาท The Joker อันน่าจดจำของ Heath Ledger และการสำรวจประเด็นที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับความดี ความชั่ว และความยุติธรรม ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่หนังซูเปอร์ฮีโร่ แต่เป็นมหากาพย์อาชญากรรมที่น่าติดตามและชวนให้ขบคิด ด้วยคะแนนวิจารณ์และคะแนนจากผู้ชมที่สูงลิ่ว "The Dark Knight" คือภาพยนตร์ที่คอหนังไม่ว่าจะเป็นแนวไหนก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง และยังคงเป็นหนึ่งในมาตรฐานที่ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่นๆ ต้องพยายามไปให้ถึง