JJNY : ของแพงจนคนไม่กล้าใช้เงิน│เท้งจี้ถามรบ.เป็นมืออาชีพแล้วหรือยัง│พรรณิการ์แนะหาจุดสมดุล อย่านิ่งรับ│ทั่วไทยยังมีฝน

รายรับหมื่นห้า รายจ่ายหมื่นเก้า ของแพงจนคนไม่กล้าใช้เงิน
https://www.pptvhd36.com/wealth/trick-trend/249869
.
.
ค่าครองชีพสูงกว่ารายได้ กดดันการใช้จ่ายทุกทาง ฉุดคนขายของ ค้าปลีกทำให้ยอดขายร่วงตามไปด้วยเพราะคนระวังการใช้จ่าย ไม่กล้าใช้เงิน โดยรายได้เดือนชนเดือน ของแพงสวนทางรายรับ ค่าครองชีพสูง กดดันการใช้จ่ายผู้บริโภค ไปจนถึงยอดขายของลดลง หลายคนบ่น  ยอมแพ้ ปิดกิจการ ไม่ขยายสาขา
.
ตามข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทย เรื่อง ค่าครองชีพสูง กดดันการใช้จ่ายผู้บริโภค แม้ว่าเงินเฟ้อจะมีแนวโน้มต่ำลง เดือนเมษายน 2568 ติดลบ 0.22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว
คอนเทนต์แนะนำ
.
และมีแนวโน้มต่ำลงในเดือน พ.ค. เป็นเดือนที่ 2 แต่ฝั่งรายได้และค่าใช้จ่ายครัวเรือนเพิ่มขึ้น  เมื่อรายรับเท่าเดิม รายจ่ายเพิ่ม ของแพงขึ้นในความรู้สึกของคน ก็ทำให้ไม่อยากใช้เงิน สะท้อนออกมาในรูปแบบของยอดขายค้าปลีก สินค้าอุปโภค บริโภค ชะลอ ท่ามกลางค่าครองชีพสูงทำให้คนยังคงระวังการใช้จ่าย
ยอดขายค้าปลีกไตรมาส 1 ปีนี้ อยู่ที่ 4% โตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว แต่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าทั้งปี 2568 นี้ยอดขายโตชะลอลงจากปีก่อน โดยมูลค่ารวมๆ อยู่ที่ 4.25 ล้านล้านบาท คิดเป็น 23% ของ  GDP อัตราการขยายตัวอยู่ที่ 3% ชะลอลงจากปี 2567 ที่โต 3.8% 
ขณะที่รายได้และค่าใช้จ่ายครัวเรือนเพิ่มขึ้น ปี 2567 เฉลี่ยรายรับต่อเดือนอยู่ที่ 15,901 บาท/เดือน ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 19,319 ต่อเดือน เป็นค่าเฉลี่ยรวมๆ ทั้งปี 2567 
.
อะไรกดดันยอขายและการขยายสาขาใหม่ ก็วนกลับไปที่คำตอบเดิม คือ 
• กำลังซื้อคนในประเทศไม่ฟื้น นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง
• การแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะแพลตฟอร์มออนไลน์ คู่แข่งขายออนไลน์จากต่างประเทศ 
• และต้นทุนธุรกิจสูงขึ้น
ถ้ามาดูแบบเจาะลึกลงไปเลยเป็นรายเดือน ถึงการสำรวจค่าใช้จ่ายของครัวเรือน เดือนเมษายน 2568 จากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โดยค่าใช้จ่ายของครัวเรือนนั้นตามข้อมูล พบว่า ค่าใช้จ่ายของครัวเรือน มียอดเฉลี่ย 20,982 บาท ประมาณ 61%  เป็นรายจ่ายในหมวดอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยกตัวอย่างค่าใช้จ่ายที่มีสัดส่วนมากที่สุด 3 อันดันดับแรก คือ
.
