กัมพูชาเปิดตัวระบบ QW-3 MANPADS และระบบ TH-S311 ของจีน

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2025 กองทัพกัมพูชาได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการนำระบบป้องกันภัยทางอากาศใหม่ 2 แบบจากจีนมาใช้งาน ได้แก่ ขีปนาวุธพื้นสู่อากาศแบบพกพา QW-3 Vanguard และระบบควบคุมและสั่งการ TH-S311 “Smart Com-Smart Hunter” โดยมีการจัดแสดงที่กองบัญชาการกองทหารรักษาการณ์ใน Krang Chek พร้อมรายงานผ่าน Weibo โดย @Madman Baiyang การจัดแสดงนี้เป็นจุดสิ้นสุดของการฝึกอบรมอย่างเข้มข้นสำหรับหน่วยทหารที่ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้ มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าร่วมงาน เช่น พลเอก Hing Bun Hieng รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งได้นำเครื่องยิง QW-3 พร้อมเรดาร์และส่วนควบคุมของระบบ TH-S311 มาร่วมแสดงด้วย
ในอดีต กองทัพกัมพูชาให้ความสำคัญกับการรบภาคพื้นดินและทหารราบ แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านสู่แนวทางใหม่ โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันภัยจากทางอากาศ โดยเฉพาะจากโดรน ขีปนาวุธร่อน และอากาศยานขนาดเล็ก การนำระบบ QW-3 มาใช้นั้นถือเป็นก้าวสำคัญ QW-3 เป็นขีปนาวุธนำวิถีด้วยอินฟราเรดรุ่นที่ 3 มีความสามารถใกล้เคียงกับ FIM-92 Stinger ของสหรัฐฯ และ 9K38 Igla ของรัสเซีย โดยสามารถยิงเป้าหมายในระดับความสูงถึง 3,000 เมตร ในรัศมี 5-6 กิโลเมตร จุดเด่นของ QW-3 คือระบบนำวิถีด้วยเลเซอร์แบบกึ่งแอ็คทีฟ ซึ่งพัฒนามาจากเทคโนโลยีของขีปนาวุธ Hellfire AGM-114 ทำให้สามารถยิงเป้าหมายที่บินต่ำอย่างขีปนาวุธร่อนหรือเฮลิคอปเตอร์ได้แม่นยำยิ่งขึ้น
นอกจากตัวขีปนาวุธแล้ว การเชื่อมโยงกับระบบ TH-S311 ก็เป็นอีกองค์ประกอบที่สำคัญ ระบบนี้เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ติดตั้งบนยานพาหนะ ออกแบบมาเพื่อควบคุมการปฏิบัติการทางอากาศแบบเรียลไทม์ โดยสามารถประมวลผลข้อมูลเป้าหมาย ช่วยให้หน่วยต่างๆ ที่ใช้ QW-3 สามารถสื่อสารและประสานงานกันได้ทันที ทำให้การตอบสนองต่อภัยคุกคามจากอากาศมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่การโจมตีมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่ทันตั้งตัว
การติดตั้งระบบจากจีนเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในแนวนโยบายด้านความมั่นคงของกัมพูชา ท่ามกลางบริบทของภูมิภาคที่กำลังตึงเครียด โดยเฉพาะในทะเลจีนใต้ และการแข่งขันอิทธิพลระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การที่กัมพูชาเลือกกระชับความสัมพันธ์ทางทหารกับจีนจึงเป็นสัญญาณของการจัดวางจุดยืนเชิงยุทธศาสตร์อย่างมีเป้าหมาย และยังเห็นได้ชัดจากการร่วมซ้อมรบ “มังกรทอง” ที่จัดเป็นประจำ โดยปีนี้คือครั้งที่ 7 ใช้ชื่อว่า Golden Dragon-2025 ซึ่งเริ่มเมื่อ 17 พฤษภาคม ที่ศูนย์ฝึกทางบกและทางทะเลของกัมพูชา
