"สวัสดีครับ วันนี้ผมขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้เขียนบทความนี้นะครับ"
#ก่อนเข้าเนื้อเรื่องผมต้องบอกก่อนว่าเรื่องนี้เป็นความรู้สึกของผมเองและได้แรงบันดาลใจมาเจากเพลง "คนเดิมที่ไม่เหมือนเดิม" ของวง "getsunova"
สวัสดีครับ ผมชื่อ "เจมส์" ครับ ผมเกิดในครอบครัวที่พ่อกับแม่ทะเลาะกันแทบจะทุกวันและมักจะทะเลาะเรื่องเล็กน้อย ผมโดนพ่อตีกรอบให้อยู่ตั้งเล็กจนผมโต ช่วงวัยเด็กผมไม่ได้คิดอะไร ผมเข้าใจในสิ่งที่พ่อทำทั้งหมด แต่พอผมโตขึ้น "ช่วงวัยรุ่น" เป็นช่วงวัยที่อยากรู้ อยากลอง และอยากมีสังคมกับเพื่อนๆ ซึ่งครอบครัวผมกีดกันสิ่งเหล่านี้ ผมไม่สามารถแสดงความคิดเห็นของตัวเองได้ ไม่สามรถเลือกได้ว่าอยากทำอะไร อยากคบเพื่อนแบบไหน หรือจะเป็นการออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆหรือทำรายงานส่งอาจารย์ ผมมักจะโดนพ่อกีดกันเรื่องพวกนี้อยู่บ่อยครั้ง จนทำให้เราทะเลาะกันบ่อยครั้งจนถึงขั้นลงไม้ลงมือ ตัดความสัมพันธ์กัน
"นี่เป็นจุดเริ่มต้นครับ" ผมเรียนไม่จบ เกเร ไม่เอาอะไร เพราะการโดนบังคับจากทางพ่อกดดันผมจนผมเองรู้ไม่มีความสุขในการใช้ชีวิต ตอนนั้นผมเครียดมากๆ ได้แต่คิดว่าเราอายุแค่ 16-17 ทำไมเราถึงรู้สึกไม่ความสุขในการใช้ชีวิต ในวันหนึ่งผมนั่งเล่นโซเชียลอยู่และได้พบกับคนๆหนึ่ง ที่ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปมาก ผมขอเรียกคนๆนี่ว่า "พี่คนสวย" นะครับ ผมได้มีโอกาสคุยกับพี่คนสวยในขณะเพิ่งเลิกกับแฟนเก่า ผู้หญิงคนนี่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตผม จากเด็กขี้เกียด เอาแต่เลยเกมส์ไปวันๆ ให้กลายมาเป็นคนที่รู้จักอยากทำงาน อยากหารายได้ อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง ช่วงแรกที่เราสองคนคบกัน ผมขอไปทำงานกับพ่อ เพราะช่วงเป็นช่วงที่เขากำลังจะเรียนจบผมจึงอยากหารายได้เพื่อซื้อของขวัญให้กับเธอ หลังจากที่พี่คนสวยเรียนจบผมก็ขอให้เธอมาอยู่ที่บ้านผมก่อนในระหว่างหางานทำ และตัวผมเองก็ยังคงทำงานกับคุณพ่ออยู่ จนกระทั่งวันหนึ่งผมทะเลาะกับพ่อรุนแรงมากๆ ช่วยนั้นเราพอจะมีตังค์เก็บอยู่บ้าง เธอเลยพาผมออกมาจากจุดนั้น ช่วงแรกที่ย้ายออกมา เธอทำงานเพียงคนเดียวอย่างหนัก