• อันดับแรก เป็นค่าใช้จ่ายจากค่าเช่าบ้าน ค่าวัสดุก่อสร้าง ค่าไฟฟ้า ค่าแก๊สหุงต้ม เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน รวมสัดส่วน 24.54% หรือยอดเงินรวม 5,150 บาท
• ค่าโดยสารสาธารณะ ค่าซื้อยานพาหนะ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าบริการโทรศัพท์มือถือ รวมสัดส่วน ยอดเงินรวม 4,646 บาท 
• ค่าอาหารสำเร็จรูป ข้าวราดแกง อาหารตามสั่ง เดลิเวอรี่ อยู่ที่ประมาณ 3,479 บาท
• ค่าแพทย์ ค่ายา และค่าบริการส่วนบุคค ยอดเงิน 1,337 บาท
• นอกนั้น เป็น ค่าหนังสือ ค่าเล่าเรียน ค่าเสื้อผ้า รองเท้า อยู่ในหลัก 400-800 บาท 
• เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ และสัตว์น้ำ  1,553 บาท ผักและผลไม้ 1,012 บาท ส่วนพวกข้าว ไข่ นม เครื่องปรุงอาหาร ต่างๆ อยู่ที่ราวๆ ร้อยกว่าบาท- 700 กว่าบาท
ซึ่งหากเทียบข้อมูลการใช้จ่ายของครัวเรือนในเดือนเมษายน ปี 2567 พบว่า เฉลี่ยอยู่ที่ 18,187 บาท สูงกว่าเดือนเดียวกันปีก่อน 2,795 บาท หรือประมาณ 15.36%
.

.
เท้ง จี้ถาม รัฐบาล เป็นมืออาชีพแล้วหรือยัง สถานการณ์ความขัดแย้ง ไทย-กัมพูชา ยกระดับขึ้นต่อเนื่อง
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_9787400
.
“เท้ง” จี้ถาม รัฐบาล เป็นมืออาชีพแล้วหรือยัง สถานการณ์ความขัดแย้ง ไทย-กัมพูชา ยกระดับขึ้นต่อเนื่อง ชี้ “ทักษิณ” บอกใช้สายสัมพันธ์ส่วนตัวเคลียร์ได้ เหมือนราดน้ำมันบนกองไฟ ผู้นำเขมรเมินภาพลักษณ์เกี้ยเซี้ย แสดงท่าทีแข็งกร้าวนำเรื่องขึ้นศาลโลก ส่วน ผู้นำไทย ท่าทีเงียบเฉยมากเกินไป
.
2 มิ.ย. 68 – นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ตนติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้วยความกังวลเป็นอย่างยิ่ง
.
โดยในหลายเดือนที่ผ่านมา สถานการณ์ยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องขอชื่นชมทหารที่ประจำการณ์อยู่ในพื้นที่ ที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมืออาชีพ อดทนอดกลั้นต่อการยั่วยุ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มุ่งมั่นที่จะรักษาบูรณภาพของดินแดนไทยไว้อย่างเต็มที่ ในตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
.
ตนเองมั่นใจว่า หากสถานการณ์ยกระดับขึ้นจนกลายเป็นการปะทะด้วยการใช้อาวุธ ศักยภาพของกองทัพไทย สามารถปกป้องอธิปไตยของชาติได้อย่างแน่นอน แต่ไม่มีสงครามใดที่มีการสูญเสียฝั่งเดียว ดังนั้น เราจึงไม่ควรสูญเสียเลือดเนื้อชีวิตของทหารและประชาชนคนไทยแม้แต่คนเดียว ในความขัดแย้ง ที่เราสามารถควบคุมป้องกันได้ตั้งแต่แรก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากการทำงานของรัฐบาลไทย
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า แม้จะมีการแถลงจากกระทรวงการต่างประเทศแล้ว ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่รัฐบาลของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กลับมีท่าทีเงียบเฉยมากเกินไป และดูเหมือนจะประเมินสถานการณ์ต่ำกว่าความเป็นจริง มิหนำซ้ำ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บิดาของนายกฯ กลับสื่อสารในลักษณะว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไร เพราะสามารถใช้สายสัมพันธ์ส่วนตัวในการเคลียร์กับผู้นำกัมพูชาได้
.
คำพูดของ คุณทักษิณ เท่ากับราดน้ำมันบนกองไฟ เพราะผู้นำกัมพูชา ไม่ต้องการมีภาพลักษณ์ว่าเกี้ยเซี้ยกับผู้นำไทย จึงยิ่งแสดงท่าทีเด็ดขาดแข็งกร้าว สอดรับกระแสชาตินิยมกัมพูชา โดยเฉพาะการนำเรื่องขึ้นศาลโลก” นายณัฐพงษ์กล่าว
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ที่สำคัญกว่านั้น บูรณภาพของดินแดนเป็นผลประโยชน์สำคัญยิ่งของชาติ คุณทักษิณ และรัฐบาลแพทองธาร ต้องหยุดวิธีคิดการเอาผลประโยชน์ชาติ ไปเสี่ยงบนการทูตส่วนบุคคลของคุณทักษิณ ซึ่งก็ล้มเหลวมาแล้วครั้งหนึ่ง ในกรณีเจรจากำแพงภาษีทรัมป์
.
