คปภ.เผยผู้เอาประกันแห่แจ้งเคลมแผ่นดินไหวแล้ว 7 หมื่นเคส ชี้ส่วนใหญ่เป็นรายย่อยที่ “คอนโดมิเนียม-บ้าน” ได้รับความเสียหาย ขณะที่บริษัทประกันเข้าสำรวจภัย-ออกใบเคลมแล้ว 50% ยอมรับผู้รับเหมาโก่งราคาค่าซ่อมแพงคุมไม่ได้ แนะยึดตามราคาประเมินกลาง “ทิพยประกันภัย” เผยลูกค้าแจ้งเคลมแล้ว 20,000 เคส คาดความเสียหายรวม 1,000 ล้านบาท เร่งอนุมัติจ่ายเงินได้ไม่เกิน 7 วัน ฟาก “วิริยะประกันภัย” โอดผู้รับเหมาโขกราคาแพง-ค่าซ่อมปรับขึ้นสูงผิดปกติ
นายคณานุสรณ์ เที่ยงตระกูล ผู้ช่วยเลขาธิการ สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตามรายงานข้อมูลลูกค้าที่แจ้งเคลมประกันความเสียหายจากผลกระทบเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 จนถึงขณะนี้มีการแจ้งเคลมประกันทั้งระบบเข้ามาแล้วประมาณ 70,000 เคส ส่วนใหญ่เป็นลูกค้ารายย่อยที่คอนโดมิเนียม ห้องชุด หรือบ้านอยู่อาศัยได้รับความเสียหาย
โดยบริษัทประกันได้ดำเนินการสำรวจภัยและออกใบเคลมไปเรียบร้อยแล้วประมาณ 50% ซึ่งกระบวนการหลังจากนี้ ทางลูกค้าต้องหาผู้รับเหมาเข้าซ่อม และเมื่อซ่อมเสร็จพร้อมกับส่งเอกสารให้บริษัทประกันครบถ้วน ทางบริษัทประกันจะต้องจ่ายสินไหมทดแทนให้ลูกค้าภายใน 15 วัน
“ปัจจุบันมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาที่สำนักงาน คปภ.บ้างเพียงเล็กน้อย เช่น กรณีติดต่อบริษัทประกันไม่ได้เลย, ส่งข้อมูลเอกสารไปให้แล้วทางไลน์แต่ไม่อ่าน ไม่ติดต่อกลับ ซึ่งที่ผ่านมา คปภ.ก็ได้ดำเนินการประสานเรื่องพวกนี้ เพื่อให้บริษัทประกันและลูกค้าติดต่อกันได้ทั้งหมดแล้ว ส่วนประเด็นผู้รับเหมาโก่งราคาค่าซ่อมแพงนั้น ปัจจุบันสำนักงาน คปภ.ไม่สามารถเข้าไปควบคุมได้ ทำได้เพียงควบคุมให้บริษัทประกันต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายที่แท้จริง ดังนั้น ในกรณีผู้รับเหมาอาจต้องไปพิจารณากฎหมายอื่น เช่น กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น ทั้งนี้ทั้งนั้น ตามปกติแล้วจะมีราคาประเมินการซ่อมกลางอยู่แล้วจากผู้ประเมินวินาศภัยมืออาชีพ”
ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะนายกสมาคมประกันวินาศภัยไทยกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าตอนนี้สมาคมประกันวินาศภัยไทยได้ให้แต่ละบริษัทประกันรายงานข้อมูลเคลมประกันเข้ามาให้กับสมาคมอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถสรุปตัวเลขได้ชัดเจน
ในส่วนของบริษัททิพยประกันภัย ขณะนี้พบว่ามีลูกค้าแจ้งเคลมประกันเข้ามาแล้วเกือบ 20,000 เคส ส่วนใหญ่เป็นลูกค้ารายย่อยที่คอนโดมิเนียม ห้องชุด หรือบ้านอยู่อาศัยได้รับความเสียหาย ซึ่งความคุ้มครองตามกรมธรรม์อัคคีภัยสำหรับคอนโดมิเนียมห้องชุด หรือบ้านอยู่อาศัย กรณีได้รับผลกระทบแผ่นดินไหว โดยปกติจะมีวงเงินจำกัดความรับผิด (Sub Limit) ไม่เกิน 20,000 บาทต่อกรมธรรม์ แต่บ้านอยู่อาศัยบางโครงการที่บริษัททิพยประกันภัยเข้าไปรับประกัน จะมีการเพิ่มความคุ้มครองให้เป็น 50,000 บาทต่อกรมธรรม์
