13 พ.ค. 2025 เวลา 18:35 น.
'ฮอนด้า' หั่นเป้ากำไรปีงบประมาณนี้ลดฮวบ 59% รับผลกระทบมาตรการภาษีทรัมป์ หลังจากพลาดเป้ามาแล้ว 76% ในไตรมาส 4
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า
บริษัทฮอนด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น (Honda Motor) ปรับลดคาดการณ์กำไรในปีงบประมาณปัจจุบันสิ้นสุดเดือนมี.ค. 2569 ลงถึง 59% และยังประกาศ "เลื่อนแผน" เปิดตัวซัพพลายเชนรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ในประเทศแคนาดาออกไปก่อน เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายภาษีของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์
ค่ายรถยนต์รายใหญ่ที่สุดอันดับสองจากญี่ปุ่นรายนี้ คาดการณ์ว่ากำไรจากการดำเนินงานในปีงบ 2569 จะอยู่ที่ 5 แสนล้านเยน (ราว 1.12 แสนล้านบาท) ลดลงจากปีงบก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 1.21 ล้านล้านเยน
ฮอนด้ายังระบุด้วยว่า จะระงับแผนที่ประกาศเมื่อเดือนเม.ย. 2567 เรื่องการสร้างห่วงโซ่อุปทานรถยนต์อีวีในออนแทรีโอ แคนาดา เป็นเวลา
"ประมาณ 2 ปี" โดยการตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากความต้องการรถยนต์อีวีที่ชะลอตัวในปัจจุบัน
การคาดการณ์ของฮอนด้า นับเป็นสัญญาณล่าสุดที่แสดงให้เห็นถึงความยากลำบากที่ผู้ผลิตรถยนต์กำลังเผชิญ ในการรับมือกับภาษีนำเข้าของทรัมป์ ซึ่งเป็นปัจจัยลบซ้ำเติมจากที่อุตสาหกรรมรถยนต์กำลังได้รับผลกระทบจากการแข่งขันของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในจีนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
"แม้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์จะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากมาก แต่เราจะมองหาทิศทางใหม่ของการเติบโตผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์อย่างแน่นอน" โทชิฮิโระ มิเบะ ซีอีโอของฮอนด้ากล่าวในการแถลงข่าว
ซีอีโอฮอนด้ากล่าวด้วยว่า ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เกี่ยวกับการจับมือเป็นพันธมิตรกับบริษัท
"นิสสัน มอเตอร์" (์Nissan Motor) นับตั้งแต่การเจรจาเพื่อควบรวมกิจการถูกยกเลิกไปในเดือนก.พ. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ฮอนด้าคาดการณ์ว่า กำไรจากการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2569 จะได้รับผลกระทบราว 6.5 แสนล้านเยนจากภาษีนำเข้าในหลายประเทศ ในจำนวนนี้ 3 แสนล้านเยนเกิดจากผลกระทบต่อการนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปประมาณ 5.5 แสนคัน อย่างไรก็ดี บริษัทจะพยายามดำเนินการลดผลกระทบที่กิดขึ้นและคาดการณ์ว่า จะสามารถชดเชยผลกระทบภาษีนำเข้าได้ประมาณ 2 แสนล้านเยน
พลาดเป้ากำไรวูบ 76% ไตรมาส 4
ซีเอ็นบีซีรายงานว่า ฮอนด้า
"พลาดเป้า" กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 4 ปีงบฯ 2568 โดยมีกำไรจากการดำเนินงานที่ 7.35 หมื่นล้านเยน หรือน้อยกว่าถึง 76% เมื่อเทียบกับที่นักวิเคราะห์ของ LSEG ประมาณการไว้ที่ 2.75 แสนล้านเยน
สำหรับผลดำเนินงานปีงบ 2568 ซึ่งสิ้นสุดเมื่อเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา บริษัทมีรายรับเพิ่มขึ้น 6.2% อยู่ที่ 21.69 ล้านล้านเยน มี
กำไรจากการดำเนินงาน 1.21 ล้านล้านเยน หรือลดลง 12.2% จากการประมาณการของ LSEG ในขณะที่
กำไรสุทธิลดลง 24.5% อยู่ที่ 8.35 แสนล้านเยน
ทั้งนี้ ฮอนด้าเป็นหนึ่งในบริษัทรถยนต์ที่เผชิญผลกระทบจากความตึงเครียดทางการค้าของสหรัฐ ซึ่งประกาศเรียกเก็บภาษีรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศ 25%
เมื่อเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา ฮอนด้าตัดสินใจจะผลิตรถยนต์รุ่น
Civic hybrid ซึ่งเป็นหนึ่งในรถรุ่นที่ขายดีที่สุดของฮอนด้า ในโรงงานที่รัฐอินเดียนา สหรัฐ แทนที่จะเป็นโรงงานในประเทศเม็กซิโก เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้า
ที่มา
https://www.bangkokbiznews.com/world/1180177
