รีวิวการ์ตูนสยองขวัญเอาตัวรอด 6000 The deep sea of madness ดิ่งสยอง 6000 เมตร (ภาพโหดและสปอยส่วนสำคัญ)

รีวิวการ์ตูนสยองขวัญเอาตัวรอด 6000 The deep sea of madness ดิ่งสยอง 6000 เมตร (สปอยส่วนสำคัญ)


ชื่อเรื่อง 6000 The deep sea of madness



แนวเรื่อง สยองขวัญ , เอาตัวรอด


ผู้เขียน Koike Nokuto


ผลงานผู้เขียน 6000 , gajuu , Hotarubi no Tomoru Koro ni , Kuromachi , Maga Maga Yama , Satsuriku Morph


จำนวน 4 เล่มจบ


สถานะ จบ


+ใครที่อยากลองอ่านเอง ผมไม่แนะนำ ย้ำว่าไม่แนะนำให้อ่านพล็อตเรื่องและเนื้อเรื่องนะครับ เพราะการ์ตูนพยายามให้เราไม่แน่ใจว่าบรรยากาศในการ์ตูนเกิดจากความคิดในสมองของคนหรือเรื่องเหนือธรรมชาติกันแน่? ถ้าอ่านพล็อตเรื่องที่ผมเขียนไว้นี่ แทบจะเป็นสรุปเลยนะ ความน่ากลัวลดฮวบแน่ๆ


**พล็อตเรื่องและเนื้อเรื่อง** 


*ไม่ถึงกับสรุปเนื้อหาทั้งหมด แต่ก็สปอยส่วนสำคัญจนหมด มีส่วนที่ผมตีความเองด้วย ไม่แนะนำให้เอาไปอิงนะครับ*


(ตัวละครชื่อต่างภาษาเยอะ ผมเรียกใช้ลักษณะเด่นแทนละกัน)


เรื่องราวของ เคนโก(พระเอก)หนุ่มที่ถูกย้ายงานเข้าไปที่สถานีใต้ทะเล ที่ลึกกว่า 6000 เมตร เขารู้แค่ว่า สถานีนี้ถูกปิดไปเมื่อ 3 ปีก่อน และได้ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง 


ระหว่างทางพระเอกพบกับรุ่นพี่ที่ทำงาน ถูกขนย้ายออกมาจากสถานี เพราะเกิดอุบัติเหตุแต่เจ้านายพระเอกชื่อว่าแว่น(ไม่ได้ชื่อนี้จริงหรอก เป็นคนจีน) บอกให้พระเอกเดินต่อไป อยู่ไปก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี

การเดินทางไปที่สถานีใต้ทะเลทำได้ผ่านทางลิฟต์เท่านั้น โดยปกติแล้ว จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงและไปได้ครั้งละ 8 คนเท่านั้น



พระเอกเดินทางพร้อมกับทีมงานใหม่ รวมถึงแว่นที่ดูเหมือนจะรู้เรื่องใต้ฐานทัพนี้ดี 


หลังจากมาถึงสถานี เขาก็ได้พบกับ คุซากะเบะ (นางเอก)หญิงสาววิศวกรประจำสถานี เธอบอกว่าหนุ่มแว่นว่า สถานีนี้ยังไม่พร้อมที่จะทำงาน ยังต้องทำระบบอีกหลายอย่าง แต่แว่นไม่สนใจ บอกให้ทำงานไป


พระเอกมาถึงสถานี ก็พบกับทีมงานต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นทีมวิศวกร มีทีมแพทย์บางส่วน เพราะสถานียังไม่พร้อมทำงาน เลยยังไม่มีใครมานัก ทีมงานส่วนถึงบอกกับเขาว่า รุ่นพี่พระเอกไม่ได้เกิดอุบัติเหตุแต่ใช้เคียวเกี่ยวคอตัวเอง พยายามฆ่าตัวตาย


