The Missing Picture (หรือในชื่อฝรั่งเศสว่า L'Image manquante)
เป็นภาพยนตร์สารคดีจำลองความโหดร้ายของเขมรแดงในช่วงที่มีอำนาจปกครองกัมพูชาระหว่างปี 2518 และ 2522
ภายใต้การนำของพอล พต ที่เข้ามายึดครองกรุงพนมเปญ ..นำเสนอในรูปแบบของหุ่นจำลองดินเหนียว
ที่ประดิษฐ์โดยประติมากรชื่อ Sarith Mang กำกับและเขียนบทโดย Rithy Panh
Rithy Panh (ฤทธี ปานห์) ซึ่งเป็นผู้กำกับเรื่องนี้เกิดในปี 1964 และเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่กัมพูชา
ช่วงเวลานั้นเขาอายุได้ 11 ปี Panh ได้อพยพมายังประเทศไทย ก่อนเดินทางต่อไปฝรั่งเศส
และลงทะเบียนเรียนด้านภาพยนตร์ ซึ่งผลงานของเขาชิ้นนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับเขมรแดงในช่วงที่ปกครองประเทศ
...การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และผลกระทบต่อกัมพูชาในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่
การสูญเสียเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม รวมถึงการพยายามใช้จิตวิทยาในการปกครองคนของบรรดาผู้นำเขมรแดง
ที่ต้องการให้การศึกษาใหม่แก่ชาวกัมพูชาใหม่ทั้งหมด โดยอ้างว่าจะเป็นการชำระล้างพวกเขาให้บริสุทธิ์ภายใต้การปฏิวัติสังคมนิยม
ปานห์ สูญเสียสมาชิกในครอบครัวหลายคน รวมถึงพ่อแม่ พี่น้องและหลานชายของเขา
ปานห์ เผยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ "ค้นหาวัยเด็กของเขาที่ขาดหายไป"
ผ่านการถ่ายทอดช่วงเวลาอันแสนเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในบ้านเกิดของเขาเอง
ในภาพยนตร์เรื่องนี้ เขาบรรยายถึงการสูญเสียครอบครัว การลบล้างความเป็นมนุษย์ของเขมรแดง
ทั้งอัตลักษณ์ตัวคนและในทางวัฒนธรรม..พลเมืองทุกคนกลายเป็นเพียงตัวเลขและไม่มีชื่ออีกต่อไป
ชาวกัมพูชาแทบทุกคนยอมจำนนต่อระบอบในฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง ทุกคนเหนื่อยยากอดอยาก..
ซึ่งคาดกันว่ามีผู้เสียชีวิตในช่วงเวลาที่เขมรแดงครองอำนาจมากกว่า 1.5 ถึง 2 ล้านคนเลยทีเดียว (หรืออาจมากกว่านั้น)
ฤทธี ปานห์ ใช้ตุ๊กตาดินเผาเพื่อสร้างภาพที่ขาดหายไปจากวัยเด็กของเขา
ความแปลกใหม่ทางภาพของสารคดีเล่านี้ อยู่ที่การเล่าเรื่องจากมุมมองบุคคลที่หนึ่ง
ผ่านการแสดงของหุ่นดินเหนียวตัวเล็กๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวของความหิวโหย
ความกลัว การทรมาน ความตาย ความฝัน และความหวัง ในทุกๆสถานที่ที่เซ็ตเป็นฉาก
ไม่ว่าจะเป็นในป่า ในนาข้าว ในบ้านหรือในโรงเรียน ซึ่งแม้จะเป็นเพียงตุ๊กตาดินเผา
แต่แทบทุกๆใบหน้าที่เราได้เห็นนั้นสัมผัสได้ถึงความทรมาน หวาดกลัว สิ้นหวังและหดหู่อย่างแท้จริงครับ
นอกจากจะใช้ตุ๊กตาดินเผาเป็นสื่อในการนำเสนอ สารคดีเรื่องนี้ยังได้รวบรวมฟุตเทจที่หาได้ยากนำมาประกอบใช้ด้วย
ซึ่งที่บอกว่าหายากนั้นเป็นเพราะภาพยนตร์และภาพถ่ายส่วนใหญ่ก่อนปี พ.ศ. 2518 จะถูกทำลาย
กล้องเกือบทุกตัวหลังจากวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2518 ซึ่งเป็นวันที่คอมมิวนิสต์ยึดกรุงพนมเปญนั้นแทบไม่มีหลงเหลืออยู่
เนื่องจากกล้องบันทึกนั้นถูกมองว่าเป็นเครื่องมือในการโกหกและโฆษณาชวนเชื่อโดยระบอบใหม่
ภาพการเต้นรำ วันเกิด หลักฐานความเป็นมนุษย์ของสังคมกัมพูชาในช่วงเวลานั้นกว่า 95% ถูกทำให้หายไปตลอดกาล..
ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้จึงเป็นเหมือนกับการนำภาพในอดีตที่หายไปกลับมาย้อนให้เราทุกคนได้ชม
และได้ระลึกถึงช่วงเวลาอันโหดร้ายเพื่อไม่ให้เราได้ลืมเลือนมันไป....
The Missing Picture ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม
จากงานประกาศผลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 86 (ในนามของประเทศกัมพูชา)
ได้รับการฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ พ.ศ. 2556 ซึ่งได้รับรางวัลสูงสุดเช่นกัน
รวมถึงยังได้รับเสียงชื่นชมจากแทบทุกเวทีหนังทั่วโลก
หนังสะกดเราไว้ได้ทั้งเรื่อง ทุกวินาทีที่ได้รับชมมันคือความเจ็บปวดที่ฤทธี ปานห์ได้สื่อสารออกมาได้อย่างครบถ้วน
ทั้งการต้องจากลาครอบครัวอันเป็นที่รัก ความเสียใจที่ต้องจากบ้านเกิด
การที่ต้องมารับรู้ถึงความทุกข์ทรมานที่พี่น้องเพื่อนร่วมชาติต้องได้รับจากกลุ่มคนที่มีความผิดที่ผิดเพี้ยน
จนทำให้เกิดโศกนาฎกรรมครั้งที่ร้ายแรงที่สุดครั้งนึงบนโลกใบนี้...
และนี่คือภาพที่หายไป ...ไม่มีวันหวนคืน...แต่ยังชัดเจนในความทรงจำของชายชาวกัมพูชาที่ชื่อ ฤทธี ปานห์
เพราะหนังมันฝังใจ
=== ทิ้งท้ายครับ หนังที่ดีสำหรับตัวเรา แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้ดีและไม่ได้ถูกใจสำหรับใคร
ซึ่งอยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคล ภาพยนตร์ก็เหมือนอาหารล่ะครับ อยู่ที่เราเลือกที่จะอยากชิมรสชาติแบบไหนเท่านั้นเอง ===
== The Missing Picture (2013) เขมรแดง.. ภาพจำ.. ไม่เคยจาง... ==
The Missing Picture (หรือในชื่อฝรั่งเศสว่า L'Image manquante)
เป็นภาพยนตร์สารคดีจำลองความโหดร้ายของเขมรแดงในช่วงที่มีอำนาจปกครองกัมพูชาระหว่างปี 2518 และ 2522
ภายใต้การนำของพอล พต ที่เข้ามายึดครองกรุงพนมเปญ ..นำเสนอในรูปแบบของหุ่นจำลองดินเหนียว
ที่ประดิษฐ์โดยประติมากรชื่อ Sarith Mang กำกับและเขียนบทโดย Rithy Panh
Rithy Panh (ฤทธี ปานห์) ซึ่งเป็นผู้กำกับเรื่องนี้เกิดในปี 1964 และเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่กัมพูชา
ช่วงเวลานั้นเขาอายุได้ 11 ปี Panh ได้อพยพมายังประเทศไทย ก่อนเดินทางต่อไปฝรั่งเศส
และลงทะเบียนเรียนด้านภาพยนตร์ ซึ่งผลงานของเขาชิ้นนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับเขมรแดงในช่วงที่ปกครองประเทศ
...การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และผลกระทบต่อกัมพูชาในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่
การสูญเสียเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม รวมถึงการพยายามใช้จิตวิทยาในการปกครองคนของบรรดาผู้นำเขมรแดง
ที่ต้องการให้การศึกษาใหม่แก่ชาวกัมพูชาใหม่ทั้งหมด โดยอ้างว่าจะเป็นการชำระล้างพวกเขาให้บริสุทธิ์ภายใต้การปฏิวัติสังคมนิยม
ปานห์ สูญเสียสมาชิกในครอบครัวหลายคน รวมถึงพ่อแม่ พี่น้องและหลานชายของเขา
ปานห์ เผยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ "ค้นหาวัยเด็กของเขาที่ขาดหายไป"
ผ่านการถ่ายทอดช่วงเวลาอันแสนเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในบ้านเกิดของเขาเอง
ในภาพยนตร์เรื่องนี้ เขาบรรยายถึงการสูญเสียครอบครัว การลบล้างความเป็นมนุษย์ของเขมรแดง
ทั้งอัตลักษณ์ตัวคนและในทางวัฒนธรรม..พลเมืองทุกคนกลายเป็นเพียงตัวเลขและไม่มีชื่ออีกต่อไป
ชาวกัมพูชาแทบทุกคนยอมจำนนต่อระบอบในฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง ทุกคนเหนื่อยยากอดอยาก..
