อาชีพไรเดอร์ ในมุมมองคนที่ทำอาชีพนี้และคนทั่วไปที่มองอาชีพนี้ ตอบทุกคำถามทุกข้อสงสัย

ตามหัวข้อกระทู้เลยครับ ขอแชร์มุมมองความคิดเล่าสู่กันฟังได้ ไม่มีถูกไม่มีผิดครับ โดยกระทู้นี้เจตนาผมแค่อยากแชร์ อยากเปิดใจ และสะท้อนมุมมองความคิดแทนกลุ่มคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ส่งของ และอีกมุมมองของคนทั่วๆ ไปซึ่งในฐานะที่อดีตผมก็เคยทำงานเป็น พนง.บริษัท ทั่วไปในกรุงเทพฯ คนนึงเช่นกันครับ

ปัจจุบัน (ปี 2025) ผมเป็นไรเดอร์คนนึงครับ ลาออกจากงานประจำมาประมาณ 2 ปี เลือกที่จะมาขี่มอไซค์รับส่งของ ส่วนเหตุผลผมจะค่อยๆ บอกและแชร์เพื่อนๆ ตามหัวข้อข้างล่างครับ (อ่านเพลินๆ ไม่ต้องไปซีเรียสนะครับ)



1. มุมมองคนทั่วไปที่มองอาชีพไรเดอร์ เค้ามองอย่างไรกันบ้าง ?

แน่นอน ปฏิเสธไม่ได้ครับ คนทั่วไปที่ไม่ได้ทำอาชีพนี้ เค้าจะมีแนวคิดทั้งบวก ทั้งลบ และรู้สึกเฉยๆ กับไรเดอร์  ซึ่งก็คือ "นานาจิตตัง" ของแต่ละคนครับ โดยผมจะยกตัวอย่างมุมมองความคิดของกลุ่มคนทั่วไปที่มองอาชีพนี้ในมุมมองที่รู้สึกเฉยๆ เป็นกลาง และค่อนไปทางลบนิดนึงนะครับ (ย้ำว่าเค้าไม่ผิดนะครับ ทุกคนคิดได้ ทุกคนมีความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง) เช่น

- อาชีพนี้ไม่ได้มีเกียรติ ไม่ได้มีตำแหน่งสูงส่งอะไร ถ้าเปรียบกับตำแหน่งในองค์กร ก็ประมาณ พนง.ระดับปฏิบัติการคนนึง (พูดง่ายๆ ก็คือระดับล่างครับ)
- ก็ปกติเฉยๆ ก็เหมือน พนง.ส่งเอกสาร , คนส่งแก๊ส , วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง , ขับ Bolt ขับแท็กซี่ ซึ่งก็ไม่ได้ดูถูกนะ แต่ก็รู้สึกเฉยๆ
- ใครๆ ก็ทำอาชีพนี้ได้ ไม่ต้องเรียนสูงก็ทำได้ ขอแค่มีมอเตอร์ไซค์, สมาร์ทโฟน แค่นั้นก็ประกอบอาชีพได้
- อาจจะดูไม่มีความพยายามที่จะพัฒนาความรู้ความสามารถเพื่อให้ตนเองทำงานดีๆ ให้มีอนาคตที่ดี ก็เลยต้องออกมาขี่มอไซค์แบบนี้ เป็นต้น
- เป็นอาชีพที่เหมือนคนที่หมดมุก หมดทนทางหรือขี้เกียจหางานอื่นๆ หรือคนที่ไม่มีวุฒิการศึกษา หรือคนที่ไม่ได้วางแผนชีวิต ขอแค่ออกมาขี่รถหาเงินมีรายได้ไปวันๆ ให้อยู่รอดในสังคม ก็พอใจ เป็นต้น

*** ย้ำว่า ข้างบนเป็นมุมมองของคนทั่วไปที่มองอาชีพไรเดอร์ที่ค่อนไปทาง Negative นิดๆ รวมไปถึงคนที่รู้สึกเฉย ๆ  และก็ไม่ได้อะไรกับอาชีพนี้ ซึ่งไม่ผิดอะไรนะครับ

เพราะเจตนาผมแค่อยากสะท้อนว่า มุมมองความคิดเหล่านี้มีอยู่จริง และหลีกเลี่ยงไม่ได้ ( คนเป็นไรเดอร์ต้องยอมรับ เข้าใจ และสำคัญที่สุดคือ ไม่ต้องไปใส่ใจครับ ) เพราะสมัยผมทำงานบริษัทก็ยอมรับว่า มีแว้บๆ คิดมองอาชีพไรเดอร์ ตามมุมมองความคิดข้างบนก็มีจริงอยู่เช่นกัน



2. มุมมองคนทั่วไปที่มองอาชีพไรเดอร์ ที่ค่อนข้างให้เกียรติ เค้ามองอย่างไรบ้าง ?