พระเอกที่ไม่เคยอยู่ใต้น้ำ เริ่มหลอนๆ กลัวกับบรรยากาศใต้น้ำ คุซากะเบะเองก็เริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศแปลกๆในสถานี พระเอกเล่าเรื่องรุ่นพี่ฆ่าตัวตายให้แว่นฟัง แว่นก็บอกไป ไร้สาระ ข่าวลือในที่ทำงานทั้งนั่น


หลังจากนั้น พระเอกก็ได้พบกับลุงในสถานี เล่าเรื่องเมื่อ 3 ปีก่อนที่เกิดขึ้นในสถานีให้ฟังจากรายงานของทางการ


3 ปีก่อน ทุกคนในสถานีทั้งหมด 32 คน บางส่วนหายไป ไม่มีศพใครถูกส่งกลับ ไม่มีข่าวหลุดออกไปภายนอก ในสถานีไม่มีความเสียหายอะไร นอกจากจำนวนคนตายแล้ว รายงานอย่างเป็นทางการไม่เปิดเผยอะไรเลย 

หลังจากที่คนในสถานี ได้ยินเรื่องราวของ 3 ปีก่อน คนในฐานทัพเริ่มเห็นภาพหลอน จากความมืด เห็นคนตาย มีหลายคนเห็นภาพต่างกัน แต่รูปแบบเดียวกันหมด คนในฐานทัพเริ่มเล่าสู่กันฟังจนเริ่มเป็นข่าวลือ ถึงหูของ เฮนรี่นักวิทย์หยิ่ง ที่ทำงานเป็นหัวหน้าสถานีวิจัยใต้ทะเลกว่า 20 ปี ว่านี่เรื่องปกติ คนส่วนใหญ่ไม่เคยอยู่ใต้ทะเลนานๆ ก็เริ่มเห็นภาพหลอน เป็นธรรมดา มีคนบาดเจ็บรวมกับความมืด ความไม่เคยชิน เลยหลอนๆกันไปเอง 





ในสถานี วิศวกรเริ่มจำลองสถานการณ์ การไฟดับทีละชั้นจากใต้บน แต่กลับกลายเป็นว่าไฟดับขึ้นมาจริงๆ ทั้งสถานีตกอยู่ในความมืด ระบบทุกอย่างออฟไลน์ ออกซิเจนและลิฟต์ไม่ทำงาน ตัวออกซิเจนในสถานียังมีมากพอให้ทำงานได้อีกเป็นอาทิตย์ แต่ลิฟต์ที่เป็นทางเข้าออก ทางเดียวคือทำงานไม่ได้เลย


พระเอกและนางเอก ที่กำลังงงๆหลงทางเข้าไปสถานีที่ 2 ที่ถูกปิดตัวไป เจอกับห้องเก็บของที่ถูกปิดตายไปตั้งแต่ เหตุการณ์เมื่อ 3 ปีก่อน 


เขาได้พบกับผู้รอดชีวิต อยู่ในห้องคนเดียวมา 3 ปี กินอาหารจากห้องเก็บของและเพราะในสถานีไม่มีใครมาตลอด 3 ปี เขาเลยมีอากาศหายใจผ่านช่องอากาศ แต่ก็ต้องอยู่คนเดียว ไม่ได้ออกไปไหน สภาพจิตใจย่ำแย่หนัก คิดว่าพระเอกกับนางเอกเป็นภาพหลอน พูดถึงแต่ว่า ปีศาจที่เกิดจากความสิ้นหวังและความมืด กลับคืนสู่นรกรึยัง?