ซึ่งคาดกันว่ามีผู้เสียชีวิตในช่วงเวลาที่เขมรแดงครองอำนาจมากกว่า 1.5 ถึง 2 ล้านคนเลยทีเดียว (หรืออาจมากกว่านั้น)
ฤทธี ปานห์ ใช้ตุ๊กตาดินเผาเพื่อสร้างภาพที่ขาดหายไปจากวัยเด็กของเขา
ความแปลกใหม่ทางภาพของสารคดีเล่านี้ อยู่ที่การเล่าเรื่องจากมุมมองบุคคลที่หนึ่ง
ผ่านการแสดงของหุ่นดินเหนียวตัวเล็กๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวของความหิวโหย
ความกลัว การทรมาน ความตาย ความฝัน และความหวัง ในทุกๆสถานที่ที่เซ็ตเป็นฉาก
ไม่ว่าจะเป็นในป่า ในนาข้าว ในบ้านหรือในโรงเรียน ซึ่งแม้จะเป็นเพียงตุ๊กตาดินเผา
แต่แทบทุกๆใบหน้าที่เราได้เห็นนั้นสัมผัสได้ถึงความทรมาน หวาดกลัว สิ้นหวังและหดหู่อย่างแท้จริงครับ
นอกจากจะใช้ตุ๊กตาดินเผาเป็นสื่อในการนำเสนอ สารคดีเรื่องนี้ยังได้รวบรวมฟุตเทจที่หาได้ยากนำมาประกอบใช้ด้วย
ซึ่งที่บอกว่าหายากนั้นเป็นเพราะภาพยนตร์และภาพถ่ายส่วนใหญ่ก่อนปี พ.ศ. 2518 จะถูกทำลาย
กล้องเกือบทุกตัวหลังจากวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2518 ซึ่งเป็นวันที่คอมมิวนิสต์ยึดกรุงพนมเปญนั้นแทบไม่มีหลงเหลืออยู่
เนื่องจากกล้องบันทึกนั้นถูกมองว่าเป็นเครื่องมือในการโกหกและโฆษณาชวนเชื่อโดยระบอบใหม่
ภาพการเต้นรำ วันเกิด หลักฐานความเป็นมนุษย์ของสังคมกัมพูชาในช่วงเวลานั้นกว่า 95% ถูกทำให้หายไปตลอดกาล..
ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้จึงเป็นเหมือนกับการนำภาพในอดีตที่หายไปกลับมาย้อนให้เราทุกคนได้ชม
และได้ระลึกถึงช่วงเวลาอันโหดร้ายเพื่อไม่ให้เราได้ลืมเลือนมันไป....
The Missing Picture ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม
จากงานประกาศผลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 86 (ในนามของประเทศกัมพูชา)
ได้รับการฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ พ.ศ. 2556 ซึ่งได้รับรางวัลสูงสุดเช่นกัน
รวมถึงยังได้รับเสียงชื่นชมจากแทบทุกเวทีหนังทั่วโลก
หนังสะกดเราไว้ได้ทั้งเรื่อง ทุกวินาทีที่ได้รับชมมันคือความเจ็บปวดที่ฤทธี ปานห์ได้สื่อสารออกมาได้อย่างครบถ้วน
ทั้งการต้องจากลาครอบครัวอันเป็นที่รัก ความเสียใจที่ต้องจากบ้านเกิด
การที่ต้องมารับรู้ถึงความทุกข์ทรมานที่พี่น้องเพื่อนร่วมชาติต้องได้รับจากกลุ่มคนที่มีความผิดที่ผิดเพี้ยน
จนทำให้เกิดโศกนาฎกรรมครั้งที่ร้ายแรงที่สุดครั้งนึงบนโลกใบนี้...
และนี่คือภาพที่หายไป ...ไม่มีวันหวนคืน...แต่ยังชัดเจนในความทรงจำของชายชาวกัมพูชาที่ชื่อ ฤทธี ปานห์
เพราะหนังมันฝังใจ
=== ทิ้งท้ายครับ หนังที่ดีสำหรับตัวเรา แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้ดีและไม่ได้ถูกใจสำหรับใคร
ซึ่งอยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคล ภาพยนตร์ก็เหมือนอาหารล่ะครับ อยู่ที่เราเลือกที่จะอยากชิมรสชาติแบบไหนเท่านั้นเอง ===