แต่ก็โชคดีมากๆครับเพราะที่ทำงานของพี่คนสวยรับผมเข้าทำงาน (ต้องบอกก่อนนะครับว่าผมเป็นคนเข้ากับคนยาก ผมชอบอยู่เดียว ไม่ชอบความวุ่นวายหรือคนเยอะๆ) ช่วงที่ผมทำงานที่เดียวกับพี่คนสวยผมเลยกังวลและกลัวมากๆ แต่เธอก็ไม่ทิ้งผม เธอค่อยอยู่ข้างๆให้กำลังใจผมอยู่เสมอ จนมาถึงวันที่เราต้องตัดสินใจ คืองานที่บ้านรายได้น้อยไม่พอค่าใช้จ่าย เราทั้งจึงตัดสินใจไปทำงานที่ต่างจังหวัด เป็นครั้งแรกที่ผมต้องมาทำงานบริษัทที่มีคนมากมาย แต่เพราะผมมีเธออยู่ข้างค่อยให้กำลังใจผม จนผมทำมันได้ ต้องยอมรับตรงนี้เลยนะครับว่าช่วงแรกๆที่ทำผมใจออกอยากกลับบ้านแล้ว แต่เพราะเธอค่อยดึงสติผมอยู่เสมอ ผมเลยสู้ต่อเดินหน้าเต็มที่เพื่อความฝันของเราสองคน เราทั้งคู่ผลักดันตัวเองจากตำแหน่งผลิตยืนทำงานจนขาแข็ง😅 จนได้เลื่อนตำแหน่งทั้งคู่ ซึ่งตำแหน่งของผมคือ " ผู้ช่วยหัวหน้าทีมผลิต" และตำแหน่งของเธอ "QC Line ดูแลและควบคุมคุณภาพของสินค้า"
OK ครับ ผมเล่ามาถึงจุดนี้หลายๆคนอาจจะคิดว่ามันดีมากๆใช่ไหมครับ แต่!!!จุดเปลี่ยนและจุดพลิกชีวิตคู่ของเราสองคนมันอยู่ที่ตรงนี้ครับ
บริษัทที่เราทั้งคู่ทำงานอยู่ระบบบริหารเริ่มแย่ลงเรื่อย บวกกับงานที่หนักจากตำแหน่ง แรงกดดันจากหลายๆด้าน จนทำให้เราสองคุยหันหน้าคุยกันว่าเราจะเปลี่ยนที่ทำงาน โดยให้พี่คนสวยออกไปทำที่บริษัทใหม่ก่อน เพื่อเซฟที่ทำงานเก่า เพราะถ้าหากที่ใหม่ไม่โอเคหรือยังไม่เรียก ก็ยังมีผมที่ทำงานอยู่
แต่เหมือนโชคจะเข้าข้างเราสองคนนะครับ😅 เพราะบริษัทใหม่ที่พี่คนสวยไปสมัครนั้น มีคนรู้จักจากที่ทำงานเก่าฝากเข้างานให้ จึงได้เริ่มทำงานเร็ว เธอเข้ากันได้ดีกับที่ทำงานใหม่ แต่ผมที่เป็นคนอยากให้เธอหนีจากสังคมที่มัน toxic นี่ กับรู้สึกเหงา ว่างเปล่า โดดเดี่ยว ด้วยความที่ทำงานกันคนละเวลา ผมพยายามประคองสติ ประคองชีวิตและความรู้สึกต่างๆไว้ เพื่อที่จะทำงานต่อไปเพราะ จนผมเริ่มมีลูกน้องที่ผมดูแลอยู่ เราเริ่มเปิดใจคุยและเล่นกันบ้างกับน้องๆในทีม เหมือนจะดีใช่ไหมครับ แต่!!!!! "จุดพีคมาอีกแล้วครับ🙂 " เราสองคนทะเลาะกันเรื่องน้องในความรับผิดชอบของผม (ลูกน้องในทีม) และมีคนใส่ไฟ จุดประเด็น ทั้งผมและลูกน้องผม ก็โดนโจมตีจากคำถามแฟนอย่างหนัก นั้นเป็นจุดพีคและเริ่มต้นของคำว่า "คนเดิมที่ไม่ใช่คนเดิม" ผมกลายเป็นผู้ป่วยซึมเศร้าต้องลาออกจากงาน จึงทำให้เธอต้องกลับมาทำงานอย่างหนักอีกครั้ง ต้องบอกก่อนนะครับว่าผมคบกับพี่คนสวยมา 7 ปี และเรามาอยู่ต่างจังหวัดด้วยกัน 4 ปีแล้ว อย่างที่ผมเล่าครับ พี่คนสวยเป็นจิเธอไม่โกรธที่ผมลาออกจากงาน เธอพยายามซับพอร์ตผมเต็มที่ สิ่งไหนที่ผมมีความสุขสบายใจเธอก็ค่อยทำให้ แต่ทุกคนเข้าใจความรู้สึก อารมณ์ ความคิด ของผู้ป่วยซึมเศร้าไหมครับ ผมเชื่อว่าทุกคนเข้าใจดี เธอซับพอร์ตผมไม่ใช่ว่าผมไม่ซับพอร์ตเธอนะครับ สิ่งไหนที่เธออยากลองทำผมก็ซับพอร์ตเธอ ไม่ว่าจะเป็นการไลฟ์สดพูดคุยกับคนอื่นๆ โดยที่ไม่มีผมอยู่เฟรม เธอบอกทุกคนว่าไม่มีแฟนเพราะอยากให้มีคนเข้ามาดูและพูดคุย ผมก็พยายามอยู่เงียบๆไม่รบกวนเธอ เธอไลฟ์พูดคุยกับคนในโลกออนไลน์ ด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่ไม่เคยทำกับผม ผมก็ไม่โกรธเธอนะครับ วันหนึ่งมีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาดูเธอไลฟ์ และพุดคุยกับเธอ ทุกคำที่ผมได้ยินผมทำได้แต่เงียบ เพราะต้องให้ความร่วมมือกับเธอ เพราะมันเป็นสิ่งที่เธออยากจะทำ ผมซับพอร์ตเต็มที่ ผมคิดว่าแค่ไลฟ์จบทุกอย่างก็จบ ไม่ครับ!!! ทุกอย่างไม่จบ ผู้ชายคนนั้นส่งข้อความแชทมาขอให้เธอไลฟ์ และเธอกับเขาก็ได้พูดคุยกันในแชทส่วนตัว ในวันเกิดผมเธอสารภาพกับผมว่าเธอคุยกับผู้ชายที่เข้ามาดูไฟล์และส่งของขวัญให้เธอ ทุกคนว่าผมควรทำยังไงดีครับ ผมต้องรู้สึกยังไง ต้องบอกก่อนว่าผมก็เคยทำผิดกับไว้เยอะ ผมทำได้แค่บอกเธอไปว่า ผมรู้นานแล้ว และถามเธอไปว่าจะคุยกับต่อไหม "เธอบอกกับผมว่าจะไม่คุยต่อแล้ว" และวันรุ่งขึ้นเธอไปทำงานก่อนเข้างานเธอทักมาบอกผมว่า "ขอโทษนะที่ทำแบบนั้น" ผมให้อภัยเธอและคิดว่าทุกอย่างมันจะจบแล้ว แต่สุดท้ายผมไปเจอข้อความของผู้ชายคนนั้น (ต้องบอกก่อนว่าผู้ชายคนนั้นรู้ว่าเธอมีแฟนนะครับ) ที่ถูกลบทิ้งไปแต่เหลือข้อความที่ผู้ชายคนนั้นตอบกลับมา ช่วงประมาณเที่ยงของวันนั้น ความรู้สึกตอนนั้น ใจผมเต้นแรง ใจสั่นมือสั่นไปหมด ผมกู้คือแชททั้งหมดกับมา แล้วถามเขาไปว่า "เธอมีอะไรอยากบอกหรืออธิบายไหม" เธอตอบผมว่า "ไม่มีนะ" ผมเลยเอาทุกอย่างให้เธอดู เธอบอกไม่ได้คิดอะไร คุยเล่นๆ เธอบอกผมว่าผู้ชายคนนั้นก็รู้แล้วว่าเธอมีแฟน แต่เธอถามผู้ชายคนนั้นว่า "จะคุยต่อไหม ถ้าไม่อยากคุยแล้วก็ไม่เป็นไร" ผู้ชายคนนั้นเลือกที่จะคุยกับเธอต่อ พยายามยอดเธอตลอดการสนทนา "เธอบอกว่าก็เขาสะกิดมาก็เลยตอบ" ที่ลบแชทเพราะอยากให้ผมสบายใจ ผมต้องบอกก่อนว่าผมรู้ตัวเองดีว่าตอนนี้ผมอยู่ต่ำแค่ไหน ผมไม่มีอะไรเลย ผมไม่โกรธที่เธอจะคุยกับคนอื่น แต่ผมโกรธที่ผมทำว่าจะเอายังไงแล้วเธอตอบว่า "ก็ไม่คุยแล้ว" ถ้อยคำที่ธอคุยกับเขา เธอไม่เคยพูดกับผม ทุกคนว่าผมต้องรู้สึกยังไง ผมทำผิดหลายครั้ง แต่เธอทำผิดแค่ ครั้งเดียว ผมไม่เข้าใจตัวเองว่าต้องรู้แบบไหน "ต้องรู้สึกว่าสมควรแล้วเพราะผมเคยทำกับเขามาก่อน จะน้อยใจอะไร" หรือต้องรู้สึกแบบไหนครับ คนที่เคยทำผิดพลาดแบบผมมาเจอสถานการณ์แบบนี้ด้วยตัวเอง ผมมีสิทธิ์น้อยใจเธอไหมครับ ผมมีสิทธิ์โกรธเธอไหมครับ """****ผมแค่อยากขอความคิดเห็นจากทุกๆคนว่าคนที่ทำผิด 2-3 ครั้งแบบผม มีสิทธิ์โกรธหรือน้อยใจคนที่ทำผิดแค่ครั้งเดียวแบบเธอไหมครับ""""****
ปล.ทุกครั้งที่ผมทำผิด ผมจะจบทุกอย่างแล้วสารภาพกับเธอตรงๆ และจะไม่มีเหตุการณ์นั้นซ้ำอีก
"คนเดิมที่ไม่เหมือนเดิม" วันนี้แชร์เรื่องราวและอยากขอความคิดเห็นของทุกท่านครับ
#ก่อนเข้าเนื้อเรื่องผมต้องบอกก่อนว่าเรื่องนี้เป็นความรู้สึกของผมเองและได้แรงบันดาลใจมาเจากเพลง "คนเดิมที่ไม่เหมือนเดิม" ของวง "getsunova"
สวัสดีครับ ผมชื่อ "เจมส์" ครับ ผมเกิดในครอบครัวที่พ่อกับแม่ทะเลาะกันแทบจะทุกวันและมักจะทะเลาะเรื่องเล็กน้อย ผมโดนพ่อตีกรอบให้อยู่ตั้งเล็กจนผมโต ช่วงวัยเด็กผมไม่ได้คิดอะไร ผมเข้าใจในสิ่งที่พ่อทำทั้งหมด แต่พอผมโตขึ้น "ช่วงวัยรุ่น" เป็นช่วงวัยที่อยากรู้ อยากลอง และอยากมีสังคมกับเพื่อนๆ ซึ่งครอบครัวผมกีดกันสิ่งเหล่านี้ ผมไม่สามารถแสดงความคิดเห็นของตัวเองได้ ไม่สามรถเลือกได้ว่าอยากทำอะไร อยากคบเพื่อนแบบไหน หรือจะเป็นการออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆหรือทำรายงานส่งอาจารย์ ผมมักจะโดนพ่อกีดกันเรื่องพวกนี้อยู่บ่อยครั้ง จนทำให้เราทะเลาะกันบ่อยครั้งจนถึงขั้นลงไม้ลงมือ ตัดความสัมพันธ์กัน
