ตอนนี้ใครเรียนมหาลัยแล้วยังเจอระบบโซตัสอยู่ไหมคะ

ส่วนตัวเราเองอยู่ปี2แล้วค่ะ ตอนเข้ามาแรกๆรุ่นพี่ในสาขาบางคนก็ดีบางคนก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ สาขาเรามีกฎ3ข้อ 1.รุ่นพี่ถูกเสมอ 2.รุ่นน้องต้องเชื่อฟังคำสั่งสอนของรุ่นพี่ 3.ถ้ารุ่นพี่ทำผิดให้ย้อนกลับไปดูกฎข้อที่1และข้อที่2

แรกๆเราก็ไม่ได้อะไรมากแต่พอเริ่มรับน้องรุ่นพี่บอกว่าเวลารุ่นน้องเจอรุ่นพี่​ต้องไหว้ตลอด และเวลาพูดหรือคุยกับรุ่นพี่ต้องมีหางเสียงตลอดต้องมี ครับ/ค่ะ ห้ามเสียงแข็ง เวลาคุยกับเพื่อนก็ห้ามมีคำหยาบ พอเราได้ฟังก็เริ่มคิดว่ามันยังมีอยู่หรอระบบนี้ การรับน้องของเรามี2ครั้ง 1.ของสาขา 2.ของคณะ
รับน้องสาขาก็คือให้เต้นให้ทำป้ายทำพรอบยินดีต้อนรับเข้าสาขา(มีรุ่นพี่มาพูดแบบขำๆว่าทำเองรับเอง)แล้วก็จะมีการซ้อมร้องเพลงประจำสาขา เพลงของแต่ละรุ่น แล้วก็บูมสาขา คณะ มหาลัย เพื่อรอรับน้องคณะอีกที
และทุกวันปี1ต้องล้างจานกรอกน้ำเก็บของในครัวให้เข้าที่ ก็เคยสงสัยว่าทำไมให้ปี1ทำ ทำไมคนกินถึงไม่ล้างเองเก็บเอง เลยถามรุ่นพี่ไป เขาตอบเราว่าก็มันเป็นหน้าที่ของปี1 เขาทำมาหลายรุ่นแล้ว(🥲)

ช่วงรับน้องของสาขายังไม่ค่อยมีอะไรมากพอมาช่วงรับน้องคณะจะมีฐานกิจกรรมของแต่ละสาขา โดยรวมจะให้ร้องเพลงและเต้นตามที่ซ้อมมา ถ้าไม่ถูกใจเขาก็จะสั่งให้เต้นใหม่อยู่แบบนั้น บทลงโทษส่วนใหญ่ก็จะให้กินอะไรแปลกๆ ในรุ่นเราบางคนก็ไม่อยากทำกิจกรรมแบบนี้ มีเพื่อนคนนึงที่ไม่เข้าก็มีรุ่นพี่ไปบอกอาจารย์ประจำสาขาว่าคนนี้ไม่เข้า อาจารย์ก็จะพูดประมาณว่า ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่มีความอดทน ทำคนอื่นเดือดร้อนไปด้วย เห็นแก่ตัว เพราะอาจารย์ก็สนันสนุนระบบโซตัสนี่แหละ รุ่นพี่บางคนไม่ได้เต็มใจทำแต่ต้องทำเพราะอาจารย์สั่งมา

หลังจากนั้นก็เปิดเรียนพอดีเราเรียนเกี่ยวกับเกษตรก็จะมีแปลงของสาขาข่วงแรกๆเขาสั่งอะไรมาเราทำหมด แต่เราเริ่มไม่โอเคตรงที่รุ่นนั่งพักอยู่ก็เข้าใจว่าเหนื่อยเขาก็นั่งปรึกษากันว่าจะทำไรต่อ แล้วพวกรุ่นพี่ผู้ชายบอกว่า"เหลือตัดไม้กับเก็บใบไม้แล้วก็ให้อาหารไก่แล้วก็เก็บไข่" แล้วรุ่นพี่ผู้หญิงก็พูดว่า "ก็ให้ปี1มันทำไปซิพวกกูเคยทำแล้ว"แล้วก็ยืนดูดพอตต่อหน้าปี1เลยค่ะ สำหรับเราถ้าให้ทำก็ทำได้แต่เขาไม่ควรพูดและทำท่าทางแบบนั้น