ตนเชื่อว่า กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานมีควาเป็นมืออาชีพมากเพียงพอในการแก้ไขปัญหาระดับรัฐต่อรัฐ หน่วยงานต่อหน่วยงาน บนช่องทางการทูตปกติ ซึ่งจะเชื่อได้ว่าเป็นไปบนพื้นฐานผลประโยชน์ของชาติที่แท้จริง ไม่ใช่การเอาผลประโยชน์ต่อรองแลกเปลี่ยนกันในทางลับ
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า เมื่อกัมพูชารุกหนักทางด้านการทหารและการทูต มาตรการที่รัฐบาลไทยสามารถตอบโต้ได้มีหลากหลายวิธี เช่น การเรียกทูตกัมพูชามาพูดคุยหรือประท้วง, การให้สถานทูตไทยส่งหนังสือประท้วงโดยตรงไปยังรัฐบาลกัมพูชา
.
ส่วนมาตรการทางการทหาร เช่น การซ้อมรบและการลาดตระเวนทั้งทางบก เรือ อากาศ, เมื่อถูกพาดพิงจากผู้นำกัมพูชา ทางการไทยต้องตอบโต้ และยืนยันข้อเท็จจริงอย่างทันท่วงที ไม่ปล่อยให้เกิดการนำไปปั่นกระแสในกัมพูชา ยิ่งไปกว่านั้นต้องไม่ปล่อยให้พี่น้องประชาชนคนไทยรู้สึกถูกย่ำยีเกียรติศักดิ์ศรี ซึ่งจะทำให้ความขัดแย้งลุกลามใหญ่โตขึ้นไปอีก
.
ผมพยายามคิดในแง่ดีว่ารัฐบาลไม่อยากให้ความขัดแย้งลุกลามบานปลายจึงเลือกที่จะเงียบเกินสมควร แต่สิ่งที่ท่านทำกลับได้ผลตรงกันข้าม ยิ่งรัฐบาลเฉื่อยชาต่อปัญหา ยิ่งทำให้เกิดความไม่พอใจสะสมในหมู่ประชาชนคนไทย”นายณัฐพงษ์กล่าว
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ กองทัพได้ทำหน้าที่ได้อย่างมืออาชีพและสมดุล คือมีทั้งความอดทนอดกลั้นต่อความยั่วยุ และไม่พร่องในการทำหน้าที่รักษาบูรณภาพของดินแดน ดังนั้น ขอเรียกร้องให้รัฐบาลทำหน้าที่ของตัวเองอย่างมืออาชีพเช่นกัน ไม่ใช่อดทนอดกลั้นแล้วไม่ทำอะไรเลย
ในทางตรงกันข้าม รัฐบาลต้องทำงานทั้งทางการทูต และการประสานงานด้านความมั่นคงระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งนี้บานปลายจนนำไปสู่ความสูญเสียของพี่น้องทหาร และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องประชาชน
.

.
พรรณิการ์ แนะรบ.หาจุดสมดุล อย่านิ่งรับเกมยั่วยุกัมพูชา จนคนสงสัยสายสัมพันธ์ชิน-ฮุนเซน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5211958
.
ช่อ แนะรบ.หาจุดสมดุล อย่านิ่งรับเกมยั่วยุกัมพูชา จนคนสงสัยสายสัมพันธ์ชินวัตร-ฮุนเซ็น
.
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน นางสาวพรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า โพสต์แสดงความคิดเห็นถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ความว่า
.
เรื่องกัมพูชา รัฐบาลไทยต้องหาจุดสมดุล อดทนอดกลั้นต่อการยั่วยุจากกัมพูชา แต่อย่านิ่งเกินไปจนทำให้คนสงสัยว่าสายสัมพันธ์ชินวัตร-ฮุนเซน ส่งผลต่อการตัดสินใจเรื่องผลประโยชน์ชาติอันสำคัญยิ่งหรือไม่
.
นี่คือดาบสองคมของการทูตแบบเน้นสัมพันธ์ส่วนบุคคลสไตล์คุณทักษิณ ที่ขาด accountability และ transparency โดยเฉพาะเมื่อคุณทักษิณไม่ได้เป็นนายกฯ แล้ว และไม่มีตำแหน่งใดๆ ในรัฐบาล
.
ที่สำคัญ สถานการณ์ไทย-กัมพูชา วันนี้ถือว่าหนัก แต่เรายังไม่เห็นนายกรัฐมนตรีออกมาแสดงภาวะผู้นำเลย มีเพียงพ่อของนายกรัฐมนตรี ที่ยืนยันมั่นเหมาะว่า “เคลียร์ได้ ไม่มีอะไร”
.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่