ไทย-กัมพูชา ถ้าบานปลาย...หุ้นตัวไหนเจ็บ!

กลุ่มค้าปลีก ปกติก็แย่อยู่แล้วนะ
หรือ เกิดจากการคาดการณ์อะไรไว้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น


.
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่มีความตึงเครียดเพิ่มขึ้นจากเหตุการณ์บริเวณปราสาทตาเมือนธมและช่องบก ส่งผลให้เกิดการปะทะและความไม่แน่นอนในความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ แม้ว่าจะยังไม่ถึงขั้นการใช้กำลังทางทหาร แต่แนวโน้มของการกดดันทางเศรษฐกิจและมาตรการตอบโต้ เช่น การแบนสินค้า หรือการปิดด่านชายแดน อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
.
ในแง่ของตลาดหุ้น กลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

คือ กลุ่มเครื่องดื่ม โดยเฉพาะ CBG ซึ่งมียอดขายจากกัมพูชาประมาณ 21% ของยอดขายรวม และกำลังลงทุนสร้างโรงงานในประเทศดังกล่าว

ขณะที่ OSP ได้รับผลกระทบน้อยกว่า

กลุ่มวัสดุก่อสร้าง เช่น SCCC และ SCC ก็ได้รับผลกระทบจากรายได้และกำไรที่เกี่ยวข้องกับตลาดกัมพูชาในสัดส่วน 5–8%

นอกจากนี้ กลุ่มอื่นที่อาจได้รับผลกระทบ ได้แก่

กลุ่มมีเดีย (MAJOR),

กลุ่มค้าปลีก (CPALL, BJC, CPAXT),

กลุ่มพลังงาน (OR),

กลุ่มเกษตรและอาหาร (CPF),

กลุ่มโรงไฟฟ้า (BGRIM)

​และกลุ่มโรงพยาบาล (BDMS, BCH)

แม้ว่าสัดส่วนรายได้ในประเทศกัมพูชาจะยังไม่สูงมากนัก แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือเกิดการปิดด่าน อาจกระทบการดำเนินธุรกิจในภาพรวม
.
แม้ในระยะสั้นตลาดยังไม่มีความเคลื่อนไหวรุนแรง แต่สถานการณ์นี้ควรจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะนักลงทุนที่ถือหุ้นในกลุ่มที่มีการดำเนินงานในประเทศกัมพูชา เพื่อประเมินและวางแผนรับมือกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลต่อรายได้และแผนการลงทุนของบริษัทในระยะถัดไป

https://www.thansettakij.com/blogs/columnist/speak-every-district/629263?fbclid=IwY2xjawKws8xleHRuA2FlbQIxMQABHt1wD1EtB7NzDDG93-WJB0NniThq6XcFTrAxY6Auk2pmtfUrJuHgTsK8gFjW_aem_Cgeewo1Wqe3NiJpB3Rmurw

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่