ผู้รอดชีวิตชื่อว่า คิโยฮิโกะ เขาเป็นนักวิจัยสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลจากเหตุการณ์เมื่อ 3 ปีก่อน หลังถูกพบ ก็ได้หมอสาวรักษาให้แต่สภาพจิตใจไม่ดีขึ้นรวมถึงสภาพร่างกายก็ยังย้ำแย่ 


หลังจากนั้นไม่นาน พระเอก นางเอก ก็เข้าไปหาคิโยฮิโกะ บอกให้เล่าเหตุการณ์เมื่อ 3 ปีก่อนให้ฟัง


3 ปีก่อน เกิดเหตุการณ์ไฟดับหมดทั้งสถานี ห้องทุกห้องถูกปิดตาย หลังจากผ่านไปสักอาทิตย์นึง เขาก็ออกจากห้องมาได้ เขาเริ่มเดินตามหาผู้รอดชีวิต แต่ก็ไม่พบใคร เขาออกจากห้องได้ แต่ก็ออกจากพื้นที่ไม่ได้ เขาตามหาน้ำและอาหารเป็นเสบียง ก่อนจะซ่อมกล้องวงจรปิดได้ 


สิ่งที่เขาเห็นในกล้องวงจรปิด เปลี่ยนเขาไปตลอดกาล (แต่ยังไม่บอกนะ ว่าเห็นอะไร)


ในกล้องวงจรปิดเขาเห็นผู้คนกลุ่มนึง ติดอยู่ในห้องประชุม ไม่มีทางออก แต่ก็ยังรอดชีวิตมาได้ ด้วยความเชื่อ ในความมืดคนเริ่มโทษพระเจ้าที่เคยเชื่อ และหันไปเชื่อเทพเจ้าองค์ใหม่ เทพเจ้าที่จะทำให้ความมืดหายไป 


คิโยฮิโกะ ตัดจบ ตัดสิ่งที่จะเล่าออก บอกให้ทุกคนหนีไป ใต้ทะเลนี่ อยู่นอกเหนือสายตาจากพระเจ้า เขาเองก็หนี เขาขังตัวเองไว้ ถึงได้รอดมาได้


แว่นบอกกับทุกคนว่า เหตุการณ์ในสถานีมันเลวร้ายเกินไป มีคนเจ็บ คนตายมากไป สถานีไม่พร้อมจะทำงาน เขาจะเก็บของและย้ายทีมงานทุกคนออกไปให้หมด ภายในเวลา 5 วัน การเดินทางกลับใช้เวลานาน เพราะต้องใช้ลิฟต์เดินทางหลายชั่วโมงและขนคนได้ครั้งละไม่กี่คนเท่านั้น กว่าจะขนทีมงานทั้งหมดออกไป ต้องใช้เวลาถึง 5 วัน


หลังเหตุการณ์ไฟดับ ทำในลิฟต์ใช้การไม่ได้ มีระบบหลายอย่างไม่ทำงาน คนที่ไม่เคยอยู่ใต้ทะเลนานๆ เริ่มเครียด กดดันและหัวเสีย ทุกคนพูดกันว่า พวกเขาเริ่มเห็นความมืดขยับตัวได้


ทุกคนพยายามทำงานกันตามปกติ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าฝืนกันหนักมาก เฮนรี่นักวิทย์หยิ่ง เริ่มประสาทเสีย ด่าคนอื่น ต่อยหน้าพระเอก จนทุกคนต้องร่วมมือกัน ใช้ยาระงับประสาทฉีดเข้าไป ให้สงบลง 


แว่นแอบเข้าไปหา คิโยฮิโกะ ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เมื่อ 3 ปีก่อน แว่นใช้เข็มฉีดยาปิดปากคิโยฮิโกะจากเหตุการณ์เมื่อ 3 ปีก่อน ก่อนตายคิโยฮิโกะก็บอกกับแว่นว่า นายก็ไม่รอดเหมือนกันละ รู้ใช่ไหม เมื่อ 3 ปีก่อน หลังเหตุการณ์นั้นในห้องประชุม ข้างบนเรียกทหารรับจ้างมาจัดการคนทั้งหมด แต่ทหารรับจ้างก็ไม่รอดชีวิตออกไปเหมือนกัน ถ้าเบื้องบนยังไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทำไมถึงไม่มีใครรอด พวกเขาก็ไม่มีทางทำอะไรในสถานีได้หรอก