หลังจากนั้นก็เริ่มมีปัญหาเรื่อยๆ ถ้าพูดตามตรงผู้หญิงในสาขาเราไม่ค่อยแต่งหน้าแต่งตัวเน้นแบบแต่งสบายๆอยู่บ้านอ่ะค่ะเวลาไปแปลง แล้วรุ่นเรามีเรากับเพื่อนที่แบบแต่งหน้าทำผม(ส่วนใหญ่ก็ลอนผมค่ะ)หาเสื้อคลุมมาแมทช์กับชุดนศ.อีกที แล้วมีเพื่อนเรา
ชื่อ ข คนนึงชอบแต่งคล้ายๆแบบลูกคุณหนูแต่เราชอบนะมันดูเข้ากับเพื่อนเราเพราะแต่งออกมาแล้วดูดี แต่มีรุ่นพี่บางคนไม่พอใจ อาจารย์ก็พูดกับเราแล้วก็เพื่อนอีกคนนึง
ชื่อ อ พูดว่าเพื่อนเธอแต่งตัวแปลกๆไม่สมกับเป็นคนเลยแต่งอย่างกับลูกคุณหนูพวกเธอเรียนเกษตรนะอย่าห่วงสวย ในเชิงนี้อ่ะพวกเราเองไม่อยากปล่อยตัวเองโทรมค่ะ พวกเราจะแต่งหน้าทำผมก็ต่อเมื่อวันที่ใส่ชุดนศ.หรือวันที่ไม่ได้ไปแปลง เราแยกแยะได้ว่าไปแปลงต้องแต่งแบบไหน

ต่อมาก็เริ่มมีการพูดแซะหรือลงโน๊ตด่า ช่วงปัจฉิมรุ่นพี่ที่จบ จะมีศิษย์เก่ามาด้วย อยู่ๆเขาก็มาแล้วเรียกให้รุ่นเราไปยืนเรียงเป็นแถวตอนลึกหน้าตึกสาขา แล้วยืนว้าก ตะโกนเสียงดัง แล้วก็เรียกคุยรุ่นเราทั้งรุ่น เลยแยกออกมา แล้วเขาถามว่าไม่ถูกกับรุ่นพี่หรอ รู้มั้ยว่าสาขามีกฎว่าอะไร รุ่นพี่พวกเธอเขาตั้งกันมานานแล้ว พวกเธอควรเชื่อฟังและทำตาม(ในหัวเราคิดแค่ว่าไม่อยากอยู่สาขานี้แล้ว)(สาขาเรามีคนออกทุกปีค่ะ ปีนึงคนเข้าน้อย10กว่าคน ปัจจุบันแต่ละรุ่นเหลือแค่6-7คนต่อรุ่นค่ะที่เหลือลาออกหมด)เรากับเพื่อนคือนั่งมองหน้ากันแล้ว