โดยคนกลุ่มนี้จะวางตัว แสดงท่าทางที่ค่อนข้างดีกับคนที่เป็นไรเดอร์ครับ ซึ่งสำหรับคนที่เป็นไรเดอร์ก็จะรู้สึก Friendly สนิทใจ และเต็มใจ/เต็มที่ให้บริการรับส่งของเป็นพิเศษ นั่นก็เพราะได้รับการปฏิบัติในทาง "พฤตินัย" ที่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน (ไม่แสดงท่าทีเมินเฉย ไม่แสดงสีหน้าสายตาที่คล้ายกับด้อยค่า ฯลฯ) หรือหากคิดแต่ก็ไม่ได้แสดงออกทางกิริยาท่าทางแต่อย่างใด โดยผมขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เช่น

- ลูกค้ากลุ่มนี้จะพูด หรือบางคนถึงกับ "ไหว้ขอบคุณ" ไรเดอร์ที่มารับ/ส่งของให้ (ถ้าไหว้ขนาดนี้ ไรเดอร์ก็ต้องรับไหว้กลับล่ะครับ)  
- ลูกค้าที่ให้เงินเป็น Tips เล็กๆ น้อยๆ 5 บาท, 10 บาท แค่นี้ไรเดอร์ก็ฟิน และไหว้ขอบคุณโดยอัตโนมัติแล้วครับ
- ลูกค้าที่ให้ขนม ให้น้ำ ให้กับไรเดอร์เอาไปไปกินระหว่างทาง แค่นี้ไรเดอร์ก็ซึ้งใจล่ะครับ
- ลูกค้าที่ให้ที่หลบฝน ให้เก้าอี้นั่งพัก กรณีไรเดอร์ไปรับของแล้วลูกค้ายังจัดของให้ไม่เสร็จ อันนี้ก็ถือว่าเป็นการแสดงน้ำใจ , ความเอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์ที่ดีครับ

*** ย้ำว่า คนกลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องให้ Tips หรือให้น้ำให้ขนมให้ไรเดอร์ก็ได้นะครับ ขอแค่ชำระค่าบริการขนส่งให้เราครบตามจำนวนในระบบแอปพลิเคชั่นก็พอแล้วครับ

แต่หากเจอลูกค้ากลุ่มนี้ ผมบอกได้เลยว่า ทั้งผู้เรียกรถเพื่อขอใช้บริการ และ ไรเดอร์ จะเกิดความรู้สึกที่เป็นมิตรต่อกัน (ความรู้สึกประทับใจที่เป็นนามธรรมจับต้องไม่ได้ แต่เป็นความรู้สึกที่ดีครับ ที่เค้าไม่ได้ปฏิบัติเหมือนดูถูกไรเดอร์)



3. แล้วไรเดอร์ล่ะ มองลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างไร และควรมีวิธีการรับมืออย่างไรบ้าง ?
สำหรับคนที่เป็นไรเดอร์ หรือเพิ่งเริ่มต้นหรือที่กำลังจะออกมาทำอาชีพนี้ ผมแค่อยากจะบอกว่า หากเจอคนทั่วไปที่กลายเป็นลูกค้าเรา ที่เค้าเรียกให้เราไปรับ/ส่งของ ขอให้คุณฝึกฝนอารมณ์และจิตใจ รวมถึงปรับมุมมอง ทัศนคติของคุณให้นิ่งๆ ที่สุดครับ เช่น

- อย่าไปใส่ใจ อย่าไปสนใจคำพูดหรือกิริยาท่าทางที่เค้าทำไม่ดีกับเรา ให้มองผ่านไป หายใจลึกๆ แล้วรีบทำงานตามขั้นตอนของเราให้จบๆ ไปครับ (มีเรื่องมีราว มีปากเสียง มีแต่จะเสียเวลา เสียเครดิตงานเราครับ)

*** ผมไม่ได้บอกให้ยอมลูกค้าเสมอไปนะครับ เราสามารถอธิบายกับลูกค้าในสิ่งที่ลูกค้าอาจจะเข้าใจผิดหรือไม่เข้าใจได้ แต่ถ้าลูกค้าไม่ฟังก็ช่างเค้าครับ อย่าไปใส่ใจอย่างที่ผมบอก

- ผมแนะนำแบบตรงๆ แต่ขำๆ อย่าถือสานะครับ โดยให้คนทำอาชีพไรเดอร์คิดซะว่า "สมมติเราจะเดินไปซื้อของที่เซเว่นฯ แล้วระหว่างทางเจอหมาเห่าใส่เรา แต่มันไม่ได้กัดเรา เราก็อย่าไปสนใจอย่าไปไล่มันครับ ให้เดินเลี่ยงๆ ไปให้ถึงเซเว่นฯ เพราะถ้าคุณมัวแต่ไปทะเลาะกับหมาที่เห่าใส่คุณ ๆ ก็จะไม่มีวันไปถึงเซเว่นฯ"