“ตอนนี้ยังไม่มีการแจ้งเคลมประกันของลูกค้ารายใหญ่ (ไม่รวมตึก สตง.ถล่ม) มีแต่ปริมาณเคลมของลูกค้ารายย่อยจำนวนมาก โดยบริษัทได้มีการประเมินค่าสินไหมทดแทนที่ต้องจ่ายให้ลูกค้า ภายใต้สมมุติฐานความเสียหายต่อกรมธรรม์ละ 20,000-50,000 บาท จะคิดเป็นจำนวนเงินที่ต้องจ่ายสูงสุดประมาณ 1,000 ล้านบาท”
อย่างไรก็ตาม บริษัททิพยประกันภัยได้มีการบริหารความเสี่ยงโดยซื้อประกันภัยต่อสำหรับความเสียหายส่วนเกิน (Excess of Loss) เอาไว้สำหรับกรณีเกิดแผ่นดินไหว ซึ่งมีวงเงินความคุ้มครองสูงสุดถึง 4,500 ล้านบาท โดยที่บริษัททิพยประกันภัยจะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นเองเพียงแค่ 120 ล้านบาท ส่วนที่เหลือบริษัทประกันภัยต่อจะเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายทั้งหมด เพราะฉะนั้นจึงไม่มีอะไรน่ากังวล
ดร.สมพรกล่าวอีกว่า สำหรับวิธีการจัดการสินไหมรอบนี้ เนื่องจากเป็นการเคลมลูกค้ารายย่อยที่มีปริมาณมาก บริษัททิพยประกันภัยจึงให้ผู้เอาประกันแจ้งเคลมโดยการถ่ายรูปความเสียหายที่เกิดขึ้นเข้ามา และบริษัทจะประเมินความเสียหายจากรูปถ่าย และแจ้งราคาประเมินกลับไปยังลูกค้า หากตกลงยินยอมกันได้จะอนุมัติจ่ายเคลมประกันได้เลยภายในไม่เกิน 7 วัน
นายวิญญู อังศุนิตย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้มีลูกค้าแจ้งเคลมประกันเข้ามาที่บริษัทแล้วกว่า 1,400-1,500 เคส ส่วนใหญ่เป็นเคลมประกันของลูกค้ารายย่อย จะมีเคลมจากนิติบุคคลอาคารชุดคอนโดมิเนียม หรือบ้านอยู่อาศัยประมาณ 200 เคส โดยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่เหลือจะเป็นโซนจังหวัดภาคเหนือ
ทั้งนี้ ประเมินค่าสินไหมทดแทนที่ต้องจ่ายให้ลูกค้ารวมแล้วไม่น่าเกิน 1,000 ล้านบาท (คาดการณ์ไว้เบื้องต้นประมาณ 600-700 ล้านบาท) โดยช่วงแรกประเมินความเสียหายไม่น่าจะสูงมาก แต่พบว่าตอนนี้ค่าซ่อมเริ่มปรับสูงขึ้นผิดปกติ จากผลของดีมานด์และซัพพลาย คือคนอยากซ่อมบ้านหรือคอนโดฯ กันมาก แต่ผู้รับเหมามีไม่เพียงพอ จึงเริ่มเห็นผู้รับเหมาโก่งราคาเกิดขึ้น
“การจัดการสินไหมรอบนี้ ถ้าเป็นลูกค้ารายย่อยดำเนินการได้เร็ว แต่จะช้าจากการเคลมของนิติบุคคล เพราะคอนโดฯบางโครงการมีเป็นร้อยเป็นพันห้อง ซึ่งจะแย่งกันซ่อม ปัจจุบันบริษัทพยายามเร่งเข้าสำรวจภัย ประเมินความเสียหาย และอนุมัติจ่ายเคลม รวมถึงพยายามพูดคุยกับผู้รับเหมาให้ใช้ราคาที่มีเหตุและมีผล และเป็นราคาที่รับได้ อาจจะแพงขึ้น 10-20% ก็ยังรับได้อยู่ แต่ไม่ใช่ปรับขึ้นเป็น 100%”
ทั้งนี้ข้อมูลกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองภัยแผ่นดินไหว ประกอบด้วย 1.กรมธรรม์ประกันอัคคีภัย 5.37 ล้านฉบับ อยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล 2.23 ล้านฉบับ จังหวัดอื่น ๆ อีก 3.14 ล้านฉบับ 2.กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับผู้ประกอบการร้านค้าต่าง ๆ 1.11 ล้านฉบับ อยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล 4.52 แสนฉบับ จังหวัดอื่น ๆ 6.61 แสนฉบับ และ 3.กรมธรรม์ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สินอาคารชุด 1.94 แสนฉบับ อยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล 9.53 หมื่นฉบับ จังหวัดอื่น ๆ อีก 9.9 หมื่นฉบับ...
