ในเหตุการณ์เทียนอันเหมินเมื่อปี 1989 (พ.ศ. 2532) มีภาพหนึ่งที่โด่งดังไปทั่วโลกและกลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านเผด็จการ นั่นก็คือ
"The Tank Man" หรือ
"ชายผู้ยืนขวางรถถัง" ครับ
The Tank Man คือใคร?
ภาพนี้ถูกถ่ายเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 1989 หนึ่งวันหลังจากที่รัฐบาลจีนใช้กำลังปราบปรามผู้ประท้วงที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน ชายคนนี้ (ซึ่งเรายังไม่รู้ชื่อจริงของเขาจนถึงทุกวันนี้) ได้ยืนขวางขบวนรถถัง Type 59 ที่กำลังเคลื่อนที่อยู่บนถนนฉางอันในกรุงปักกิ่ง
ในภาพ เราจะเห็นเขาถือถุงช้อปปิ้งสองใบ ยืนอยู่กลางถนนแบบไม่กลัวตายเลย พยายามจะขวางไม่ให้รถถังไปต่อ รถถังคันหน้าสุดพยายามจะเลี้ยวหลบ แต่เขาก็ขยับตัวไปขวางอีก แถมยังปีนขึ้นไปบนรถถังแล้วพูดคุยกับคนในรถถังด้วยนะ สุดยอดความกล้าหาญ!
ความสำคัญของ The Tank Man
ภาพของ The Tank Man กลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านอย่างสันติ และเป็นภาพที่สะท้อนถึงความกล้าหาญของประชาชนที่ยืนหยัดต่อสู้กับอำนาจรัฐที่กดขี่
ภาพนี้ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกและทำให้คนทั้งโลกได้เห็นถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เทียนอันเหมิน รวมถึงการปราบปรามที่รุนแรงของรัฐบาลจีนด้วย
ชะตากรรมของ The Tank Man
จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีใครรู้ชะตากรรมที่แท้จริงของ The Tank Man ครับ ว่าเขาชื่ออะไร ถูกจับกุมไปแล้วเป็นยังไงต่อ หรือว่าเขารอดชีวิตมาได้และใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา
รัฐบาลจีนเองก็ไม่เคยออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเขาเลย ทำให้เรื่องราวของเขายังคงเป็นปริศนาและเป็นสัญลักษณ์ของความลึกลับและอำนาจที่มองไม่เห็นครับ
ทำไมภาพนี้ถึงทรงพลัง?
- ความกล้าหาญที่ไม่ธรรมดา: การยืนขวางรถถังด้วยมือเปล่า มันแสดงถึงความกล้าหาญที่เหนือมนุษย์จริงๆ
- การต่อต้านอย่างสันติ: แม้จะโดนปราบปรามอย่างรุนแรง แต่ชายคนนี้เลือกที่จะต่อต้านด้วยสันติวิธี ซึ่งยิ่งทำให้ภาพนี้ทรงพลัง
- สัญลักษณ์แห่งความหวัง: ภาพนี้เป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่บอกว่า แม้ในสถานการณ์ที่มืดมิดที่สุด ก็ยังมีความหวังและคนกล้าที่จะยืนหยัด
เรื่อง "The Tank Man" เนี่ย เป็นอะไรที่รัฐบาลจีนพยายามจะทำให้มัน
"ไม่มีอยู่จริง" ในประวัติศาสตร์ของตัวเองเลยครับ
พูดง่ายๆ คือ
เซ็นเซอร์และปิดกั้นข้อมูลอย่างหนักหน่วง มาตลอด
คือสิ่งที่รัฐบาลจีนทำกับภาพนี้และเหตุการณ์เทียนอันเหมินโดยรวมครับ:
1. การเซ็นเซอร์อย่างเข้มงวด:
บล็อกอินเทอร์เน็ต: เว็บไซต์, โซเชียลมีเดีย, และเสิร์ชเอนจินต่างๆ ที่ให้บริการในจีนจะถูกสั่งให้บล็อกคำค้นหา รูปภาพ หรือวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เทียนอันเหมิน รวมถึงภาพ The Tank Man ด้วย
การลบข้อมูล: ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ไม่เคยถูกบันทึกในหลักสูตรการศึกษาของจีนแผ่นดินใหญ่เลย ทำให้คนรุ่นใหม่จำนวนมากไม่รู้จักหรือไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้
การเฝ้าระวัง: ในช่วงวันครบรอบเหตุการณ์ (4 มิถุนายน) เจ้าหน้าที่รัฐจะเพิ่มการเฝ้าระวังและควบคุมอย่างเข้มงวดในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการจัดกิจกรรมรำลึกใดๆ
2. การบิดเบือนหรือปฏิเสธความจริง:
นิยามเหตุการณ์: รัฐบาลจีนมักจะนิยามเหตุการณ์เทียนอันเหมินว่าเป็น "ความวุ่นวายทางการเมือง" ที่จำเป็นต้องใช้มาตรการเพื่อควบคุมสถานการณ์ เพื่อรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพของประเทศ
ไม่เปิดเผยข้อมูลผู้เสียชีวิต: รัฐบาลจีนไม่เคยเปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้อย่างเป็นทางการ และมักจะอ้างว่าการกระทำของรัฐบาลในเวลานั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องและทำให้ประเทศพัฒนามาได้ถึงทุกวันนี้
3. การลงโทษผู้เผยแพร่ข้อมูล:
การจับกุม/ควบคุมตัว: นักเคลื่อนไหว ญาติผู้เสียชีวิต หรือผู้ที่พยายามรำลึกถึงเหตุการณ์นี้ มักจะถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว กักขังในบ้าน หรือถูก "บังคับไปเที่ยว" ในช่วงวันครบรอบ
แรงกดดันต่อบริษัทต่างชาติ: บริษัทต่างชาติที่ทำธุรกิจในจีนก็มักจะถูกกดดันให้ปฏิบัติตามนโยบายการเซ็นเซอร์ของรัฐบาลจีน เช่น กรณีที่ Microsoft Bing เคยลบผลการค้นหาภาพ The Tank Man หรือกรณีที่ Leica ถูกแบนในจีนหลังจากปล่อยโฆษณาที่อิงถึงภาพนี้
กล่าวได้ว่า รัฐบาลจีนพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะลบเหตุการณ์นี้ออกจากความทรงจำของประชาชนในประเทศ และสร้างกำแพงข้อมูลดิจิทัลที่แข็งแกร่ง เพื่อไม่ให้คนในจีนแผ่นดินใหญ่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่แตกต่างจาก narrative (เรื่องเล่า) ของรัฐบาลได้เลยครับ
ตัวอย่างการปิดกั้นข้อมูล (Censorship):
1. "Great Firewall" ของจีน:
- การบล็อกเว็บไซต์และแพลตฟอร์มต่างประเทศ: เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศ, โซเชียลมีเดีย (เช่น Facebook, Twitter, YouTube), และเสิร์ชเอนจินอย่าง Google ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์เทียนอันเหมิน จะถูกบล็อกทั้งหมดในจีนแผ่นดินใหญ่
- การกรองคำค้นหา (Keyword Filtering): ในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของจีนเอง เช่น Weibo (คล้าย Twitter) หรือ WeChat ระบบจะเซ็นเซอร์คำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้โดยอัตโนมัติ ตัวอย่างคำที่ถูกเซ็นเซอร์ เช่น
"ภาพที่ไม่เป็นพิษเป็นภัย": หากคุณลองค้นหาคำเหล่านี้ในจีน อาจจะเจอแต่ภาพของจัตุรัสเทียนอันเหมินที่สวยงาม ไม่มีผู้คนประท้วง หรือไม่มีภาพ "The Tank Man" เลย
2. การลบข้อมูลจากแพลตฟอร์ม:
หากมีการโพสต์รูปภาพ วิดีโอ หรือข้อความที่อ้างอิงถึงเหตุการณ์เทียนอันเหมินบนแพลตฟอร์มจีน เนื้อหาเหล่านั้นจะถูกลบทิ้งอย่างรวดเร็ว โดยมีระบบอัตโนมัติและเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบ
พนักงานของบริษัทเทคโนโลยีจีนที่รับผิดชอบการเซ็นเซอร์เคยออกมาเปิดเผยว่า เนื้อหาที่เกี่ยวกับการปราบปรามนองเลือดเทียนอันเหมินถูกลบหรือบล็อกด้วยระบบอัตโนมัติเกือบทั้งหมด
3. การควบคุมสื่อและการศึกษา:
สื่อในประเทศถูกห้ามไม่ให้รายงานข่าวหรือกล่าวถึงเหตุการณ์นี้ในแง่ลบ หรือในแง่ที่แตกต่างจากสิ่งที่รัฐบาลกำหนด
