คำว่า “พึง…” กับ “ย่อมมีสิทธิ…” ไม่ใช่คำเดียวกัน
รัฐธรรมนูญ 2534 มาตรา 83 ใช้ถ้อยคำว่า
“รัฐพึงส่งเสริม… พึงให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้ยากไร้… พึงขจัดโรคติดต่อ…”
คำว่า “พึง” เป็นเพียง ถ้อยคำเชิงนโยบาย ไม่ใช่ ภาระผูกพันทางกฎหมาย หมายความว่า รัฐ “ควร” ทำ แต่ ประชาชนไม่มีสิทธิฟ้องร้องหรือบังคับให้รัฐดำเนินการได้ เพราะไม่มีสถานะเป็น “สิทธิ” ที่มีผลผูกพันตามกฎหมาย
ความจริงคือ
รัฐธรรมนูญ 2540 มาตรา 52, 62, 82 ใช้ถ้อยคำว่า
“บุคคลย่อมมีสิทธิ…”, “ย่อมได้รับความคุ้มครอง…”, “ย่อมมีสิทธิฟ้องหน่วยงานของรัฐ…”
นี่คือถ้อยคำที่สร้าง สิทธิในทางกฎหมาย (legal rights) อย่างชัดเจน →
พลเมืองมี “สิทธิ” ขณะที่รัฐมี “หน้าที่ตามกฎหมาย”
หากรัฐละเลยสิทธิเหล่านี้ ประชาชนสามารถใช้สิทธิทางศาลในการเรียกร้องหรือฟ้องร้องได้
สรุป:
รัฐธรรมนูญ 2540 คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่เปลี่ยน “นโยบายของรัฐ” ให้กลายเป็น “สิทธิของประชาชน”
การไม่เข้าใจภาษารัฐธรรมนูญ จึงเป็น “อุปสรรคโครงสร้าง” ทำให้คนจำนวนมาก
เข้าใจผิดว่า ‘สิทธิ’ เป็น ‘ของขวัญ’ ที่ต้องรอรับจากรัฐ
ทั้งที่ในความเป็นจริง — สิทธิเป็นสิ่งที่ประชาชน “ย่อมมี” โดยไม่ต้องขอ
ทำไม่ปี 2025 มีมนุษย์ลุงแยกแยะ สิทธิของพลเมือง กับ หน้าที่ของรัฐไม่ได้?
รัฐธรรมนูญ 2534 มาตรา 83 ใช้ถ้อยคำว่า
“รัฐพึงส่งเสริม… พึงให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้ยากไร้… พึงขจัดโรคติดต่อ…”
คำว่า “พึง” เป็นเพียง ถ้อยคำเชิงนโยบาย ไม่ใช่ ภาระผูกพันทางกฎหมาย หมายความว่า รัฐ “ควร” ทำ แต่ ประชาชนไม่มีสิทธิฟ้องร้องหรือบังคับให้รัฐดำเนินการได้ เพราะไม่มีสถานะเป็น “สิทธิ” ที่มีผลผูกพันตามกฎหมาย
ความจริงคือ
รัฐธรรมนูญ 2540 มาตรา 52, 62, 82 ใช้ถ้อยคำว่า
“บุคคลย่อมมีสิทธิ…”, “ย่อมได้รับความคุ้มครอง…”, “ย่อมมีสิทธิฟ้องหน่วยงานของรัฐ…”
นี่คือถ้อยคำที่สร้าง สิทธิในทางกฎหมาย (legal rights) อย่างชัดเจน →
พลเมืองมี “สิทธิ” ขณะที่รัฐมี “หน้าที่ตามกฎหมาย”
หากรัฐละเลยสิทธิเหล่านี้ ประชาชนสามารถใช้สิทธิทางศาลในการเรียกร้องหรือฟ้องร้องได้
สรุป:
รัฐธรรมนูญ 2540 คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่เปลี่ยน “นโยบายของรัฐ” ให้กลายเป็น “สิทธิของประชาชน”
การไม่เข้าใจภาษารัฐธรรมนูญ จึงเป็น “อุปสรรคโครงสร้าง” ทำให้คนจำนวนมาก
เข้าใจผิดว่า ‘สิทธิ’ เป็น ‘ของขวัญ’ ที่ต้องรอรับจากรัฐ
ทั้งที่ในความเป็นจริง — สิทธิเป็นสิ่งที่ประชาชน “ย่อมมี” โดยไม่ต้องขอ