'ฮอนด้า' หั่นเป้ากำไรปีนี้ลดฮวบ 59% รับภาษีทรัมป์พ่นพิษ
'ฮอนด้า' หั่นเป้ากำไรปีงบประมาณนี้ลดฮวบ 59% รับผลกระทบมาตรการภาษีทรัมป์ หลังจากพลาดเป้ามาแล้ว 76% ในไตรมาส 4
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า บริษัทฮอนด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น (Honda Motor) ปรับลดคาดการณ์กำไรในปีงบประมาณปัจจุบันสิ้นสุดเดือนมี.ค. 2569 ลงถึง 59% และยังประกาศ "เลื่อนแผน" เปิดตัวซัพพลายเชนรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ในประเทศแคนาดาออกไปก่อน เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายภาษีของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์
ค่ายรถยนต์รายใหญ่ที่สุดอันดับสองจากญี่ปุ่นรายนี้ คาดการณ์ว่ากำไรจากการดำเนินงานในปีงบ 2569 จะอยู่ที่ 5 แสนล้านเยน (ราว 1.12 แสนล้านบาท) ลดลงจากปีงบก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 1.21 ล้านล้านเยน
ฮอนด้ายังระบุด้วยว่า จะระงับแผนที่ประกาศเมื่อเดือนเม.ย. 2567 เรื่องการสร้างห่วงโซ่อุปทานรถยนต์อีวีในออนแทรีโอ แคนาดา เป็นเวลา "ประมาณ 2 ปี" โดยการตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากความต้องการรถยนต์อีวีที่ชะลอตัวในปัจจุบัน
การคาดการณ์ของฮอนด้า นับเป็นสัญญาณล่าสุดที่แสดงให้เห็นถึงความยากลำบากที่ผู้ผลิตรถยนต์กำลังเผชิญ ในการรับมือกับภาษีนำเข้าของทรัมป์ ซึ่งเป็นปัจจัยลบซ้ำเติมจากที่อุตสาหกรรมรถยนต์กำลังได้รับผลกระทบจากการแข่งขันของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในจีนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
"แม้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์จะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากมาก แต่เราจะมองหาทิศทางใหม่ของการเติบโตผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์อย่างแน่นอน" โทชิฮิโระ มิเบะ ซีอีโอของฮอนด้ากล่าวในการแถลงข่าว
ซีอีโอฮอนด้ากล่าวด้วยว่า ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เกี่ยวกับการจับมือเป็นพันธมิตรกับบริษัท "นิสสัน มอเตอร์" (์Nissan Motor) นับตั้งแต่การเจรจาเพื่อควบรวมกิจการถูกยกเลิกไปในเดือนก.พ. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ฮอนด้าคาดการณ์ว่า กำไรจากการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2569 จะได้รับผลกระทบราว 6.5 แสนล้านเยนจากภาษีนำเข้าในหลายประเทศ ในจำนวนนี้ 3 แสนล้านเยนเกิดจากผลกระทบต่อการนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปประมาณ 5.5 แสนคัน อย่างไรก็ดี บริษัทจะพยายามดำเนินการลดผลกระทบที่กิดขึ้นและคาดการณ์ว่า จะสามารถชดเชยผลกระทบภาษีนำเข้าได้ประมาณ 2 แสนล้านเยน
พลาดเป้ากำไรวูบ 76% ไตรมาส 4
ซีเอ็นบีซีรายงานว่า ฮอนด้า "พลาดเป้า" กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 4 ปีงบฯ 2568 โดยมีกำไรจากการดำเนินงานที่ 7.35 หมื่นล้านเยน หรือน้อยกว่าถึง 76% เมื่อเทียบกับที่นักวิเคราะห์ของ LSEG ประมาณการไว้ที่ 2.75 แสนล้านเยน
สำหรับผลดำเนินงานปีงบ 2568 ซึ่งสิ้นสุดเมื่อเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา บริษัทมีรายรับเพิ่มขึ้น 6.2% อยู่ที่ 21.69 ล้านล้านเยน มีกำไรจากการดำเนินงาน 1.21 ล้านล้านเยน หรือลดลง 12.2% จากการประมาณการของ LSEG ในขณะที่กำไรสุทธิลดลง 24.5% อยู่ที่ 8.35 แสนล้านเยน
ทั้งนี้ ฮอนด้าเป็นหนึ่งในบริษัทรถยนต์ที่เผชิญผลกระทบจากความตึงเครียดทางการค้าของสหรัฐ ซึ่งประกาศเรียกเก็บภาษีรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศ 25%
เมื่อเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา ฮอนด้าตัดสินใจจะผลิตรถยนต์รุ่น Civic hybrid ซึ่งเป็นหนึ่งในรถรุ่นที่ขายดีที่สุดของฮอนด้า ในโรงงานที่รัฐอินเดียนา สหรัฐ แทนที่จะเป็นโรงงานในประเทศเม็กซิโก เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้า
ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/world/1180177