เหตุการณ์เทียนอันเหมินไม่ถูกบรรจุในหลักสูตรการศึกษา ทำให้คนรุ่นใหม่ในจีนแผ่นดินใหญ่จำนวนมากไม่รู้เรื่องราวนี้เลย หรือรู้เพียงเวอร์ชันที่รัฐบาลนำเสนอว่าเป็นการ "ปราบปรามความวุ่นวาย"
ตัวอย่างการลงโทษผู้เผยแพร่ข้อมูล/ผู้เกี่ยวข้อง:
- นักเคลื่อนไหว/ผู้ประท้วง: ผู้ที่เข้าร่วมการประท้วงในปี 1989 จำนวนมากถูกจับกุม คุมขัง ถูกทรมาน หรือแม้แต่ถูกประหารชีวิต โดยถูกตั้งข้อหา "ต่อต้านการปฏิวัติ" หรือ "ปลุกปั่นให้เกิดการก่อความไม่สงบ"
- ญาติผู้เสียชีวิต: กลุ่ม "มารดาเทียนอันเหมิน" (Tiananmen Mothers) ซึ่งเป็นกลุ่มญาติของผู้เสียชีวิตที่พยายามเรียกร้องความจริงและเป็นธรรม มักจะถูกเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ถูกห้ามไม่ให้ออกจากบ้าน หรือถูก "บังคับไปเที่ยว" ในช่วงวันครบรอบ
- ผู้รำลึกเหตุการณ์: แม้แต่ผู้ที่พยายามรำลึกถึงเหตุการณ์นี้อย่างสงบ เช่น การจุดเทียน หรือโพสต์ข้อความออนไลน์ ก็สามารถถูกจับกุมได้ ข้อหาที่ใช้บ่อยคือ "ยุยงปลุกปั่น" หรือ "สร้างความวุ่นวาย"
- กรณีของ
หวัง ตาน (Wang Dan) อดีตผู้นำนักศึกษาที่ติดอันดับบุคคลที่ต้องการตัวมากที่สุดคนหนึ่ง เขาถูกจำคุกหลายครั้งและถูกปล่อยตัวไปต่างประเทศภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง
- บริษัทต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับการอ้างอิงถึงเหตุการณ์เทียนอันเหมินอาจเผชิญกับการถูกคว่ำบาตรหรือแรงกดดันจากรัฐบาลจีน เช่น กรณีของบริษัทกล้อง
Leica ที่เคยทำโฆษณาที่อ้างอิงถึง The Tank Man ทำให้ถูกแบนจากช่องทางโซเชียลมีเดียของจีน
5 มิถุนายน รำลึก The Tank Man
The Tank Man คือใคร?
ภาพนี้ถูกถ่ายเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 1989 หนึ่งวันหลังจากที่รัฐบาลจีนใช้กำลังปราบปรามผู้ประท้วงที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน ชายคนนี้ (ซึ่งเรายังไม่รู้ชื่อจริงของเขาจนถึงทุกวันนี้) ได้ยืนขวางขบวนรถถัง Type 59 ที่กำลังเคลื่อนที่อยู่บนถนนฉางอันในกรุงปักกิ่ง
ในภาพ เราจะเห็นเขาถือถุงช้อปปิ้งสองใบ ยืนอยู่กลางถนนแบบไม่กลัวตายเลย พยายามจะขวางไม่ให้รถถังไปต่อ รถถังคันหน้าสุดพยายามจะเลี้ยวหลบ แต่เขาก็ขยับตัวไปขวางอีก แถมยังปีนขึ้นไปบนรถถังแล้วพูดคุยกับคนในรถถังด้วยนะ สุดยอดความกล้าหาญ!
ความสำคัญของ The Tank Man
ภาพของ The Tank Man กลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านอย่างสันติ และเป็นภาพที่สะท้อนถึงความกล้าหาญของประชาชนที่ยืนหยัดต่อสู้กับอำนาจรัฐที่กดขี่
ภาพนี้ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกและทำให้คนทั้งโลกได้เห็นถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เทียนอันเหมิน รวมถึงการปราบปรามที่รุนแรงของรัฐบาลจีนด้วย
ชะตากรรมของ The Tank Man
จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีใครรู้ชะตากรรมที่แท้จริงของ The Tank Man ครับ ว่าเขาชื่ออะไร ถูกจับกุมไปแล้วเป็นยังไงต่อ หรือว่าเขารอดชีวิตมาได้และใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา
รัฐบาลจีนเองก็ไม่เคยออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเขาเลย ทำให้เรื่องราวของเขายังคงเป็นปริศนาและเป็นสัญลักษณ์ของความลึกลับและอำนาจที่มองไม่เห็นครับ
ทำไมภาพนี้ถึงทรงพลัง?
