อะอ่าววว...ขอกันแบบนี้เลยหรอ

คลัง เตรียมหารือ ธปท. ขอความร่วมมือ 5 ธนาคารพาณิชย์ใหญ่กำไรสูง ร่วมหั่นกำไรกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภาษีสหรัฐอเมริกา
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมมอบนโยบายสถาบันการเงินของรัฐทั้ง 7 แห่ง ว่า กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านสถาบันการเงินของรัฐ เพิ่มช่วยเหลือ ผู้ประกอบธุรกิจส่งออก และซัพพลายเชน ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายภายของสหรัฐ ของนายโดนัลด์ ทรัมป์
ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ด้วยการปรับกลยุทธ์การดำเนินงานโดยการลดเป้าหมายกำไรจากการทำธุรกิจ เพื่อจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณมาจัดทำโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ผู้ประกอบการ โดยสถาบันการเงินของรัฐทั้ง 7 แห่ง อยู่ระหว่างเตรียมดำเนินการตามนโยบาย
ในส่วนของธนาคารออมสินจะออกเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) วงเงิน 1 แสนล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 0.01% ให้สถาบันการเงินอื่นไปปล่อยสินเชื่อต่อในอัตราไม่เกิน 3.5% ผู้เชื่อเหลือผู้ประกอบการเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ส่งออก และซัพพลายเชน ขณะเดียวกัน ธนาคารออมสินจะมีการดูแลลูกค้าของออมสิน ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก และซัพพลายเชนโดยการลดดอกเบี้ยเงินกู้ 2-3% จากอัตราที่เคยได้รับ โดยให้ลูกค้าเข้ามาติดต่อธนาคารออมสินได้เลยทุกสาขา
รวมทั้งได้มอบหมายให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) ศึกษามาตรการลดอัตราดอกเบี้ยให้กับผู้ส่งออก 20% จากดอกเบี้ยที่ชำระให้แต่ละงวด โดยมาตรการข้างต้นนั้น จะให้สถาบันการเงินของรัฐ แบกรับภาระเอง โดยนำกำไรที่ได้มาช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ หรือหากพิจารณาแล้วไม่ไหว ก็จะมีการหารือเพื่อให้รัฐบาลช่วยอุดหนุนเพิ่มเติม
“ได้มอบหมายให้แบงก์รัฐต่าง ๆ กลับไปพิจารณามาตรการที่เหมาะสม และจะประชุมเตรียมความพร้อม และสรุปเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมาตรการบางอย่างทำได้ทันที แต่หากต้องการเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลให้รีบแจ้ง และให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับเปลี่ยนมาตรการตามความเหมาะสม” นายพิชัยกล่าว
นอกจากนี้ ในเร็ว ๆ นี้ จะมีการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อขอความร่วมมือธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 5 แห่ง ที่มีกำไรสูง เข้ามาช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ด้วย โดยหลักการคือการยอมหั่นกำไร เพื่อมาช่วยประชาชนและเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งต้องรอให้มีการออกมาตรการของสถานบันการเงินของรัฐก่อน แลล้วถึงจะมีการนัดหมายกันอีกครั้ง
“มาตรการด้านการเงินในครั้งนี้ เป็นการที่ให้สถาบันการเงินของรัฐยอมหั่นกำไรของตนเอง มาใช้ในการช่วยผู้ได้รับผลกระทบ และช่วยสังคม ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 5 แห่งนั้น แต่ละแห่งนั้นถือว่ามีขนาดใหญ่กว่าธนาคารออมสินที่เป็นแบงก์รัฐที่ใหญ่ที่สุด เพราะฉะนั้น เชื่อว่าธนาคารพาณิชย์ก็สามารถหั่นกำไรช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนได้เช่นกัน” นายพิชัยกล่าว.