ด้านพระเอกกับเพื่อนนักคอม เข้าไปที่สถานีที่ 2 พยายามหาความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วเขาก็ได้พบกับ….ซอมบี้หรือปีศาจ ที่สวมหนังคน? โดดเข้ากัดคอที่เพื่อนนักคอม



(มันไม่ใช่ซอมบี้นะ ขยายพันธุ์ไม่ได้ ฆ่าอย่างเดียว เป็นเหมือนคนที่เนื้อหนังอยู่ในสภาพหลวมๆ เหมือนเราดึงหนังตัวเองออกแล้วใส่หนังเข้าคนอื่นเข้าไปแทน  โดยมีความมืดเป็นตัวทำให้คนขยับ ขอเรียกว่าปีศาจหนังคน)


ก่อนที่จะทำได้อะไร สถานีที่ 2 ที่กำลังเสียหายก็เกิดน้ำท่วม สถานีหลัก ตัดสินใจจะทิ้งสถานีที่ 2 ไว้ พร้อมกับพระเอก แต่พระเอกก็รอดมาได้ ด้วยการขึ้นเรือดำน้ำฉุกเฉินแล้วก็ถูกพามาที่สถานีหลัก โดยมีปีศาจติดเรือมาด้วย




แว่นที่เพิ่งฆ่าคิโยฮิโกะ เริ่มไม่มั่นใจว่าจะรอด ตอนแรกคิดว่าตัวเองผู้บริหาร คิดว่าตัวเองสำคัญ เบื้องบนคงไม่ทิ้งไว้ แต่เพราะคิโยฮิโกะ เขาเริ่มไม่มั่นใจ รีบติดต่อไปที่สถานีด้านบนผ่านช่องทางฉุกเฉิน แต่ก็ถูกตัดสายไป


แว่นใช้อภิสิทธิ์ เบ่ง บอกกับทีมงานว่าจะใช้ลิฟต์ ทีมงานเตือนก็ไม่สนใจบอกว่าลิฟต์ยังไม่พร้อม ไม่ปลอดภัย แว่นใช้ลิฟต์ขึ้นข้างบนไปคนเดียวแต่ก็ถูกหยุดฉุกเฉินไว้ เพราะแว่นใช้ลิฟต์ก่อนที่จะพร้อม ทีมงานยังไม่ทันเปลี่ยนถังออกซิเจนในลิฟต์ทำให้ออกซิเจนไม่พอ ขาดอากาศหายใจในเวลาต่อมา (สม) 


**เผื่องง เกี่ยวกับแว่น**


แว่นเป็นผู้บริหารระดับสูง ใหญ่สุดในสถานีด้านล่าง รู้เหตุการณ์เมื่อ 3 ปีก่อน(น่าจะส่วนนึง แต่รู้ไม่หมด) แว่นไม่ได้มีทักษะอะไรเกี่ยวกับใต้น้ำหรือเครื่องจักรอะไร เป็นผู้บริหารเฉยๆ เบื้องบนคงส่งมาจัดการเรื่อง 3 ปีก่อนให้เงียบสนิท แว่นก็ทำโดยการฆ่าคิโยฮิโกะ แต่คิโยฮิโกะก็บอกว่า ข้างบนส่งทหารรับจ้างมาจัดการอ่ะ รู้ไหมว่าทหารรับจ้างเองก็ตายหมดนะ ทำไมแว่นคิดว่าตัวเองจะรอด แว่นเลย เอะใจ รีบติดต่อสถานีด้านบนผ่านห้องส่วนตัว(คงเป็นช่องทางลับหรือฉุกเฉิน) แต่ก็ถูกข้างบนตัดสายทิ้ง