เราเริ่มไม่ชอบสังคมของสาขา จนแยกออกมาใช้ชิวิตแบบเรียนเสร็จก็ไปหาอะไรทำหรือทำอะไรที่ชอบบางทีก็ไปหาเพื่อน ก็มีเพื่อนในรุ่นทักมาบอกว่ามีรุ่นพี่ไปบอกอาจารย์ว่าเราไม่เข้าสาขาไปทักทายรุ่นพี่เลย(ปกติก่อนเข้าเรียนทุกวันต้องเข้าสาขาไปสวัสดีอาจารย์กับรุ่นพี่ก่อน)ส่วนตัวเรารู้สึกว่ามันไม่ได้สำคัญขนาดนั้นเพราะส่วนใหญ่เวลาเรียนเริ่ม8:30น. ถ้าเราต้องเข้าสาขาอย่างน้อยต้องไปมอตอนก่อน8:00น.เพราะต้องเผื่อเวลาเดินไปเรียนอีกตึกอีก เลยคิดว่ามันค่อนข้างกินเวลาชิวิต แล้วก็เริ่มมีคนคุยพอดีช่วงนั้น แต่ส่วนใหญ่เรามีเพื่อนผู้ชายเยอะค่ะ หลังเลิกเรียนเราก็จะไปนอนเล่นที่ห้องสมุดหรือกลับหอเลย ถ้าเลิกเร็วก็ไปนอนเล่นห้องสมุด บางครั้งอยู่กับเพื่อนผู้ชาย ก็มีรุ่นพี่มาเห็นแล้วไปบอกอาจารย์ว่าเห็นเราอยู่กับผู้ชาย ก็มีเพื่อนทักมาบอกว่า อาจารย์พูดว่าเราติดผู้ชายจนนิสัยเสีย จนเราแบบนี่อยู่กับเพื่อนนะอาจารย์ไม่คิดจะถามตัวเองเราบ้างหรอว่าแฟนหรือเพื่อน จนเรานึกสนุก เดินกับเพื่อนผู้ชายทุกวัน(ปกติไปเป็นกลุ่มตลอดแต่พอผ่านหน้าสาขาขอเดินแค่สองคนคนละคนกับที่รุ่นพี่เคยเห็น เพราะอยากปั่นพวกรุ่นพี่)เราเลยบอกเพื่อนว่ารอดูเดี๋ยวมีรุ่นพี่ไปฟ้องอาจารย์อีก พออีกวันก็มีจริงๆ เราเรียนกับอาจารย์คนนั้นพอดีเขาก็พูดกับเราต่อหน้าเพื่อนเลยว่า อาจารย์ไม่ได้ว่าเรื่องมีแฟนนะ แต่ไม่อยากให้มีตอนปี1 เราก็ตอบแค่ ค่ะ พอเรามีแฟนก็มีเลิกเรียนไปดูแฟนซ้อมกีฬาบ้างหรือกลับหอมาทำงานบ้าง ไปหาเพื่อนบ้างพวกรุ่นพี่ก็มองจิกเราตลอดเวลาเจอ(เราไม่เข้าสาขาเลยมีเข้าแค่ตอนมีเรียนในสาขาเท่านั้น) ก็ยังเข้าใจว่าเพื่อนคือแฟนเรา จนเราคบกับแฟนได้3เดือนรุ่นพี่ก็มาเห็นแล้วไปบอกอาจารย์ว่า แฟนเราเป็นเด็กพละ ไม่ใช่คนที่เห็นประจำ ตอนที่เราเห็นรุ่นพี่เราก็ไม่ได้อะไรเพราะไม่ได้อยากปิดบังอะไรอยู่แล้ว
กลายเป็นว่าอาจารย์เรียกเราไปคุยจะให้เลิกกับแฟน เพราะว่าเป็นเด็กพละ เพราะรุ่นพี่บางคนบอกอาจารย์ว่าเด็กพละมันมั่วมันไม่คบใครจริงจังหรอก(ปัจจุบันคบมา1ปีแล้วจนถึงปัจจุบันเลย)เขาก็ว่าเราว่าติดผู้ชายระวังท้องละกัน ตั้งแต่รู้จักกับแฟนเหมือนชีวิตเราไม่ได้วนอยู่ในสาขาเพราะตอนแรกเรารู้จักแค่คนในสาขา สาขาอื่นไม่รู้จักใครเลย เพราะรุ่นพี่จะบอกตลอดว่าสาขานู้นสาขานี้ไม่ถูกกันเขาไม่ชอบสาขาเรา พอเรารู้จักแฟนก็ได้รู้จักคนเยอะขึ้นทั้งสาขาอื่นคณะอื่นด้วย เริ่มรู้จักคนเยอะ จนเพื่อนเราเรียกเราว่าสส.(😂) เหมือนเราได้เปิดโลกใหม่ได้รู้กิจกรรมคณะอื่นสาขาอื่น มันต่างกับของเรามากๆอ่ะ เพราะของเขาไม่บังคับเน้นสนุกสานสัมพันธ์ ไม่มีการกดดันหรือลงโทษ ไม่มีตะโกนใส่ จนเราสังเกตุระบบโซตัสมีแค่คณะเราบางสาขาที่ยังมีอยู่ แล้วก็เริ่มคิดว่าตอนเข้ามาเราอยากเรียนสาขานี้แต่เราเหนื่อยกับสังคมในสาขาจนเหนื่อยเราเครียดจนร้องให้โทรหาพ่อเล่าให้พ่อฟัง แต่พ่อขอไม่ให้ลาออก ขอแค่เรียนให้จบก็พอ เราเลยทนอยู่จะเรียนให้จบ