Golden Dragon-2025 แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือด้านการทหารที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยมีการนำเรือสะเทินน้ำสะเทินบกชั้น 071 ของจีนชื่อ Changbaishan มาถึงท่าเรือ Ream เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม เพื่อเริ่มขั้นตอนการฝึกซ้อม ซึ่งครอบคลุมการปฏิบัติการทางบก ทางอากาศ และทางทะเล มีการใช้ทั้งอาวุธเบา รถถัง เฮลิคอปเตอร์ ระบบเรดาร์ และโดรน รวมถึงการปฏิบัติการผสม การโรยตัว และการใช้โดรน FPV และโดรนแบบฝูง ซึ่งดำเนินงานด้วยการประสานจากทั้งสองประเทศ
การฝึกซ้อมแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ การปรับตัว การจำลองสถานการณ์ และการปฏิบัติการจริง โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความพร้อมในการร่วมปฏิบัติการ การใช้ศูนย์ฝึก Ream ที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นเป็นศูนย์หลักในกิจกรรมทางทะเล ทำให้ศูนย์นี้มีบทบาททางยุทธศาสตร์มากขึ้น โดยเฉพาะท่ามกลางความกังวลของชาติตะวันตกเกี่ยวกับอิทธิพลของจีนที่เพิ่มขึ้นในกัมพูชา
นอกเหนือจากมิติด้านเทคโนโลยีแล้ว ระบบ QW-3 และ TH-S311 ยังช่วยให้กัมพูชาสามารถป้องกันพื้นที่สำคัญ เช่น โครงสร้างพื้นฐานที่จีนให้การสนับสนุน และเขตเศรษฐกิจพิเศษ นักวิเคราะห์บางรายมองว่าการติดตั้งระบบเหล่านี้เป็นการตอบสนองต่อภัยคุกคามใหม่ๆ เช่น การลักลอบขนสินค้าโดยใช้เครื่องบินเล็ก การสอดแนมทางอากาศ และการใช้ระบบโจมตีที่ตรวจจับได้ยาก
อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่กัมพูชาระบุว่า การจัดซื้ออาวุธเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อรับมือกับภัยคุกคามยุคใหม่และปกป้องอธิปไตยของชาติเป็นหลัก การเปลี่ยนแนวทางไปสู่การฝึกอบรมที่เน้นการเชื่อมโยงและการใช้งานแพลตฟอร์มเคลื่อนที่ แสดงถึงการปรับหลักคำสอนทางทหารจากแบบดั้งเดิมไปสู่การใช้เทคโนโลยีขั้นสูง โดยอาศัยความเชี่ยวชาญจากจีน
การนำ QW-3 และ TH-S311 เข้าประจำการในวันที่ 4 พฤษภาคม ควบคู่กับการเปิดตัวการฝึก Golden Dragon-2025 สะท้อนถึงการผสานกลยุทธ์ด้านความมั่นคงเข้ากับการทูตในภูมิภาค แม้กัมพูชาจะไม่มุ่งหวังเป็นมหาอำนาจทางทหาร แต่ประเทศก็กำลังพยายามปรับตัวให้ทันกับสนามรบยุคใหม่ ที่เน้นการเชื่อมต่อ การใช้ระบบไร้คนขับ และการตอบสนองที่รวดเร็วเป็นสำคัญ

กัมพูชาเปิดตัวระบบ QW-3 MANPADS และระบบ TH-S311 ของจีน
ในอดีต กองทัพกัมพูชาให้ความสำคัญกับการรบภาคพื้นดินและทหารราบ แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านสู่แนวทางใหม่ โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันภัยจากทางอากาศ โดยเฉพาะจากโดรน ขีปนาวุธร่อน และอากาศยานขนาดเล็ก การนำระบบ QW-3 มาใช้นั้นถือเป็นก้าวสำคัญ QW-3 เป็นขีปนาวุธนำวิถีด้วยอินฟราเรดรุ่นที่ 3 มีความสามารถใกล้เคียงกับ FIM-92 Stinger ของสหรัฐฯ และ 9K38 Igla ของรัสเซีย โดยสามารถยิงเป้าหมายในระดับความสูงถึง 3,000 เมตร ในรัศมี 5-6 กิโลเมตร จุดเด่นของ QW-3 คือระบบนำวิถีด้วยเลเซอร์แบบกึ่งแอ็คทีฟ ซึ่งพัฒนามาจากเทคโนโลยีของขีปนาวุธ Hellfire AGM-114 ทำให้สามารถยิงเป้าหมายที่บินต่ำอย่างขีปนาวุธร่อนหรือเฮลิคอปเตอร์ได้แม่นยำยิ่งขึ้น
นอกจากตัวขีปนาวุธแล้ว การเชื่อมโยงกับระบบ TH-S311 ก็เป็นอีกองค์ประกอบที่สำคัญ ระบบนี้เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ติดตั้งบนยานพาหนะ ออกแบบมาเพื่อควบคุมการปฏิบัติการทางอากาศแบบเรียลไทม์ โดยสามารถประมวลผลข้อมูลเป้าหมาย ช่วยให้หน่วยต่างๆ ที่ใช้ QW-3 สามารถสื่อสารและประสานงานกันได้ทันที ทำให้การตอบสนองต่อภัยคุกคามจากอากาศมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่การโจมตีมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่ทันตั้งตัว