แว่นคิดว่า ข้างบนคงทิ้งสถานีด้านล่างและคนทั้งหมดไว้แน่ เลยใช้อภิสิทธิ์ผู้บริหาร ใช้ลิฟต์โดยไม่ฟังคนอื่นเตือน ขึ้นลิฟต์เสร็จ ลิฟต์หยุด(เบื้องบนคงสั่ง แต่ไม่มีเฉลยนะ) แต่ปัญหาไม่ใช่แค่ลิฟต์หยุด ลิฟต์นี้ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมงเพื่อไปถึงข้างบน แต่เพราะทีมงานยังไม่ได้เปลี่ยนถังออกซิเจนในลิฟต์ ทำให้หายใจได้แค่ 30 นาทีเท่านั้น ลิฟต์ถูกหยุดหรือไม่ แว่นก็ตายอยู่ดี


**จบแว่น**


สถานีด้านล่างพยายามจะช่วยแว่น แต่ก็ไม่สำเร็จ พวกเขาเริ่มมั่นใจแล้วว่า ด้านบนตัดการติดต่อและตัดการช่วยเหลือกับสถานีด้านล่าง


พระเอกฟื้นจากห้องพยาบาล เดินทางมาที่ห้องเฮนนรี่นักวิทย์พร้อมกับหมอสาว ถึงได้พบกับความจริง


ห้องนักวิทย์เต็มไปด้วย ซากศพคนมากมาย และ สัญลักษณ์ของชาวแอซเท็ก 

แก้ไขข้อความเมื่อ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
**เฉลยเหตุการณ์เมื่อ 3 ปีก่อน ต่อจากที่คิโยฮิโกะเล่า (ใครเคยดูหนัง apocalypto หรือคุ้นตำนานบ้าง น่าจะเคยได้ยิน)**

ในห้องประชุมที่มีความมืดคนเริ่มโทษพระเจ้าที่เคยเชื่อ และหันไปเชื่อเทพเจ้าองค์ใหม่ เทพเจ้าที่จะทำให้ความมืดหายไป (ต่อจากที่คิโยฮิโกะเล่า)

คนในห้องประชุมเริ่มโทษกันเอง เริ่มหลอน มีแต่ความมืดอยู่รอบตัว แต่ไม่ใช่แค่ความมืดที่อยู่รอบตัว มีเทพเจ้าแห่งความมืด เดินทางมาจากใต้ทะเลลึกด้วย




ชาวแอซเท็กเชื่อว่าการจะไล่ความมืดไปได้ ต้องสังเวยร่างมีชีวิตให้กับเทพเจ้าแห่งสุริยัน นั้นคือสิ่งที่คนในห้องประชุมทำ พวกเขาหวาดกลัวกับความมืด จนจับคนในห้องบูชายัญให้กับเทพสุริยัน

คนในห้องประชุมเริ่มฆ่ากันเอง เอาหัวใจคนเป็นจับเป็นเครื่องบูชายัญ แต่เพราะไม่มีน้ำและอาหาร ส่วนที่เหลือของคนที่ถูกบูชายัญ ก็ถูกคนในห้องกิน เพื่อเอาตัวรอด

ทีมช่วยเหลือถูกส่งเข้ามาในเวลาต่อมา แต่คนในห้องประชุมเสียสติไปหมดแล้ว พวกเขาฆ่าแม้กระทั่งทีมช่วยเหลือ

คนข้างบนเห็นเหตุการณ์ผ่านกล้องวงจรปิดเหมือนกับคิโยฮิโกะ รู้ว่าเรื่องเลยเถิดไปไกล แก้ไขอะไรไม่ได้ เลยส่งทหารรับจ้างอาวุธพร้อมมาจัดการกับคนในห้องประชุม แต่ก็ไม่ได้ผล คนในห้องประชุมถูกความมืดเข้าสิงร่างกลายเป็นเหมือนปีศาจหนังคน เข้าจู่โจมทหารรับจ้างจนตายทั้งหมด ก่อนที่ความมืดจะหายไป