- ความกล้าหาญที่ไม่ธรรมดา: การยืนขวางรถถังด้วยมือเปล่า มันแสดงถึงความกล้าหาญที่เหนือมนุษย์จริงๆ
- การต่อต้านอย่างสันติ: แม้จะโดนปราบปรามอย่างรุนแรง แต่ชายคนนี้เลือกที่จะต่อต้านด้วยสันติวิธี ซึ่งยิ่งทำให้ภาพนี้ทรงพลัง
- สัญลักษณ์แห่งความหวัง: ภาพนี้เป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่บอกว่า แม้ในสถานการณ์ที่มืดมิดที่สุด ก็ยังมีความหวังและคนกล้าที่จะยืนหยัด
เรื่อง "The Tank Man" เนี่ย เป็นอะไรที่รัฐบาลจีนพยายามจะทำให้มัน "ไม่มีอยู่จริง" ในประวัติศาสตร์ของตัวเองเลยครับ
พูดง่ายๆ คือ เซ็นเซอร์และปิดกั้นข้อมูลอย่างหนักหน่วง มาตลอด
คือสิ่งที่รัฐบาลจีนทำกับภาพนี้และเหตุการณ์เทียนอันเหมินโดยรวมครับ:
1. การเซ็นเซอร์อย่างเข้มงวด:
บล็อกอินเทอร์เน็ต: เว็บไซต์, โซเชียลมีเดีย, และเสิร์ชเอนจินต่างๆ ที่ให้บริการในจีนจะถูกสั่งให้บล็อกคำค้นหา รูปภาพ หรือวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เทียนอันเหมิน รวมถึงภาพ The Tank Man ด้วย
การลบข้อมูล: ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ไม่เคยถูกบันทึกในหลักสูตรการศึกษาของจีนแผ่นดินใหญ่เลย ทำให้คนรุ่นใหม่จำนวนมากไม่รู้จักหรือไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้
การเฝ้าระวัง: ในช่วงวันครบรอบเหตุการณ์ (4 มิถุนายน) เจ้าหน้าที่รัฐจะเพิ่มการเฝ้าระวังและควบคุมอย่างเข้มงวดในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการจัดกิจกรรมรำลึกใดๆ
2. การบิดเบือนหรือปฏิเสธความจริง:
นิยามเหตุการณ์: รัฐบาลจีนมักจะนิยามเหตุการณ์เทียนอันเหมินว่าเป็น "ความวุ่นวายทางการเมือง" ที่จำเป็นต้องใช้มาตรการเพื่อควบคุมสถานการณ์ เพื่อรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพของประเทศ
ไม่เปิดเผยข้อมูลผู้เสียชีวิต: รัฐบาลจีนไม่เคยเปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้อย่างเป็นทางการ และมักจะอ้างว่าการกระทำของรัฐบาลในเวลานั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องและทำให้ประเทศพัฒนามาได้ถึงทุกวันนี้
3. การลงโทษผู้เผยแพร่ข้อมูล:
การจับกุม/ควบคุมตัว: นักเคลื่อนไหว ญาติผู้เสียชีวิต หรือผู้ที่พยายามรำลึกถึงเหตุการณ์นี้ มักจะถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว กักขังในบ้าน หรือถูก "บังคับไปเที่ยว" ในช่วงวันครบรอบ
แรงกดดันต่อบริษัทต่างชาติ: บริษัทต่างชาติที่ทำธุรกิจในจีนก็มักจะถูกกดดันให้ปฏิบัติตามนโยบายการเซ็นเซอร์ของรัฐบาลจีน เช่น กรณีที่ Microsoft Bing เคยลบผลการค้นหาภาพ The Tank Man หรือกรณีที่ Leica ถูกแบนในจีนหลังจากปล่อยโฆษณาที่อิงถึงภาพนี้
กล่าวได้ว่า รัฐบาลจีนพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะลบเหตุการณ์นี้ออกจากความทรงจำของประชาชนในประเทศ และสร้างกำแพงข้อมูลดิจิทัลที่แข็งแกร่ง เพื่อไม่ให้คนในจีนแผ่นดินใหญ่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่แตกต่างจาก narrative (เรื่องเล่า) ของรัฐบาลได้เลยครับ
ตัวอย่างการปิดกั้นข้อมูล (Censorship):
1. "Great Firewall" ของจีน:
- การบล็อกเว็บไซต์และแพลตฟอร์มต่างประเทศ: เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศ, โซเชียลมีเดีย (เช่น Facebook, Twitter, YouTube), และเสิร์ชเอนจินอย่าง Google ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์เทียนอันเหมิน จะถูกบล็อกทั้งหมดในจีนแผ่นดินใหญ่
- การกรองคำค้นหา (Keyword Filtering): ในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของจีนเอง เช่น Weibo (คล้าย Twitter) หรือ WeChat ระบบจะเซ็นเซอร์คำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้โดยอัตโนมัติ ตัวอย่างคำที่ถูกเซ็นเซอร์ เช่น
"ภาพที่ไม่เป็นพิษเป็นภัย": หากคุณลองค้นหาคำเหล่านี้ในจีน อาจจะเจอแต่ภาพของจัตุรัสเทียนอันเหมินที่สวยงาม ไม่มีผู้คนประท้วง หรือไม่มีภาพ "The Tank Man" เลย
2. การลบข้อมูลจากแพลตฟอร์ม:
หากมีการโพสต์รูปภาพ วิดีโอ หรือข้อความที่อ้างอิงถึงเหตุการณ์เทียนอันเหมินบนแพลตฟอร์มจีน เนื้อหาเหล่านั้นจะถูกลบทิ้งอย่างรวดเร็ว โดยมีระบบอัตโนมัติและเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบ
พนักงานของบริษัทเทคโนโลยีจีนที่รับผิดชอบการเซ็นเซอร์เคยออกมาเปิดเผยว่า เนื้อหาที่เกี่ยวกับการปราบปรามนองเลือดเทียนอันเหมินถูกลบหรือบล็อกด้วยระบบอัตโนมัติเกือบทั้งหมด
3. การควบคุมสื่อและการศึกษา:
สื่อในประเทศถูกห้ามไม่ให้รายงานข่าวหรือกล่าวถึงเหตุการณ์นี้ในแง่ลบ หรือในแง่ที่แตกต่างจากสิ่งที่รัฐบาลกำหนด
เหตุการณ์เทียนอันเหมินไม่ถูกบรรจุในหลักสูตรการศึกษา ทำให้คนรุ่นใหม่ในจีนแผ่นดินใหญ่จำนวนมากไม่รู้เรื่องราวนี้เลย หรือรู้เพียงเวอร์ชันที่รัฐบาลนำเสนอว่าเป็นการ "ปราบปรามความวุ่นวาย"
ตัวอย่างการลงโทษผู้เผยแพร่ข้อมูล/ผู้เกี่ยวข้อง:
- นักเคลื่อนไหว/ผู้ประท้วง: ผู้ที่เข้าร่วมการประท้วงในปี 1989 จำนวนมากถูกจับกุม คุมขัง ถูกทรมาน หรือแม้แต่ถูกประหารชีวิต โดยถูกตั้งข้อหา "ต่อต้านการปฏิวัติ" หรือ "ปลุกปั่นให้เกิดการก่อความไม่สงบ"
- ญาติผู้เสียชีวิต: กลุ่ม "มารดาเทียนอันเหมิน" (Tiananmen Mothers) ซึ่งเป็นกลุ่มญาติของผู้เสียชีวิตที่พยายามเรียกร้องความจริงและเป็นธรรม มักจะถูกเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ถูกห้ามไม่ให้ออกจากบ้าน หรือถูก "บังคับไปเที่ยว" ในช่วงวันครบรอบ
- ผู้รำลึกเหตุการณ์: แม้แต่ผู้ที่พยายามรำลึกถึงเหตุการณ์นี้อย่างสงบ เช่น การจุดเทียน หรือโพสต์ข้อความออนไลน์ ก็สามารถถูกจับกุมได้ ข้อหาที่ใช้บ่อยคือ "ยุยงปลุกปั่น" หรือ "สร้างความวุ่นวาย"
- กรณีของ หวัง ตาน (Wang Dan) อดีตผู้นำนักศึกษาที่ติดอันดับบุคคลที่ต้องการตัวมากที่สุดคนหนึ่ง เขาถูกจำคุกหลายครั้งและถูกปล่อยตัวไปต่างประเทศภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง
- บริษัทต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับการอ้างอิงถึงเหตุการณ์เทียนอันเหมินอาจเผชิญกับการถูกคว่ำบาตรหรือแรงกดดันจากรัฐบาลจีน เช่น กรณีของบริษัทกล้อง Leica ที่เคยทำโฆษณาที่อ้างอิงถึง The Tank Man ทำให้ถูกแบนจากช่องทางโซเชียลมีเดียของจีน