ฮั่นแน่ ปลาหมอคางดำ ทำอีท่าไหน ถึงได้ไปโผล่ที่ มาเลเซีย

วิกฤติปลาหมอคางดำลุกลามถึงมาเลเซียแล้ว เจ้าหน้าที่รัฐเร่งหาทางกำจัดจากแหล่งน้ำธรรมชาติของมาเลเซีย
ขณะที่บรรดานักอนุรักษ์ผวาว่าปลาต่างถิ่นนี้จะทำลายระบบนิเวศและกระทบต่อประมงท้องถิ่น



Invasive Blackchin Tilapia Spreads to Malaysia, Threatens Local Ecosystem and Fisheries Industry


วันที่ 19 พฤษภาคม 2568 สำนักข่าวอัลจาซีราห์ รายงานสถานการณ์วิกฤติภาคประมงท้องถิ่นของมาเลเซีย ที่กำลังถูกปลาหมอคางดำ (Blackchin Tilapia) สัตว์น้ำสายพันธุ์ต่างถิ่นจากแอฟริกาตะวันตก แพร่พันธุ์อย่างรวดเร็วในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยเฉพาะในรัฐยะโฮร์และบริเวณปากแม่น้ำต่าง ๆ ที่พบการแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็วของปลาชนิดนี้ จนสร้างความวิตกกังวลในหมู่ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและประมง


โดยปลาหมอคางดำไม่เพียงแย่งพื้นที่และอาหารของปลาท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังรบกวนระบบนิเวศปากแม่น้ำซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของสัตว์น้ำพื้นเมืองอย่างปลาอินทรี ปลาทู และกุ้ง ซึ่งเป็นรายได้หลักของชาวประมงพื้นบ้าน ก่อนหน้านี้ชาวประมงในยะโฮร์หลายรายร้องเรียนว่า จำนวนปลาทะเลที่เคยจับได้ลดลงชัดเจนในช่วงปีที่ผ่านมา


รายงานข่าวระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่มาเลเซีย รวมถึงนักวิจัยจากกรมประมง กำลังเร่งล่าปลาหมอคางดำด้วยมือเปล่า อวน และเบ็ด ในแหล่งน้ำที่ได้รับผลกระทบ เพื่อควบคุมการขยายพันธุ์ของปลาสายพันธุ์ต่างถิ่นที่ไม่ควรอยู่ในระบบนิเวศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยทางการมาเลเซียได้จัดตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำ พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนรายงานการพบเห็นปลาชนิดนี้ และหลีกเลี่ยงการเลี้ยงหรือปล่อยปลาต่างถิ่นลงแหล่งน้ำธรรมชาติ

ดร.อะมาลินา มูฮัมหมัด อาริฟ นักวิจัยด้านนิเวศวิทยา เปิดเผยว่า ปลาหมอคางดำสามารถแพร่พันธุ์ได้รวดเร็วในน้ำกร่อย มีความสามารถปรับตัวสูง แข็งแรง และสามารถอยู่รอดได้แม้ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย โดยมันกินอาหารได้หลากหลาย ชอบอยู่รวมฝูง และไม่มีศัตรูตามธรรมชาติในมาเลเซีย ซึ่งนี่คือปัญหาใหญ่ที่ต้องเร่งจัดการ

...

อย่างไรก็ตาม แม้ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าปลาหมอคางดำเข้ามาในมาเลเซียได้อย่างไร แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเป็นผลจากการเลี้ยงเพื่อทดลอง หรือการปล่อยโดยไม่ตั้งใจจากฟาร์มเลี้ยงปลาบางแห่ง เนื่องจากเป็นปลาสายพันธุ์ต่างถิ่นที่ไม่มีการควบคุม ซึ่งนี่คือตัวอย่างชัดเจนของสิ่งที่เรียกว่า การรุกรานทางชีวภาพ (biological invasion) ซึ่งจะสร้างผลกระทบระยะยาวหากไม่เร่งกำจัดตั้งแต่เนิ่นๆ


ขณะที่ก่อนหน้านี้ นักวิชาการของไทยเคยออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งแก้ไขวิกฤติปลาหมอคางดำอย่างทันท่วงที เนื่องจากปลาหมอคางดำ มีโอกาสลงทะเลแพร่ระบาดข้ามไปประเทศมาเลเซียและอ้อมลงมาประเทศสิงคโปร์วนกลับมายัง จ.ภูเก็ต แล้วจากนี้ไปอีก 10 ปีอย่างเร็วที่สุดก็จะไปถึงประเทศบังกลาเทศ ซึ่งความเดือดร้อนจะไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยแต่จะกระทบต่อคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด.

ไทยรัฐ "ปลาหมอคางดำ" บุกมาเลเซีย วิกฤติลุกลาม นักอนุรักษ์ผวาทำลายระบบนิเวศ
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปลาหมอ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่