การติดตั้งระบบจากจีนเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในแนวนโยบายด้านความมั่นคงของกัมพูชา ท่ามกลางบริบทของภูมิภาคที่กำลังตึงเครียด โดยเฉพาะในทะเลจีนใต้ และการแข่งขันอิทธิพลระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การที่กัมพูชาเลือกกระชับความสัมพันธ์ทางทหารกับจีนจึงเป็นสัญญาณของการจัดวางจุดยืนเชิงยุทธศาสตร์อย่างมีเป้าหมาย และยังเห็นได้ชัดจากการร่วมซ้อมรบ “มังกรทอง” ที่จัดเป็นประจำ โดยปีนี้คือครั้งที่ 7 ใช้ชื่อว่า Golden Dragon-2025 ซึ่งเริ่มเมื่อ 17 พฤษภาคม ที่ศูนย์ฝึกทางบกและทางทะเลของกัมพูชา
Golden Dragon-2025 แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือด้านการทหารที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยมีการนำเรือสะเทินน้ำสะเทินบกชั้น 071 ของจีนชื่อ Changbaishan มาถึงท่าเรือ Ream เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม เพื่อเริ่มขั้นตอนการฝึกซ้อม ซึ่งครอบคลุมการปฏิบัติการทางบก ทางอากาศ และทางทะเล มีการใช้ทั้งอาวุธเบา รถถัง เฮลิคอปเตอร์ ระบบเรดาร์ และโดรน รวมถึงการปฏิบัติการผสม การโรยตัว และการใช้โดรน FPV และโดรนแบบฝูง ซึ่งดำเนินงานด้วยการประสานจากทั้งสองประเทศ
การฝึกซ้อมแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ การปรับตัว การจำลองสถานการณ์ และการปฏิบัติการจริง โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความพร้อมในการร่วมปฏิบัติการ การใช้ศูนย์ฝึก Ream ที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นเป็นศูนย์หลักในกิจกรรมทางทะเล ทำให้ศูนย์นี้มีบทบาททางยุทธศาสตร์มากขึ้น โดยเฉพาะท่ามกลางความกังวลของชาติตะวันตกเกี่ยวกับอิทธิพลของจีนที่เพิ่มขึ้นในกัมพูชา
นอกเหนือจากมิติด้านเทคโนโลยีแล้ว ระบบ QW-3 และ TH-S311 ยังช่วยให้กัมพูชาสามารถป้องกันพื้นที่สำคัญ เช่น โครงสร้างพื้นฐานที่จีนให้การสนับสนุน และเขตเศรษฐกิจพิเศษ นักวิเคราะห์บางรายมองว่าการติดตั้งระบบเหล่านี้เป็นการตอบสนองต่อภัยคุกคามใหม่ๆ เช่น การลักลอบขนสินค้าโดยใช้เครื่องบินเล็ก การสอดแนมทางอากาศ และการใช้ระบบโจมตีที่ตรวจจับได้ยาก
อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่กัมพูชาระบุว่า การจัดซื้ออาวุธเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อรับมือกับภัยคุกคามยุคใหม่และปกป้องอธิปไตยของชาติเป็นหลัก การเปลี่ยนแนวทางไปสู่การฝึกอบรมที่เน้นการเชื่อมโยงและการใช้งานแพลตฟอร์มเคลื่อนที่ แสดงถึงการปรับหลักคำสอนทางทหารจากแบบดั้งเดิมไปสู่การใช้เทคโนโลยีขั้นสูง โดยอาศัยความเชี่ยวชาญจากจีน
การนำ QW-3 และ TH-S311 เข้าประจำการในวันที่ 4 พฤษภาคม ควบคู่กับการเปิดตัวการฝึก Golden Dragon-2025 สะท้อนถึงการผสานกลยุทธ์ด้านความมั่นคงเข้ากับการทูตในภูมิภาค แม้กัมพูชาจะไม่มุ่งหวังเป็นมหาอำนาจทางทหาร แต่ประเทศก็กำลังพยายามปรับตัวให้ทันกับสนามรบยุคใหม่ ที่เน้นการเชื่อมต่อ การใช้ระบบไร้คนขับ และการตอบสนองที่รวดเร็วเป็นสำคัญ