ความหมายคือ ให้คุณมองเป้าหมายที่ใหญ่กว่าที่คุณจะทำ เช่น วิ่งรถส่งของวันนั้นให้ถึงเป้าให้ได้ อย่าไปเสียเวลาอะไรที่ไร้สาระ พร้อมกำหนดเป้าหมายที่ใหญ่กว่าให้ชัดเจน เช่น "ฉันจะวิ่งรถเก็บเงินให้ได้สักสามเดือน, ครึ่งปี หรือ 1-2 ปี แล้วจะเอาทุนไปทำอาชีพอื่น"

- ไรเดอร์หลายคน ไม่ได้อยากจะมาเป็นไรเดอร์ แต่หลายคนที่ผมพอรู้จัก อดีตเค้าถูกไล่ออกจากงาน , ถูกบีบให้ออกจากงาน , ช่วงโควิด-19 กระทบโดยตรงทำให้พวกเขาต้องออกจากงานมาดิ้นรนเอาดาบหน้า

หรือบางคนทำอาชีพดีๆ เป็นระดับเชฟโรงแรม, เป็นวิศวกร, เป็นครูสอนภาษา แต่เค้าอยากหาเงินเพิ่มอีกช่องทาง เพื่อจะเอาไปดาวน์รถคันใหม่ ดาวน์บ้านหลังใหม่ กำลังหาเงินแต่งงาน หาเงินส่งลูกเรียน เป็นต้น ไรเดอร์หลายคนก็ไม่ได้ลำบากยากจนอะไรนัก ทว่า แต่ละคนเค้ามีเหตุผล มีสตอรี่ของแต่ละคนครับ

- ส่วนไรเดอร์ นิสัยไม่ดีก็มีเยอะครับ ต้องยอมรับเป็นเรื่องจริงและหลีกเลี่ยงไม่ได้ในสังคมเช่นกัน ซึ่งหากลูกค้าทั่วไปเจอไรเดอร์ที่ประพฤติตัวต่อคุณไม่เหมาะสม ลูกค้าที่เรียกรถก็สามารถร้องเรียนไปหา Call Center ของแอปฯ ที่เรียกใช้บริการเพื่อแจ้งเหตุร้องเรียน และให้ทาง Call Center ลงโทษไรเดอร์คนนั้นได้เช่นกันครับ  



บทสรุป (ขอสรุปแบบตรงๆ จริงๆ ในมุมมองผมนะครับ)

- อาชีพไรเดอร์ ไม่มั่นคง ไม่มีเกียรติ คือเรื่องจริงครับ แต่เป็นอาชีพสุจริต อันนี้ก็จริงครับ เพราะฉะนั้น คนที่ทำงานนี้ก็แค่ไม่ต้องใส่ใจคำพูดหรือสายตาคนรอบข้าง ให้โฟกัสที่ตัวเองว่าเป้าหมายจริงๆ คุณคืออะไรแค่นั้นพอครับ

- ผมเชื่อว่า ไรเดอร์เป็นอาชีพช่วยแก้วิกฤติ ช่วยดึงชีวิตให้ไม่ตกยากให้กับใครหลายคนได้จริงๆ กราฟชีวิตคนเรามีขึ้นมาลงครับ โดยไม่มีใครคิดจะทำอาชีพไรเดอร์ไปตลอดหรอกครับ ผมให้เต็มที่ 10 ปี ถ้าคนๆ นั้นเก็บเงินได้สักก้อน หรือปลดหนี้สินจากการมาทำอาชีพนี้ชั่วคราวได้ หรืออายุมาเกินจะมาขี่มอไซค์เสี่ยงอันตรายแล้วล่ะก็.. เค้าก็จะตัดสินใจออกจากวงการไปทำอย่างอื่นเองแน่นอนครับ

- ถ้าใครที่ทำงานมีเงินเดือน 20,000 บ.ขึ้นไป ไม่มีภาระอะไร ที่บ้านมีฐานะที่ดี ก็ไม่จำเป็นต้องลำบากออกมาทำไรเดอร์ครับ นอกจากคนเบื่อชีวิตเดิมๆ อยากออกจาก Comfort Zone เอานั้นก็ชิลล์ๆ แล้วแต่คุณล่ะครับ

- คนทำไรเดอร์ ไม่ต้องใช้ skill อะไรสูงก็จริง แต่อาชีพนี้โดดเด่นเรื่อง อึด ถึก ทน แดดฝุ่นฝน ต้องเจอแน่นอน และต้องซื่อสัตย์ ต้องมีความรับผิดชอบสูง ซึ่งผมก็เชื่อว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะมาทำอาชีพนี้ได้ง่ายๆ เช่นกันครับ