**จบเหตุการณ์เมื่อ 3 ปีก่อน**

เฮนรี่เชื่อว่าตัวเองเป็นนักบวชจากเทพเจ้าแห่งสุริยัน เขาพยายามทำพิธีโดยการเอาคนในสถานี เป็นเครื่องบูชายัญ หลังจากนั้นก็ พยายามเข้าโจมตีพระเอก แต่พระเอกก็รอดมาได้ เอาอาวุธแทงคอเฮนรี่ ศพเฮนรี่นอนนิ่ง แล้วก็หายไป จมไปกับความมืดใต้พื้นสถานี

พระเอกบอกกับหมอสาวว่า เพราะเขาฆ่าเฮนรี่ที่เป็นนักบวชของเทพเจ้าสุริยันรึเปล่านะ เทพเจ้าแห่งความมืดเลยขึ้นมาจากใต้ท้องทะเล (ตรงนี้ไม่ใช่นะ พระเอกคิดเองเออเอง เป็นส่วนเนื้อเรื่องเพื่อให้หมอสาวเข้าใจผิด)

เทพเจ้าแห่งความมืด(ปีศาจขนาดยักษ์)เริ่มเดินทางเข้ามาหาพวกพระเอกเรื่อยๆ ยิ่งเข้ามาใกล้เท่าไร ปีศาจหนังคนก็ยิ่งมีมากเท่านั้น พวกพระเอกหนีเอาตัวรอดมาได้ ปิดตายทางเข้าออก แต่ก็ยังไม่มีทางหนี เลยใช้เวลาในการห้องเสบียง รวมถึงไฟฉาย เพราะพวกปีศาจแห่งความมืด กลัวแสงสว่าง ไฟฉายเลยเป็นอาวุธสำคัญ ในการต่อสู้กับพวกปีศาจ

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

ขณะที่พวกพระเอกกำลังเดินตามหาเสบียง เขาก็ได้พบกับศพคน หัวคน สัญลักษณ์ของการบูชายัญของชาวแอชเท็ก ศพเหล่านี้ไม่ได้ตายจากการถูกฆ่าเพราะปีศาจ แต่เป็นฝีมือของคนนี่ละ




ไม่นานพวกพระเอกก็รู้ว่านี่เป็นฝีมือใคร

หมอสาวที่เสียสติไปนั้นเอง หมอสาวเห็นภาพในห้องของเฮนรี่ คิดว่าที่ความมืดเข้ามาเพราะพระเอกฆ่าเฮนรี่ เลยคิดจะทำเหมือนกับที่เฮนรี่ทำ คือการบูชายัญคนเป็นเพื่อขับไล่ความมืด ทำให้ตัวเองเป็นนักบวชสุริยัน ถอดเสื้อผ้าตัวเองออก ใส่เนื้อหนังของคนอื่น ทำตัวเหมือนกับปีศาจและไล่ฆ่าคน เอามาบูชายัญ แต่ก็ถูกพระเอกจัดการไปได้

ความมืดที่มีร่างของเฮนรี่บอกกับพระเอกว่า พวกนายคือคนที่เรียกเทพเจ้าแห่งความมืดออกมา ความมืดที่พวกเขา(เฮนรี่และคนในห้องประชุมเมื่อ 3 ปีก่อน)พยายามใช้เลือดเนื้อของคนเป็นขับไล่ไป มีแต่คนที่เชื่อในเทพเจ้าแห่งสุริยันเท่านั้น ที่จะรอดไปได้

พระเอกกับนางเอกก็บอกไปว่า เราไม่เหมือนกับพวกนาย เราจะพยายามรอดด้วยตัวของเราเอง

หลังจากนั้นนางเอกก็หาทางรอดได้ โดยการทิ้งทุ่นถ่วงน้ำหนัก ตัดสถานีส่วนใหญ่ออกทั้งหมด ทำให้สถานีหลักอย่างเดียวให้เบา พอที่จะลอยได้ จนพวกพระเอก รอดทั้งหมด