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ :
https://www.prachachat.net/finance/news-1808034
แห่แจ้งเคลมแผ่นดินไหวพุ่ง 70,000 เคส ประกันโอดเจอ ‘โขกค่าซ่อม’
นายคณานุสรณ์ เที่ยงตระกูล ผู้ช่วยเลขาธิการ สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตามรายงานข้อมูลลูกค้าที่แจ้งเคลมประกันความเสียหายจากผลกระทบเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 จนถึงขณะนี้มีการแจ้งเคลมประกันทั้งระบบเข้ามาแล้วประมาณ 70,000 เคส ส่วนใหญ่เป็นลูกค้ารายย่อยที่คอนโดมิเนียม ห้องชุด หรือบ้านอยู่อาศัยได้รับความเสียหาย
โดยบริษัทประกันได้ดำเนินการสำรวจภัยและออกใบเคลมไปเรียบร้อยแล้วประมาณ 50% ซึ่งกระบวนการหลังจากนี้ ทางลูกค้าต้องหาผู้รับเหมาเข้าซ่อม และเมื่อซ่อมเสร็จพร้อมกับส่งเอกสารให้บริษัทประกันครบถ้วน ทางบริษัทประกันจะต้องจ่ายสินไหมทดแทนให้ลูกค้าภายใน 15 วัน
“ปัจจุบันมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาที่สำนักงาน คปภ.บ้างเพียงเล็กน้อย เช่น กรณีติดต่อบริษัทประกันไม่ได้เลย, ส่งข้อมูลเอกสารไปให้แล้วทางไลน์แต่ไม่อ่าน ไม่ติดต่อกลับ ซึ่งที่ผ่านมา คปภ.ก็ได้ดำเนินการประสานเรื่องพวกนี้ เพื่อให้บริษัทประกันและลูกค้าติดต่อกันได้ทั้งหมดแล้ว ส่วนประเด็นผู้รับเหมาโก่งราคาค่าซ่อมแพงนั้น ปัจจุบันสำนักงาน คปภ.ไม่สามารถเข้าไปควบคุมได้ ทำได้เพียงควบคุมให้บริษัทประกันต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายที่แท้จริง ดังนั้น ในกรณีผู้รับเหมาอาจต้องไปพิจารณากฎหมายอื่น เช่น กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น ทั้งนี้ทั้งนั้น ตามปกติแล้วจะมีราคาประเมินการซ่อมกลางอยู่แล้วจากผู้ประเมินวินาศภัยมืออาชีพ”
ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะนายกสมาคมประกันวินาศภัยไทยกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าตอนนี้สมาคมประกันวินาศภัยไทยได้ให้แต่ละบริษัทประกันรายงานข้อมูลเคลมประกันเข้ามาให้กับสมาคมอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถสรุปตัวเลขได้ชัดเจน
ในส่วนของบริษัททิพยประกันภัย ขณะนี้พบว่ามีลูกค้าแจ้งเคลมประกันเข้ามาแล้วเกือบ 20,000 เคส ส่วนใหญ่เป็นลูกค้ารายย่อยที่คอนโดมิเนียม ห้องชุด หรือบ้านอยู่อาศัยได้รับความเสียหาย ซึ่งความคุ้มครองตามกรมธรรม์อัคคีภัยสำหรับคอนโดมิเนียมห้องชุด หรือบ้านอยู่อาศัย กรณีได้รับผลกระทบแผ่นดินไหว โดยปกติจะมีวงเงินจำกัดความรับผิด (Sub Limit) ไม่เกิน 20,000 บาทต่อกรมธรรม์ แต่บ้านอยู่อาศัยบางโครงการที่บริษัททิพยประกันภัยเข้าไปรับประกัน จะมีการเพิ่มความคุ้มครองให้เป็น 50,000 บาทต่อกรมธรรม์
“ตอนนี้ยังไม่มีการแจ้งเคลมประกันของลูกค้ารายใหญ่ (ไม่รวมตึก สตง.ถล่ม) มีแต่ปริมาณเคลมของลูกค้ารายย่อยจำนวนมาก โดยบริษัทได้มีการประเมินค่าสินไหมทดแทนที่ต้องจ่ายให้ลูกค้า ภายใต้สมมุติฐานความเสียหายต่อกรมธรรม์ละ 20,000-50,000 บาท จะคิดเป็นจำนวนเงินที่ต้องจ่ายสูงสุดประมาณ 1,000 ล้านบาท”