ก็ยังมีเรื่องกับรุ่นพี่ตลอดเวลาจัดกิจกรรมเราก็ไม่รู้เขาเป็นอะไรต้องใช้ลูกโป่งตลอดของตกแต่งก็ลูกโป่ง จนแบบถ้าถามว่าทำกิจกรรมได้อะไร คำตอบคือได้เป่าลูกโป่ง
อาจารย์ให้เรากับเพื่อนไปเป่าลูกโป่งกับรุ่นพี่ที่ชอบแซะเรากับเพื่อน มันมีที่สูบลูกโป่งด้วยแต่รุ่นพี่เอาไปหมด แล้วบอกว่าให้น้องมันใช้ปากเป่าไงรุ่นนี้มันเก่ง แล้วเพื่อนเรา ข เนี่ยใส่หูฟังฟังเพลงอยู่แล้วฮำทำทองเพลงอ่ะ แล้วพวกรุ่นพี่เข้าใจว่าเพื่อนเราไปว่าพวกเขาเลยไปบอกอาจารย์ ตอนนั้นพากเราก็ไม่รู้เลยนั่งเป่าลูกโป่งต่อ พักนึงพวกรุ่นพี่มาเป่าลูกโป่งต่อมีคนนึงอยู่ๆก็ตะโกะว่าใครมันว่าเพื่อนกูวะ เพื่อนกูกูว่าได้คนเดียว ตอนนั้นเรากับเพื่อนมองหน้ากันว่าแบบมันเป็นอะไรของมันแล้วพูดคือหมายถึงยังไงในห้องมีแค่เรากับเพื่อนแล้วก็พวกรุ่นพี่ แล้วเพื่อนเราก็บอกว่ากูไม่เป่าแล้วนะลงไปข้างล่างกัน  พอลงมาข้างล่างก็เจออาจารย์กับรุ่นพี่อีกกลุ่มพอดี กำลังคุยงานอยู่เขาก็ถามว่าเรากับเพื่อนลงมาทำไมเพื่อนเราก็พูดว่าหนูไม่อยากทำงานกับพวกรุ่นพี่กลุ่มนั้น อาจารย์ก็พูดว่านั่นไงว่าแล้วแล้วก็พูดกับรุ่นพี่อีกกลุ่มว่าเป็นไงนิสัยเพื่อนพวกเธอน่ะ เขาเลยให้เราไปวาดรูประบายสีกับพี่ปี2(ตอนนั้นสนิทกับพี่ปี2ที่สุดเขาก็ไม่ชอบระบบนี้แต่พอพี่เขาทำไรผิดอาจารย์ชอบโทรไปหาพ่อของพี่เขาแล้วพ่อเขาบอกว่าให้อาจารย์ลงโทษพี่เขาได้เลย แอบเห็นใจพี่เขาอยู่ อยากจะทำอะไรก็ทำไม่ได้)แต่รู้สึกดีขึ้นเยอะบรรยากาศดีกว่าตอนเป่าลูกโป่งอีก แล้วต่อมางานใหญ่งานขายของพวกรุ่นพี่จะทำของขายเกี่ยวกับเกษตรนี่แหละเขาบอกให้ปี1เรียนรู้ไว้ขายทั้งหมด13วันถ้าปี1ไปทุกวันจะทำเสื้อสาขาให้ ขอบอกก่อนว่า
สาขาเราต้องทำงานแลกเสื้อที่แบบทำงานเพื่อนได้ทำเสื้อแต่เราต้องเสียตังเองแต่ในความคิดเราตอนแรกคือทำงานแลกเสื้อคิดว่าอดทนยอมเหนื่อยแล้วเขาจะให้เสื้อแต่ไม่ใช่มันเหมือนกับเราซื้อเสื้อปกติต้องจ่ายเอง มี3ตัว 1เสื้อชมรม 2เสื้อสาขา 3เสื้อช็อป
เราได้เสื้อสาขามาตอนหลังรับน้องคณะเสร็จเสื้อสาขากับช็อปยังไม่ได้ ตอนแรกเราตั้งใจว่าจะไปช่วยพวกรุ่นพี่ขายทุกวันแต่มีวันนึงเราก็บอกเขาไปว่าตอนหลัง2ทุ่มขอไปดูการแสดงนะเพราะแฟนแสดงแล้วรุ่นพี่กลุ่มนึงก็บอกว่าได้ อีกกลุ่มก็พูดลอยๆว่ามาทำงานนะไม่ได้มาเที่ยว แล้วก็มีพี่คนนึงสะกัดขาเพื่อนเราเกือบล้ม ตอนแรกเรากับเพื่อนไม่เคยตั้งคำถามเลยว่าไปทำอะไรให้ไม่ชอบหรอหรือทำอะไรผิด จนแบบเริ่มจับสังเกตุ มันจะมีรุ่นพี่คนนึงขาวสวยหน้าเนียนมาก ส่วนใหญ่จะเรียกคนสวยประจำสาขาอ่ะ แล้วพอรุ่นเราเข้ามาเพื่อนเรามันสวยนะขาวแต่หน้าออกคมๆดุๆจนคนในสาขาเริ่มชมเพื่อนเราบางทีก็มีคนคุยขับรถมารับหน้าตึกอาจจะมีหมั่นไส้แหละ ส่วนเราที่พวกรุ่นพี่ไม่พอใจก็คงเป็นตอนที่ไม่เข้าสาขา เพื่อนอีกคนก็โดนว่าเรื่องคำพูดมันเป็นคนโผงผางเลยติดคำหยาบในรุ่นเราโอเคหมดไม่มีใครอะไรเลยมีแค่รุ่นพี่กับอาจารย์ที่ไม่โอเคแล้วชอบเรียกไปว่าด้วย
แล้วอาจารย์บอกให้เรากับเพื่อนไปขอโทษรุ่นพี่ซะ เพื่อนเราก็ถามเขาว่าทำไมต้องขอโทษพวกหนูไม่ได้ทำอะไรผิดพวกหนูก็ใช้ชีวิตของพวกหนูไม่ได้ไปทำให้เขาเดือดร้อนเลย ให้พวกหนูขอโทษเรื่องอะไร อาจารย์เลยถามพวกรุ่นพี่กลุ่มนั้นว่าเคืองอะไรไม่พอใจอะไรพวกน้องๆพูดมาตรงๆ เขาบอกว่าไม่มีอะไรนะคะ หลังจากคุยในห้องเสร็จคือพวกเราไม่ได้ขอโทษ พอออกจากห้องพวกนั้นก็มีพูดแซะๆว่าทำเป็นเก่ง