"นี่เป็นจุดเริ่มต้นครับ" ผมเรียนไม่จบ เกเร ไม่เอาอะไร เพราะการโดนบังคับจากทางพ่อกดดันผมจนผมเองรู้ไม่มีความสุขในการใช้ชีวิต ตอนนั้นผมเครียดมากๆ ได้แต่คิดว่าเราอายุแค่ 16-17 ทำไมเราถึงรู้สึกไม่ความสุขในการใช้ชีวิต ในวันหนึ่งผมนั่งเล่นโซเชียลอยู่และได้พบกับคนๆหนึ่ง ที่ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปมาก ผมขอเรียกคนๆนี่ว่า "พี่คนสวย" นะครับ ผมได้มีโอกาสคุยกับพี่คนสวยในขณะเพิ่งเลิกกับแฟนเก่า ผู้หญิงคนนี่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตผม จากเด็กขี้เกียด เอาแต่เลยเกมส์ไปวันๆ ให้กลายมาเป็นคนที่รู้จักอยากทำงาน อยากหารายได้ อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง ช่วงแรกที่เราสองคนคบกัน ผมขอไปทำงานกับพ่อ เพราะช่วงเป็นช่วงที่เขากำลังจะเรียนจบผมจึงอยากหารายได้เพื่อซื้อของขวัญให้กับเธอ หลังจากที่พี่คนสวยเรียนจบผมก็ขอให้เธอมาอยู่ที่บ้านผมก่อนในระหว่างหางานทำ และตัวผมเองก็ยังคงทำงานกับคุณพ่ออยู่ จนกระทั่งวันหนึ่งผมทะเลาะกับพ่อรุนแรงมากๆ ช่วยนั้นเราพอจะมีตังค์เก็บอยู่บ้าง เธอเลยพาผมออกมาจากจุดนั้น ช่วงแรกที่ย้ายออกมา เธอทำงานเพียงคนเดียวอย่างหนัก แต่ก็โชคดีมากๆครับเพราะที่ทำงานของพี่คนสวยรับผมเข้าทำงาน (ต้องบอกก่อนนะครับว่าผมเป็นคนเข้ากับคนยาก ผมชอบอยู่เดียว ไม่ชอบความวุ่นวายหรือคนเยอะๆ) ช่วงที่ผมทำงานที่เดียวกับพี่คนสวยผมเลยกังวลและกลัวมากๆ แต่เธอก็ไม่ทิ้งผม เธอค่อยอยู่ข้างๆให้กำลังใจผมอยู่เสมอ จนมาถึงวันที่เราต้องตัดสินใจ คืองานที่บ้านรายได้น้อยไม่พอค่าใช้จ่าย เราทั้งจึงตัดสินใจไปทำงานที่ต่างจังหวัด เป็นครั้งแรกที่ผมต้องมาทำงานบริษัทที่มีคนมากมาย แต่เพราะผมมีเธออยู่ข้างค่อยให้กำลังใจผม จนผมทำมันได้ ต้องยอมรับตรงนี้เลยนะครับว่าช่วงแรกๆที่ทำผมใจออกอยากกลับบ้านแล้ว แต่เพราะเธอค่อยดึงสติผมอยู่เสมอ ผมเลยสู้ต่อเดินหน้าเต็มที่เพื่อความฝันของเราสองคน เราทั้งคู่ผลักดันตัวเองจากตำแหน่งผลิตยืนทำงานจนขาแข็ง😅 จนได้เลื่อนตำแหน่งทั้งคู่ ซึ่งตำแหน่งของผมคือ " ผู้ช่วยหัวหน้าทีมผลิต" และตำแหน่งของเธอ "QC Line ดูแลและควบคุมคุณภาพของสินค้า"
OK ครับ ผมเล่ามาถึงจุดนี้หลายๆคนอาจจะคิดว่ามันดีมากๆใช่ไหมครับ แต่!!!จุดเปลี่ยนและจุดพลิกชีวิตคู่ของเราสองคนมันอยู่ที่ตรงนี้ครับ