- ใครที่ชีวิตหรือทางบ้านไม่เดือดร้อนอะไร มีภาระหนี้สินแต่ก็สามารถหมุนเงินไปได้เรื่อยๆ ก็ไม่ควรออกมาลำบากครับ ควรทำงานประจำของคุณต่อไป จะออกมาเสี่ยงอันตรายบนท้องถนน หรือออกมาเจอกับนิสัยของคนร้อยพ่อพันแม่ทำไม จริงไหมครับ

- แต่สำหรับใครที่อยากวิ่งไรเดอร์แบบจริงจัง อยากทำเป็นอาชีพหลัก ผมขอให้ชั่งใจ คิดไตร่ตรองให้ตกผลึกก่อนนะครับ ผมยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณรู้ตัวว่า ทำงานบริษัทต่อไปก็ไม่ได้ก้าวหน้า เงินเดือนไม่ได้เยอะไปกว่านี้แล้ว เช่น เงินเดือน 20,000 บาท ซึ่งเงินเดือนไม่ขึ้นอีกแน่ หรือจะไปสมัครงานที่อื่นๆ ก็ไม่รู้จะเจอสังคมเพื่อนร่วมงานดีหรือไม่ แถมยังมีภาระหนี้สิน ผ่อนบ้าน รถ ให้เงินแม่ มีลูกอีก ฯลฯ หากคิดยังไม่ตก ถ้าเช่นนั้น.. ผมแนะนำ 2 Step คือ

1.) อย่าเพิ่งออกจากงาน แต่ให้ทดลองใจตัวเอง ลองวิ่งเสริมวันหยุด หรือเสาร์-อาทิตย์ หรือหลังเลิกงาน ลองค้นหาคำตอบด้วยตัวคุณเองดูว่า คุณยังรักสบายอยู่ หรือคุณเป็นคนหนักเอาเบาสู้ได้ ซึ่งการออกมาทดลองวิ่งมอไซค์เสริมดูก่อน จะให้คำตอบคุณเอง และที่ได้แน่นอนคือ รับรองว่าคุณจะมีรายได้จากการขี่มอไซค์ไปช่วยเติมรายได้จากงานประจำของคุณอีกเกือบ 10,000 บาทได้เลยนะ (ถ้าขยันวิ่ง งานหนักเอา งานเบาสู้)  

2.) โดยหากคุณทำไรเดอร์ ทำเสริมไปสัก 3-4 เดือน ทำสม่ำเสมอ ทำต่อเนื่อง แล้วหากคุณได้คำตอบว่า คุณทำได้ คุณไหว งานหนักงานเหนื่อยคุณสู้ได้สบาย ไม่เกี่ยง ถึงตอนนั้นค่อยตัดสินใจลาออกมาวิ่งรถให้เต็มที่ก็ได้ครับ



ทั้งนี้ สำหรับใครที่ผ่านช่วงเวลาความคิดที่ไม่ได้สน.. ไม่แคร์ความคิดสายตาใครแล้ว.. อยากทำอาชีพไรเดอร์เป็นอาชีพหลัก ผมมีคำแนะนำเพิ่มเติมจากกระทู้ก่อนหน้านี้ที่เคยเขียน หากมีเวลาลองเข้าไปอ่านดูอีกสักนิดครับ เผื่อช่วยในการพิจารณาตัดสินใจของคุณได้ดียิ่งขึ้น

>> https://pantip.com/topic/43471247 <<
(กระทู้ : อาชีพไรเดอร์ขี่รถส่งของหาเงินได้จริงถ้าตั้งใจและมีวินัย)


ใครที่ให้เกียรติเรา.. เราให้เกียรติเค้าครับ
ใครที่เรารู้สึกไม่โอเค.. ไม่ต้องไปใส่ใจครับ
ให้ใช้ "ทฤษฎีเดินไปให้ถึงเซเว่นฯ" ที่ผมแนะนำไปครับ ^^


ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน และแชร์มุมมองกันได้ครับ

*** รูปภาพประกอบเนื้อหา ผมแสดงให้เห็นว่า งานหนักที่ผมวิ่งเป็นอย่างไร ( ผมสายแบกหาม ผมเลือกเอง ^^ เพราะชอบอยู่กับตลาด , งานในห้างฯ ผมไม่ค่อยถนัดครับ ) ซึ่งงานแบบนี้ มีโอกาสที่คนเป็นไรเดอร์จะต้องเจอแทบทุกวัน ซึ่งถ้าสมมติเป็นคุณ ๆ คิดว่ารับได้ไหม..ไหวไหม  ? ลองประเมินดูครับ และเป็นกำลังใจให้ครับ.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่