อย่างไรก็ตาม บริษัททิพยประกันภัยได้มีการบริหารความเสี่ยงโดยซื้อประกันภัยต่อสำหรับความเสียหายส่วนเกิน (Excess of Loss) เอาไว้สำหรับกรณีเกิดแผ่นดินไหว ซึ่งมีวงเงินความคุ้มครองสูงสุดถึง 4,500 ล้านบาท โดยที่บริษัททิพยประกันภัยจะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นเองเพียงแค่ 120 ล้านบาท ส่วนที่เหลือบริษัทประกันภัยต่อจะเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายทั้งหมด เพราะฉะนั้นจึงไม่มีอะไรน่ากังวล
ดร.สมพรกล่าวอีกว่า สำหรับวิธีการจัดการสินไหมรอบนี้ เนื่องจากเป็นการเคลมลูกค้ารายย่อยที่มีปริมาณมาก บริษัททิพยประกันภัยจึงให้ผู้เอาประกันแจ้งเคลมโดยการถ่ายรูปความเสียหายที่เกิดขึ้นเข้ามา และบริษัทจะประเมินความเสียหายจากรูปถ่าย และแจ้งราคาประเมินกลับไปยังลูกค้า หากตกลงยินยอมกันได้จะอนุมัติจ่ายเคลมประกันได้เลยภายในไม่เกิน 7 วัน
นายวิญญู อังศุนิตย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้มีลูกค้าแจ้งเคลมประกันเข้ามาที่บริษัทแล้วกว่า 1,400-1,500 เคส ส่วนใหญ่เป็นเคลมประกันของลูกค้ารายย่อย จะมีเคลมจากนิติบุคคลอาคารชุดคอนโดมิเนียม หรือบ้านอยู่อาศัยประมาณ 200 เคส โดยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่เหลือจะเป็นโซนจังหวัดภาคเหนือ
ทั้งนี้ ประเมินค่าสินไหมทดแทนที่ต้องจ่ายให้ลูกค้ารวมแล้วไม่น่าเกิน 1,000 ล้านบาท (คาดการณ์ไว้เบื้องต้นประมาณ 600-700 ล้านบาท) โดยช่วงแรกประเมินความเสียหายไม่น่าจะสูงมาก แต่พบว่าตอนนี้ค่าซ่อมเริ่มปรับสูงขึ้นผิดปกติ จากผลของดีมานด์และซัพพลาย คือคนอยากซ่อมบ้านหรือคอนโดฯ กันมาก แต่ผู้รับเหมามีไม่เพียงพอ จึงเริ่มเห็นผู้รับเหมาโก่งราคาเกิดขึ้น
“การจัดการสินไหมรอบนี้ ถ้าเป็นลูกค้ารายย่อยดำเนินการได้เร็ว แต่จะช้าจากการเคลมของนิติบุคคล เพราะคอนโดฯบางโครงการมีเป็นร้อยเป็นพันห้อง ซึ่งจะแย่งกันซ่อม ปัจจุบันบริษัทพยายามเร่งเข้าสำรวจภัย ประเมินความเสียหาย และอนุมัติจ่ายเคลม รวมถึงพยายามพูดคุยกับผู้รับเหมาให้ใช้ราคาที่มีเหตุและมีผล และเป็นราคาที่รับได้ อาจจะแพงขึ้น 10-20% ก็ยังรับได้อยู่ แต่ไม่ใช่ปรับขึ้นเป็น 100%”
ทั้งนี้ข้อมูลกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองภัยแผ่นดินไหว ประกอบด้วย 1.กรมธรรม์ประกันอัคคีภัย 5.37 ล้านฉบับ อยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล 2.23 ล้านฉบับ จังหวัดอื่น ๆ อีก 3.14 ล้านฉบับ 2.กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับผู้ประกอบการร้านค้าต่าง ๆ 1.11 ล้านฉบับ อยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล 4.52 แสนฉบับ จังหวัดอื่น ๆ 6.61 แสนฉบับ และ 3.กรมธรรม์ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สินอาคารชุด 1.94 แสนฉบับ อยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล 9.53 หมื่นฉบับ จังหวัดอื่น ๆ อีก 9.9 หมื่นฉบับ...
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.prachachat.net/finance/news-1808034