ตลอดเวลาที่อยู่ปี1ไม่มีความรู้สึกผูกพันธ์กับรุ่นพี่เลยไม่ได้สนิททุกคนรู้สคกอึดอัดมากกว่า มีครั้งนึงเราไม่สบายอยู่หอคนเดียวไม่ได้ไปเรียน พ่อเลยมารับเรากลับบ้านไม่อยากให้อยู่คนเดียวเลยขาดเรียนวันนั้นไปวันนึง แล้วอาจารย์โทรหาผู้ปกครองเราตอนนั้นอาจารย์ขอเบอร์พ่อไปแต่เราให้เบอร์พี่ไปเพราะเราเล่าเรื่องอาจารย์เป็นแบบนี้ให้พ่อกับพี่ฟังพ่อบอกให้เอาเบอร์พี่ให้ไป พี่บอกว่าอาจารย์แบบนี้กูเจอมาเยอะแล้ว(พี่เราเรียนจบแล้ว) แล้วอาจารย์โทรมาถามว่าไม่สบายจริงหรอแล้วกลับบ้านจริงมั้ย พี่เราก็บอกว่าจริงพึ่งกลับถึงบ้าน แล้วอาจารย์ก็พูดว่าจะปกติเสาร์อาทิตย์ต้องมาสาขาเพราะต้องรดน้ำต้นไม้จะขอเอาเราไปทำกิจกรรมเสาร์อาทิตย์ได้มั้ยเพราะอยู่หอ พี่เราก็พูดว่าจะไม่ให้ลูกเขากลับบ้านหน่อยหรอ หลังจากนั้นเราก็วืดหลับไปเลยตื่นมาเลยถามพี่ว่าเขาพูดอะไรอีก พี่บอกแค่ว่าเสาร์อาทิตย์เขาจะให้ไปสาขา แล้วคนอื่นไม่มีใครไปดูหรอเด็กในสาขาไม่ได้มีคนเดียวนิ (เราเป็นเด็กต่างจังหวัดบ้านเราอีกคนละจังหวัดกับที่เรียน)