https://www.prachachat.net/finance/news-1811935
คลัง ลุยถก ธปท. ขอ 5 แบงก์พาณิชย์ หั่นกำไรช่วยผู้ที่ได้รับผลกระทบภาษีสหรัฐ
คลัง เตรียมหารือ ธปท. ขอความร่วมมือ 5 ธนาคารพาณิชย์ใหญ่กำไรสูง ร่วมหั่นกำไรกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภาษีสหรัฐอเมริกา
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมมอบนโยบายสถาบันการเงินของรัฐทั้ง 7 แห่ง ว่า กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านสถาบันการเงินของรัฐ เพิ่มช่วยเหลือ ผู้ประกอบธุรกิจส่งออก และซัพพลายเชน ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายภายของสหรัฐ ของนายโดนัลด์ ทรัมป์
ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ด้วยการปรับกลยุทธ์การดำเนินงานโดยการลดเป้าหมายกำไรจากการทำธุรกิจ เพื่อจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณมาจัดทำโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ผู้ประกอบการ โดยสถาบันการเงินของรัฐทั้ง 7 แห่ง อยู่ระหว่างเตรียมดำเนินการตามนโยบาย
ในส่วนของธนาคารออมสินจะออกเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) วงเงิน 1 แสนล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 0.01% ให้สถาบันการเงินอื่นไปปล่อยสินเชื่อต่อในอัตราไม่เกิน 3.5% ผู้เชื่อเหลือผู้ประกอบการเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ส่งออก และซัพพลายเชน ขณะเดียวกัน ธนาคารออมสินจะมีการดูแลลูกค้าของออมสิน ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก และซัพพลายเชนโดยการลดดอกเบี้ยเงินกู้ 2-3% จากอัตราที่เคยได้รับ โดยให้ลูกค้าเข้ามาติดต่อธนาคารออมสินได้เลยทุกสาขา
รวมทั้งได้มอบหมายให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) ศึกษามาตรการลดอัตราดอกเบี้ยให้กับผู้ส่งออก 20% จากดอกเบี้ยที่ชำระให้แต่ละงวด โดยมาตรการข้างต้นนั้น จะให้สถาบันการเงินของรัฐ แบกรับภาระเอง โดยนำกำไรที่ได้มาช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ หรือหากพิจารณาแล้วไม่ไหว ก็จะมีการหารือเพื่อให้รัฐบาลช่วยอุดหนุนเพิ่มเติม
“ได้มอบหมายให้แบงก์รัฐต่าง ๆ กลับไปพิจารณามาตรการที่เหมาะสม และจะประชุมเตรียมความพร้อม และสรุปเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมาตรการบางอย่างทำได้ทันที แต่หากต้องการเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลให้รีบแจ้ง และให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับเปลี่ยนมาตรการตามความเหมาะสม” นายพิชัยกล่าว
นอกจากนี้ ในเร็ว ๆ นี้ จะมีการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อขอความร่วมมือธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 5 แห่ง ที่มีกำไรสูง เข้ามาช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ด้วย โดยหลักการคือการยอมหั่นกำไร เพื่อมาช่วยประชาชนและเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งต้องรอให้มีการออกมาตรการของสถานบันการเงินของรัฐก่อน แลล้วถึงจะมีการนัดหมายกันอีกครั้ง
“มาตรการด้านการเงินในครั้งนี้ เป็นการที่ให้สถาบันการเงินของรัฐยอมหั่นกำไรของตนเอง มาใช้ในการช่วยผู้ได้รับผลกระทบ และช่วยสังคม ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 5 แห่งนั้น แต่ละแห่งนั้นถือว่ามีขนาดใหญ่กว่าธนาคารออมสินที่เป็นแบงก์รัฐที่ใหญ่ที่สุด เพราะฉะนั้น เชื่อว่าธนาคารพาณิชย์ก็สามารถหั่นกำไรช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนได้เช่นกัน” นายพิชัยกล่าว.
https://www.prachachat.net/finance/news-1811935