จบ

นี่ไม่ใช่การสรุปเนื้อหานะครับ อย่าเอาไปอิงละ

**สรุปไว้สักหน่อย แบบคิดเองเออเอง**

สถานีใต้น้ำเนี้ย ไม่ได้เอาไว้วิจัยสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลตั้งแต่แรกแล้ว พวกข้างบน(มีทหารยศสูงด้วย)คงไปรับรู้ถึงเทพเจ้าแห่งความมืดอยู่ใต้ท้องทะเล ตามความเชื่อของชาวแอชเท็ก เลยเริ่มระดมทุน หาทางเอาพลังของเทพเจ้าแห่งความมืดมาใช้ สร้างสถานีใต้ทะเล ในสถานีใต้ทะเล ยังมีบันไดวน ที่จะใช้เดินทางไปข้างล่างอีก นี่เป็นเหตุผลที่ผมเข้าใจว่าพวกข้างบนรู้แต่แรกแล้ว ว่ามีเทพเจ้าแห่งความมืดอยู่

พอคนในสถานี ไปรบกวนเทพเจ้าแห่งความมืดมากๆเข้า เทพเจ้าก็เข้าโจมตีสถานี โดยเทพเจ้าเป็นทั้งสัตว์ประหลาดยักษ์และมีพลังในการส่งความมืดเข้าไปควบคุมสิ่งต่างๆได้ (อารมณ์ประมาณออร่า มีออร่าเป็นความมืดนำทางมาก่อน ให้คนหลอน รวมถึงสิงร่างศพคน ให้เข้าทำร้ายคนอื่นที่มารบกวน ช่วงหลังตัวตนจริงๆถึงมา)

เทพเจ้าแห่งความมืด ทำให้คนตกอยู่ในความมืด จนรู้สึกสิ้นหวัง ท้อแท้ เกิดภาพหลอน จนเกิดเหตุการณ์ในห้องประชุม ทุกคนฆ่ากันเอง กินกันเอง คนในห้องประชุมส่วนนึงที่รอด ก็เริ่มเสียสติจนเบื้องบนส่งทหารรับจ้างมาจัดการ ทหารรับจ้างอาจจะฆ่าคนได้แต่ก็โดนเทพเจ้าแห่งความมืดจัดการอยู่ดี จนตายกันเกือบหมด (รอดแค่คิโยฮิโกะ) 3 ปีผ่านไป พวกพระเอกเข้ามา ก็เหตุเกิดการณ์เดิม คือไปรบกวนเทพเจ้าแห่งความมืดเข้า

การบูชายัญของเฮนรี่และหมอสาวไม่ได้เกี่ยวอะไร ไม่ได้มีผลอะไร ที่คนทำในห้องประชุมคือ เพราะกลัวและหลอนไปกับความมืด

รุ่นพี่พระเอกคือคนแรกที่โดนความมืดเล่นงาน ไม่นานคนในสถานีก็เริ่มหลอนตาม ยิ่งอยู่นาน ยิ่งหลอน ยิ่งอยู่นาน เทพเจ้าแห่งความมืดก็ยิ่งมาใกล้สถานี ช่วงแรกมาเป็นควัน เป็นความมืด ช่วงหลังคือมาเป็นตัวเป็นตนเลย พอทุกคนหนีออกมา เทพเจ้าก็กลับที่เดิม

**จบสรุป**

**รีวิว**

ผมชอบการ์ตูนแนวนี้มากนะ คือการ์ตูนที่ขายบรรยากาศ ความอึมครึม อึดอัด กดดัน การที่ต้องอยู่ใต้ทะเล ออกไปไหนไม่ได้ มันทำให้รู้สึกถึงความเครียดในสถานการณ์ อ่านแล้วรู้สึกถึงความสยองขวัญดี

+เนื้อเรื่องและการดำเนินเรื่อง

เนื้อเรื่องอ่ะ ธรรมดา คือ กลุ่มตัวละครต้องติดอยู่ในฐานใต้ทะเล ออกไปไหนไม่ได้จนเริ่มกดดัน สถานการณ์ทำให้คนเครียดและเพี้ยนไปทีละนิด เหมือนกับหนังและการ์ตูนหลายๆเรื่อง