ตอนนี้กำลังจะเป็นพี่ปี2 ล่าสุดเขาจัดกิจกรรมรับน้องสาขาทั้งๆที่ปกติไม่เคยจัดก่อนเปิดเทอม แต่รอบนี้จัดก่อนเปิดเทอมอาทิตย์นึงคือเขาจะให้รุ่นเราไปสาขา1อาทิตย์ แต่เราเห็นตารางแล้วมันติดตรงที่ปี1มีกิจกรรมรับน้องของมหาลัยพอดีแต่ไม่รู้ว่าอาจารย์รู้รึป่าว พวกศิษย์เก่าชอบพูดว่ารุ่นเรามันดื้อไม่ฟังเดี๋ยวรุ่นน้องก็เป็นแบบที่มันทำ คือแบบถ้าเขาให้ปีเราเป็นคนจัดรับน้องเราไม่อยากให้น้องมาเจอแบบที่เราเจอเลย อยากเน้นกิจกรรมสนุกๆมากกว่าที่ไม่มีการลงโทษ เน้นทำความรู้จักไม่เอาความเป็นพี่กดน้อง แต่คงยากเพราะทั้งสาขารวมถึงอาจารย์สนับสนุนระบบโซตัส

คำสอนที่พวกรุ่นพี่สอนตลอดคือ มาก่อนเป็นพี่มาทีหลังเป็นน้อง รุ่นพี่ถูกเสมอ รุ่นพี่เขาทำมาดี เจอรุ่นพี่ทุกครั้งต้องไหว้
เรื่องไหว้สำหรับเราคนมันจะไหว้มันก็ไหว้อ่ะไม่ต้องบังคับหรือคนมันน่าเคารพก็ควรได้รับการเคารพเช่น ไหว้ แต่บางคนไม่ได้ทำตัวน่าเคารพเลยจะไหว้ไปทำไม เขาไม่ใช่ผู้มีพระคุณด้วยซ้ำ ไม่เคยช่วยเรื่องอะไรเลยเรื่องเรียนก็ไม่ได้ช่วยทุกวันเอาแต่พูดแซะทำไรเองไม่ได้ก็ไปบอกอาจารย์ให้เขามาด่ามาว่าให้
ใครเคยเจอระบบโซตัสมาเล่าได้ค่ะ หรือใครมีวิธีแนะนำเอาตัวรอดจากคนพวกนี้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่