บริษัทที่เราทั้งคู่ทำงานอยู่ระบบบริหารเริ่มแย่ลงเรื่อย บวกกับงานที่หนักจากตำแหน่ง แรงกดดันจากหลายๆด้าน จนทำให้เราสองคุยหันหน้าคุยกันว่าเราจะเปลี่ยนที่ทำงาน โดยให้พี่คนสวยออกไปทำที่บริษัทใหม่ก่อน เพื่อเซฟที่ทำงานเก่า เพราะถ้าหากที่ใหม่ไม่โอเคหรือยังไม่เรียก ก็ยังมีผมที่ทำงานอยู่
แต่เหมือนโชคจะเข้าข้างเราสองคนนะครับ😅 เพราะบริษัทใหม่ที่พี่คนสวยไปสมัครนั้น มีคนรู้จักจากที่ทำงานเก่าฝากเข้างานให้ จึงได้เริ่มทำงานเร็ว เธอเข้ากันได้ดีกับที่ทำงานใหม่ แต่ผมที่เป็นคนอยากให้เธอหนีจากสังคมที่มัน toxic นี่ กับรู้สึกเหงา ว่างเปล่า โดดเดี่ยว ด้วยความที่ทำงานกันคนละเวลา ผมพยายามประคองสติ ประคองชีวิตและความรู้สึกต่างๆไว้ เพื่อที่จะทำงานต่อไปเพราะ จนผมเริ่มมีลูกน้องที่ผมดูแลอยู่ เราเริ่มเปิดใจคุยและเล่นกันบ้างกับน้องๆในทีม เหมือนจะดีใช่ไหมครับ แต่!!!!! "จุดพีคมาอีกแล้วครับ🙂 " เราสองคนทะเลาะกันเรื่องน้องในความรับผิดชอบของผม (ลูกน้องในทีม) และมีคนใส่ไฟ จุดประเด็น ทั้งผมและลูกน้องผม ก็โดนโจมตีจากคำถามแฟนอย่างหนัก นั้นเป็นจุดพีคและเริ่มต้นของคำว่า "คนเดิมที่ไม่ใช่คนเดิม" ผมกลายเป็นผู้ป่วยซึมเศร้าต้องลาออกจากงาน จึงทำให้เธอต้องกลับมาทำงานอย่างหนักอีกครั้ง ต้องบอกก่อนนะครับว่าผมคบกับพี่คนสวยมา 7 ปี และเรามาอยู่ต่างจังหวัดด้วยกัน 4 ปีแล้ว อย่างที่ผมเล่าครับ พี่คนสวยเป็นจิเธอไม่โกรธที่ผมลาออกจากงาน เธอพยายามซับพอร์ตผมเต็มที่ สิ่งไหนที่ผมมีความสุขสบายใจเธอก็ค่อยทำให้ แต่ทุกคนเข้าใจความรู้สึก อารมณ์ ความคิด ของผู้ป่วยซึมเศร้าไหมครับ ผมเชื่อว่าทุกคนเข้าใจดี เธอซับพอร์ตผมไม่ใช่ว่าผมไม่ซับพอร์ตเธอนะครับ สิ่งไหนที่เธออยากลองทำผมก็ซับพอร์ตเธอ ไม่ว่าจะเป็นการไลฟ์สดพูดคุยกับคนอื่นๆ โดยที่ไม่มีผมอยู่เฟรม เธอบอกทุกคนว่าไม่มีแฟนเพราะอยากให้มีคนเข้ามาดูและพูดคุย ผมก็พยายามอยู่เงียบๆไม่รบกวนเธอ เธอไลฟ์พูดคุยกับคนในโลกออนไลน์ ด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่ไม่เคยทำกับผม ผมก็ไม่โกรธเธอนะครับ วันหนึ่งมีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาดูเธอไลฟ์ และพุดคุยกับเธอ ทุกคำที่ผมได้ยินผมทำได้แต่เงียบ เพราะต้องให้ความร่วมมือกับเธอ เพราะมันเป็นสิ่งที่เธออยากจะทำ ผมซับพอร์ตเต็มที่ ผมคิดว่าแค่ไลฟ์จบทุกอย่างก็จบ ไม่ครับ!!! ทุกอย่างไม่จบ ผู้ชายคนนั้นส่งข้อความแชทมาขอให้เธอไลฟ์ และเธอกับเขาก็ได้พูดคุยกันในแชทส่วนตัว ในวันเกิดผมเธอสารภาพกับผมว่าเธอคุยกับผู้ชายที่เข้ามาดูไฟล์และส่งของขวัญให้เธอ ทุกคนว่าผมควรทำยังไงดีครับ ผมต้องรู้สึกยังไง ต้องบอกก่อนว่าผมก็เคยทำผิดกับไว้เยอะ ผมทำได้แค่บอกเธอไปว่า ผมรู้นานแล้ว และถามเธอไปว่าจะคุยกับต่อไหม "เธอบอกกับผมว่าจะไม่คุยต่อแล้ว" และวันรุ่งขึ้นเธอไปทำงานก่อนเข้างานเธอทักมาบอกผมว่า "ขอโทษนะที่ทำแบบนั้น" ผมให้อภัยเธอและคิดว่าทุกอย่างมันจะจบแล้ว แต่สุดท้ายผมไปเจอข้อความของผู้ชายคนนั้น (ต้องบอกก่อนว่าผู้ชายคนนั้นรู้ว่าเธอมีแฟนนะครับ) ที่ถูกลบทิ้งไปแต่เหลือข้อความที่ผู้ชายคนนั้นตอบกลับมา ช่วงประมาณเที่ยงของวันนั้น ความรู้สึกตอนนั้น ใจผมเต้นแรง ใจสั่นมือสั่นไปหมด ผมกู้คือแชททั้งหมดกับมา แล้วถามเขาไปว่า "เธอมีอะไรอยากบอกหรืออธิบายไหม" เธอตอบผมว่า "ไม่มีนะ" ผมเลยเอาทุกอย่างให้เธอดู เธอบอกไม่ได้คิดอะไร คุยเล่นๆ เธอบอกผมว่าผู้ชายคนนั้นก็รู้แล้วว่าเธอมีแฟน แต่เธอถามผู้ชายคนนั้นว่า "จะคุยต่อไหม ถ้าไม่อยากคุยแล้วก็ไม่เป็นไร" ผู้ชายคนนั้นเลือกที่จะคุยกับเธอต่อ พยายามยอดเธอตลอดการสนทนา "เธอบอกว่าก็เขาสะกิดมาก็เลยตอบ" ที่ลบแชทเพราะอยากให้ผมสบายใจ ผมต้องบอกก่อนว่าผมรู้ตัวเองดีว่าตอนนี้ผมอยู่ต่ำแค่ไหน ผมไม่มีอะไรเลย ผมไม่โกรธที่เธอจะคุยกับคนอื่น แต่ผมโกรธที่ผมทำว่าจะเอายังไงแล้วเธอตอบว่า "ก็ไม่คุยแล้ว" ถ้อยคำที่ธอคุยกับเขา เธอไม่เคยพูดกับผม ทุกคนว่าผมต้องรู้สึกยังไง ผมทำผิดหลายครั้ง แต่เธอทำผิดแค่ ครั้งเดียว ผมไม่เข้าใจตัวเองว่าต้องรู้แบบไหน "ต้องรู้สึกว่าสมควรแล้วเพราะผมเคยทำกับเขามาก่อน จะน้อยใจอะไร" หรือต้องรู้สึกแบบไหนครับ คนที่เคยทำผิดพลาดแบบผมมาเจอสถานการณ์แบบนี้ด้วยตัวเอง ผมมีสิทธิ์น้อยใจเธอไหมครับ ผมมีสิทธิ์โกรธเธอไหมครับ """****ผมแค่อยากขอความคิดเห็นจากทุกๆคนว่าคนที่ทำผิด 2-3 ครั้งแบบผม มีสิทธิ์โกรธหรือน้อยใจคนที่ทำผิดแค่ครั้งเดียวแบบเธอไหมครับ""""****
ปล.ทุกครั้งที่ผมทำผิด ผมจะจบทุกอย่างแล้วสารภาพกับเธอตรงๆ และจะไม่มีเหตุการณ์นั้นซ้ำอีก