การดำเนินเรื่องคือ จุดเด่นสำหรับการ์ตูนแนวนี้ เราจะได้เห็นบรรยากาศความกดดันของสถานการณ์ อยู่สถานีใต้ทะเลลึก โอเค เครียดละ งานแนวนี้ถึงต้องมีการผลัดเปลี่ยนทีมงานบ่อยๆและงานแนวนี้ถึงรายได้ดี แต่ยังทำงานกันได้ แค่เครียดกว่างานปกติ

พอไฟดับ ลิฟต์พัง ขึ้นข้างบนไม่ได้ บรรยากาศเปลี่ยนไปเลย ถึงเราต้องทำงาน 6 เดือน แต่ถ้าเรารู้ว่าเราออกไปไม่ได้ แค่ 5 วัน มันก็กดดันแล้วนะ มันคือความรู้สึกที่ว่า ถูกตัดขาด ออกไปไหนไม่ได้

หลังจากที่รู้ว่าออกไปไหนไม่ได้ ยังมีคนเจ็บ คนตายอีก บรรยากาศในเรื่องจะแย่ลงเรื่อยๆ สถานการณ์จะแย่ลง มีคนตาย ความกดดันและถูกตัดขาด เราเริ่มไม่แน่ใจว่า สิ่งที่เห็นคือภาพหลอนเพราะเครียดคิดไปเอง หรือ เกิดจากเรื่องเหนือธรรมชาติ คือจุดขายสำคัญสำหรับการ์ตูนแนวนี้ และ เรื่องนี้ทำได้ดีเลย

+ตัวละคร

ตัวละครมีเยอะมากนะ แต่ส่วนใหญ่มาตาย ตามสไตล์การ์ตูนสยองขวัญเอาตัวรอดครับ ตัวละครส่วนใหญ่มีมิติเดียว หน้าที่เดียว พระเอกคือหาความจริง นางเอกคือหาทางรอด เฮนรี่คือคนที่เพี้ยนเพราะความมืด หมอสาวคือคนที่เพี้ยนเพราะความกลัว

+ความน่ากลัว

การทำบรรยากาศและปีศาจ เขียนออกมาพอใช้ได้นะ ซอมบี้หรือคนที่ถูกความมืดสิง ทำออกมาได้ดีมีเอกลักษณ์คือเหมือนคนที่สวมร่างคนอื่นไว้ ให้บรรยากาศความเชื่อของแอชเท็กที่ควักหัวใจและถลกหนังคนออกมาดี ตัวเทพเจ้าแห่งความมืด เราไม่ได้เห็นเต็มๆ โผล่มาแค่หน้า ปาก มือ(กรงเล็บ)? เป็นส่วนๆ แค่โชว์ความยิ่งใหญ่และความน่ากลัวให้เราเห็น

การ์ตูนขายบรรยากาศความกดดัน ที่เราไม่แน่ในว่าเราเครียดไปเองหรือความมืดมันขยับตัวได้จริงๆ

ตอนอ่านครั้งแรก ส่วนแรกของการ์ตูน เราจะไม่แน่ใจว่า มีเรื่องเหนือธรรมชาติเกี่ยวข้องไหม คนที่บาดเจ็บและตายในเรื่อง อาจจะเกิดจากความเครียดและทำร้ายกันเองก็ได้

+ลายเส้น

ภาพสวยดี วาดตัวละคร สีหน้า แววตา รวมถึงความมืด เขียนออกมาได้ กดดันดี

สำหรับเรื่องนี้ ใครที่ชอบการ์ตูนสยองขวัญเอาตัวรอด ไม่ควรพลาด การ์ตูนสยองขวัญบรรยากาศใต้ทะเลลึก ไม่ค่อยมีนะ การ์ตูน 4 เล่มจบเองด้วย

คะแนน 8.3/10 แนวนี้ที่ใช่
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่